ZestBuy

4 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ควรถอดปลั๊ก ลดค่าไฟและลดไฟแฝงในบ้าน

โปรไฟล์ WikWik06-22

4 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ควรถอดปลั๊กหลังใช้งาน ช่วยลดค่าไฟได้จริง

หลายคนอาจคิดว่าเมื่อกดปุ่มปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว อุปกรณ์เหล่านั้นก็หยุดใช้พลังงานทันที แต่ในความเป็นจริง เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดยังคงใช้ไฟฟ้าในโหมดสแตนด์บายหรือโหมดพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาจส่งผลให้ ค่าไฟ เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

แม้ปริมาณไฟที่ใช้ในแต่ละอุปกรณ์จะไม่มากนัก แต่เมื่อสะสมจากหลายเครื่องและใช้งานต่อเนื่องตลอดทั้งปี ก็อาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าที่คิด

การถอดปลั๊กอุปกรณ์บางชนิดหลังใช้งานจึงเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยประหยัดพลังงานและเพิ่มความปลอดภัยภายในบ้านได้

ไฟแฝงคืออะไร? ทำไมถึงส่งผลต่อค่าไฟ

ไฟแฝง (Standby Power) คือพลังงานไฟฟ้าที่อุปกรณ์ยังคงใช้ แม้จะปิดเครื่องแล้วก็ตาม

อุปกรณ์จำนวนมากยังต้องใช้ไฟเพื่อรักษาระบบภายใน เช่น

  • รอรับสัญญาณจากรีโมท

  • แสดงไฟสถานะ

  • รักษาการเชื่อมต่อเครือข่าย

  • เก็บข้อมูลการตั้งค่าต่างๆ

แม้จะใช้พลังงานเพียงเล็กน้อย แต่หากเปิดทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง ก็อาจส่งผลต่อการใช้พลังงานรวมของบ้านได้

1. สายชาร์จมือถือที่เสียบทิ้งไว้

อุปกรณ์ใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม

หนึ่งในสิ่งที่พบได้บ่อยที่สุดคือการเสียบหัวชาร์จโทรศัพท์คาไว้กับปลั๊กไฟตลอดเวลา

แม้จะไม่ได้เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน แต่ตัวอะแดปเตอร์ยังคงมีวงจรไฟฟ้าทำงานอยู่ในระดับหนึ่ง

นอกจากนี้ การเสียบปลั๊กค้างไว้นานๆ ยังอาจทำให้หัวชาร์จเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงจากความร้อนสะสมได้

ควรถอดเมื่อไม่ได้ใช้งาน

หลังชาร์จแบตเตอรี่เต็มแล้ว ควรถอดทั้งสายและอะแดปเตอร์ออกจากเต้ารับ เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น

2. Wi-Fi Router ที่เปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา

อุปกรณ์ที่ทำงาน 24 ชั่วโมง

Wi-Fi Router เป็นอุปกรณ์ที่หลายบ้านเปิดใช้งานตลอดทั้งวันทั้งคืน

แม้จะไม่ได้ใช้ไฟมากเท่าเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ แต่การทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงย่อมมีผลต่อการใช้พลังงานโดยรวม

ปิดเมื่อไม่มีการใช้งานเป็นเวลานาน

หากไม่มีคนอยู่บ้านหลายชั่วโมง หรือในบางกรณีที่ไม่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตช่วงกลางคืน อาจเลือกปิดเราเตอร์เพื่อลดการใช้พลังงานได้

อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาความจำเป็นในการใช้งานอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้านที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย

3. โทรทัศน์และกล่องรับสัญญาณ

ปิดด้วยรีโมทยังไม่ตัดไฟทั้งหมด

หลายคนเข้าใจว่าการกดปุ่มปิดบนรีโมทคือการปิดเครื่องโดยสมบูรณ์

แต่ความจริงแล้ว โทรทัศน์ส่วนใหญ่ยังอยู่ในโหมดสแตนด์บาย เพื่อรอรับคำสั่งเปิดเครื่องในครั้งถัดไป

สังเกตได้จากไฟสถานะสีแดงที่ยังคงติดอยู่บริเวณตัวเครื่อง

วิธีลดไฟแฝงอย่างง่าย

การปิดสวิตช์ปลั๊กพ่วงหรือถอดปลั๊กเมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน จะช่วยลดการใช้พลังงานส่วนนี้ได้

โดยเฉพาะบ้านที่มีโทรทัศน์หลายเครื่อง

4. เครื่องเล่นดีวีดีและเครื่องเสียง

แม้ไม่ได้ใช้งานก็ยังใช้ไฟ

เครื่องเล่นดีวีดี เครื่องเสียง หรืออุปกรณ์ความบันเทิงบางประเภท มักมีหน้าจอดิจิทัลหรือไฟแสดงสถานะค้างอยู่ตลอดเวลา

สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณว่าอุปกรณ์ยังคงใช้พลังงานไฟฟ้าอยู่ แม้จะไม่ได้เปิดใช้งานจริง

ช่วยประหยัดไฟและยืดอายุอุปกรณ์

การถอดปลั๊กเมื่อใช้งานเสร็จไม่เพียงช่วยลดไฟแฝง แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงจากไฟกระชากและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์อีกด้วย

วิธีลดค่าไฟจากเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

นอกจากการถอดปลั๊กแล้ว ยังมีวิธีช่วยลดการใช้พลังงานได้อีกหลายวิธี เช่น

  • ใช้ปลั๊กพ่วงที่มีสวิตช์เปิด-ปิด

  • เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน

  • ปิดอุปกรณ์เมื่อไม่ได้ใช้งาน

  • ตรวจสอบสายไฟและปลั๊กเป็นประจำ

  • หลีกเลี่ยงการเสียบอุปกรณ์ทิ้งไว้โดยไม่จำเป็น

การปรับพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยสามารถช่วยลดการใช้พลังงานสะสมได้ในระยะยาว

ถอดปลั๊กทุกอย่างดีจริงหรือไม่?

แม้การถอดปลั๊กจะช่วยลดไฟแฝงได้ แต่ไม่จำเป็นต้องถอดทุกอุปกรณ์ในบ้าน

อุปกรณ์บางประเภท เช่น ตู้เย็น ระบบรักษาความปลอดภัย หรืออุปกรณ์ที่ต้องทำงานต่อเนื่อง ควรใช้งานตามคำแนะนำของผู้ผลิต

ดังนั้นควรพิจารณาตามลักษณะการใช้งานและความจำเป็นของแต่ละอุปกรณ์

สรุป

การลด ค่าไฟ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาแพงเสมอไป เพราะเพียงแค่หมั่นถอดปลั๊กอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งาน เช่น สายชาร์จมือถือ Wi-Fi Router โทรทัศน์ และเครื่องเล่นดีวีดี ก็สามารถช่วยลดการใช้ไฟแฝงภายในบ้านได้

แม้การประหยัดไฟจากอุปกรณ์แต่ละชิ้นอาจดูไม่มาก แต่เมื่อรวมกันตลอดทั้งปี ก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความปลอดภัยให้กับบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ้างอิง https://www.sanook.com/news/9895226/

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น