ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เลือกเมืองเรียนต่ออังกฤษให้คุ้มงบ

เลือกเมืองเรียนต่ออังกฤษให้คุ้มงบ
ความสนใจ|การศึกษาสำหรับครอบครัว

ภาพรวมการไปเรียนต่ออังกฤษ 2026 และเทรนด์ของนักเรียนไทย

การไปเรียนต่ออังกฤษในปี 2026 ยังเป็นเป้าหมายใหญ่ของนักเรียนไทย ทั้งสายมัธยม ภาษา และมหาวิทยาลัย เพราะระบบการศึกษาของสหราชอาณาจักรได้รับการยอมรับระดับโลก วุฒิอย่าง GCSE, A-Level, Foundation และปริญญาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ ช่วยเปิดประตูต่อยอดทั้งการเรียนและการทำงานในอนาคต

จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะเห็นภาพร่วมกันว่า

  • ค่าเทอมสำหรับนักศึกษาต่างชาติระดับมหาวิทยาลัยอยู่ราว £22,000 – £45,500+ ต่อปี เมื่อแปลงเป็นเงินบาท (ใช้อัตราราว 46 บาท/£1) เท่ากับประมาณ 1 – 2.1 ล้านบาท/ปี

  • หากรวมค่าครองชีพแล้ว งบการเรียนต่ออังกฤษต่อปีอยู่ประมาณ £35,000 – £65,000 หรือราว 1.6 – 3 ล้านบาท ขึ้นกับเมืองและสถาบัน

  • นักเรียนไทยจำนวนมากเริ่มจากการเรียนภาษาระยะสั้น เพื่อทดลองระบบการเรียนและชีวิต ก่อนต่อยอดไปสู่โรงเรียนประจำหรือมหาวิทยาลัยในอังกฤษ

  • เทรนด์สำคัญอีกอย่างคือ การออกไปนอกลอนดอน มากขึ้น เพื่อประหยัดค่าครองชีพ แต่ยังได้คุณภาพการศึกษาในระดับเดียวกัน

ดังนั้น การเลือก “เมือง” จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อทั้งงบประมาณ ไลฟ์สไตล์ และเส้นทางการเรียนของนักเรียนไทยในอังกฤษ

ปัจจัยสำคัญในการเลือกเมือง: ค่าครองชีพ ความปลอดภัย งานพาร์ทไทม์ และระบบขนส่ง

เมื่อวางแผนไปเรียนต่ออังกฤษ ปัจจัยหลัก ๆ ที่ต้องคิดควบคู่กับเรื่องโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย คือเมืองและสภาพการใช้ชีวิตในแต่ละพื้นที่ โดยจากข้อมูลในบทความต่าง ๆ สามารถสรุปปัจจัยหลักได้ดังนี้

  1. ค่าครองชีพและงบรายเดือน
    จากตัวเลขประมาณการ

    • ลอนดอน: ค่าครองชีพรวม (ที่พัก อาหาร เดินทาง อื่น ๆ) ราว £1,450 – £2,400/เดือน

    • เมืองอื่น ๆ: อยู่ที่ประมาณ £880 – £1,600/เดือน
      ตัวเลขนี้ครอบคลุมทั้งค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งต่างกันอย่างเห็นได้ชัดระหว่างเมืองหลวงและเมืองรอง

  2. ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อม
    เมืองที่ถูกพูดถึงบ่อยในฐานะเมืองการศึกษาที่ “สงบ ปลอดภัย และเหมาะกับการโฟกัสด้านวิชาการ” เช่น Oxford, Cambridge, Bath/Cheltenham, Canterbury, York ฯลฯ มักมีภาพลักษณ์เป็นเมืองประวัติศาสตร์ เมืองมหาวิทยาลัย หรือเมืองขนาดกลางที่ไม่วุ่นวายมาก

  3. โอกาสงานพาร์ทไทม์
    แม้เอกสารอ้างอิงจะไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องงานพาร์ทไทม์โดยตรง แต่การระบุว่าเมืองใหญ่อย่าง London, Birmingham, Manchester, Bristol ฯลฯ เป็น “เมืองใหญ่ทันสมัย มีชีวิตชีวา มีเครือข่ายการศึกษาและกิจกรรมเข้มแข็ง” แสดงให้เห็นว่ามีโอกาสกิจกรรมทางเศรษฐกิจสูง ซึ่งมักสัมพันธ์กับงานพาร์ทไทม์ในเมืองใหญ่

  4. ระบบขนส่งและการเดินทาง

    • เมืองใหญ่อย่างลอนดอนมีระบบขนส่งสาธารณะสะดวกที่สุดในอังกฤษ

    • เมืองมหาวิทยาลัยส่วนมากมีรถไฟเชื่อมลอนดอนใน 1–2 ชั่วโมง เช่น Oxford, Cambridge, Brighton, Bristol ฯลฯ

    • บทความด้านค่าใช้จ่ายระบุชัดว่า การเตรียมค่าครองชีพในลอนดอนต้องเผื่อค่าเดินทางสูงกว่าเมืองชานเมือง และแนะนำให้วางแผนใช้บัตรลดราคา เช่น การ์ดสำหรับรถไฟเพื่อประหยัดค่าเดินทาง (มีการกล่าวถึง Young Rail Card ในบริบทของการลดค่าตั๋วเดินทาง)

ค่าครองชีพเมืองยอดฮิต: ลอนดอน แมนเชสเตอร์ เบอร์มิงแฮม ลีดส์ บริสตอล

จากข้อมูลค่าใช้จ่ายและเมืองยอดนิยม สามารถสรุปภาพรวมเมืองหลักที่มักถูกเลือกโดยนักเรียนไทย ดังนี้

ลอนดอน (London)

จุดเด่น

  • เมืองหลวง ศูนย์กลางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการศึกษา

  • มีมหาวิทยาลัยท็อประดับโลก เช่น Imperial College London, UCL, King’s College London

  • เป็นเมืองที่มีพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี และกิจกรรมทางวัฒนธรรมจำนวนมาก หลายแห่งเข้าชมฟรี

  • ระบบขนส่งสาธารณะสะดวกที่สุดในประเทศ

ค่าครองชีพโดยประมาณ

  • ที่พัก: £900 – £1,500/เดือน

  • อาหาร: £250 – £400/เดือน

  • เดินทาง: £150 – £200/เดือน

  • อื่น ๆ: £150 – £300/เดือน

  • รวม: £1,450 – £2,400/เดือน

ข้อดี

  • โอกาสทางการเรียนและกิจกรรมเสริมหลากหลายมาก

  • สภาพแวดล้อมนานาชาติ เหมาะกับผู้ที่ต้องการความเป็นสากลเต็มรูปแบบ

ข้อสังเกต

  • ค่าครองชีพสูงที่สุดในประเทศ

  • ค่าเทอมของมหาวิทยาลัยในลอนดอนมักอยู่ช่วงบนของสเกล เช่น Imperial £35,000 – £45,500+, UCL £30,000 – £40,000+

แมนเชสเตอร์ (Manchester)

จุดเด่น

  • เมืองใหญ่ทางตอนเหนือที่มีทั้งวัฒนธรรม กีฬา และกิจกรรมสร้างสรรค์

  • บทความระบุว่าเป็นเมืองที่ “มีกิจกรรมหลากหลาย และค่าครองชีพไม่สูงมาก”

  • มีมหาวิทยาลัยระดับท็อปอย่าง University of Manchester ซึ่งค่าเทอมเฉลี่ยต่ำกว่ามหาวิทยาลัยระดับท็อปในลอนดอน

ค่าครองชีพ (จัดอยู่ในกลุ่มเมืองนอกลอนดอน)

  • จากตารางรวมเมืองอื่น ๆ: £880 – £1,600/เดือน (ที่พักมักอยู่ราว £500 – £900/เดือน)

ข้อดี

  • เมืองใหญ่ที่ค่าครองชีพ “เข้าถึงได้ง่ายกว่า” ลอนดอน

  • บรรยากาศเมืองใหญ่แต่ไม่แพงเท่ากรุง และมีสนามบินหลักของตัวเอง

เบอร์มิงแฮม (Birmingham)

จุดเด่น

  • เมืองใหญ่อันดับสองของอังกฤษ

  • ข้อมูลจากโรงเรียนภาษาและโรงเรียนมัธยมระบุว่าเป็น “เมืองทันสมัย เน้นสาย STEM” และ “ค่าครองชีพถูกกว่าลอนดอน”

  • มีมหาวิทยาลัยอย่าง University of Birmingham ที่ค่าเทอมอยู่ช่วง £23,000 – £31,000 (ราว 1.1 – 1.4 ล้านบาท)

ค่าครองชีพ

  • จัดอยู่ในกลุ่มเมืองนอกลอนดอน ค่าที่พักและค่าครองชีพโดยรวมต่ำกว่าลอนดอนอย่างชัดเจน

ข้อดี

  • เมืองใหญ่มีครบทั้งห้าง ร้านอาหารหลากหลายสัญชาติ โรงเรียน และกิจกรรมคอนเสิร์ต

  • เหมาะกับนักเรียนที่อยากได้บรรยากาศเมืองใหญ่ แต่ไม่อยากจ่ายค่าครองชีพระดับลอนดอน

ลีดส์ (Leeds)

จุดเด่น

  • เป็นหนึ่งในเมืองมหาวิทยาลัยสำคัญทางตอนเหนือ

  • ข้อมูลระบุว่าค่าเทอมของ University of Leeds อยู่ที่ £24,000 – £32,000 (ราว 1.1 – 1.5 ล้านบาท) ต่ำกว่ามหาวิทยาลัยชั้นนำในลอนดอน

  • ค่าที่พักและค่าครองชีพถูกกว่าลอนดอนเกือบ 40% ตามบทความที่เปรียบเทียบมหาวิทยาลัยนอกลอนดอน

ค่าครองชีพ

  • อยู่ในช่วงของ “เมืองอื่น ๆ” ตามตาราง: £880 – £1,600/เดือน

ข้อดี

  • เมืองมหาวิทยาลัยที่มีค่าใช้จ่ายในระดับกลางถึงต่ำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมงบ แต่ยังอยากอยู่เมืองที่มีชีวิตชีวา

บริสตอล (Bristol)

จุดเด่น

  • เมืองมหาวิทยาลัยทางตะวันตกเฉียงใต้ มีชีวิตสร้างสรรค์และบรรยากาศอบอุ่น

  • มี University of Bristol ที่ค่าเทอมระดับ £26,000 – £35,000 (ราว 1.2 – 1.6 ล้านบาท)

  • บทความด้านโรงเรียนมัธยมระบุว่า เป็นเมืองที่ “สนับสนุนทั้งด้านวิชาการและกิจกรรมสร้างสรรค์” เหมาะกับผู้ที่ต้องการสมดุลระหว่างการเรียนและการใช้ชีวิต

ค่าครองชีพ

  • จัดเป็นเมืองนอกลอนดอน ค่าครองชีพในภาพรวมต่ำกว่าลอนดอน แต่สูงกว่าเมืองเล็กมากๆ บางแห่ง

ข้อดี

  • เมืองมหาวิทยาลัยที่มีสนามบินของตัวเอง การเดินทางสะดวก

  • เหมาะกับนักเรียนที่ชอบเมืองใหญ่แต่ไม่วุ่นวายเท่าลอนดอน

ค่าเช่าที่พัก: หอใน หอนอก อพาร์ตเมนต์ แชร์เฮ้าส์ (ช่วงราคา)

แม้ข้อมูลจะไม่ได้แจกแจงรายเมืองแบบละเอียด แต่จากตารางค่าครองชีพและสรุปค่าใช้จ่ายในการเรียนภาษาที่อังกฤษ สามารถสรุปช่วงราคาค่าที่พักได้ดังนี้

ภาพรวมค่าที่พักต่อเดือน (เรียนภาษา/มหาวิทยาลัย)

อ้างอิงจากสรุปค่าใช้จ่ายเรียนภาษาที่อังกฤษ

  • ลอนดอน: ค่าที่พัก 1 เดือนอยู่ในช่วง 50,000 – 75,000 บาท
    เมื่อเทียบกับตารางค่าครองชีพที่ให้ช่วง £900 – £1,500/เดือน ตัวเลขนี้สอดคล้องกัน

  • นอกลอนดอน: ค่าที่พัก 1 เดือนประมาณ 40,000 – 55,000 บาท
    ซึ่งสอดคล้องกับช่วง £500 – £900/เดือน ที่ระบุในตารางเมืองอื่น ๆ

รูปแบบที่พักที่พบได้บ่อย

  1. หอในมหาวิทยาลัย / Boarding (โรงเรียนประจำ)

    • ในระดับมัธยม โรงเรียนประจำส่วนใหญ่เป็นแบบ Boarding รวมที่พักและอาหาร 3 มื้อในโรงเรียน

    • ในระดับมหาวิทยาลัย หอในมักคิดรวมค่าอินเทอร์เน็ต บิลต่าง ๆ และบางแห่งรวมอาหารบางมื้อ

  2. หอนอก / Student Residence

    • มักจัดการโดยเอกชน ใกล้มหาวิทยาลัย เดินทางสะดวก

    • ค่าที่พักมักอยู่ช่วงกลางถึงสูง โดยเฉพาะในลอนดอน

  3. อพาร์ตเมนต์ / แชร์เฮ้าส์

    • เหมาะกับนักเรียนที่ต้องการความยืดหยุ่นและประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว

    • การแชร์บ้านกับเพื่อนช่วยลดค่าเช่าห้องต่อคนลงได้มาก โดยเฉพาะในเมืองนอกลอนดอน

ข้อมูลโดยรวมชี้ให้เห็นว่า ค่าเช่าในลอนดอนสูงกว่าเมืองอื่น ๆ อย่างชัดเจน และเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าครองชีพในเมืองหลวงพุ่งสูงกว่าหลายเมืองมหาวิทยาลัยอื่นในอังกฤษ

เมืองไหนคุ้มค่านักเรียนไทยที่สุด (ตามงบประมาณและสาขาที่เรียน)

จากข้อมูลที่มี สามารถจัดกลุ่มความ “คุ้มค่า” ของเมืองในอังกฤษสำหรับนักเรียนไทยโดยดูจากค่าเทอมและค่าครองชีพร่วมกันได้ดังนี้

กลุ่มงบสูง: เน้นมหาวิทยาลัยท็อปและเมืองหลวง

เหมาะกับผู้ที่:

  • ตั้งเป้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น Imperial College London, UCL, King’s College London

  • ต้องการบรรยากาศเมืองใหญ่ระดับโลก และเครือข่ายนานาชาติ

เมืองที่เข้าเกณฑ์

  • London (ลอนดอน)

ลักษณะค่าใช้จ่าย

  • ค่าเทอมส่วนใหญ่ช่วง £30,000 – £45,500+

  • ค่าครองชีพราว £1,450 – £2,400/เดือน

กลุ่มงบกลาง: เน้นมหาวิทยาลัยชั้นนำแต่นอกลอนดอน

เหมาะกับผู้ที่:

  • ต้องการมหาวิทยาลัยติดอันดับโลก แต่ต้องการลดค่าเทอมและค่าครองชีพลง

  • เน้นสายวิชาการ เช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม ธุรกิจ ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ลอนดอน

เมืองที่เข้าเกณฑ์

  • Manchester (University of Manchester)

  • Birmingham (University of Birmingham)

  • Leeds (University of Leeds)

  • Bristol (University of Bristol)

  • Glasgow, Edinburgh และเมืองมหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ นอกลอนดอนอื่น ๆ

ลักษณะค่าใช้จ่าย

  • ค่าเทอมช่วง £22,000 – £38,000 แล้วแต่สาขาและมหาวิทยาลัย

  • ค่าครองชีพตามตารางเมืองอื่น ๆ ราว £880 – £1,600/เดือน

  • ข้อมูลย้ำว่า “มหาวิทยาลัยนอกลอนดอนอย่าง Glasgow หรือ Leeds ค่าเทอมต่ำกว่า Imperial ได้เกือบครึ่ง และค่าเช่าหอพักก็ถูกกว่าลอนดอนอีกเกือบ 40%”

กลุ่มงบประหยัด: เมืองมหาวิทยาลัยขนาดกลาง–เล็ก เน้นภาษาหรือมัธยม

เหมาะกับผู้ที่:

  • เน้นการเรียนภาษาอังกฤษระยะสั้น–กลาง (1–11 เดือน)

  • ต้องการเข้าโรงเรียนประจำหรือโรงเรียนมัธยมในเมืองสงบ ปลอดภัย

  • ต้องการควบคุมงบประมาณอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้น

เมืองที่เข้าเกณฑ์

  • เมืองนอกลอนดอนที่เป็นเมืองการศึกษาแต่ขนาดไม่ใหญ่ เช่น York, Canterbury, Bath/Cheltenham, Shrewsbury, Cardiff เป็นต้น

ลักษณะค่าใช้จ่าย (เรียนภาษา)

  • จากสรุปค่าเรียนภาษา
    • ลอนดอน

      • 1 เดือน: 40,000 – 60,000 บาท (เฉพาะค่าเรียน)

      • 6 เดือน: 210,000 – 240,000 บาท

      • 9–11 เดือน: 320,000 – 400,000 บาท

    • นอกลอนดอน

      • 1 เดือน: 35,000 – 45,000 บาท

      • 6 เดือน: 160,000 – 200,000 บาท

      • 9–11 เดือน: 230,000 – 300,000 บาท

  • ค่าที่พักนอกลอนดอนต่ำกว่าลอนดอน 10,000 – 20,000 บาท/เดือน

ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่า สำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการ “คุ้มค่า” ในเชิงงบประมาณ เมืองนอกลอนดอนคือคำตอบ โดยเฉพาะหากเน้นสายภาษาหรือสายวิชาการที่ไม่จำเป็นต้องผูกกับเมืองหลวง

เคล็ดลับประหยัดค่าใช้จ่าย: เลือกย่านที่พัก การเดินทาง และการจัดสรรรายเดือน

การบริหารค่าใช้จ่ายในอังกฤษไม่ได้หมายถึงการเลือกตัวเลือกที่ถูกที่สุดเสมอไป แต่คือการทำให้เงินทุกบาท “คุ้มค่าที่สุด” จากข้อมูลที่มี สามารถสรุปแนวทางได้หลายข้อ

1. เลือกเมืองและย่านที่พักให้เหมาะกับงบ

  • เลือกเรียน นอกลอนดอน หากงบประมาณจำกัด แล้วค่อยเดินทางเข้าไปเที่ยวลอนดอนในวันหยุด

  • เลือกพัก Host Family สำหรับนักเรียนอายุ 18+ ที่เรียนภาษา หรือหลักสูตรเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย เพราะช่วยประหยัดค่าอาหาร และได้ฝึกภาษาในสภาพแวดล้อมจริง

  • เมืองเล็กหรือเมืองมหาวิทยาลัย เช่น York, Canterbury, Shrewsbury ฯลฯ มักมีค่าที่พักและค่าอาหารถูกกว่าเมืองใหญ่

2. วางแผนค่าเดินทาง

  • ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถบัส ซึ่งมักถูกกว่ารถไฟ แม้ใช้เวลานานกว่า

  • ซื้อบัตรรายสัปดาห์/รายเดือน เพื่อลดค่าเดินทางต่อเที่ยว

  • วางแผนจองตั๋วล่วงหน้าเพื่อให้ได้ราคาถูกลง และใช้บัตรลดค่ารถไฟ (เช่น Young Rail Card ที่ถูกกล่าวถึงในบริบทการลดค่าเดินทาง 1/3 ของค่าตั๋ว)

3. การจัดการค่าอาหารและของใช้

  • ทำอาหารกินเองเป็นหลัก โดยเฉพาะในเมืองที่ซูเปอร์มาร์เก็ตมีโปรลดราคาหลังเวลาเย็น (มีการระบุว่าหลายห้างลดราคาป้ายเหลืองช่วงประมาณ 19:30 เป็นต้นไป)

  • ใช้ Student Card ขอส่วนลดจากร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า และบริการต่าง ๆ ที่รองรับนักเรียน

  • ช่วงลดราคาพิเศษ เช่น Boxing Day (26 ธันวาคม) เป็นช่วงเวลาที่ของหลายอย่างลดมากกว่า 70% ช่วยประหยัดค่าเสื้อผ้าและของใช้ได้มาก หากวางแผนซื้อของสำคัญช่วงนี้

4. ลดต้นทุนด้านการเงินและการชำระเงินต่างประเทศ

  • บทความหนึ่งยกตัวอย่างว่าการรูดบัตรเครดิตไทยในอังกฤษมักมีค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่างประเทศ (Foreign Transaction Fee) ราว 2.5% ซึ่งหากใช้จ่ายค่าเทอมระดับ £45,500 จะเสียค่าธรรมเนียมได้ถึงราว 70,000 บาท

  • แนะนำให้ใช้บัตรเดินทางที่ไม่มีค่าธรรมเนียมลักษณะนี้เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่าย โดยให้ตัวอย่างว่าหากค่าใช้จ่ายต่อเดือน £1,500 การเปลี่ยนจากบัตรเครดิตปกติมาใช้บัตรดังกล่าวสามารถประหยัดได้ถึงราว £450/ปี หรือประมาณ 20,000 บาท

การเตรียมตัวด้านเอกสาร วีซ่า การเงิน และการหาที่พักล่วงหน้า

การเตรียมเอกสารและวางแผนล่วงหน้ามีผลอย่างมากต่อความราบรื่นของการไปเรียนต่ออังกฤษ โดยเฉพาะในปี 2026 ที่กฎระเบียบของวีซ่ายังเข้มงวดเหมือนเดิม

ประเภทวีซ่าที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิงจากคู่มือวีซ่า

  • Student Visa: สำหรับผู้มีอายุ 16 ปีขึ้นไป เรียนหลักสูตรมากกว่า 6 เดือน (ระดับปริญญา หรือหลักสูตรระยะยาว)

  • Child Student Visa: สำหรับนักเรียนอายุ 4–17 ปี ที่เรียนในโรงเรียนมัธยมเอกชน หรือ Boarding School

  • Standard Visitor Visa: สำหรับการเรียนระยะสั้นไม่เกิน 6 เดือน เช่น คอร์สภาษาอังกฤษระยะสั้น

เอกสารสำคัญในการขอวีซ่า (Student/Child Student)

  1. CAS (Confirmation of Acceptance for Studies)

    • จดหมายรับรองการเข้าเรียนจากสถาบัน ซึ่งมีเลขอ้างอิงสำคัญสำหรับการยื่นวีซ่า

  2. หลักฐานทางการเงิน

    • ต้องแสดงว่า มีเงินเพียงพอสำหรับค่าเทอมและค่าครองชีพตามเกณฑ์ และเงินต้องอยู่ในบัญชีอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 28 วันก่อนยื่น

  3. ผลตรวจสุขภาพ (TB Test)

    • นักเรียนไทยที่เรียนระยะยาวต้องตรวจวัณโรคจากศูนย์ที่ได้รับการรับรอง

  4. หลักฐานความรู้ภาษาอังกฤษ

    • เช่น IELTS for UKVI ตามระดับที่หลักสูตรกำหนด

ขั้นตอนหลักในการสมัครวีซ่า (สรุป 8 ขั้นตอน)

  1. ตรวจสอบคุณสมบัติและรับ CAS จากสถาบัน

  2. เตรียมและแปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษผ่านศูนย์แปลที่ได้รับการรับรอง

  3. กรอกแบบฟอร์มวีซ่าออนไลน์ในเว็บไซต์ GOV.UK

  4. ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า และค่าประกันสุขภาพ (IHS)

  5. จองคิวยื่นเอกสารและเก็บข้อมูล Biometrics ที่ศูนย์ VFS

  6. อัปโหลดเอกสารให้ครบถ้วนตามเช็กลิสต์

  7. เดินทางไปศูนย์ VFS เพื่อถ่ายรูปและสแกนลายนิ้วมือ

  8. รอผล และเตรียมรับพาสปอร์ต/ข้อมูล e-visa ก่อนเดินทาง

ค่าธรรมเนียมวีซ่าในปี 2026 อยู่ราว £524 (ตามข้อมูล ณ มีนาคม 2569) และยังมีค่า IHS เพิ่มตามระยะเวลาวีซ่า

การวางแผนงบและบัญชีแสดงฐานะ

  • สำหรับคอร์สภาษาและระยะสั้น ข้อมูลตัวอย่างระบุว่า
    • 1 เดือน: ใช้งบประมาณรวม (เรียน + ที่พัก + อาหาร) ตั้งแต่ 375,000 บาทขึ้นไป

    • 1 เทอม (10–12 สัปดาห์): เริ่มประมาณ 798,000 บาท

    • 1 ปี: เริ่มประมาณ 2,200,000 บาทขึ้นไป (ยังไม่รวมตั๋วเครื่องบินและค่าใช้จ่ายเสริม)

  • สถาบันแนะแนวบางแห่งแนะนำให้เตรียม Statement ตามระยะเวลาที่เรียน เช่น
    • 1–3 เดือน: 300,000 บาท

    • 3–6 เดือน: 600,000 บาท

    • 7–9 เดือน: 800,000 บาท

    • 9–11 เดือน: 900,000 บาท

ตั๋วเครื่องบินและการเดินทาง

  • ตั๋วไป–กลับไทย–อังกฤษโดยรวมอยู่ช่วง 35,000 – 45,000 บาท แล้วแต่ช่วงเวลาและสายการบิน

  • เส้นทาง Bangkok–London บินตรงใช้เวลาประมาณ 12–13 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 25,000 – 38,000 บาท

  • เส้นทาง Bangkok–Manchester ต้องต่อเครื่อง ใช้เวลารวม 16–20 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 26,000 – 40,000 บาท

การจองตั๋วล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงช่วงพีค เช่น ปลายปีหรือช่วงเปิดเทอมใหม่ สามารถช่วยประหยัดค่าเดินทางได้มาก

สรุป: เลือกเมืองให้เหมาะกับงบและไลฟ์สไตล์ของนักเรียนไทย

จากข้อมูลทั้งหมด สามารถสรุปแนวทางเลือกเมืองเรียนต่ออังกฤษสำหรับนักเรียนไทยได้ดังนี้

  • หากต้องการ ชื่อเสียงระดับโลกและเครือข่ายนานาชาติสูงสุด และงบประมาณเพียงพอ
    → ลอนดอน เหมาะกับผู้ที่รับได้กับค่าครองชีพระดับสูง แลกกับโอกาสและประสบการณ์ในเมืองระดับโลก

  • หากต้องการ มหาวิทยาลัยชั้นนำแต่ควบคุมค่าใช้จ่าย
    → เมืองใหญ่นอกลอนดอน เช่น แมนเชสเตอร์ เบอร์มิงแฮม ลีดส์ บริสตอล กลาสโกว์ เอดินบะระ เหมาะกับนักเรียนที่ต้องการสมดุลระหว่างคุณภาพการศึกษาและค่าครองชีพ

  • หากต้องการ เมืองสงบ ปลอดภัย เน้นวิชาการหรือภาษา และอยากประหยัด
    → เมืองมหาวิทยาลัยขนาดกลางหรือเล็ก เช่น Oxford, Cambridge, York, Canterbury, Bath/Cheltenham, Shrewsbury, Cardiff เหมาะกับนักเรียนมัธยมและผู้ที่ต้องการโฟกัสกับการเรียนภาษาอย่างเต็มที่

สุดท้าย การเลือกเมืองไม่ได้มีคำตอบเดียวที่ถูกต้องเสมอ การดูทั้ง ค่าเทอม ค่าครองชีพ รูปแบบที่พัก ระบบขนส่ง ไลฟ์สไตล์ของตัวเอง และเป้าหมายการเรียน ร่วมกัน จะช่วยให้นักเรียนไทยและผู้ปกครองวางแผนได้ตรงจุด และใช้เงินทุกบาทได้คุ้มค่าที่สุดในการไปเรียนต่ออังกฤษในปี 2026 และต่อจากนั้น

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

มหกรรมวิทยาศาสตร์ เปิดโลกหุ่นยนต์คลื่นสมอง โค้ดดิ้ง และอวกาศสำหรับทั้งครอบครัว

มหกรรมวิทยาศาสตร์ เปิดโลกหุ่นยนต์คลื่นสมอง โค้ดดิ้ง และอวกาศสำหรับทั้งครอบครัว

กานต์สินี เทียนทอง25 ส.ค. 2569
เมื่อเด็กเปราะบางไม่ถูกปล่อยทิ้ง สร้างพื้นที่ปลอดภัยด้วยพลังหลายภาคส่วน

เมื่อเด็กเปราะบางไม่ถูกปล่อยทิ้ง สร้างพื้นที่ปลอดภัยด้วยพลังหลายภาคส่วน

บิวแม่มือใหม่25 ส.ค. 2569
หลักสูตรนานาชาติ ระดับประถม กำลังเปลี่ยนภาพการเรียนแบบสองภาษาอย่างไร

หลักสูตรนานาชาติ ระดับประถม กำลังเปลี่ยนภาพการเรียนแบบสองภาษาอย่างไร

วันว่างทุกวัน26 ส.ค. 2569
ตลาดจำลองสำหรับเด็ก ก้าวแรกของทักษะผู้ประกอบการและการสื่อสารยุคดิจิทัล

ตลาดจำลองสำหรับเด็ก ก้าวแรกของทักษะผู้ประกอบการและการสื่อสารยุคดิจิทัล

กานต์สินี เทียนทอง26 ส.ค. 2569
สร้างความมั่นใจทางการเงินให้ลูก ก่อนมีบัตรใบแรก

สร้างความมั่นใจทางการเงินให้ลูก ก่อนมีบัตรใบแรก

บิวแม่มือใหม่26 ส.ค. 2569
มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 จุดเปลี่ยนการเรียนรู้ STEM สำหรับครอบครัวยุค AI

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 จุดเปลี่ยนการเรียนรู้ STEM สำหรับครอบครัวยุค AI

กิ๊ฟเลี้ยงลูก27 ส.ค. 2569
Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!