เล่นไปอินไป กับเสน่ห์ “การละเล่นแบบดั้งเดิม” ของเด็กญี่ปุ่น
เกมดั้งเดิมของเด็กญี่ปุ่นไม่ได้เป็นแค่ของเล่นฆ่าเวลา แต่เต็มไปด้วย วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และความทรงจำร่วมของคนทั้งประเทศ
ตั้งแต่การเล่นด้วยมือแบบง่าย ๆ ไปจนถึงเกมกลางแจ้ง บอร์ดเกม เกมไพ่ รวมถึงเพลงเด็กและเพลงเล่นมือ ทุกอย่างล้วนมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้คนญี่ปุ่นหลายรุ่นยังนึกถึงแล้วใจฟู
บทความนี้จะพาไล่เรียง 30 การละเล่นยอดฮิต ที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคยกันดี พร้อมส่องเสน่ห์ วิธีเล่น และจุดที่ทำให้มันน่าเล่นจนถึงทุกวันนี้
1. “การเล่นด้วยมือ” ที่ทั้งฝึกสมองและนิ้ว
โอริกามิ – ศิลปะกระดาษพับที่กลายเป็นเกม

โอริกามิ คือการพับกระดาษแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ใช้เพียงกระดาษแผ่นเดียว พับให้กลายเป็นรูปต่าง ๆ ทั้งสัตว์ ดอกไม้ หรือยานพาหนะ
ไม่ใช้กรรไกร ไม่ใช้กาว แต่ได้รูปทรงที่ซับซ้อนอย่างเหลือเชื่อ
ช่วยฝึกความคล่องแคล่วของนิ้ว และการมองภาพเชิงมิติ
มีทั้งแบบง่ายสำหรับเด็กเล็ก ไปจนถึงแบบขั้นเทพที่ผู้ใหญ่ยังต้องใช้สมาธิสูง
อายาโทริ – ดึงเชือกเส้นเดียวให้กลายเป็นร้อยรูป

อายาโทริคือเกมใช้เชือกเส้นเล็ก ๆ ขึงระหว่างนิ้วทั้งสองมือแล้วจัดรูปให้กลายเป็นลวดลายต่าง ๆ
เล่นคนเดียวก็ได้ หรือเล่นแบบผลัดกันเปลี่ยนรูปเชือกก็สนุก (สไตล์รีเลย์)
ลายยอดฮิต เช่น “โตเกียวทาวเวอร์” “ไม้กวาด” “สะพาน”
กติกาเรียบง่าย ใช้แค่เชือกเส้นเดียว เด็กทุกวัยเลยเล่นได้
เกมแนวเดียวกันยังมีให้เห็นในหลายประเทศ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ญี่ปุ่น
เคนดามะ – ไม้หนึ่งอัน ลูกบอลหนึ่งลูก แต่ท่ามีไม่จำกัด

เคนดามะคือของเล่นที่มีลูกบอลไม้ผูกด้วยเชือกเข้ากับด้ามที่มีถ้วยและปลายแหลม ใช้โยนลูกบอลขึ้นแล้วรับด้วยจานหรือปลายดาบ
ท่าพื้นฐานเช่น “จานใหญ่” “จานกลาง” “จานเล็ก”
ท่าขั้นสูง เช่น “ประภาคาร” “เครื่องบิน”
เล่นแล้วได้ทั้งสมาธิ การควบคุมร่างกาย และความรู้สึกบาลานซ์
ทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ของเล่น แต่ยังมีการแข่งจริงจังถึงระดับประเทศ
ลูกโป่งกระดาษ – เบา สีสวย และทนกว่าที่คิด

ลูกโป่งกระดาษทำจากกระดาษญี่ปุ่นบาง ๆ พองลมแล้วใช้มือเด้งเล่นให้อยู่กลางอากาศ
วิธีเล่นพื้นฐานคือเป่าลมให้พอง แล้วใช้นิ้วเคาะเบา ๆ เพื่อให้ลอย
แม้จะเป็นกระดาษ แต่ไม่ขาดง่าย เด็กเล็กก็เล่นได้สบาย
มักเห็นตามงานประเพณี โดยเฉพาะช่วงปีใหม่และหน้าร้อน
สีสันสดใสน่ารัก เอาไปใช้ตกแต่งห้องก็ยังได้
โอฮาจิกิ – ดีดชิ้นเล็ก ๆ แต่เกมจริงจัง

โอฮาจิกิคือเกมที่ใช้แผ่นเล็ก ๆ ทำจากแก้วหรือพลาสติก วางบนพื้นหรือตโต๊ะแล้วดีดให้เคลื่อน
เล่นโดยจัดโอฮาจิกิเป็นแถวหรือกระจาย แล้วดีดให้ไปถึงตำแหน่งที่ต้องการ
อีกแบบคือดีดไปชนของฝ่ายตรงข้าม
ดูเผิน ๆ ง่าย แต่ต้องควบคุมแรงนิ้วและทิศทางอย่างแม่นยำ
เทคนิคและกลยุทธ์เล็ก ๆ นี่แหละที่ทำให้เล่นแล้วติด
โอเทะดามะ – ถุงผ้าเล็ก ๆ ที่พาให้มือและจังหวะเข้ากัน

โอเทะดามะคือการโยนถุงผ้าใบเล็กที่ใส่ถั่วแดงหรือลูกปัดไว้ แล้วรับด้วยจังหวะต่อเนื่อง
เล่นได้ทั้งแบบใช้ถุงเดียว หรือหลายถุงสลับเหมือนการเล่นกล
บางครั้งจะเล่นไปพร้อมกับเพลงเด็ก เพิ่มความสนุกไปอีกขั้น
เป็นการละเล่นยอดฮิตของเด็กผู้หญิงในอดีต
คุณยายมักเย็บถุงโอเทะดามะให้หลานเอง กลายเป็นความทรงจำอบอุ่นในครอบครัว
เบโกมา – ลูกข่างโลหะสายฮาร์ดคอร์

เบโกมาคือลูกข่างโลหะขนาดเล็ก ใช้เชือกพันแล้วเหวี่ยงให้หมุน จากนั้นให้ลูกข่างปะทะกันเพื่อวัดผู้ชนะ
ชนะได้ทั้งการทำให้ของฝ่ายตรงข้ามล้ม หรือหมุนอยู่ได้นานกว่า
ต้องอาศัยเทคนิคทั้งท่าขว้างและความแรงของการหมุน
การดวลกันของคนที่ชำนาญจริง ๆ ดุเดือดแบบไม่แพ้กีฬา
สมัยก่อนฮิตมากในหมู่เด็ก ๆ ถึงขั้นมีจัดพื้นที่เล่นหน้าร้านขายขนม
2. “การเล่นกลางแจ้ง” ที่วิ่งจนเหงื่อซึมแต่หัวเราะดัง
เทมาริ – ลูกบอลด้ายลวดลายสวย

เทมาริเป็นลูกบอลที่ทำจากด้ายพันแน่น ลายสวยละเอียด เล่นด้วยการเด้งลงพื้นแล้วรับตามจังหวะ
มักเล่นด้วยมือข้างเดียว เป็นการฝึกจังหวะและการควบคุม
เดิมทีเป็นการละเล่นยอดนิยมในหมู่เด็กผู้หญิง
มีเพลง “Temari Song” ที่ร้องไปเล่นไป
ปัจจุบันเทมาริหลายลูกถูกใช้เป็นของตกแต่ง และนับเป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิมที่มีมูลค่าสูง
ไม้ค้ำถ่อ – ขึ้นสูงเมื่อไหร่ ความมั่นใจก็สูงตาม

ไม้ค้ำถ่อคือการใช้เสาไม้ไผ่ยาวที่มีที่เหยียบติดอยู่ ผู้เล่นต้องขึ้นไปยืนแล้วเดินไปข้างหน้าด้วยการทรงตัวให้ดี
เริ่มแรกจะเดินช้า ๆ พอคล่องแล้วถึงจะวิ่งหรือข้ามสิ่งกีดขวางได้
ช่วยเสริมกล้ามเนื้อแกนกลาง และฝึกการทรงตัวอย่างจริงจัง
บางท้องถิ่นมีจัดการแข่งขันเดินไม้ค้ำถ่อเป็นกิจกรรมชุมชน
เตะกระป๋อง – ผสมระหว่างซ่อนแอบกับไล่จับ

เตะกระป๋องคือเกมกลางแจ้งที่ผสมความรู้สึกของซ่อนหาและวิ่งไล่เข้าไว้ด้วยกัน
ตั้งกระป๋องไว้ตรงกลาง จากนั้นเลือกหนึ่งคนเป็นผี
เด็กที่เหลือแยกย้ายไปซ่อน ผีต้องออกตามหาและกลับมาที่กระป๋องพร้อมตะโกนชื่อคนที่เจอ
ถ้ามีคนแอบโผล่มาเตะกระป๋องได้ เด็กที่ถูกจับทั้งหมดจะถูกปล่อย
ผีเลยต้องทั้งปกป้องกระป๋องและหาคนซ่อน พร้อมกันในเกมเดียว
ดอกไม้ไฟ – สีสันของหน้าร้อนญี่ปุ่น

ดอกไม้ไฟเป็นสัญลักษณ์คู่ฤดูร้อนของญี่ปุ่น มีทั้งแบบ handheld และแบบไฟเย็นที่ดูละมุน
เล่นกับครอบครัวหรือเพื่อนช่วงค่ำ ได้ทั้งบรรยากาศและรูปสวย ๆ
สีเปลวไฟและประกายต่าง ๆ ทำให้แต่ละชิ้นให้ความรู้สึกไม่ซ้ำกัน
มีการเล่นแบบดูว่าใครถือไฟเย็นได้จนเปลวไฟหล่นช้าที่สุด เพิ่มความลุ้นเล็ก ๆ
ฟองสบู่ – ง่ายแต่ชวนเหม่อมอง

ฟองสบู่คือการเป่าน้ำสบู่ให้กลายเป็นฟองโปร่งใสหลากขนาด ลอยระยิบระยับกลางอากาศ
เป่าได้ทั้งฟองเล็ก ๆ รัว ๆ หรือฟองใหญ่ฟีลแฟนตาซี
สนุกกับการปล่อยให้ฟองลอยไปตามลม หรือแข่งกันทำฟองที่ใหญ่ที่สุด
แสงที่สะท้อนบนฟองสวยเป็นพิเศษเวลาเล่นกลางแจ้ง
ผู้ใหญ่เองก็ชอบ เพราะ ถ่ายรูปออกมาแล้วดูละมุนมาก
ทาเคะทมโบะ – แมลงปอไม้ไผ่ที่บินด้วยปลายนิ้ว

แมลงปอไม้ไผ่หรือทาเคะทมโบะ ทำจากไม้ไผ่รูปใบพัดเล็ก ๆ มีแกนให้จับ หมุนด้วยนิ้วให้มันบินขึ้นฟ้า
ถ้าหมุนแรงเกินไปหรือองศาผิด แมลงปอจะเสียสมดุลและตกเร็ว
ถ้าหมุนได้พอดี จะทะยานขึ้นสูงและบินไกล
สมัยก่อนเด็ก ๆ ทำใช้เองจากไม้ไผ่ เป็นทั้งเกมและงานประดิษฐ์
ปัจจุบันยังเห็นในกิจกรรมเวิร์กช็อปและชั้นเรียนงานฝีมือ
3. บอร์ดเกมแบบดั้งเดิม – สนุกแต่อัดแน่นด้วยกลยุทธ์
โชกิ – หมากรุกญี่ปุ่นที่ชิ้นกินแล้วเอามาใช้ต่อได้

โชกิเป็นเกมกระดานแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น เล่นบนกระดาน 9×9 เป้าหมายคือทำให้ “ราชา” ของฝ่ายตรงข้ามจนมุม
จุดเด่นสุด ๆ คือกฎ “ถือหิน” ที่สามารถนำตัวหมากของคู่แข่งที่เราจับได้กลับมาลงเป็นฝ่ายเราเอง
เพราะแบบนี้ เกมเลยพลิกได้ตลอด ไม่มีคำว่า “ปลอดภัยถาวร”
ในโลกมืออาชีพมีการจัดศึกใหญ่หลายรายการ และเป็นเกมที่คนต่างชาติจำนวนมากเริ่มหันมาสนใจ
โกะ – เรียบง่าย แต่ความลึกแทบไร้ขอบเขต

โกะมีต้นกำเนิดจากจีน แต่พัฒนารากลึกในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ใช้กระดาน 19×19 วางหมากดำ-ขาวสลับกันเพื่อยึดพื้นที่และล้อมหมากคู่ต่อสู้
กติกาเข้าใจไม่ยาก แต่การอ่านเกมและวางแผนลึกมาก
ช่วงต้นเกม กลางเกม และท้ายเกม ล้วนต้องใช้ทักษะคนละแบบ
เล่นแล้วได้ฝึกการคิด การมองภาพรวม และการคาดการณ์ระยะยาว
โอเทลโล – พลิกทีเดียวกระดานเปลี่ยน

โอเทลโลใช้กระดาน 8×8 กับชิปกลมสองด้าน (ขาว–ดำ) วางหมาก挟หมากฝ่ายตรงข้ามแล้วพลิกเป็นสีของเรา เป้าหมายคือจบเกมแล้วให้สีของเรามากที่สุด
กติกาเรียนรู้ได้ภายในไม่กี่นาที เหมาะกับมือใหม่ทุกวัย
แต่ปลายเกมนี่แหละที่กลยุทธ์จัดเต็ม ผลต่างแพ้ชนะพลิกกันในไม่กี่ตา
ช่วงแรกมักไม่เน้นถือหมากเยอะ แต่เน้นเตรียมจังหวะปิดเกมให้สวย
เพราะบาลานซ์ระหว่างดวงและฝีมือดีมาก เลยเป็นเกมครอบครัวที่เล่นได้ตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่
4. เกมไพ่แบบดั้งเดิม – เล็กแค่ไพ่ แต่อัดเต็มด้วยวัฒนธรรม
คารุตะ – ฟังไว หยิบไว

คารุตะคือเกมไพ่ที่แบ่งเป็นไพ่อ่านกับไพ่ให้หยิบ คนหนึ่งอ่าน อีกฝ่ายต้องรีบคว้าการ์ดที่ตรงกันให้เร็วที่สุด
เวอร์ชันดังสุดคือ “Hyakunin Isshu Karuta” ที่ใช้บทกลอนวากะ
ผู้อ่านท่องท่อนบน ผู้เล่นต้องจำและคว้าการ์ดท่อนล่างที่เข้าคู่ให้ทัน
ต้องใช้ทั้งความจำและการตอบสนองที่รวดเร็ว
มักเล่นในช่วงปีใหม่ และงานรวมญาติ เพราะเล่นได้หลายคนพร้อมกัน
ยังเป็นช่องทางสุดดีงามในการสัมผัสภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านบทกวีคลาสสิก
ฮานาฟุดะ – ไพ่ดอกไม้ที่เล่นแล้วรู้เลยว่าฤดูกาลเปลี่ยน

ฮานาฟุดะคือไพ่ลายดอกไม้และภาพสัญลักษณ์ตามฤดูกาลทั้งสี่ วิธีเล่นยอดนิยมคือ “โคอิโคอิ” ที่แข่งกันทำชุดไพ่ให้ได้แต้มสูง
มีบทบาทไพ่ที่ชวนให้นึกถึงฤดูกาล เช่น “ชมซากุระ” หรือ “ชมจันทร์”
เมื่อเข้าใจกติกาแล้วจะเห็นว่ามีมิติการวางแผนเยอะกว่าที่คิด
เดิมทีเป็นเกมผู้ใหญ่ แต่ปัจจุบันเข้าถึงง่ายขึ้นผ่านเกมและแอปพลิเคชัน ทำให้คนรุ่นใหม่รู้จักมากขึ้น
เมนโกะ – ดีดที ถ้าพลิกได้ก็เอากลับบ้าน
เมนโกะใช้การ์ดทำจากกระดาษแข็งหรือพลาสติก วางบนพื้นแล้วดีดให้ไพ่พลิกหรือปลิวจนชนะไพ่ฝ่ายตรงข้าม
มีทั้งแบบกลมและแบบสี่เหลี่ยม
เมื่อก่อนมักพิมพ์รูปตัวละครหรือมังงะยอดนิยมลงไป
ไม่ใช่แค่ดีดแรงอย่างเดียว ต้องคิดมุม ตำแหน่ง และแรงให้พอดี
ในยุคโชวะเป็นการละเล่นสุดฮิต เด็ก ๆ สนุกทั้งกับการแข่งและการสะสมการ์ด
5. เกมปีใหม่ – เล่นแล้วเฮง เล่นแล้วหัวเราะทั้งบ้าน
ฮาเนะสึกิ – แบตขนนกเวอร์ชันดั้งเดิม

ฮาเนะสึกิเป็นการเล่นลูกขนไก่แบบดั้งเดิม ใช้แผ่นไม้คล้ายไม้แบตตีขนนกที่มีลูกสีดำติดอยู่ให้ลอยอยู่กลางอากาศ
เล่นเป็นคู่ผลัดกันตี หรือเล่นคนเดียวดูว่าเราตีได้ต่อเนื่องกี่ครั้ง
แผ่นไม้บางอันมีลวดลายสวยมากจนกลายเป็นของประดับปีใหม่
ว่าวญี่ปุ่น – ปล่อยความหวังขึ้นไปกับท้องฟ้า

การเล่นว่าวเป็นกิจกรรมคู่ท้องฟ้ากว้าง ๆ ในช่วงปีใหม่ของญี่ปุ่น ว่าวแบบดั้งเดิมใช้กระดาษญี่ปุ่นและไม้ไผ่
แบบดัง ๆ เช่น “ว่าวเอโดะ” ทรงสี่เหลี่ยม หรือว่าวรูปตุ๊กตา “มูฉะ”
เคล็ดลับคือให้ลมช่วยพาว่าวขึ้น แล้วคุมเชือกให้ว่าวนิ่งไม่ตก
สมัยก่อนการปล่อยว่าวยังแฝงความหมายขอให้เด็ก ๆ แข็งแรงเติบโตดี
เสียงหัวเราะนําโชค – ปิดตาเรียงหน้า ยิ่งเพี้ยนยิ่งฮา
เสียงหัวเราะนําโชคเป็นเกมจัดเรียงชิ้นส่วนใบหน้า (ตา จมูก ปาก ฯลฯ) แบบหลับตาแล้วคลำวางลงบนกระดาษให้ครบหน้า
พอลืมตาดูใบหน้าที่ได้ ทุกคนมักหัวเราะกันลั่น
แบบที่ใช้กันบ่อยมักเป็นหน้า “โอคาเมะ” หรือ “เฮียวโตโกะ” ที่ดูมีเอกลักษณ์
เสน่ห์อยู่ตรงการออกแบบที่ดู “พลาดอย่างตั้งใจ” นี่แหละ
ซูโกโรคุ – ทอยเต๋าแล้วลุ้นไปจนช่องสุดท้าย
ซูโกโรคุคือบอร์ดเกมทอยเต๋าแล้วขยับตัวเดินตามช่อง มีอยู่สองสายหลักในแบบดั้งเดิม
“อิซึซูโกโรคุ” ที่ขยับไปบนกระดาน
“โดะจูซูโกโรคุ” ที่เน้นแข่งแพ้ชนะกันชัดเจน
มักเล่นกันทั้งครอบครัวช่วงปีใหม่ จุดสนุกคือ ไม่มีใครรู้ผลจนกว่าจะทอยเต๋าครั้งสุดท้าย เพราะโชคเป็นตัวแปรสำคัญมาก
ดารุมะโอโตชิ – เคาะผิดนิดเดียว พังทั้งหอ

ดารุมะโอโตชิคือการเอาบล็อกไม้ซ้อนกันเป็นชั้น มีหัวดารุมะอยู่ด้านบน แล้วใช้ค้อนเล็กเคาะบล็อกจากล่างขึ้นบนทีละชั้นโดยไม่ให้หอล้ม
เป้าหมายคือให้หน้าดารุมะยังอยู่สวย ๆ ด้านบน แต่บล็อกด้านล่างค่อย ๆ หายไป
ต้องใช้ทั้งแรงและการควบคุมที่ละเอียดมาก
เป็นเกมที่ดูเหมือนง่าย แต่เล่นจริงแล้วตื่นเต้นแบบเหงื่อซึม
ช่วงปีใหม่มักใช้รุ่นที่ดีไซน์ดารุมะมงคล เล่นไปยิ้มไป
ลูกข่าง – หมุนให้เนียน หมุนให้นาน แข่งกันมันส์มาก

ลูกข่าง (โคมะ) เป็นของเล่นที่หมุนด้วยเชือกหรือมือ แข่งกันว่าของใครหมุนได้นานหรือทำท่ายากได้เท่กว่า
มีทั้งแบบเหวี่ยงจากเชือกที่พันรอบตัวลูกข่างแล้วขว้างแรง ๆ
และแบบกายกรรมที่ให้ลูกข่างหมุนบนฝ่ามือ หรือบนไม้เล็ก ๆ
เป็นภาพคุ้นตาของวันปีใหม่ที่เด็ก ๆ ล้อมวงหมุนลูกข่างกัน
6. เพลงเด็ก & เพลงเล่นมือ – ท่าไม่เยอะ แต่ความสนุกเกินร้อย

เพลงเด็กของญี่ปุ่นจำนวนมากไม่ได้เป็นแค่เพลงให้ร้อง แต่ผูกอยู่กับเกมและท่าทางการเล่นอย่างชัดเจน ทำให้เด็ก ๆ ได้ทั้งร้อง เต้น วิ่ง และหัวเราะไปพร้อม ๆ กัน
โอชิคุระมันจู – เบียดตัวกันให้ตัวอุ่น
“โอชิคุระมันจู” เป็นการละเล่นที่ทุกคนนั่งหรือยืนเป็นวง หันหลังชนกันแล้วเบียดตัวไปมาขณะร้องเพลง
เล่นช่วงหน้าหนาวจะฟินเป็นพิเศษ เพราะยิ่งเบียด ร่างกายยิ่งอุ่น
เรียบง่าย แต่หัวเราะดังทั้งวง
เนื้อเพลง (ตัวอย่าง)
おしくらまんじゅう
おされてなくな
Oshikura manju
Osarete nakuna
ฮานะอิจิมนเมะ – แบ่งทีมแล้วร้อง เรียกเพื่อนเข้ากลุ่ม
“ฮานะอิจิมนเมะ” เป็นเกมที่แบ่งเด็กออกเป็นสองทีม จับมือกันเป็นแถวสลับกันร้องเพลง แล้วตอนท้ายเลือกเรียกชื่อคนที่อยากดึงเข้าทีม
ปิดท้ายด้วยการเป่ายิงฉุบ ถ้าชนะก็ได้เพื่อนอีกฝ่ายมาเข้ากลุ่ม
เป็นการเล่นที่ทั้งใช้เสียง เพลง และความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน
เนื้อเพลง (ตัวอย่าง)
勝ってうれしい はないちもんめ
負けてくやしい はないちもんめ
あの子がほしい あの子じゃわからん
この子がほしい この子じゃわからん
相談しましょ そうしましょ
Katte ureshii hanaichi monme
Makete kuyashii hanaichi monme
Anoko ga hoshii Anoko jya wakaran
Konoko ga hoshii Konoko jya wakaran
Soudan shimasho soushimasyo
โทรยันเสะ – เดินลอดซุ้ม แล้วลุ้นตอนจบ
“โทรยันเสะ” คือเกมที่มีคนสองคนจับมือทำเป็นซุ้ม เด็กที่เหลือเดินลอดไปพร้อมร้องเพลง
ตอนท่อนท้ายซุ้มจะลดลงมาจับคนที่อยู่ใต้โค้ง
คนที่ถูกจับจะกลายเป็นตัวละครพิเศษ (เช่น ปีศาจ หรือตัวแทนในเกม)
เพลงนี้มีทำนองที่ฟังแล้วเหมือนเล่าเรื่องเก่า ๆ ชวนขนลุกเบา ๆ
เนื้อเพลง (ตัวอย่าง)
通りゃんせ 通りゃんせ
ここはどこの細道じゃ
天神さまの細道じゃ
ちょっと通してくだしゃんせ
ご用のないもの通しゃせぬ
この子の七つのお祝いに
お札を納めにまいります
行きはよいよい 帰りはこわい
こわいながらも 通りゃんせ 通りゃんせ
Toryanse toryanse
Koko ha doko no hosomichi jya
Tenjin sama no hosomichi jya
Chotto tooshite kudasyanse
Konoko no nanatsu no oiwai ni
Ofuda wo osame ni mairi masu
Iki ha yoiyoi kaeri ha kowai
Kowai nagaramo toryanse toryanse
คาโกเมะ คาโกเมะ – เกมวงกลมที่บรรยากาศชวนขนลุกนิด ๆ
“Kagome Kagome” ให้คนหนึ่งนั่งกลางวง หลับตา เด็กคนอื่นเดินวนไปรอบ ๆ พร้อมร้องเพลง
ช่วงท้ายของเพลง คนกลางต้องเดาว่าคนที่อยู่ด้านหลังคือใคร
แม้จะเป็นเกมเด็ก แต่เนื้อเพลงและบรรยากาศทำให้โด่งดังในฐานะเพลงที่ดูมีอะไรซ่อนอยู่
เนื้อเพลง (ตัวอย่าง)
かごめ かごめ
かごの中の鳥は
いついつ出やる
夜明けの晩に
鶴と亀がすべった
後ろの正面 だあれ?
Kagome kagome
Kago no naka no tori ha
Itsu itsu deyaru
Yoake no ban ni
Tsuru to kame ga subetta
Ushiro no syomen daare?
อานตะกาตะ โดโคสะ – เพลงบอลจังหวะมัน
เพลงนี้เล่นคู่กับลูกบอล ให้เด้งและรับตามจังหวะเพลง
วลี “ฮิโกสะ คุมาโมโตะ ซา” เป็นท่อนที่คนญี่ปุ่นจำกันได้ดี
เล่นไปสักพักจะรู้สึกว่า มือ บอล และจังหวะของเรากลายเป็นหนึ่งเดียว
เนื้อเพลง (ตัวอย่าง)
あんたがた どこさ
肥後さ 肥後どこさ
熊本さ 熊本どこさ
せんばさ せんば山にはタヌキがおってさ
それを漁師が鉄砲で撃ってさ
煮てさ 焼いてさ 食ってさ
それを木の葉でちょいとかぶせ
Anta gata dokosa
Higo sa higo dokosa
Kumamoto sa kumamoto dokosa
Senba sa senba yama niha tanuki ga ottesa
Sore wo ryoshi ga teppou de utttesa
Nitesa yaitesa kuttesa
Sore wo konoha de choito kabuse
โอจาระกาฮอย – ปรบมือพร้อม เสี่ยงดวงด้วยเป่ายิงฉุบ
“Ochara Kahoi” เป็นเกมที่ทุกคนปรบมือตามจังหวะเพลง แล้วตบท้ายด้วยการเป่ายิงฉุบตัดสินแพ้ชนะ
ได้ทั้งฝึกจังหวะ ฝึกการเคลื่อนไหวมือ และได้เสียงหัวเราะตอนเป่ายิงฉุบตัดสินกัน
ตัวอย่างท่อนเพลง
おちゃらか おちゃらか おちゃらか ほい
おちゃらか おちゃらか おちゃらか ほい
おちゃらか おちゃらか おちゃらか ほい
Ocharaka ocharaka ocharaka hoi
Ocharaka ocharaka ocharaka hoi
Ocharaka ocharaka ocharaka hoi
สรุป: ทำไมการเล่นแบบดั้งเดิมถึงยังเท่ในยุคดิจิทัล
ใช้ของน้อย แต่สร้าง ประสบการณ์ร่วมเยอะมาก
ได้ทั้งฝึกสมาธิ การเคลื่อนไหว ความคิด และปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
แอบสอดแทรกวัฒนธรรมญี่ปุ่นไว้เต็มไปหมด ทั้งภาษากลอน ดนตรี ลายดอกไม้ หรือความเชื่อเรื่องฤดูกาลและความเป็นมงคล
ถ้าคุณชอบการ์ดเกม บอร์ดเกม หรือของเล่นที่มี “เรื่องราว” อยู่เบื้องหลัง การละเล่นดั้งเดิมของญี่ปุ่นเหล่านี้คือแหล่งไอเดียที่ดีมาก ทั้งเอาไปเล่นจริง หรือเอาไปดัดแปลงเป็นกติกาใหม่ ๆ ก็ยังได้
ความสนุกแบบโลว์เทค แต่โคตรไฮคัลเจอร์ ยังไม่เคยเอาท์ และยิ่งขุดก็ยิ่งเจอเสน่ห์ซ่อนอยู่เยอะกว่าที่คิด

