รับแอปรับแอป

GMM Music ทะยานฝ่าพายุเศรษฐกิจ: รายได้พุ่ง 20% กำไรพุ่งแรง โชว์บิซ-สตรีมมิ่งแรงไม่พัก

ณัฐวดี ชูศรี01-31

GMM Music โตสวนกระแสเศรษฐกิจ แบบไม่เกรงใจภาวะตลาด

GMM Music เปิดตัวผลงานไตรมาสแรกปี 2568 แบบสุดปัง โตสวนทางเศรษฐกิจไทยที่ยังผันผวนต่อเนื่อง ยืนยันชัดว่า ธุรกิจเพลงไม่เหมือนธุรกิจสื่อทั่วไป เพราะเติบโตบนฐานตลาดที่ยังมีศักยภาพสูง และการวางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในระยะสั้น กลาง และยาว

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา GMM Music เดินเกมยาว เสริมความแข็งแรงให้ 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ทั้งด้านคุณภาพและปริมาณคอนเทนต์ พร้อมผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับโลกและเอเชียอย่าง Tencent, TME, Warner Music Asia, YG และ LDH เพื่อปั้นผลงานและโอกาสใหม่ ๆ ในฐานะ Music Pure Play อย่างแท้จริง

ภาพรวมผลประกอบการ: รายได้โต กำไรพุ่ง ไม่ได้มาเล่น ๆ

ผู้บริหารย้ำว่าท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน หลายธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์โดน Disrupt และรายได้ชะลอตัว แต่ ธุรกิจเพลงยังยืนหนึ่ง ผ่านพ้นคลื่น Disruption และเข้าสู่ช่วง Growth Stage ได้อย่างมั่นคง

เบื้องหลังความสำเร็จมาจาก

  • การวางกลยุทธ์รอบด้านทั้งระยะสั้น กลาง และยาว

  • ทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์สูง

  • การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

  • การสร้างสรรค์ผลงานที่ตอบโจทย์ตลาดและผู้บริโภคแบบทันเกม

ในปี 2567 GMM Music ทำรายได้รวมกว่า 4,056 ล้านบาท อัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ช่วงปี 2565-2567 อยู่ที่ 15% ต่อปี ส่วนกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 8.03% จากงวดสิ้นปี 2566 อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 10.73% ใกล้เคียงกับปีก่อน ๆ แต่มี CAGR กำไรเฉลี่ยถึง 19.53% ต่อปี ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

Q1/68: รายได้ทะลุพันล้าน กำไรโตเกือบ 50%

ไตรมาส 1 ปี 2568 GMM Music ยังรักษาฟอร์มแรงอย่างต่อเนื่อง

  • รายได้รวมอยู่ที่ 1,073.18 ล้านบาท โตเกือบ 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

  • กำไรสุทธิอยู่ที่ 155.39 ล้านบาท โตแรงถึง 46.84% เมื่อเทียบปีต่อปี

ตัวเลขแบบนี้ไม่ได้บอกแค่ว่าธุรกิจอยู่รอด แต่มันแสดงให้เห็นว่า กำลังเร่งเติบโตบนฐานที่มั่นคง

4 เสาหลักธุรกิจ: โครงสร้างรายได้ที่หนาแน่น

1. กลุ่มธุรกิจดิจิทัลมิวสิค (Digital Streaming)

กลุ่มนี้ทำรายได้ 30 ล้านบาท เติบโตจากธุรกิจ Digital Subscription บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งต่าง ๆ แม้รายได้โฆษณาบน Video และ Audio Streaming จะลดลงเล็กน้อยตามภาวะเม็ดเงินโฆษณาที่หดตัว แต่ไม่กระทบภาพรวมมากนัก

หัวใจสำคัญคือ

  • การเติบโตของ Recurring Revenue จากการบริหารจัดการลิขสิทธิ์เพลง (Music IP)

  • การจัดการทั้ง เพลงใหม่ (New Release) และ คลังเพลงฮิต (Back Catalog) จำนวนมหาศาลที่ยังฟังแล้วไม่เบื่อ

จุดแข็งคือ IP ที่ทรงพลัง และการจัดการพอร์ตเพลงที่ฉลาดและยืดหยุ่น

2. กลุ่มธุรกิจบริหารลิขสิทธิ์ (Right Management)

รายได้กลุ่มนี้มากกว่า 94.42 ล้านบาท ยังเติบโตได้ดีแม้สภาวะตลาดจะท้าทาย เพราะวางแผนล่วงหน้าและคิดระยะยาวร่วมกับพาร์ทเนอร์หลากหลายสาย

แรงหนุนสำคัญมาจาก

  • การเติบโตของ คอนเสิร์ต ต่าง ๆ

  • งาน Music Festival ที่จัดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ยิ่งมีอีเวนต์มาก ลิขสิทธิ์ก็ยิ่งถูกใช้มาก รายได้ก็ยิ่งไหลเข้าต่อเนื่อง

3. กลุ่มธุรกิจบริหารศิลปิน (Artist Management)

กลุ่มนี้ยังรักษาเสถียรภาพรายได้ได้ดี โดยเฉพาะ

  • รายได้จาก Sponsorship พุ่งขึ้นกว่า 108%

  • งานจ้างศิลปินขึ้นเวที (Live Show) ยังคงอยู่ในระดับมาตรฐานเดิม

ส่วนงาน Presenter และ Tailormade มีผลประกอบการลดลงเล็กน้อย เพราะความผันผวนของงบโฆษณาแต่ละไตรมาส แต่โดยรวมยังถือว่าฐานธุรกิจแข็งแรง

4. กลุ่มธุรกิจโชว์บิซ (คอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรี)

นี่คือ เสาหลักที่ร้อนแรงที่สุดในไตรมาสนี้

  • รายได้สูงสุดที่ 358.68 ล้านบาท

  • เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 45%

  • จำนวนผู้ชมกว่า 220,000 คน เพิ่มขึ้นกว่า 100% จากปีก่อน

พลังของโชว์บิซมาจาก Music Festival และคอนเสิร์ตระดับประเทศในไตรมาส 1 เช่น

  • เทศกาลดนตรี Rock Mountain

  • เฉียงเหนือเฟส

  • พุ่งใต้เฟส

  • นั่งเล มิวสิคเฟสติวัล

  • เทศกาลน้องใหม่ FAAD Festival

  • คอนเสิร์ตใหญ่ Cocktail Ever Live ที่แฟนเพลงเทใจให้เต็มพิกัด

เมื่อคนอยากออกไปฟังคอนเสิร์ตมากขึ้น โชว์บิซก็กลายเป็นเครื่องยนต์ตัวใหญ่ของรายได้ทันที

ธุรกิจใหม่ BLKGEM: ดาวรุ่งที่โตแรง 83%

อีกปัจจัยที่ช่วยดันการเติบโตของ GMM Music คือธุรกิจใหม่ BLKGEM สถาบันศิลปะบันเทิงที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง GMM Music และ Harlem Shake ภายใต้การบริหารของครูเจด้า – อภิสราฐ์ เพชรเรืองรอง

BLKGEM สามารถสร้างรายได้เติบโตสูงถึง 83% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นว่า ตลาดการพัฒนาศิลปินและคนรุ่นใหม่ในสายบันเทิงยังโตได้อีกมาก

หมัดเด็ดด้านคอนเทนต์: ยอดวิว-ยอดสตรีมพุ่งทุกมิติ

ในเชิงคอนเทนต์ GMM Music ทำตัวเลขการรับชมและการฟังเพลงได้สวย

  • ยอดการรับชมวิดีโอและฟังเพลงเติบโตมากกว่า 26% จากปีก่อน

ด้านวิดีโอ

  • ยอดวิวเติบโต 22% จาก 4,472 ล้านวิว เป็น 5,492 ล้านวิว

  • Back Catalog โต 13%

  • ผลงานใหม่ (New Release) โต 25%

ด้านเพลงแบบ Audio

  • ยอดสตรีมเติบโต 49% จาก 629 ล้าน เป็น 939 ล้านครั้ง

  • Back Catalog โต 10%

  • ผลงานใหม่ (New Release) โต 24% จากปีก่อน

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า ไม่ใช่แค่เพลงใหม่ที่ปัง แต่เพลงเก่าก็ยังมีมูลค่าและมีชีวิตบนแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

เกมรุกครึ่งหลังปี 68: สนามโชว์บิซเดือดขึ้นอีก

GMM Music มองว่าครึ่งหลังปี 2568 การแข่งขันในธุรกิจโชว์บิซจะเดือดขึ้นไปอีก เพราะทั้งคอนเสิร์ตไทยและต่างประเทศในไทยรวมกันแล้วอาจทะลุ 1,000 งานในปีนี้

บริษัทวางแผนโชว์บิซล่วงหน้า 1-2 ปี โดยคำนึงถึง

  • เทรนด์และพฤติกรรมผู้ชม

  • การวางตำแหน่งแบรนด์

  • การสร้างเครือข่ายกับพันธมิตรและซัพพลายเออร์

  • การพัฒนาคุณภาพทีมงานอย่างต่อเนื่อง

แผนครึ่งหลังปี 68 จะมีทั้ง

  • Music Festival กระจายหลายพื้นที่

  • คอนเสิร์ตศิลปินในสังกัด

  • คอนเสิร์ตและแฟนมีตของศิลปินเกาหลี เช่น Le Sserafim Tour ‘Easy Crazy Hot’ in Bangkok, 2025 Han So Hee 1st Fanmeeting World Tour [Xohee Loved Ones,] in Bangkok

  • และคอนเสิร์ตจากศิลปินนานาชาติอีกจำนวนมาก

การแข่งขันดุเดือดขึ้น แต่ GMM Music มองว่าเป็นเรื่องดีต่อภาพรวมอุตสาหกรรม เพราะ

  • ทำให้ตลาดพัฒนา

  • ผู้เล่นต้องยกระดับมาตรฐาน

  • ผู้บริโภคมีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้น

ความได้เปรียบเชิงโครงสร้างและ Big Data

GMM Music เตรียมตัวรับมือการแข่งขันด้วยกลยุทธ์เชิงรุกอย่างมีแบบแผน ครอบคลุมทั้งระยะสั้น กลาง และยาว โดยอาศัยจุดแข็งสำคัญคือ

  • โครงสร้างองค์กรที่พร้อมลุยในหลายมิติ

  • ทีมงานที่มีประสบการณ์ยาวนานในอุตสาหกรรมเพลงและโชว์บิซ

  • องค์ความรู้เชิงลึกสะสมมานาน

  • การมี Big Data ขนาดใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมเพลงไทย

Big Data ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายมิติเพื่อใช้ตัดสินใจอย่างแม่นยำ ทั้งเรื่องคอนเทนต์ ศิลปิน รูปแบบโชว์ และกลยุทธ์การตลาด

ดิจิทัลมิวสิค: บริหาร IP ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

ในสายดิจิทัลมิวสิค GMM Music เตรียมเดินหน้าร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เชิงลึกมากขึ้น เพื่อหาโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ที่ช่วยขยายรายได้อย่างต่อเนื่อง

กลยุทธ์สำคัญคือ

  • การบริหาร Back Catalog ให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด

  • การผลักดัน New Release ให้โดดเด่นและเข้าถึงผู้ฟังได้กว้างขึ้น

เป้าหมายคือทำให้ดิจิทัลมิวสิคกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ที่โตอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่กระแสระยะสั้น

แผนคอนเทนต์ระยะ 3 ปี และการตั้งค่ายเพลงอินเตอร์

ในมุมการผลิตคอนเทนต์ บริษัทใช้การวางกลยุทธ์แบบ 3 ปีล่วงหน้า ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ 14 ค่ายเพลงในสังกัด พร้อมเดินหน้า

  • การตั้งค่ายเพลงอินเตอร์ใหม่จำนวน 2 ค่าย ร่วมกับ Tencent Music Entertainment (TME) และ Warner Music Asia

  • เตรียมเปิดตัวในเวลาอันใกล้ เพื่อขยายสเกลพอร์ตโฟลิโอเพลงรวมของบริษัท

เป้าหมายภายในปี 2568 คือ

  • ผลิตผลงานเพลงใหม่ไม่น้อยกว่า 500 เพลง

  • สร้าง 3,000 Playlists รองรับผู้ฟังในหลายเซ็กเมนต์

นี่ไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนเพลง แต่คือการขยายจักรวาลดนตรีของ GMM Music ให้ครอบคลุมทุกแนว ทุกอารมณ์ และหลายกลุ่มผู้ฟัง

วิสัยทัศน์: จากผลประกอบการสู่การสร้าง New Music Economy

GMM Music เชื่อมั่นว่าจะยังคงเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจได้ตลอดปี 2568 เพราะสิ่งที่บริษัททำ ไม่ใช่แค่ขยับตัวเลขรายได้และกำไร แต่คือการสร้างระบบนิเวศดนตรีไทยให้ยั่งยืนในระยะยาว

ภาพใหญ่ของวิสัยทัศน์ประกอบด้วย

  • การผลักดันศิลปินรุ่นใหม่ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

  • การสร้างคอนเทนต์ที่หลากหลาย ตอบได้หลายรสนิยม

  • การใช้เทคโนโลยีเพื่อเข้าถึงผู้ฟังทุกแพลตฟอร์ม

  • การสร้างความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ

เป้าหมายปลายทางคือ ยกระดับอุตสาหกรรมเพลงไทยสู่ New Music Economy พร้อมยืนในจุดของการเป็น Music Pure Play ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ

ในยุคที่หลายธุรกิจยังหาทางรอด GMM Music เลือกเล่นเกมยาว ลงทุนกับคอนเทนต์ คน และเทคโนโลยีอย่างจริงจัง เพื่อให้ดนตรีไทยไม่ได้แค่ถูกฟังมากขึ้น แต่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เติบโตไปพร้อมกัน