รับแอปรับแอป

แตกตื่นแอนแทรกซ์? เจาะลึกโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน พร้อมคู่มือเอาตัวรอดสำหรับเกษตรกร

ลลิตา พูนผล01-31

สัญญาณเตือนจากโรคแอนแทรกซ์ ที่คนเลี้ยงโค-กระบือต้องรู้

เตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ แพะ และแกะ ให้เฝ้าระวังโรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) ซึ่งเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน แม้ขณะนี้จากการเฝ้าระวังและค้นหาโรคในพื้นที่ ยังไม่พบสัตว์ป่วยตายผิดปกติ แต่เกษตรกรก็ไม่ควรประมาท

มีรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคแอนแทรกซ์ในอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ผู้ป่วยมีประวัติเกี่ยวข้องกับการชำแหละและรับประทานเนื้อโคดิบ ก่อนมีอาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และตรวจพบเชื้อแบคทีเรีย Bacillus anthracis ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคนี้

แอนแทรกซ์คืออะไร? ทำไมถึงอันตรายทั้งกับคนและสัตว์

โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) เป็นโรคติดต่อที่แพร่ระหว่างสัตว์และคน สาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย Bacillus anthracis ซึ่งสามารถสร้างสปอร์ที่มีความทนทานสูงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้เป็นเวลานาน

สัตว์มักติดเชื้อจากการ

  • หายใจเอาสปอร์ของเชื้อที่ปนเปื้อนในดินหรือหญ้า

  • กินน้ำหรืออาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

เมื่อเชื้อเข้าสู่ตัวสัตว์ จะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว และสร้างสารพิษ ทำให้สัตว์ป่วยรุนแรงและตายได้ในที่สุด ระหว่างที่สัตว์ป่วย เชื้อสามารถถูกขับออกมากับ

  • อุจจาระ

  • ปัสสาวะ

  • น้ำนม

หากมีการผ่าซากสัตว์ป่วยและเชื้อสัมผัสกับอากาศ เชื้อจะสร้างสปอร์ ทำให้คงทนในสิ่งแวดล้อมได้นานยิ่งขึ้น

อาการในสัตว์และคนที่ต้องจับตาให้ดี

ในโค กระบือ แพะ แกะ โรคนี้มักมาแบบเฉียบพลัน สัตว์อาจตายรวดเร็วโดยไม่ทันแสดงอาการอื่น ๆ มากนัก ลักษณะสำคัญที่พบได้ เช่น

  • สัตว์ตายอย่างรวดเร็วเฉียบพลัน

  • มีเลือดสีดำคล้ำไหลออกจากทวารต่าง ๆ เช่น ปาก จมูก ทวารหนัก

  • ซากสัตว์ไม่แข็งตัวเหมือนปกติ

ในคน โดยเฉพาะผู้ที่

  • ผ่าซากสัตว์ป่วย

  • ชำแหละเนื้อ

  • บริโภคเนื้อสัตว์ป่วยแบบสุก ๆ ดิบ ๆ

อาจพบอาการ

  • แผลเป็นหลุมที่นิ้วมือ แขน หรือบริเวณช่องปาก

  • อาการเจ็บปวดในช่องท้อง

  • หากปล่อยทิ้งไว้นานและตรวจพบโรคล่าช้า อาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจนเสียชีวิตได้

โรคนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของสัตว์เลี้ยง แต่คือภัยเงียบที่อันตรายต่อคนในครัวเรือนด้วย

สถานการณ์ปัจจุบัน: ยังไม่พบสัตว์ป่วยตายผิดปกติ

แม้จะมีผู้ป่วยยืนยันในคนจากพื้นที่อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร แต่จากการเฝ้าระวังโรคในฝูงสัตว์ และการเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจสอบในพื้นที่เสี่ยง ขณะนี้ ยังไม่พบสัตว์ป่วยตายผิดปกติ ในพื้นที่เฝ้าระวัง

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้ามาตรการควบคุมและป้องกันโรคอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้โรคแพร่ระบาดในฝูงสัตว์และลุกลามสู่คนในวงกว้าง

9 มาตรการคุมโรคแอนแทรกซ์ในสัตว์ ที่เกษตรกรต้องร่วมมือ

กรมปศุสัตว์ได้กำหนดแนวทางควบคุมโรคแอนแทรกซ์ในสัตว์อย่างเป็นระบบ โดยมีหัวใจสำคัญดังนี้

  • 1. กักและสังเกตอาการสัตว์ในฝูง
    มีการกักสัตว์แยกและสังเกตอาการร่วมกับการฉีดยาปฏิชีวนะกลุ่ม penicillin อย่างน้อย 3–5 วัน

  • 2. ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์เข้า–ออกพื้นที่เสี่ยง
    จำกัดการเคลื่อนย้ายโค กระบือ แพะ แกะ เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อไปยังพื้นที่อื่น

  • 3. งดนำสัตว์ไปเลี้ยงในพื้นที่เสี่ยง
    หลีกเลี่ยงการต้อนสัตว์ไปแปลงหญ้า แหล่งน้ำ หรือบริเวณที่สงสัยว่ามีการปนเปื้อนเชื้อ

  • 4. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์
    ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคแอนแทรกซ์ให้สัตว์ภายในตำบลเพื่อลดความเสี่ยงการป่วยตายแบบเฉียบพลัน

  • 5. ทำลายเชื้อในพื้นที่ชำแหละสัตว์
    ใช้โซดาไฟทำลายเชื้อในจุดชำแหละสัตว์สำคัญ 3 จุด เช่น

    • บริเวณบ้านเหล่าหมี 2 จุด

    • บ้านโคกสว่าง 1 จุด
      โดยเน้นทำลายเชื้อในจุดเสี่ยง เช่น ที่เชือดสัตว์และท่อน้ำทิ้ง เจ้าหน้าที่ต้องสวมชุดป้องกันโรค มาส์ก และถุงมือให้มิดชิด

  • 6. เก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมเพื่อตรวจหาเชื้อ
    มีการเก็บตัวอย่าง เช่น ดินบริเวณคอกสัตว์ เพื่อตรวจหาการปนเปื้อนเชื้อเพิ่มเติม

  • 7. เฝ้าระวังสัตว์ป่วยในพื้นที่เสี่ยง
    มีการติดตามเฝ้าระวังสัตว์ป่วยอย่างใกล้ชิดในอำเภอดอนตาล และพื้นที่เกี่ยวข้อง

  • 8. แจ้งเตือนเกษตรกรให้สังเกตอาการสัตว์เลี้ยง
    ให้เกษตรกรจับตาอาการเข้าข่ายนิยามโรค ได้แก่

    • โค กระบือ แพะ แกะตายเฉียบพลัน

    • มีเลือดไหลออกจากปาก จมูก หรือทวารหนัก

    • เลือดมีลักษณะไม่แข็งตัว
      หากพบอาการดังกล่าว ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที และร่วมเฝ้าระวังกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่

  • 9. เน้นย้ำ: งดกินเนื้อดิบทุกกรณี
    ประชาชนควรงดบริโภคเนื้อดิบ หรือเนื้อสุก ๆ ดิบ ๆ โดยเด็ดขาด เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อจากเนื้อสัตว์ป่วย

คู่มือเอาตัวรอดของคนเลี้ยงโค กระบือ แพะ แกะ

เพื่อให้การป้องกันโรคมีประสิทธิภาพ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ควรยึดหลักเหล่านี้อย่างเคร่งครัด

  • หากพบสัตว์ป่วยหรือตายผิดปกติแบบเฉียบพลัน และไม่ทราบสาเหตุ ห้ามผ่าซาก โดยเด็ดขาด

  • ห้ามเคลื่อนย้ายซากสัตว์ หรือชำแหละซากเพื่อนำไปบริโภคหรือจำหน่าย

  • รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องใกล้บ้าน เช่น
    • เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์

    • อาสาปศุสัตว์

    • กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

    • เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)

การแจ้งอย่างรวดเร็วจะช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้ามาควบคุมโรคได้ทันเวลา ลดการสูญเสียทั้งฝูงสัตว์และความปลอดภัยของคนในครอบครัว

สรุป: เลี้ยงสัตว์แบบวิทยาศาสตร์ ลดความเสี่ยงโรคร้ายได้จริง

สำหรับคนเลี้ยงสัตว์ยุคใหม่ การเลี้ยงสัตว์แบบใช้ความรู้วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อเผชิญโรคอันตรายอย่างแอนแทรกซ์

  • รู้ที่มาและวิธีแพร่ของโรค

  • สังเกตอาการสัตว์เลี้ยงให้เป็น

  • ทำตามมาตรการป้องกันอย่างจริงจัง

  • งดเนื้อดิบและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

ยิ่งเราเข้าใจโรคมากเท่าไร ก็ยิ่งปกป้องทั้งฝูงสัตว์และคนที่เรารักได้มากขึ้นเท่านั้น