รับแอปรับแอป

Staycation กรุงเทพฯ กับโรงแรมดีไซน์สายคอนเทนต์

ZestBuy AI02-04

เทรนด์ Staycation ในกรุงเทพฯ กับเสน่ห์โรงแรมบูติก

กระแสการท่องเที่ยวแบบไม่ต้องเดินทางไกล หรือ Staycation กำลังเป็นไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์คนเมืองรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีโรงแรมบูติกและที่พักดีไซน์จัดเต็มให้เลือกหลากหลาย จากข้อมูลที่มีอยู่ จะเห็นภาพชัดผ่านตัวอย่างอย่าง LILIT Bang Lamphu Hotel ในย่านบางลำพู และ Grande Centre Point Prestige Bangkok ย่านราชประสงค์ ซึ่งต่างเน้น “ประสบการณ์การพัก” มากกว่าการเป็นเพียงที่นอนชั่วคราว

ทั้งสองแห่งสะท้อนเทรนด์เดียวกัน คือ นักเดินทางรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับดีไซน์ ทำเล ไลฟ์สไตล์ และกิจกรรมระหว่างการเข้าพัก ส่งผลให้โรงแรมในกรุงเทพฯ กลายเป็น “จุดหมายปลายทาง” ในตัวเอง เหมาะกับทั้งสาย Staycation ชาวเมือง และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มองหาประสบการณ์เฉพาะตัว


เสน่ห์ที่พักดีไซน์: ไม่ใช่แค่ที่นอน แต่คือพื้นที่เล่าเรื่อง

จากกรณีของ LILIT Bang Lamphu Hotel จะเห็นชัดว่าโรงแรมบูติกยุคใหม่ไม่ได้ขายเพียงความสะดวกสบาย แต่ขาย “เรื่องราว” และ “ตัวตนของที่พัก” ผ่านคอนเซ็ปต์และดีไซน์ เช่น

  • แนวคิด “The best of both worlds – ความใหม่ในความเก่า” รีโนเวตมรดกตึกแถว 3 รุ่นในตรอกบ้านพานถม ให้กลายเป็นพื้นที่พักสมัยใหม่ แต่ยังคงเสน่ห์โครงสร้างเก่า

  • สโลแกน “Find your story in every stay” เน้นให้ผู้เข้าพักรู้สึกอยากเล่าเรื่องการเดินทางของตัวเองต่อจากประสบการณ์ที่ได้ในโรงแรม

  • การแบ่งสเปซหน้า–หลังให้มีบุคลิกต่างกัน ทั้งโซนลอฟต์โฮสเทล 44 เตียงสำหรับสายลุย และโซนบูติกโฮเทลส่วนตัวกว่า 40 ห้องสำหรับคนที่ต้องการความเงียบและไพรเวต

ส่วนฝั่ง Grande Centre Point Prestige Bangkok ใช้แนวคิด Prestige Tier ผสานความหรูหราแบบอาร์ตเดโคเข้ากับศิลปะไทยร่วมสมัย ทำให้ตัวโรงแรมกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ในย่านราชประสงค์ ดีไซน์ไม่ได้ตอบโจทย์แค่ภาพสวย แต่ยังยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์และประสบการณ์ของแขกในทุกจุดสัมผัส ตั้งแต่ห้องพัก พื้นที่ส่วนกลาง ไปจนถึงรูฟท็อปและโซน Wellness

เสน่ห์ของที่พักดีไซน์ในกรุงเทพฯ จึงอยู่ที่การเป็น “พื้นที่สร้างคอนเทนต์และความทรงจำ” มากกว่าจะเป็นแค่ที่พักค้างคืน


โรงแรมมินิมอล–วินเทจ ถ่ายรูปสวยทุกมุม เอาใจสาย Instagram

แม้ข้อมูลที่มีจะไม่ได้จัดหมวดโรงแรมแบบตรงตัว แต่สามารถเห็นแนวทางของโรงแรมในกรุงเทพฯ ที่ถ่ายรูปสวย ถูกใจสาย Instagram ผ่านตัวอย่างดังนี้

1. LILIT Bang Lamphu Hotel – ความมินิมอลในย่านเมืองเก่า

  • อาคารหน้าเก็บโครงสร้างเก่า แต่งสไตล์ลอฟต์ เรียบ เท่ พื้นผิวดิบๆ เหมาะกับภาพแนววินเทจ–อุตสาหกรรม

  • อาคารหลังเป็นบูติกโฮเทลโทน เทา–ขาว เรียบ สบายตา ถ่ายรูปออกมาดูมินิมอลทันสมัย

  • สระว่ายน้ำตรงกลางคั่นสองตึก เป็นอีกจุดที่ถ่ายรูปได้ทั้งมุมสระและมุมอาคารสองฝั่ง

  • ห้อง Suite ที่มีอ่างแช่น้ำทรงกลมบริเวณระเบียง สร้างมุมภาพที่ชัดเจน มีคาแรกเตอร์

2. Grande Centre Point Prestige Bangkok – หรูหราแบบอาร์ตเดโค

  • ดีไซน์ภายในเน้นรายละเอียดสไตล์ Art Deco ผสมศิลปะไทยร่วมสมัย เหมาะสำหรับภาพแนวหรู เนี้ยบ

  • ห้องพักมองเห็นวิวเมืองราชประสงค์ หรือวิวสนามราชกรีฑาสโมสร ช่วยให้ภาพจากหน้าต่าง ห้องนอน หรือสระลอยฟ้ามีมิติ

  • รูฟท็อปบาร์ Brass House Bangkok สไตล์ยุค 1920s พร้อมวิวเมืองยามค่ำคืน เป็นอีกโลเคชั่นถ่ายภาพที่เด่นมากสำหรับสายกลางคืนและสายแจ๊ซ

แม้สไตล์จะต่างกัน แต่ทั้งสองที่มีจุดร่วมคือ “ถ่ายรูปขึ้นทุกมุม” ตั้งแต่สระว่ายน้ำ ทางเดิน ห้องพัก ไปจนถึงคาเฟ่และรูฟท็อป เหมาะกับการใช้เป็นโลเคชั่นถ่ายคอนเทนต์ทริปกรุงเทพฯ แบบไม่ต้องออกจากโรงแรมมากนัก


กิจกรรมห้ามพลาดเมื่อมา Staycation ในกรุงเทพฯ

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้โรงแรมในกรุงเทพฯ กลายเป็นจุดหมาย Staycation คือ “กิจกรรมในโรงแรม” ที่ทำให้วันหยุดไม่ใช่แค่การนอนพัก แต่เป็นการใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ

LILIT Bang Lamphu Hotel – สายชิลและสายสุขภาพ

  • คาเฟ่และโซนล็อบบี้สไตล์ลอฟต์ นั่งจิบกาแฟ พักสายตา หรือทำงานเบา ๆ ได้ทั้งวัน

  • Floating Sound กิจกรรมในสระน้ำ ฟังเสียงขันธิเบตช่วยปลอบประโลมใจ จัดเดือนละครั้ง เปิดให้ทั้งแขกในและคนนอกเข้าร่วม

  • City Run วิ่งเป็นหมู่คณะชมย่านวัดวังยามเช้า รับแดด ลม และบรรยากาศเมืองเก่า

  • Yoga Rooftop เล่นโยคะบนดาดฟ้า เห็นวิวกรุงเทพฯ มุมสูง เหมาะกับคนที่อยากเติมพลังแบบเงียบๆ

  • ห้องอาหาร Halal-friendly เสิร์ฟอาหารไทยฟิวชัน All-day dining ตั้งแต่ 07.00–21.30 น.

โรงแรมจึงไม่ได้เป็นเพียงที่นอน แต่กลายเป็น คอมมูนิตี้เล็กๆ สำหรับคนชอบ Wellness และกิจกรรมเบาๆ ในเมือง

Grande Centre Point Prestige Bangkok – สายหรูและ Wellness เต็มรูปแบบ

  • สระว่ายน้ำลอยฟ้า 50 เมตร วิวเมืองพาโนรามา เป็นทั้งสระพักผ่อนและโลเคชั่นถ่ายรูป

  • Let’s Relax Onsen & Spa ออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่น ทรีตเมนต์เพื่อการผ่อนคลายทั้งกายและใจ

  • ฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ TechnoGym รวมถึงคลาสมวยไทย โยคะ และกิจกรรมออกกำลังกายอื่นๆ

  • Games Room และ Kids Club สำหรับครอบครัว มีทั้งบอร์ดเกม เกมอาร์เคด และของเล่นเสริมพัฒนาการ

  • ร้านอาหารอย่าง Chef Man, Brass House Bangkok, Bloom & Brew Café เสิร์ฟทั้งอาหารไทยร่วมสมัย ติ่มซำ เป็ดย่าง และอาฟเตอร์นูนที

กลุ่ม Staycation ที่นี่จึงไม่ได้มีแค่คู่รักหรือคนโสด แต่รวมถึงครอบครัว กลุ่มเพื่อน และนักธุรกิจสาย Bleisure (ผสมงานกับการพักผ่อน) ที่ต้องการใช้โรงแรมเป็นฐานทั้งทำงานและพักในที่เดียว


เทคนิคเลือกที่พักให้ตรงไลฟ์สไตล์และคุ้มค่า

จากข้อมูลของสองโรงแรมหลักในกรุงเทพฯ สามารถสรุปเป็นแนวทางเลือกที่พัก Staycation ได้ดังนี้

1. เช็ก “ตัวตนของทริป” ก่อนเลือกโรงแรม

  • ถ้าอยากได้ฟีลเมืองเก่า เดินเล่น ย่านวัดวัง และบรรยากาศชิลแบบซ่อนตัว LILIT Bang Lamphu Hotel เหมาะกับสาย Hidden Gem และสายคอนเทนต์ที่ชอบเล่าเรื่องผ่านภาพและประสบการณ์

  • ถ้าอยากได้ความสะดวกใจกลางเมือง ห้างล้อมรอบ มี BTS ใกล้มือและบริการครบทุกมิติ Grande Centre Point Prestige Bangkok เหมาะกับสายหรู สายครอบครัว และคนที่อยากได้ทุกอย่างครบในที่เดียว

2. ให้ความสำคัญกับดีไซน์และฟังก์ชันห้อง

  • LILIT มีห้องให้เลือกตั้งแต่ Standard, Deluxe (วิวเมือง/วิวสระ), Suite พร้อมอ่างบนระเบียง เหมาะกับทั้ง Solo Traveler คู่รัก และครอบครัวเล็ก

  • Grande Centre Point Prestige มีทั้งห้องพัก ห้องสวีท และเพนต์เฮาส์ 509 ห้อง ทุกห้องเห็นวิวเมืองหรือพื้นที่สีเขียว พร้อมอุปกรณ์ในห้องระดับไฮเอนด์ เช่น Smart TV, Nespresso, Dyson

การดูแบบห้องและวิวก่อนจองช่วยให้ได้ห้องที่ตรงกับภาพที่อยากได้ในคอนเทนต์ และตรงรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคน

3. ดูกิจกรรมและพื้นที่ส่วนกลางเป็นตัวช่วยตัดสินใจ

  • ถ้าชอบกิจกรรมเชิงชุมชนและ Wellness แบบเป็นกันเอง เช่น วิ่งยามเช้า โยคะบนดาดฟ้า กิจกรรมเสียงบำบัดในสระน้ำ LILIT ตอบโจทย์

  • ถ้าอยากได้ Wellness เต็มระบบ มีออนเซ็น สปา สระลอยฟ้า ฟิตเนสใหญ่ และพื้นที่เล่นสำหรับเด็ก Grande Centre Point Prestige ตอบโจทย์มากกว่า

4. ทำเลและการเดินทาง

  • บางลำพูเหมาะกับคนที่อยากสำรวจย่านเมืองเก่า ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ และชอบเดินเล่นมากกว่าใช้รถ

  • ราชประสงค์เหมาะกับคนที่ต้องการเชื่อมต่อทุกอย่างง่าย ทั้ง BTS ชิดลม – ราชดำริ ห้าง ร้านอาหาร และการเดินทางต่อไปย่านอื่นของกรุงเทพฯ


พิกัดพักผ่อนเติมพลังในกรุงเทพฯ แบบไม่ต้องเดินทางไกล

จากข้อมูลทั้งหมด สามารถเห็นภาพกรุงเทพฯ ในฐานะ เมือง Staycation ได้ชัดเจนขึ้น

  • ฝั่ง บางลำพู มี LILIT Bang Lamphu Hotel เป็น Hidden Gem สำหรับสายมูฟออนจากความเหนื่อยล้า มองหาที่พักที่เป็นมิตร อบอุ่น ปลอดภัย และเต็มไปด้วยกิจกรรมทางใจและกาย

  • ฝั่ง ราชประสงค์ มี Grande Centre Point Prestige Bangkok เป็นจุดหมายของสายพรีเมียม ที่อยากได้ทั้งประสบการณ์พักผ่อน ศิลปะ ดีไซน์ อาหาร และ Wellness ครบจบในที่เดียว

ทั้งสองโรงแรมช่วยยืนยันว่า การพักผ่อนในกรุงเทพฯ ไม่จำเป็นต้องออกต่างจังหวัดหรือบินไกล แค่เลือกโรงแรมที่ตรงไลฟ์สไตล์ มีดีไซน์และกิจกรรมที่ใช่ ก็สามารถเปลี่ยนสุดสัปดาห์ธรรมดาให้กลายเป็นทริป Staycation ที่มีเรื่องราวน่าเล่า และภาพความทรงจำสวยๆ ไว้เก็บลงทั้งอัลบั้มส่วนตัวและโซเชียลได้อย่างคุ้มค่า