ตำนานหนังบู๊ที่ดูครั้งเดียวแล้วไม่มีวันลืม
The Raid: Redemption ฉะ! ทะลุตึกนรก (2011) คือหนึ่งในหนังแอคชั่นที่ฝังอยู่ในหัวมานานหลายปีแบบลบไม่ออก
แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 10 ปี แต่ภาพฉากบู๊โคตรเดือดก็ยังชัดในความทรงจำเสมอ และมักถูกหยิบมาเป็นมาตรฐานในใจเวลาเทียบกับหนังแอคชั่นยุคใหม่อยู่ตลอด
ทีมสร้างสายบู๊ และจุดเริ่มของความเดือด
หนังแอคชั่น–ทริลเลอร์จากอินโดนีเซียเรื่องนี้กำกับโดย แกเร็ธ อีแวนส์ ผู้กำกับสายบู๊ชาวเวลส์ที่แฟนหนังรู้จักกันดีจาก Merantau (2009) และซีรีส์สุดอำมหิตอย่าง Gangs of London
ทีมนักแสดงนำคือ อิโก อูไวส์ และ โจ ทาสลิม คู่หูสายหมัดเท้าจากอินโดที่กลายเป็นใบเบิกทางพวกเขาสู่ฮอลลีวูดในเวลาต่อมา

พล็อตง่าย แต่โคตรได้ผล
เสน่ห์ของ The Raid คือการเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา เข้าใจง่าย ไม่ต้องซับซ้อนอะไรให้ปวดหัว
ทีมหน่วยรบพิเศษนำโดยตัวเอก อิโก อูไวส์ ในบท “รามา”
ภารกิจ: บุกขึ้นไปบนอาคารสูงที่เป็นรังของแก๊งอาชญากรรม
เป้าหมาย: กวาดล้างให้สิ้นซาก
แต่เรื่องไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อทีมพระเอกกลายเป็นฝ่ายโดนดักล้อมเสียเอง ทางหนีถูกตัดจนแทบหมด จากภารกิจบุกโจมตีกลายเป็นเกมเอาชีวิตรอดสุดระทึกในพื้นที่ปิด
ความเรียบง่ายของโครงเรื่องนี่แหละ ที่เปิดทางให้ความเดือดของฉากแอคชั่นได้ใส่กันเต็มเหนี่ยวแบบไม่ต้องเบรก

คิวบู๊ปันจักสีลัต ที่ทำทั้งโลกต้องหันมามอง
หัวใจของหนังเรื่องนี้คือฉากต่อสู้สุดโหดที่ทั้ง ดิบ เถื่อน หนักแน่น และสมจริง ชนิดไม่เหลือพื้นที่ให้คำว่าปลอม
ใช้ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติอินโดนีเซียอย่าง ปันจักสีลัต เป็นแกนหลัก
ทุกหมัด ทุกเตะ ทุกจังหวะล็อก แทง ฟัน ถูกออกแบบมาให้รู้สึกถึงน้ำหนักและความเจ็บปวดจริงๆ
การถ่ายทำและตัดต่อช่วยขับให้คิวบู๊ยิ่งดุเดือด สะใจสายหนังแอคชั่นสุดทาง
หนังเรื่องนี้ถือเป็นผลงานที่ ยกระดับมาตรฐานคิวบู๊ของวงการแอคชั่นไปอีกขั้น และทำให้ชื่อของ อิโก อูไวส์ กับ โจ ทาสลิม ดังระเบิดจนข้ามไปมีผลงานในฮอลลีวูดในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ ตัวหนังยังกวาดรางวัลจากหลายเวที และถูกสานต่อด้วยภาคสองในปี 2014 ในชื่อ The Raid 2: Berandal ซึ่งเป็นอีกโลกหนึ่งของความเดือดที่ควรค่าแก่การไปตามเก็บต่อ

ช่วงที่ต้องล่าหนังมาดู คือความคุ้มค่าที่จำไม่ลืม
ย้อนไปตอนหนังออกใหม่ๆ The Raid เป็นกระแสถูกพูดถึงอย่างมากในเว็บบอร์ดต่างๆ
ยุคนั้นยังไม่มีบริการสตรีมมิ่งให้เลือกเพียบเหมือนปัจจุบัน การจะหามาดูสักเรื่องไม่ง่าย แต่พอได้ดูแล้วคือ ความรู้สึกคุ้มแบบสุดทาง
ทุกฉากทำให้คนดูลุ้นจนลืมหายใจ
ทุกคิวต่อสู้ทำให้ตาค้างแบบไม่กล้ากระพริบ
ให้ความรู้สึกชัดเจนว่า “นี่แหละของใหม่ในโลกหนังแอคชั่น” ที่ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน
จนอดไม่ได้ที่จะเผลอเปรียบเทียบกับงานแอคชั่นโลกยุคหลังๆ อย่าง John Wick ว่าอาจจะได้รับอิทธิพลอะไรบางอย่างมาจาก The Raid อยู่เหมือนกัน

เมื่อฮอลลีวูดก็มีพล็อตคล้ายกันเป๊ะ
อีกเรื่องที่น่าพูดถึงคือหนังฮอลลีวูด Dredd (2012) ที่นำแสดงโดย คาร์ล เออร์บัน
ทั้งพล็อตและสไตล์แอคชั่นมีความคล้ายคลึงกับ The Raid แบบชวนสะดุ้ง ซึ่งก็เป็นคำถามให้คนดูถกเถียงกันมานานว่า
ใครได้แรงบันดาลใจจากใคร?
หรือเป็นเพียงความบังเอิญที่ดันเดินเรื่องไปทิศทางใกล้เคียงกันเฉยๆ?
คำตอบอาจไม่มีใครฟันธงได้ชัด แต่สิ่งที่ชัวร์คือ The Raid ยืนระยะในฐานะหนังแอคชั่น–ทริลเลอร์–อาชญากรรมที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนของตัวเอง
สรุป: ถ้าพูดถึงหนังบู๊ในดวงใจ ชื่อเรื่องนี้ต้องโผล่มาเสมอ
ถ้าต้องจัดลิสต์หนังแอคชั่น–ทริลเลอร์–อาชญากรรมสุดเดือด ที่ควรเก็บไว้ในใจตลอดกาล
The Raid: Redemption จะต้องเป็นหนึ่งในชื่อแรกๆ ที่ผุดขึ้นมาแบบไม่ต้องคิดนาน
เพราะมันไม่ใช่แค่หนังบู๊มันๆ หนึ่งเรื่อง แต่เป็น หมุดหมายสำคัญของวงการแอคชั่นยุคใหม่ ที่ทำให้ทั้งโลกหันมามองอินโดนีเซีย และทำให้แฟนหนังทั่วโลกรู้ว่าศิลปะการต่อสู้อย่างปันจักสีลัต สามารถระเบิดพลังบนจอให้ออกมาโหด ดิบ และเท่ได้ขนาดไหน

