รับแอปรับแอป

The Raid: Redemption หนังบู๊อินโดสุดดิบที่ทำทั้งโลกหันมามอง

ธนพล ศรีสวัสดิ์01-31

ตำนานหนังบู๊ที่ดูครั้งเดียวแล้วไม่มีวันลืม

The Raid: Redemption ฉะ! ทะลุตึกนรก (2011) คือหนึ่งในหนังแอคชั่นที่ฝังอยู่ในหัวมานานหลายปีแบบลบไม่ออก

แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 10 ปี แต่ภาพฉากบู๊โคตรเดือดก็ยังชัดในความทรงจำเสมอ และมักถูกหยิบมาเป็นมาตรฐานในใจเวลาเทียบกับหนังแอคชั่นยุคใหม่อยู่ตลอด

ทีมสร้างสายบู๊ และจุดเริ่มของความเดือด

หนังแอคชั่น–ทริลเลอร์จากอินโดนีเซียเรื่องนี้กำกับโดย แกเร็ธ อีแวนส์ ผู้กำกับสายบู๊ชาวเวลส์ที่แฟนหนังรู้จักกันดีจาก Merantau (2009) และซีรีส์สุดอำมหิตอย่าง Gangs of London

ทีมนักแสดงนำคือ อิโก อูไวส์ และ โจ ทาสลิม คู่หูสายหมัดเท้าจากอินโดที่กลายเป็นใบเบิกทางพวกเขาสู่ฮอลลีวูดในเวลาต่อมา

พล็อตง่าย แต่โคตรได้ผล

เสน่ห์ของ The Raid คือการเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา เข้าใจง่าย ไม่ต้องซับซ้อนอะไรให้ปวดหัว

  • ทีมหน่วยรบพิเศษนำโดยตัวเอก อิโก อูไวส์ ในบท “รามา”

  • ภารกิจ: บุกขึ้นไปบนอาคารสูงที่เป็นรังของแก๊งอาชญากรรม

  • เป้าหมาย: กวาดล้างให้สิ้นซาก

แต่เรื่องไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อทีมพระเอกกลายเป็นฝ่ายโดนดักล้อมเสียเอง ทางหนีถูกตัดจนแทบหมด จากภารกิจบุกโจมตีกลายเป็นเกมเอาชีวิตรอดสุดระทึกในพื้นที่ปิด

ความเรียบง่ายของโครงเรื่องนี่แหละ ที่เปิดทางให้ความเดือดของฉากแอคชั่นได้ใส่กันเต็มเหนี่ยวแบบไม่ต้องเบรก

คิวบู๊ปันจักสีลัต ที่ทำทั้งโลกต้องหันมามอง

หัวใจของหนังเรื่องนี้คือฉากต่อสู้สุดโหดที่ทั้ง ดิบ เถื่อน หนักแน่น และสมจริง ชนิดไม่เหลือพื้นที่ให้คำว่าปลอม

  • ใช้ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติอินโดนีเซียอย่าง ปันจักสีลัต เป็นแกนหลัก

  • ทุกหมัด ทุกเตะ ทุกจังหวะล็อก แทง ฟัน ถูกออกแบบมาให้รู้สึกถึงน้ำหนักและความเจ็บปวดจริงๆ

  • การถ่ายทำและตัดต่อช่วยขับให้คิวบู๊ยิ่งดุเดือด สะใจสายหนังแอคชั่นสุดทาง

หนังเรื่องนี้ถือเป็นผลงานที่ ยกระดับมาตรฐานคิวบู๊ของวงการแอคชั่นไปอีกขั้น และทำให้ชื่อของ อิโก อูไวส์ กับ โจ ทาสลิม ดังระเบิดจนข้ามไปมีผลงานในฮอลลีวูดในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ ตัวหนังยังกวาดรางวัลจากหลายเวที และถูกสานต่อด้วยภาคสองในปี 2014 ในชื่อ The Raid 2: Berandal ซึ่งเป็นอีกโลกหนึ่งของความเดือดที่ควรค่าแก่การไปตามเก็บต่อ

ช่วงที่ต้องล่าหนังมาดู คือความคุ้มค่าที่จำไม่ลืม

ย้อนไปตอนหนังออกใหม่ๆ The Raid เป็นกระแสถูกพูดถึงอย่างมากในเว็บบอร์ดต่างๆ

ยุคนั้นยังไม่มีบริการสตรีมมิ่งให้เลือกเพียบเหมือนปัจจุบัน การจะหามาดูสักเรื่องไม่ง่าย แต่พอได้ดูแล้วคือ ความรู้สึกคุ้มแบบสุดทาง

  • ทุกฉากทำให้คนดูลุ้นจนลืมหายใจ

  • ทุกคิวต่อสู้ทำให้ตาค้างแบบไม่กล้ากระพริบ

  • ให้ความรู้สึกชัดเจนว่า “นี่แหละของใหม่ในโลกหนังแอคชั่น” ที่ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน

จนอดไม่ได้ที่จะเผลอเปรียบเทียบกับงานแอคชั่นโลกยุคหลังๆ อย่าง John Wick ว่าอาจจะได้รับอิทธิพลอะไรบางอย่างมาจาก The Raid อยู่เหมือนกัน

เมื่อฮอลลีวูดก็มีพล็อตคล้ายกันเป๊ะ

อีกเรื่องที่น่าพูดถึงคือหนังฮอลลีวูด Dredd (2012) ที่นำแสดงโดย คาร์ล เออร์บัน

ทั้งพล็อตและสไตล์แอคชั่นมีความคล้ายคลึงกับ The Raid แบบชวนสะดุ้ง ซึ่งก็เป็นคำถามให้คนดูถกเถียงกันมานานว่า

  • ใครได้แรงบันดาลใจจากใคร?

  • หรือเป็นเพียงความบังเอิญที่ดันเดินเรื่องไปทิศทางใกล้เคียงกันเฉยๆ?

คำตอบอาจไม่มีใครฟันธงได้ชัด แต่สิ่งที่ชัวร์คือ The Raid ยืนระยะในฐานะหนังแอคชั่น–ทริลเลอร์–อาชญากรรมที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนของตัวเอง

สรุป: ถ้าพูดถึงหนังบู๊ในดวงใจ ชื่อเรื่องนี้ต้องโผล่มาเสมอ

ถ้าต้องจัดลิสต์หนังแอคชั่น–ทริลเลอร์–อาชญากรรมสุดเดือด ที่ควรเก็บไว้ในใจตลอดกาล

The Raid: Redemption จะต้องเป็นหนึ่งในชื่อแรกๆ ที่ผุดขึ้นมาแบบไม่ต้องคิดนาน

เพราะมันไม่ใช่แค่หนังบู๊มันๆ หนึ่งเรื่อง แต่เป็น หมุดหมายสำคัญของวงการแอคชั่นยุคใหม่ ที่ทำให้ทั้งโลกหันมามองอินโดนีเซีย และทำให้แฟนหนังทั่วโลกรู้ว่าศิลปะการต่อสู้อย่างปันจักสีลัต สามารถระเบิดพลังบนจอให้ออกมาโหด ดิบ และเท่ได้ขนาดไหน