ทำความรู้จัก OPPO Reno14 5G ฉบับคนชอบถ่ายรูป
OPPO Reno14 5G มาถึงมือแล้ว เลยขอเอาประสบการณ์ใช้งานจริงมาเล่าแบบเน้น ๆ โดยเฉพาะสายถ่ายพอร์ตเทรต สายเล่น AI และคนที่อินกับดีไซน์มือถือไม่ซ้ำใคร บอกเลยว่ารุ่นนี้มีของให้เล่นเยอะกว่าแค่เรื่องสเปกบนกระดาษแน่นอน
เพื่อไม่ให้หลงทาง มาดูภาพรวมกันก่อนว่า Reno14 5G เด่นตรงไหนบ้าง
ดีไซน์ฝาหลังลายหางปลาแบบใหม่ พร้อมเอฟเฟกต์แสงสุดละมุน
กล้อง Triple Camera มีเลนส์ Telephoto 50MP ถ่ายพอร์ตเทรตซูม 3.5X
ฟีเจอร์ AI Flash Photography สายแฟลช Y2K ต้องชอบ
AI Editor 2.0 แต่งภาพด้วย AI แบบละเอียดมาก เหมือนมีทีมรีทัชส่วนตัว
ชิป Dimensity 8350 + AI Gaming เล่นเกมลื่น ๆ แบบไม่เด้ง
แบตใหญ่ 6000mAh + ชาร์จไว 80W SuperVOOC
ระบบปฏิบัติการ ColorOS 15 พร้อม OPPO AI และ Google Gemini
สเปกหลักของ OPPO Reno14 5G
หน้าจอ & การแสดงผล
จอ OLED ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด 2,760 x 1,256 (FHD+)
Refresh Rate 120Hz (Adaptive 120Hz)
PWM 3840Hz ลดอาการล้าตาเวลาเลื่อนจอยาว ๆ
รองรับ HDR10+
ความสว่างสูงสุด 1200 nits
แสดงผลสีแบบ True Color รองรับสีระดับ 1T สี
รองรับฟีเจอร์ Splash Touch แตะจอขณะนิ้วเปียกได้
ชิปและหน่วยความจำ
ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 8350
เทคโนโลยีการผลิต 4nm จาก TSMC
CPU แบบ Octa-core ความเร็วสูงสุด 3.35GHz
GPU Mali G615 M6
RAM 12GB แบบ LPDDR5x (ขยายเพิ่มด้วย RAM Expansion ได้อีกสูงสุด 12GB)
ROM 256GB แบบ UFS 3.1
กล้องถ่ายรูป
- กล้องหลัง Triple Camera
กล้องหลัก 50MP (F1.8)
กล้อง Ultra Wide 8MP (F2.2)
กล้อง Telephoto 50MP (F2.8)
ไฟแฟลช 3 ดวง ความสว่างเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนถึง 100%
กล้องหน้า 50MP (F2.0)
การเชื่อมต่อและฟีเจอร์อื่น ๆ
ระบบปฏิบัติการ ColorOS 15 (พื้นฐาน Android 15)
รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6
รองรับเครือข่าย 4G / 5G
รองรับการใช้งานซิม Dual nano SIM
Bluetooth 5.4
พอร์ต USB-C 2.0
กันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP68/69
แบตเตอรี่ 6000mAh รองรับชาร์จไว SuperVOOC 80W
อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง
ตัวเครื่อง OPPO Reno14 5G
เอกสารคู่มือและใบรับประกัน
สายชาร์จ USB-C
อแดปเตอร์ชาร์จไว SuperVOOC 80W
เคสซิลิโคนใส
ฟิล์มกันรอย (ติดมาให้จากโรงงานเรียบร้อย)
ดีไซน์ Fish Tail: หางปลาที่ไม่ได้มีดีแค่สวย
ดีไซน์ของ OPPO Reno14 5G ยังต่อยอดคอนเซปต์แรงบันดาลใจจากโลกธรรมชาติ (Animalia Kingdom) ที่เคยใช้บนรุ่นก่อน ๆ เพียงแต่รอบนี้เปลี่ยนจาก “ปีกผีเสื้อ” มาเป็น “ลายหางปลา” ที่พลิ้วไหวและมีชีวิตชีวากว่าเดิม
แพตเทิร์นหางปลาถูกออกแบบมาให้เล่นกับแสงได้อย่างอิสระ เวลาแสงตกกระทบ ตัวฝาหลังจะเปลี่ยนมิติและโทนสีไปตามมุมมอง ดูมีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา เหมือนเกล็ดปลาที่สะท้อนแสงในน้ำ เหมาะมากกับคนที่ชอบมือถือมีลูกเล่นเวลาเอามาถ่ายหรือถ่ายคู่กับของอื่น
ลายนี้จะใช้กับสี Opal White ในรุ่น Reno14 5G และสี Opal Blue ในรุ่น Reno14 F ดังนั้นใครเล็งสีขาวหรือสีฟ้าไว้ บอกเลยว่าได้ดีไซน์หางปลาสุดยูนีกแน่นอน
ความพิเศษอีกชั้นคือ กระบวนการผลิตแบบ Iridescent Glow Process ทำให้ตัวลวดลายฝาหลังมีเอฟเฟกต์เหลือบแสงคล้ายมุก แต่พื้นผิวกลับเรียบเนียนเป็นเลเยอร์เดียวกับกระจกหลัก เวลาลูบแล้วรู้สึกผิวเดียวกันหมด ไม่ได้มีความนูนหรือขอบรอยต่อให้สะดุดนิ้ว
นอกจากนี้ยังเคลือบด้วยกระจกแบบ Velvet ให้ฟีลสัมผัสนุ่ม ละมุนมือ ดูหรูและแพงขึ้นอีกระดับ มาพร้อมตัวเครื่องหนาเพียง 7.42 มม. ดีไซน์เฟรมเหลี่ยมมุมมน และใช้โลหะผสมเกรดเดียวกับอุตสาหกรรมการบิน ทำให้จุดขายของดีไซน์รุ่นนี้สรุปได้สั้น ๆ ว่า บาง เบา แข็งแรง และมีสไตล์ชัดเจน
ด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรต 120Hz ครอบด้วยกระจก Crystal Shield Glass ช่วยเพิ่มความทนทาน ขอบจอบางลงจากเจนก่อนชัดเจน ทำให้เวลาใช้งานจริงรู้สึกเต็มตาและจมกับคอนเทนต์มากขึ้น
จุดที่สายลุยต้องชอบคือ จอรองรับการแตะขณะนิ้วเปียก จะถ่ายรูปกลางฝนเบา ๆ หรือมือชื้นนิด ๆ ก็ยังใช้งานได้ ไม่หัวร้อน
กล้อง & AI: พอร์ตเทรตเน้นชิค ใช้งานได้จริง
โครงสร้างกล้องและการใช้งานโดยรวม
จุดเปลี่ยนสำคัญของ OPPO Reno14 5G คือการเพิ่มกล้อง Telephoto 50MP เข้ามาในรุ่นธรรมดา จากแต่ก่อนที่จะมีเลนส์ซูมแบบนี้แค่รุ่น Pro เท่านั้น ส่งผลให้การถ่ายรูปพอร์ตเทรตทำได้สนุกและหลากหลายขึ้นเยอะ
รองรับการถ่ายพอร์ตเทรตซูมระยะ 3.5X
โทนภาพและมิติของแบบดูเด่นขึ้น เหมาะมากกับสาย Street Portrait เวลาไปเที่ยวหรือไปแฮงเอาต์กับเพื่อน
อินเทอร์เฟซกล้องยังคงใช้งานง่าย เลื่อนเปลี่ยนโหมดได้เร็ว ปรับบิวตี้ ปรับฟิลเตอร์ และสลับกล้องได้แบบไม่มึนมือ
ในช่วงราคานี้ การที่ได้เลนส์พอร์ตเทรตซูม 3.5X ถือว่าเป็นจุดยืนที่ OPPO วางมาเคลียร์มาก ๆ ใครเน้นถ่ายคนเป็นหลักจะรู้สึกต่างทันทีเมื่อได้ลองใช้จริง
และที่ทำให้รุ่นนี้แตกต่างแบบชัดเจนคือ AI Flash Photography ที่เล่นกับสไตล์ภาพแบบ Y2K และ Vintage ยุคกล้องดิจิทัลยุคแรกได้อย่างสนุก
AI Flash Photography: แฟลชสายย้อนยุคแบบฉลาด
นี่คือหัวใจสำคัญฝั่งกล้องของ OPPO Reno14 5G ที่ออกแบบมาเพื่อคนชอบภาพสไตล์แฟลชเด้ง ตัวแบบเด่น พื้นหลังดรอปลงเบา ๆ ให้ฟีลเหมือนถ่ายด้วยกล้องดิจิทัลยุคเก่าแต่ปรับจูนด้วย AI สมัยใหม่
ไฟแฟลชด้านหลังใช้ LED ถึง 3 ดวง ทำให้ความสว่าง
เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนถึง 100%
สว่างจัดที่สุดรุ่นหนึ่งในช่วงราคาใกล้เคียง
ซอฟต์แวร์กล้องจะคำนวนการยิงแฟลชร่วมกับ AI ทำให้ภาพที่ออกมาไม่ได้แฟลชฟาดจนหน้าขาวลอย แต่ยังเห็นดีเทลผิวและบรรยากาศรอบ ๆ ได้ดี โดยเฉพาะในที่แสงน้อย
วิธีเปิดใช้ AI Flash Photography
เปิดแอปกล้องถ่ายรูป
เปิดสัญลักษณ์แฟลชที่มุมบนซ้าย
เลือกปรับบิวตี้และฟิลเตอร์ถ่ายภาพที่ต้องการผ่านไอคอนวงกลมด้านขวาเหนือแถบเมนูถ่ายภาพ
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดนี้จะให้ฟีล
ตัวแบบเด่น
ผิวโกลว์แต่ยังเห็นดีเทล
พื้นหลังไล่โทนแบบชิค ๆ สไตล์แฟลชปาร์ตี้หรือคาเฟ่กลางคืน
AI Editor 2.0: แต่งภาพหลังถ่ายด้วยสมองของ AI
ฟีเจอร์แต่งภาพของ OPPO AI Editor ใน Reno14 5G ถูกอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน 2.0 ที่ไม่ได้แค่เพิ่มโหมดใหม่ แต่ขยายสโคปความเก่งให้เข้าใกล้ระดับเรือธงแบบชัด ๆ รวมแล้วมีฟีเจอร์ AI ทั้งหมด 6 ฟีเจอร์ ใกล้เคียงกับที่อยู่บนตระกูล Find X8 เลยทีเดียว
ฟีเจอร์ใหม่ 2 ตัวที่ถูกเติมเข้ามา และใช้งานแล้วรู้สึกต่างชัดคือ
1) AI Recompose: เปลี่ยนมุมภาพให้สวยโดยไม่ต้องถ่ายใหม่
AI จะช่วยจัดองค์ประกอบภาพใหม่ให้สวยขึ้น ทั้งมุมมอง ระยะ อัตราส่วนภาพ ไปจนถึงโทนสี บางทีภาพที่ถ่ายมาธรรมดา ๆ แต่พอเข้า AI Recompose แล้ว ฟีลจะเปลี่ยนเป็นภาพที่ดูคิดมาแล้วทันที
วิธีใช้ AI Recompose
เลือกรูปที่อยากปรับใน Gallery
แตะเลือกเมนู AI Editor
เลือก AI Recompose
รอ AI ประมวลผล แล้วเลือก Composition ที่ถูกใจ
หลัง AI ทำงาน เราจะได้รูปที่เหมือนมีคนมาช่วยจัดเฟรมใหม่ให้แบบมืออาชีพ เหมาะมากกับสายคอนเทนต์ที่ชอบให้ภาพเล่าเรื่องแบบเป๊ะ ๆ
2) AI Perfect Shot: รีทัชหน้าด้วยหน้าจริงของเรา
ฟีเจอร์นี้ไม่ใช่แค่บิวตี้โหมดธรรมดา แต่เป็นการใช้ AI ช่วยเปลี่ยนรายละเอียดบนใบหน้า เช่น ตา ปาก คิ้ว ให้ดูดีขึ้น โดยใช้ฐานข้อมูล “ใบหน้าจริง” ของเราในคลังภาพมาเป็นข้อมูลอ้างอิง
ผลลัพธ์คือ หน้าจะยังเป็นหน้าเราอยู่ แต่เนียนขึ้น เป๊ะขึ้น ไม่ได้กลายเป็นคนอื่นหรือหน้าตาปลอม ๆ แบบบางแอป
หมายเหตุ:
ถ้าเพิ่งเริ่มใช้ หรือถ่ายคน ๆ นั้นครั้งแรกในเครื่อง AI อาจทำงานไม่ได้เต็มที่
ต้องมีภาพของบุคคลนั้นใน Gallery จำนวนหนึ่งก่อน AI ถึงจะเข้าใจและรีทัชได้ดี
ตัวอย่างผลลัพธ์หลังใช้ AI Perfect Shot จะเห็นว่าหน้าดูสดใสขึ้น แต่ยังเป็นตัวเอง ไม่ได้หลุดโลก
4 ฟีเจอร์ AI เดิมที่ยังคงอยู่
AI Eraser: ลบคน/วัตถุที่ไม่ต้องการออกจากภาพ
Enhance Clarity: เพิ่มความละเอียดและความคมในระดับใกล้เคียง 4K
Unblur: กู้ภาพที่หลุดโฟกัสหรือเบลอให้คมขึ้น
Remove Reflection: ลบเงาสะท้อนจากกระจกในภาพ เช่น ถ่ายผ่านหน้าต่างหรือกระจกโชว์สินค้า
Tele Portrait 3.5X: พอร์ตเทรตแบบระยะสวยชัด ๆ
ครั้งนี้ OPPO Reno14 5G ให้เราซูมถ่ายพอร์ตเทรตที่ระยะ 3.5X ได้เต็มที่ ทำให้การถ่ายคนมีมิติขึ้นเยอะ เพราะ
สามารถเข้าใกล้แบบได้มากโดยไม่ต้องจ่อกล้องให้เคอะเขิน
พื้นหลังถูกบีบให้แคบลง ทำให้อารมณ์ของแบบถูกดึงขึ้นมาเป็นตัวหลัก
โทนพอร์ตเทรตดูมีดราม่าและลึกขึ้น เหมาะกับสายแฟชั่นและสตรีท
ตัวอย่างภาพ Tele Portrait 3.5X
ตัวอย่างภาพจากกล้องอื่น ๆ
ภาพจากกล้องหลักและ Ultra Wide ก็ยังคงโทนสไตล์ OPPO: สีจัดพอดี ไม่เวอร์ เน้นผิวสวยและเก็บดีเทลสภาพแสงได้ดี
กล้องหน้า 50MP: เซลฟีเนียนแบบไม่หลอกตา
กล้องหน้า 50MP ให้รายละเอียดคมชัดมาก เหมาะกับสาย Vlog, สาย Live และคนที่ชอบถ่าย Story แบบทันทีทันใด
Performance: เล่นเกม ลื่น เนียน พร้อม AI ช่วยจัดการ
ด้านประสิทธิภาพ OPPO Reno14 5G เลือกใช้ MediaTek Dimensity 8350 แบบ Octa-core บนสถาปัตยกรรม 4nm ผนวกกับ GPU ARM Turse G615 ทำงานคู่กับ RAM 12GB และ ROM UFS 3.1 ทำให้การสลับแอป เปิดกล้อง แต่งรูป หรือเล่นเกมหนัก ๆ ทำได้สบาย
ระบบระบายความร้อนใช้ดีไซน์ Nano Dual-Drive Cooling Architecture ที่มีแผ่นกราไฟต์เกรดอากาศยานขนาดใหญ่ 4,700 ตร.มม. ทำงานร่วมกับ OPPO AI ในการบริหารทรัพยากรซอฟต์แวร์ขณะเล่นเกม เพื่อให้เฟรมเรตนิ่งและไม่ร้อนเกินไป
ฟีเจอร์ AI LinkBoost 3.0 ช่วยจัดการการเชื่อมต่อเครือข่ายให้เสถียรขึ้น ลดโอกาสเกมหลุดหรือเน็ตวูบกลางดึก เหมาะกับสาย ROV, PUBG และเกมออนไลน์อื่น ๆ ที่เน้นความนิ่งมากกว่ากราฟิกสุดโต่ง
ผล Benchmark ก็สะท้อนว่าเป็นเครื่องระดับ Mid-range ที่บาลานซ์ดี เล่นเกมและใช้งานจริงได้แบบไม่ต้องกังวล
แบตเตอรี่ 6000mAh + 80W SuperVOOC: สายถ่าย-สายเล่นเกมสบายทั้งวัน
OPPO Reno14 5G ใส่แบตมาให้ถึง 6000mAh ซึ่งถือว่าใหญ่กว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน ใช้งานทั้งวันแบบหนัก ๆ ได้ไม่ต้องลุ้นมาก โดยเฉพาะคนที่ถ่ายรูปเยอะ เล่นโซเชียล หรือเล่นเกมสลับไปมา
รองรับชาร์จไว 80W SuperVOOC ชาร์จจาก 0% – 100% ได้ในเวลาประมาณ 47 นาที และจากข้อมูลการใช้งานจริง ชาร์จเพียง 10 นาที ก็สามารถสตรีมวิดีโอได้นานต่อเนื่องหลายชั่วโมงแบบไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงก์ตามตลอดเวลา
ColorOS 15 + OPPO AI: ใช้งานลื่น และเน้น AI จริงจัง
OPPO Reno14 5G ทำงานบน ColorOS 15 ที่พื้นฐานคือ Android 15 ซึ่งมีการใส่สองเอนจินหลักคือ
Trinity Engine: ช่วยจัดการทรัพยากรเครื่องให้ลื่นไหลระยะยาว
Luminous Rendering Engine: ปรับเอฟเฟกต์ภาพและการแสดงผลอินเทอร์เฟซให้ลื่นและสวยตา
ผลลัพธ์คือเวลาปัดหน้าจอหรือเปลี่ยนแอป จะรู้สึกว่านิ้วลื่นไปพร้อม UI แบบติดมือมาก ๆ และในเวอร์ชันนี้แอปที่เคยมีประเด็นก็ถูกถอดออกไปแล้ว ทำให้ใช้งานได้อุ่นใจขึ้น
ลูกเล่นเด่น ๆ ของ ColorOS 15
OPPO AI Phone with Google Gemini
ด้วยการที่รันบน Android 15 ทำให้ OPPO Reno14 5G ใช้งานฟีเจอร์ AI หลักจาก Google Gemini ได้เต็มชุด ไม่ว่าจะเป็น
AI Call Translator
AI VoiceScribe
AI Call Summary
รวมถึงยังได้สิทธิ์ใช้งาน Gemini Pro ฟรี 3 เดือน สำหรับคนที่ชอบใช้ AI ช่วยเขียน ช่วยสรุป หรือช่วยคิดคอนเทนต์ บอกเลยว่าตัว Pro มีลูกเล่นและความฉลาดที่เหนือกว่าตัวฟรีแบบรู้สึกได้
OPPO O+ Connect
สำหรับคนที่มีหลายอุปกรณ์ข้ามระบบปฏิบัติการ เช่น ใช้แท็บเล็ตอีกแบรนด์แต่ถือ OPPO เป็นเครื่องหลัก ฟีเจอร์ O+ Connect จะช่วยให้การส่งไฟล์ระหว่างกันเร็วและเนียนขึ้นมาก
โดยเฉพาะสายทำคอนเทนต์ที่ต้อง
ถ่ายรูปด้วย Reno14 5G
ส่งต่อรูปไปแต่ง/เขียนงานบนแท็บเล็ตหรืออุปกรณ์อีกเครื่อง
แค่ลงแอป O+ Connect ทั้งสองฝั่ง ก็โยนไฟล์ไปมาได้แบบไวและเสถียร ไม่ต้องพึ่งสายหรือคลาวด์ให้วุ่นวาย
BeaconLink 2.0
ฟีเจอร์นี้เหมาะกับคนใช้ OPPO หลายเครื่อง หรือใช้ในกลุ่มเพื่อน/ทีมเดียวกัน จุดเด่นคือสามารถส่งข้อความ ไฟล์ภาพ หรือไฟล์เสียงระหว่างสมาร์ตโฟน OPPO ด้วยกันได้ โดยไม่ต้องใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีประโยชน์มากในที่สัญญาณไม่ดีหรือใช้งานในพื้นที่ปิด
บทสรุป: AI แฟลชจัดเต็ม ดีไซน์เด่น กล้องครบ ใช้งานคุ้ม
มาถึงช่วงสรุปภาพรวมของ OPPO Reno14 5G ถ้าดูจากทุกมุมแล้ว นี่คือรุ่นที่อัปเดตแบบ Minor Change จากรุ่นก่อน แต่เป็นการอัปเดตที่ “ตรงจุดและทันสมัยขึ้น” ชัดเจน
สิ่งที่รู้สึกได้ทันทีเมื่อจับเครื่องคือ
ดีไซน์สัมผัสพรีเมียม น้ำหนักเบา ฟีลใกล้มือถือเรือธงบางรุ่น
ลายหางปลา + Velvet Glass ทำให้ด้านหลังเครื่องทั้งสวยและแตกต่าง
กล้อง Telephoto 50MP ที่ถูกเพิ่มเข้ามาทำให้การถ่ายพอร์ตเทรตสนุกขึ้นมาก
ระบบ AI Flash Photography และ AI Editor 2.0 ยกระดับการถ่ายและแต่งภาพให้เป็นสายคอนเทนต์ได้จริงจัง โดยไม่ต้องใช้แอปเสริมเยอะ
ถ้าให้สรุปสั้น ๆ:
ดีไซน์: เป็นหนึ่งในมือถือ Mid-range ที่ดีไซน์ชัดและไม่เหมือนใคร
กล้อง + AI: เน้นพอร์ตเทรตและการแต่งภาพหลังถ่ายแบบลึก ฟีเจอร์ AI ครบและใช้งานได้จริง
ประสบการณ์ใช้งาน: ลื่นไหล แบตอึด ชาร์จไว เล่นเกมได้แบบไม่ต้องห่วง
ใครกำลังหาเครื่องคู่ใจที่เน้น ถ่ายคนให้สวย ถ่ายแฟลชให้ชิค และแต่งด้วย AI ในเครื่องได้เลย บอกตรง ๆ ว่า Reno14 5G เป็นตัวเลือกที่น่าพาเข้าบ้านมาก
ราคาและรุ่นย่อยของ Reno14 Series 5G
OPPO Reno14 5G
สมาร์ตโฟนดีไซน์หางปลาสุดชิค มีให้เลือก 2 สี
สีขาว Opal White
สีเขียว Luminous Green
ตัวเลือกความจุ
RAM 12GB + ROM 256GB ราคา 16,999 บาท
RAM 12GB + ROM 512GB ราคา 18,999 บาท
OPPO Reno14 F 5G
รุ่นน้องเล็กแต่ดีไซน์จัดเต็ม มี 3 สี 3 สไตล์
สีฟ้า Opal Blue
สีชมพู Glossy Pink
สีเขียว Luminous Green
ตัวเลือกความจุ
RAM 8GB + ROM 256GB ราคา 11,999 บาท (จำหน่ายเฉพาะช่องทางอีคอมเมิร์ซและ OPPO Brand Shop)
RAM 12GB + ROM 256GB ราคา 12,999 บาท
RAM 12GB + ROM 512GB ราคา 14,999 บาท
OPPO Reno14 Pro 5G
รุ่นท็อปของซีรีส์ มี 2 สี
สีขาว Opal White
สีเทา Titanium Grey
ความจุเดียว
RAM 12GB + ROM 512GB ราคา 24,999 บาท
อุปกรณ์เสริมที่เปิดตัวพร้อมกัน
นอกจาก Reno14 Series ยังมีอุปกรณ์อื่นเปิดตัวมาด้วย
OPPO Pad SE รุ่น LTE ราคา 6,999 บาท
OPPO Pad SE รุ่น Wi-Fi ราคา 5,999 บาท
OPPO Watch X2 Mini ราคา 9,999 บาท
OPPO Enco Buds3 ราคา 799 บาท
โปรโมชันและสิทธิพิเศษ
ในช่วงเปิดตัว จะมีประกันและสิทธิ์เสริมที่ช่วยเพิ่มความคุ้มให้มากขึ้น โดยประกัน E-VIP Plus จะช่วยคุ้มครองการแตกของจอ ความเสียหายจากน้ำ และการรับประกันในพื้นที่เอเชีย-แปซิฟิก ภายในระยะเวลา 1 ปี (เงื่อนไขสิทธิ์และการกดรับขึ้นอยู่กับช่วงเวลาโปรโมชัน)
มูลค่าประกันโดยประมาณของแต่ละรุ่นในซีรีส์
OPPO Reno14 F 5G มูลค่าประกัน E-VIP Plus ประมาณ 7,000 บาท
OPPO Reno14 5G มูลค่าประกัน E-VIP Plus ประมาณ 9,000 บาท
OPPO Reno14 Pro 5G มูลค่าประกัน E-VIP Plus ประมาณ 15,000 บาท
และยังมีสิทธิ์ใช้งาน Google AI Pro ฟรี 3 เดือน สำหรับผู้ที่ซื้อ OPPO Reno14 5G หรือ Reno14 Pro 5G ภายในช่วงเวลาที่กำหนด พร้อมของสมนาคุณเพิ่มเติม (ขึ้นกับจำนวนและร้านค้าที่ร่วมรายการ)
เหมาะกับใคร?
OPPO Reno14 5G คือสมาร์ตโฟนที่เหมาะกับคนที่
ชอบดีไซน์มือถือที่ “ดูออกทันทีว่าเป็นรุ่นอะไร” ไม่ซ้ำเจ้าอื่น
เน้นถ่ายพอร์ตเทรต เล่นแฟลช และอินกับโทนภาพ Y2K / Street
อยากใช้ AI ช่วยแต่งรูป ตั้งแต่ลบของเกะกะไปจนรีคอมโพสภาพใหม่
ต้องการเครื่องแบตอึด ชาร์จไว ใช้งานจริงจังทั้งวันโดยไม่ต้องพกชาร์จเสริม
ถ้าคุณกำลังหาเครื่องคู่ใจที่เป็นทั้ง กล้องพอร์ตเทรต + เครื่อง AI แต่งรูป + มือถือดีไซน์จัดเต็ม ในตัวเดียว Reno14 5G คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าลองจับที่สุดในช่วงราคานี้แล้ว

