เปิดทริปฉงชิ่ง 3 วัน 2 คืน เมืองวิวอลัง รสชาติจัดจ้าน
ถ้ามีเวลาแค่ 3 วัน แต่อยากไปจีนแบบได้ทั้งวิวมหากาพย์ อาหารเผ็ดซี๊ด และฟีลเมืองใหญ่สุดคึก ฉงชิ่งคือคำตอบที่ห้ามมองข้าม เมืองภูเขาที่ถูกโอบล้อมด้วยแม่น้ำแยงซีและเจียหลิง สร้างแลนด์สเคปแบบ เมืองลอยฟ้า ที่มองมุมไหนก็เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนัง
ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ยืนถ่ายรูปกับวิว แต่คือเมืองที่ทำให้คุณได้สัมผัส พลังของจีนยุคใหม่ แบบเต็มแม็กซ์ ทั้งแสงสี ย่านช้อปปิ้ง อาหารหม่าล่าชาไปทั้งลิ้น และมรดกโลกทางธรรมชาติในทริปสั้นๆ แค่ 3 วัน 2 คืนก็เก็บครบได้แบบไม่เหนื่อยเกินไป
ทำไมฉงชิ่งถึงต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต?
สิ่งที่ทำให้ฉงชิ่งไม่เหมือนเมืองอื่นในจีน คือการผสมผสานระหว่างตึกสูงล้ำๆ กับเสน่ห์เก่าแก่ของเมืองภูเขา ทุกซอกซอยมีเรื่องราว ทั้งบ้านเรือนดั้งเดิม ร้านอาหารหอมกลิ่นหม่าล่า และวิถีชีวิตแบบโลคอลที่ยังชัดเจน
เมืองวิวระดับโลก
ฉงชิ่งตั้งอยู่ตรงจุดที่แม่น้ำแยงซีไหลมาบรรจบกับแม่น้ำเจียหลิง วิวเมืองเลยอลังการเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะมองจากสะพาน ดาดฟ้าโรงแรม หรือกระเช้าข้ามแม่น้ำ ทุกมุมคือพาโนรามา 360 องศา สวยแบบไม่ต้องใช้ฟิลเตอร์
ค่ำคืนที่ไม่มีวันลืม
เมืองนี้พอเปิดไฟแล้วคืออีกจักรวาล หงหยาต้ง (Hongya Cave) กลางคืนคือไฮไลต์ที่ต้องไปให้ได้ ตึกไม้หลายชั้นริมผา พอเปิดไฟทีคือเหมือนฉากในอนิเมะสไตล์โลกแฟนตาซี จนกลายเป็นหนึ่งในจุดเช็กอินที่โด่งดังไปทั่วโลก
บ้านเกิดหม้อไฟหม่าล่า
หม้อไฟหม่าล่าต้นตำรับเกิดที่ฉงชิ่งนี่แหละ ซุปแดงเดือดรสเผ็ดชาแบบจัดเต็ม บวกอากาศเย็นๆ แล้วนั่งล้อมหม้อกันคือฟีลลิ่งที่ กินที่ไทยยังไงก็ไม่เหมือน
รถไฟฟ้าทะลุตึก เมือง 3D ที่มีจริง
สถานีรถไฟฟ้าหลี่จื่อป้า (Liziba) คือแลนด์มาร์กที่ทุกคนต้องว้าว เพราะรถไฟฟ้าวิ่งทะลุกลางอาคารพักอาศัยจริงๆ เป็นภาพที่สรุปตัวตนของฉงชิ่งได้ดีมาก – เมืองสมัยใหม่ที่ต้องสร้างทางออกแบบครีเอตบนพื้นที่จำกัด
สถาปัตยกรรมล้ำ อายุกาลังไกล
ย่านเจี่ยฟ่างเปย (Jiefangbei) เต็มไปด้วยตึกระฟ้า ส่วนโครงการ Raffles City Chongqing ก็โดดเด่นด้วยดีไซน์เหมือนเรือยักษ์ลอยอยู่บนฟ้า เป็นอีกหนึ่งภาพจำที่ทำให้คนทั่วโลกอยากมาสัมผัสด้วยตาตัวเอง
ธรรมชาติยิ่งใหญ่ ใกล้เมือง
แค่ขับรถออกจากตัวเมืองไม่กี่ชั่วโมง ก็จะเจอกับอุทยานหลุมฟ้าอู่หลง (Wulong Karst) มรดกโลกทางธรรมชาติที่เต็มไปด้วยภูเขาหินปูนและสะพานหินธรรมชาติอลังการ เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งฟีลเมืองและธรรมชาติในทริปเดียว
7 เรื่องที่ควรรู้ก่อนบินไปฉงชิ่ง
ก่อนออกลุย ควรเตรียมตัวให้ดีทั้งเอกสาร มือถือ กระเป๋าสตางค์ และเสื้อผ้า จะได้เที่ยว 3 วันแบบลื่นๆ ไม่สะดุด
1. วีซ่า
ข่าวดีคือคนไทยยัง ฟรีวีซ่าจีน สำหรับการพำนักไม่เกิน 30 วัน ไปฉงชิ่งได้เลยไม่ต้องยื่นล่วงหน้า แค่เตรียมให้ครบ
พาสปอร์ตอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน
ตั๋วเครื่องบินไป–กลับ
หลักฐานการจองที่พัก
เงินสดหรือวงเงินบัตรที่พอใช้จ่ายตลอดทริป
2. ตั๋วเครื่องบินและที่พัก
บินตรงจากไทยไปฉงชิ่งมีหลายสาย ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง 45 นาที ปลายทางคือสนามบินเจียงเป่ย์ (Chongqing Jiangbei International Airport – CKG) ห่างจากใจเมืองประมาณ 25 กม.
ช่วงบินคุ้มสุด: ปลายหนาว–ต้นใบไม้ผลิ (ก.พ.–เม.ย.) อากาศเย็น หมอกสวย ถ่ายรูปเพลิน
- โซนพักแนะนำ:
เจี่ยฟ่างเปย (Jiefangbei) เดินเที่ยวง่าย ช้อปสะดวก ใจกลางแลนด์มาร์ก
หงหยาต้ง (Hongya Cave) เน้นวิวแม่น้ำและไฟกลางคืนสุดโรแมนติก
3. ซิมการ์ดและ VPN
จีนบล็อกเว็บและโซเชียลดังอย่าง Google, Facebook, Instagram, YouTube ถ้าต้องใช้ แนะนำให้เตรียม VPN ไปด้วย
ซิม/ eSIM ที่ใช้บ่อย: China Unicom, China Mobile, Airalo eSIM China
VPN ยอดนิยม: ExpressVPN, NordVPN, Astrill
- แอปจำเป็น:
Baidu Maps (ใช้แทน Google Maps)
DiDi เรียกรถ
Trip.com ไว้จองตั๋ว/โรงแรม
Google Translate (โหลดภาษาจีนไว้ใช้แบบออฟไลน์)
4. การใช้จ่าย
ในฉงชิ่ง แทบทุกอย่างจ่ายผ่านมือถือ เป็นหลัก โดยเฉพาะ Alipay และ WeChat Pay ร้านจำนวนมากไม่รับบัตรเครดิตต่างประเทศ
สมัคร Alipay / WeChat Pay ลิงก์กับบัตร VISA / Mastercard จากไทยได้เลย
แลกเงินสดหยวนเผื่อไว้ราว 500–800 หยวน สำหรับแท็กซี่หรือร้านเล็ก ๆ
ร้านสตรีทฟู้ดบางเจ้ายังรับเงินสด เลยควรพกติดตัวสักหน่อย
5. อากาศและการแต่งกาย
ฉงชิ่งอากาศชื้น หมอกลงบ่อย เช็กพยากรณ์ก่อนเดินทางทุกครั้ง จะได้เตรียมเสื้อผ้าไม่พลาด
ฤดูหนาว (ธ.ค.–ก.พ.) : 5–10°C เสื้อโค้ตหนา ถุงมือ หมวกไหมพรมคือของจำเป็น
ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.–พ.ค.) : 12–22°C เสื้อตัวใน + แจ็กเก็ตเบา
ฤดูร้อน (มิ.ย.–ส.ค.) : ร้อนและมีฝน พกร่มหรือหมวกกันแดด
ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.–พ.ย.) : อากาศดีที่สุด เหมาะเที่ยวสุดทั้งปี
6. การเดินทางในเมือง
ระบบรถไฟฟ้า Chongqing Rail Transit (CRT) ครอบคลุมแทบทุกมุมสำคัญ แถมมีสถานีดังอย่าง Liziba ที่รถไฟวิ่งทะลุตึกให้ไปตามรอย
ค่าโดยสารเริ่มที่ประมาณ 2 หยวน
มี One-Day Pass ซื้อได้จากตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ
ถ้าออกนอกเมืองหรือไปไกล ๆ จองรถไฟความเร็วสูงผ่านแอปจองตั๋วได้สะดวก
7. ภาษาและแอปแปล
คนท้องถิ่นใช้ภาษาจีนกลางเป็นหลัก ภาษาอังกฤษยังไม่แพร่หลายมาก แอปแปลภาษาจึงช่วยได้เยอะ
แอปแนะนำ: Google Translate (โหลดภาษาจีนไว้), Papago
- คำง่ายๆ ที่ควรรู้:
你好 (หนีห่าว) = สวัสดี
谢谢 (เซี่ยเซี่ย) = ขอบคุณ
麻辣 (หม่าล่า) = เผ็ดชา
不要辣 (ปู้เย่าหล่า) = ไม่เอาเผ็ด
แผนเที่ยวฉงชิ่ง 3 วัน 2 คืน เก็บครบทั้งเมืองและธรรมชาติ
สำหรับคนมีเวลาจำกัด ทริป 3 วัน 2 คืนก็ยังเก็บรสชาติของฉงชิ่งได้ครบ ตั้งแต่แสงสีในเมือง หม้อไฟหม่าล่าสุดเดือด ธรรมชาติมรดกโลก ไปจนถึงเมืองเก่าบรรยากาศคลาสสิก แผนนี้เน้นคุ้มแต่ไม่โหด เดินทางสบายสายเที่ยวประหยัดก็เอาอยู่
Day 1: ทำความรู้จักใจกลางเมืองและวิวแม่น้ำสุดอลัง
วันแรกเน้นทำความคุ้นเคยกับเมือง ชิลแต่แน่นด้วยแลนด์มาร์กหลัก เดินเล่น ถ่ายรูป และจบด้วยหม้อไฟแบบจุกๆ
เช้า | เช็กอินเข้าที่พักย่านเจี่ยฟ่างเปย
จากสนามบินเจียงเป่ย์นั่งรถไฟฟ้า CRT สาย 3 เข้าตัวเมือง สะดวกและประหยัด ใช้เวลาราว 40–50 นาที แนะนำพักแถว เจี่ยฟ่างเปย เพราะเดินออกมาปุ๊บก็เจอทั้งร้านอาหาร ช้อปปิ้ง และบรรยากาศเมืองใหญ่แบบไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
เที่ยง | เดินเล่นรอบอนุสาวรีย์ปลดแอก
อนุสาวรีย์ปลดแอก (Jiefangbei Monument) คือเหมือนย่านสยามของฉงชิ่ง รอบๆ เต็มไปด้วยห้าง แบรนด์แฟชั่น และคาเฟ่ เหมาะกับการเดินย่อยเปลี่ยนบรรยากาศ พร้อมลอง อาหารท้องถิ่นง่ายๆ ราคาไม่แรง รอบย่านนี้
บ่าย | ไปดูรถไฟทะลุตึกที่ Liziba Station
ขึ้นรถไฟฟ้าสาย 2 ไปสถานีหลี่จื่อป้า จุดนี้คนมาถ่ายรูปกันแน่น เพราะรถไฟฟ้าวิ่งทะลุกลางอาคารพักอาศัยจริงๆ มุมยอดนิยมคือถ่ายจากมุมถนนหรือตึกฝั่งตรงข้าม ได้ทั้งภาพสวยและคอนเทนต์ลงโซเชียลแบบไม่ซ้ำใคร
เย็น | หลงเข้าไปในโลกนิทานที่หงหยาต้ง
หงหยาต้ง (Hongya Cave) คืออาคารไม้ 11 ชั้นสร้างบนหน้าผาริมแม่น้ำเจียหลิง กลางคืนพอเปิดไฟคือสวยจนขนลุก แนะนำไปช่วงหัวค่ำ เดินเล่นในตัวอาคาร แวะจุดชมวิวด้านนอก แล้วมองย้อนกลับมาเห็นทั้งตึกและสะพานไฟระยิบระยับ เป็นหนึ่งในวิวที่ห้ามพลาดของทริปนี้
ค่ำ | ปิดท้ายวันด้วยหม้อไฟฉงชิ่งแท้ๆ
ปิดคืนแรกด้วยหม้อไฟหม่าล่าต้นตำรับ เลือกซุปสองช่อง (เผ็ด + ไม่เผ็ด) จะได้แบ่งกินกันได้ทุกสไตล์ ใส่ทั้งเนื้อ ผัก และเครื่องในตามใจชอบ ใครสายเผ็ดคือฟิน ใครกลัวเผ็ดก็ยังมีซุปใสช่วยเซฟลิ้น
Day 2: ตะลุยมรดกโลก และเดินชิลเมืองโบราณ
วันที่สองเปลี่ยนโหมดออกไปเจอธรรมชาติระดับมรดกโลก ก่อนค่อยกลับมาเดินเล่นในเมืองเก่าฟีลจีนย้อนยุค แบบ ได้ทั้งภูเขา ทั้งวัฒนธรรมในวันเดียว
เช้า–บ่าย | ทริปเต็มวัน Wulong Karst หลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์
อุทยานหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ (Wulong Karst National Geology Park) เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้หลายคนตั้งใจมาฉงชิ่ง ที่นี่เป็นมรดกโลกของยูเนสโก ด้วยภูมิประเทศคาสต์ที่เกิดจากการกัดเซาะของหินปูนจนกลายเป็นหลุมยักษ์และสะพานหินธรรมชาติอลังการ สายธรรมชาติและสายถ่ายรูปต้องปลื้ม
เย็น | เดินเล่นเมืองโบราณฉือชี่โข่ว
กลับเข้าเมืองแล้วแวะ Ciqikou Old Town เมืองโบราณริมแม่น้ำเจียหลิงที่ยังเก็บสถาปัตยกรรมเก่าไว้ครบ ซอยแคบๆ ร้านชา ร้านขนม และของที่ระลึกเต็มสองฝั่งถนน เดินไปก็เหมือนย้อนเวลาไปจีนยุคก่อน แต่ยังคงความคึกคักแบบเมืองท่องเที่ยวสมัยใหม่
ค่ำ | สตรีทฟู้ดจัดเต็ม ราคาน่ารัก
ก่อนกลับที่พัก แวะตลาดกลางคืนแถวฉือชี่โข่ว ลองชิมสตรีทฟู้ดแบบ จานเล็กหลาย ๆ อย่าง เช่น ไม้เสียบหม่าล่า ของทอด ขนมท้องถิ่น ราคาเบาๆ แต่รสชาติเข้มข้นสไตล์เสฉวน
Day 3: วิวเมืองจากมุมสูง ศิลปะสุดเท่ และเก็บตกก่อนกลับ
วันสุดท้ายเน้นชิล เก็บแลนด์มาร์กที่เหลือ ดูวิวเมืองจากมุมสูง เดินเสพงานอาร์ต แล้วค่อยช้อปของฝากก่อนมุ่งหน้าไปสนามบิน
เช้า | นั่งกระเช้าข้ามแม่น้ำแยงซี
กระเช้าข้ามแม่น้ำแยงซี (Yangtze River Cableway) เป็นกิจกรรมคลาสสิกของฉงชิ่ง เปิดใช้มาตั้งแต่ปี 1987 แต่ทุกวันนี้ก็ยังฮิตอยู่ เพราะได้เห็นเมืองแบบมุมกว้าง และจุดที่แม่น้ำแยงซีตัดกับแม่น้ำเจียหลิงอย่างชัดเจน ใครชอบวิวเมืองห้ามพลาด
สาย | เดินย่านศิลปะ Huangjueping Art District
จากตัวเมืองมุ่งหน้าไปย่านศิลปะ Huangjueping ใกล้สถาบันศิลปะแห่งเสฉวน (Sichuan Fine Arts Institute) ย่านนี้เคยเป็นย่านเก่าที่ถูกรีโนเวตให้กลายเป็นพื้นที่ของงานศิลป์ กราฟฟิตี และไอเดียครีเอตของคนรุ่นใหม่ เดินถ่ายรูปมุมแปลก ๆ ได้ทั้งวันแบบไม่ซ้ำ
เที่ยง | มื้อสุดท้ายในฉงชิ่ง
ปิดทริปด้วยการกลับไปซ้ำเมนูโปรดที่ถูกใจจากสองวันก่อน ไม่ว่าจะเป็นหม้อไฟ บะหมี่ หรือของทอดหม่าล่า ให้ร่างกายจำรสชาติฉงชิ่งไว้ชัดๆ ก่อนกลับบ้าน
บ่าย | ช้อปของฝาก แล้วมุ่งหน้าสนามบิน
ช่วงสุดท้ายแวะเก็บของฝากแถวเจี่ยฟ่างเปย หรือช้อปต่อที่ Duty-Free สนามบินเจียงเป่ย์ ของที่ไม่ควรพลาด เช่น ชา เครื่องเทศเสฉวน และของกินพื้นเมืองที่กลับไปกินต่อที่บ้านได้อีกยาวๆ
เลือกนอนย่านไหนในฉงชิ่งให้คุ้มค่าที่สุด
ภูมิประเทศฉงชิ่งเป็นภูเขาสูงต่ำซับซ้อน เลือกย่านพักดีๆ จะช่วยเซฟเวลาเหนื่อยและค่าเดินทางได้เยอะ สายเที่ยวประหยัดควรเลือกโลเคชันให้คุ้มที่สุด
เจี่ยฟ่างเปย (Jiefangbei): สะดวกสุด เดินไปได้ทุกอย่าง
ย่านใจกลางเมืองที่รวมทั้งแสงสี ห้าง ร้านอาหาร และแลนด์มาร์กดังอย่างอนุสาวรีย์ปลดแอก อยู่ไม่ไกลจากหงหยาต้งด้วย เหมาะมากสำหรับทริปสั้นๆ ที่อยากอยู่ใจกลางทุกอย่าง
ข้อดี
ใกล้สถานีรถไฟฟ้า CRT หลายสาย
ร้านอาหาร คาเฟ่ ช้อปปิ้งครบทุกระดับราคา
วิวกลางคืนสวย มีบาร์รูฟท็อปและคาเฟ่วิวแม่น้ำให้เลือก
หงหยาต้ง (Hongya Cave): วิวแม่น้ำกลางคืนสุดโรแมนติก
ย่านนี้เหมาะกับคนที่เน้นวิวเป็นหลัก ตื่นเช้ามาเจอแม่น้ำ เจอตึกสูง สะพานไฟสวยๆ ได้ทุกวัน เดินไป Hongya Cave แค่ไม่กี่นาทีก็ถึง
ข้อดี
เดินถึงจุดไฮไลต์สำคัญของเมืองได้ง่าย
วิวแม่น้ำ + ไฟกลางคืนอลังการระดับโปสการ์ด
ร้านอาหารและบาร์บรรยากาศดีให้เลือกเพียบ
ซาผิงป้า (Shapingba): โลคอล ฟีลนักศึกษา งบเบาสบาย
เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสชีวิตคนท้องถิ่นมากกว่าอยู่กลางย่านทัวริสต์ ซาผิงป้าเป็นเขตมหาวิทยาลัย มีทั้งร้านกาแฟเท่ๆ ร้านหนังสือ และตลาดของกินราคาเป็นมิตร คุมงบง่ายแต่ยังเดินทางสะดวก
ข้อดี
บรรยากาศไม่วุ่นวายเกินไป ฟีลคนเมืองจริงๆ
ร้านอาหารราคานักศึกษาเยอะมาก
ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวอย่าง Ciqikou Old Town
สายกินห้ามพลาด: 7 เมนูฉงชิ่งที่ต้องลอง
ฉงชิ่งคือสวรรค์ของคนรักอาหารรสจัด ทุกย่านมีของกินให้ลองไม่รู้จบ ทั้งของร้อน ของทอด ของทานเล่น และของหวานดับเผ็ด นี่คือ ลิสต์เมนูเด็ดที่ควรจดไว้ก่อนบิน
1. หม้อไฟฉงชิ่ง (Chongqing Hotpot)
ซิกเนเจอร์อันดับหนึ่งของเมืองนี้ ซุปหม่าล่าหอมกลิ่นพริกแห้งและพริกเสฉวน รสเผ็ดชาแต่กลมกล่อม กินกับเนื้อวัวสไลซ์ หมูสามชั้น ลูกชิ้น และผักสดคือที่สุด
แนะนำเริ่มจากหม้อสองน้ำ (เผ็ด + ซุปใส) เผื่อคนไม่ถนัดเผ็ดจัด
ร้านดังมีหลายเจ้าในย่านเจี่ยฟ่างเปย เลือกได้ตามงบ
2. บะหมี่เสี่ยวเมี่ยน (Chongqing Xiaomian)
บะหมี่เส้นเล็กกับซอสหม่าล่าหอมมัน กินง่ายแต่รสจัด เป็นเมนูหลักที่คนท้องถิ่นกินได้ทุกมื้อ
ราคาประมาณ 10–15 หยวนต่อชาม
เหมาะเป็นมื้อเช้าหรือมื้อเบาๆ ของสายประหยัด
3. ซวนล่าเฝิ่น (Suan La Fen)
เส้นมันเทศเหนียวนุ่มในน้ำซุปเปรี้ยวเผ็ด ใส่ถั่วลิสง น้ำมันพริก และน้ำส้มสายชู กลิ่นแรงนิด แต่กินแล้วติดใจ
เหมาะสุดตอนอากาศเย็นหรือฝนตก
ถ้ากลัวเผ็ดบอกให้ร้านลดระดับได้
4. เนื้อวัวผัดพริกแห้ง (La Zi Niu Rou)
เนื้อวัวผัดกับพริกแห้งและพริกไทยเสฉวน รสเผ็ดมัน เด็ดมากตอนกินกับข้าวร้อน ๆ
สายกับข้าวต้องลองเมนูนี้
ขอให้ร้านลดเผ็ดได้ ถ้าไม่ใช่สายโหด
5. หม่าล่าเสียวชวน (Malatang)
คล้ายหม้อไฟแบบเสียบไม้ เลือกวัตถุดิบเองแล้วให้ร้านต้มในน้ำซุปหม่าล่า จ่ายตามจำนวนไม้
ราคาเริ่มต้นไม้ละ 1–2 หยวน
เหมาะกับสายอยากลองหลายอย่างแบบงบไม่บาน
6. เป็ดพะโล้ฉงชิ่ง (Chongqing Duck Neck)
ของทานเล่นรสจัด ทำจากคอเป็ดเคี่ยวน้ำพะโล้แล้วคลุกกับเครื่องเทศหม่าล่า เคี้ยวเพลินจนลืมว่าเผ็ด
เหมาะซื้อเป็นของฝาก เพราะมักแพ็กสูญญากาศมาเรียบร้อย
7. เต้าหู้เหม็น (Stinky Tofu)
กลิ่นอาจทำให้ลังเล แต่รสชาติคือเซอร์ไพรส์ เต้าหู้หมักทอดกรอบ ราดซอสหม่าล่ากับผักดอง กินตอนร้อนๆ คือดีมาก
ย่าน Ciqikou Old Town มีร้านเก่าแก่ให้ลองหลายเจ้า
ถ้าจะลองเมนูสตรีทฟู้ดแบบแท้ๆ อันนี้ควรอยู่ในลิสต์
งบเที่ยวฉงชิ่ง 3 วัน ประมาณเท่าไหร่?
งบฉงชิ่งปรับได้ตามสไตล์เที่ยวของแต่ละคน แต่โดยรวมถือว่า คุมงบง่ายกว่าที่คิด ทั้งค่ากินและค่าเดินทางไม่แรงหากเน้นสตรีทฟู้ดและรถไฟฟ้า
โดยทั่วไป ถ้าบินโปร จองที่พักล่วงหน้า และเน้นกิน–เที่ยวแบบสบายแต่ไม่ฟุ่มเฟือย งบต่อคนสำหรับ 3 วัน 2 คืนจะอยู่ที่ระดับที่หลายคนเอื้อมถึงได้สบายๆ ใครอยากจัดเต็มโรงแรมวิวแม่น้ำหรือร้านหรู ก็แค่เผื่องบเพิ่มอีกเล็กน้อย
ฉงชิ่ง เมืองที่ทำให้หลงรักได้ใน 3 วัน
ฉงชิ่งคือเมืองที่ทุกโค้งถนนมีเรื่องราว ตั้งแต่รถไฟที่วิ่งทะลุตึก วิวแม่น้ำแยงซีตอนกลางคืน ไปจนถึงเมืองโบราณที่ยังคงกลิ่นอายวันวานเอาไว้ครบ ความเก่ากับความล้ำสมัยถูกผสมกันแบบลงตัว จนแค่เดินเล่นเฉยๆ ยังรู้สึกไม่เบื่อเลยสักนิด
ทำไมหลายคนถึงตกหลุมรักฉงชิ่ง
วิวเมืองสามมิติสุดแปลกตา หาแบบนี้ยากมากในโลก
อาหารหม่าล่าเผ็ดจัดจ้าน กินแล้วอยากกลับไปซ้ำ
รถไฟฟ้าพาเที่ยวทั่วเมืองในงบเบาๆ
ฤดูหนาวอากาศเย็น เหมาะชมไฟกลางคืนสุดๆ
ความคึกคักของเจี่ยฟ่างเปย บวกกับเสน่ห์คลาสสิกของ Ciqikou Old Town
ไม่ว่าคุณจะมีเวลาแค่ 3 วัน หรืออยากต่อทริปให้ยาวขึ้นอีกสักสัปดาห์ ฉงชิ่งก็พร้อมเสิร์ฟครบทั้งวิว อาหาร และอารมณ์การเดินทางแบบเต็มหัวใจ สายเที่ยวประหยัดที่อยากได้เมืองใหญ่ + ธรรมชาติ + ของกินโคตรฟิน เมืองนี้คือหนึ่งในตัวเลือกที่ต้องติดลิสต์ให้ได้

