ZestBuy

เลือกระหว่าง Shopee หรือ Lazada ยังไงดี

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI07-01

เลือกแพลตฟอร์มให้ถูก ช้อปให้คุ้ม: Shopee vs Lazada มุมมองผู้ซื้อชาวไทย

1. บทนำ: ภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซในไทย และบทบาทของ Shopee / Lazada

แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันคนไทยไปแล้ว ผู้บริโภคคุ้นชินกับการใช้สมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดีย ทำให้การช้อปออนไลน์เป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว

พฤติกรรมหลักของผู้ซื้อไทยคือ เน้นความคุ้มค่าและความสะดวกสบาย:

  • เปรียบเทียบราคาได้ทันที

  • อ่านรีวิวจากผู้ใช้จริงได้ก่อนตัดสินใจซื้อ

  • ได้รับแรงจูงใจจากโปรโมชัน โค้ดส่วนลด และค่าจัดส่งฟรีที่แข่งกันดุเดือด

ในภาพรวมของตลาดอีคอมเมิร์ซภูมิภาค Shopee ถือเป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ซื้อจำนวนมากที่สุด และครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด ขณะที่ Lazada เป็นแพลตฟอร์มที่เน้นความพรีเมียมและแบรนด์ทางการมากกว่า แต่สำหรับผู้บริโภคคนไทยทั้งสองแพลตฟอร์มต่างก็เป็นช่องทางหลักในการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่ “คุ้มกว่าออกไปซื้อหน้าร้าน” อย่างชัดเจน

2. จุดเด่นและจุดด้อยของ Shopee ในมุมมองผู้ซื้อ

จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตลาดและพฤติกรรมผู้ใช้ Shopee มีลักษณะเด่นหลายด้านที่ผู้ซื้อสัมผัสได้ชัดเจน

จุดเด่นของ Shopee สำหรับผู้ซื้อ

  • สินค้าเยอะและหลากหลายมาก
    Shopee ถูกใช้เป็นแพลตฟอร์มหลักในการขายสินค้าทุกประเภท ตั้งแต่อิเล็กทรอนิกส์ แฟชั่น ไปจนถึงสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง ทำให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกมหาศาลในทุกหมวดหมู่

  • ตอบโจทย์สายเปรียบเทียบราคา
    โครงสร้างของ Shopee เน้นการค้นหาและการเปรียบเทียบราคาชัดเจน ผู้ซื้อสามารถดูร้านหลายเจ้า เปรียบเทียบทั้งราคาและรีวิว ก่อนตัดสินใจได้ง่าย

  • ระบบโปรโมชันและคูปองจัดเต็ม
    Shopee ใช้เกมฟิเคชันและโปรโมชันหนัก เช่น Coins, โค้ดส่วนลด, เคมเปญลดแรงในวันที่พิเศษ ทำให้ผู้ซื้อรู้สึกว่าซื้อผ่านแพลตฟอร์มถูกและคุ้มกว่าหน้าร้าน

  • เหมาะกับหมวดสินค้ายอดนิยมของคนไทย
    จากการรวบรวมสินค้าขายดี พบว่า Shopee เป็นทำเลทองของหมวดสินค้าที่คนไทยชอบซื้อเป็นพิเศษ เช่น

    • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์เสริมมือถือ

    • เสื้อผ้าแฟชั่นและเครื่องประดับ

    • สกินแคร์และเครื่องสำอาง

    • อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์สุขภาพ

    • ของใช้ในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า และของตกแต่ง

จุดด้อยในมุมผู้ซื้อ

  • ต้องใช้เวลาอ่านรีวิวและคัดกรองร้าน
    เพราะมีร้านจำนวนมากและมีการแข่งขันสูง ผู้ซื้อจำเป็นต้องใช้เวลาอ่านรีวิว ตรวจสอบคะแนนร้าน เพื่อหลีกเลี่ยงสินค้าคุณภาพต่ำหรือบริการที่ไม่น่าพอใจ

  • โปรเยอะ แต่ซับซ้อน
    การมีโค้ดและโปรโมชันหลายชั้น ทำให้ผู้ซื้อบางส่วนรู้สึกว่าต้อง “คำนวณ” เยอะเพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด เช่น ต้องกดเก็บคูปอง เข้าร่วมแคมเปญ หรือเลือกช่วงเวลาซื้อให้ถูก

โดยรวมในสายตาผู้ซื้อ Shopee คือแพลตฟอร์มที่ให้ความรู้สึกคุ้มค่า มีอะไรให้เลือกเยอะ เหมาะกับคนที่เน้นราคาและพร้อมจะใช้เวลาเปรียบเทียบก่อนซื้อ

3. จุดเด่นและจุดด้อยของ Lazada ในมุมมองผู้ซื้อ

Lazada แม้จะมีส่วนแบ่งตลาดน้อยกว่า Shopee แต่ก็มีจุดแข็งบางด้านที่ผู้ซื้อจำนวนมากให้ความเชื่อมั่น

จุดเด่นของ Lazada สำหรับผู้ซื้อ

  • ภาพลักษณ์พรีเมียมและแบรนด์ทางการ
    Lazada มีจุดแข็งด้านร้านค้าแบรนด์แท้และร้าน LazMall ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการสินค้าจากแบรนด์อย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะหมวดอิเล็กทรอนิกส์และแฟชั่นที่มีมูลค่าสูง

  • เหมาะกับสินค้าราคาแพงและสินค้าที่ต้องการความมั่นใจ
    สำหรับผู้ซื้อที่ต้องการความเชื่อถือสูง เช่น ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ หรืออุปกรณ์ IT ราคาสูง มักมอง Lazada เป็นตัวเลือกหลักเพราะรู้สึกว่าคัดแบรนด์และร้านโดยรวมเข้มกว่า

  • ประสบการณ์โดยรวมของแบรนด์ต่างประเทศและ cross-border
    Lazadaถูกใช้เป็นช่องทางสำคัญของแบรนด์ระดับโลกและสินค้านำเข้า ทำให้ผู้ซื้อที่มองหาสินค้าต่างประเทศ มีตัวเลือกที่ดูเป็นระเบียบและเป็นทางการมากขึ้น

จุดด้อยในมุมผู้ซื้อ

  • ตัวเลือกในบางหมวดหมู่ไม่หนาแน่นเท่า Shopee
    ในหมวดสินค้าบางประเภท เช่น สินค้าไลฟ์สไตล์ งานอดิเรก หรือสินค้าท้องตลาดทั่วไป Lazadaอาจมีตัวเลือกน้อยกว่าระดับที่คนคุ้นจาก Shopee

  • สงครามโปรโมชันอาจดูไม่เร้าใจเท่า
    แม้ Lazada จะมีโปรโมชันและคูปอง แต่จุดขายของแพลตฟอร์มคือความพรีเมียมและความเป็นระเบียบมากกว่าการเล่นเกมหรือโปรแรงแบบแพลตฟอร์มที่เน้นความสนุกสนาน

สำหรับผู้ซื้อที่ให้ความสำคัญกับ “ความมั่นใจและความเป็นแบรนด์ทางการ” มากกว่าความมันส์ของโปร Lazada จึงยังเป็นตัวเลือกที่มีเสน่ห์อย่างชัดเจน

4. เปรียบเทียบประสบการณ์ใช้งานแอป การค้นหา ระบบชำระเงิน และความปลอดภัย

แม้ข้อมูลที่มีจะไม่ลงรายละเอียดเชิงเทคนิคของ UX/UI แต่สามารถสรุปภาพรวมในมุมผู้ใช้ได้จากลักษณะการใช้งานและโครงสร้างค่าธรรมเนียม

4.1 ประสบการณ์ใช้งานและการค้นหาสินค้า

  • Shopee
    โครงสร้างแพลตฟอร์มของ Shopee เน้นการค้นหาและเปรียบเทียบ ทำให้อินเทอร์เฟซถูกออกแบบให้รองรับการเรียงลำดับ ดูคะแนนรีวิว และดูโปรโมชันที่ผูกกับสินค้าได้ชัดเจน ผู้ใช้จึงชินกับการใช้ช่องค้นหาเป็นจุดเริ่มต้น แล้วไล่ดูร้านหลายเจ้า

  • Lazada
    Lazadaเน้นบริบทของแบรนด์และหมวดหมู่ที่มีการจัดระเบียบร้านค้าที่ชัดเจน โดยเฉพาะใน LazMall การค้นหาจึงมักนำผู้ใช้ไปสู่หน้าร้านแบรนด์หรือหมวดสินค้าใหญ่ ๆ ทำให้เหมาะกับผู้ที่ไม่อยากคัดกรองร้านเยอะ แต่ต้องการเข้าไปซื้อจากแบรนด์ที่รู้จักอยู่แล้ว

4.2 ระบบชำระเงินและค่าธรรมเนียมธุรกรรม

ทั้ง Shopee และ Lazada มีโครงสร้างค่าธรรมเนียมการชำระเงินที่ผู้ขายต้องรับผิดชอบ ซึ่งสะท้อนว่าระบบชำระเงินรองรับช่องทางหลากหลายและมีความปลอดภัยระดับแพลตฟอร์มใหญ่ในภูมิภาค

  • ทั้งสองแพลตฟอร์มคิดค่าธรรมเนียมธุรกรรมโดยอิงจาก ราคาคำสั่งซื้อรวมค่าจัดส่งที่ชำระโดยผู้ซื้อ

  • มีการรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตราที่ระบุไว้ในแต่ละตลาด

แม้ค่าธรรมเนียมถูกอธิบายจากมุมผู้ขาย แต่ในมุมผู้ซื้อ สิ่งที่เห็นได้คือ ช่องทางชำระเงินที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งบัตรเครดิต/เดบิต การโอนเงิน และระบบผ่อนชำระบางประเภท ทำให้การจ่ายเงินสะดวกและอยู่บนระบบที่มีมาตรฐานของแพลตฟอร์มใหญ่ในภูมิภาค

4.3 ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ

ความมั่นใจของผู้ซื้อส่วนใหญ่สร้างขึ้นจาก

  • ระบบรีวิวและคะแนนร้าน

  • การรับประกันจากแพลตฟอร์ม (เช่น การถือเงินไว้ระหว่างทางจนกว่าสินค้าจะถูกยืนยัน)

  • ภาพลักษณ์ของร้านแบรนด์แท้ (LazMall / Shopee Mall)

ในภาพรวม ทั้งสองแพลตฟอร์มอยู่ในระดับที่ผู้บริโภคไทยเชื่อใจได้ และใช้เป็นช่องทางหลักในการซื้อสินค้าหลากหลายประเภทอย่างต่อเนื่อง

5. โปรโมชัน คูปอง ส่วนลด และแคมเปญใหญ่ 11.11 / 12.12

หนึ่งในแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้คนไทย “กดซื้อ” ทุกวัน คือสงครามโปรโมชันระหว่างแพลตฟอร์ม

5.1 Shopee: โปรจัดหนักและเกมฟิเคชัน

Shopeeเด่นในเรื่อง

  • โค้ดส่วนลดหลายชั้น ทั้งจากร้านและจากแพลตฟอร์ม

  • ระบบ Coins และกิจกรรมในแอป ที่ทำให้ผู้ใช้สะสมและนำมาใช้แทนส่วนลด

  • แคมเปญใหญ่ เช่น 11.11, 12.12 ที่กลายเป็นอีเวนต์ประจำปีที่ผู้ซื้อรอคอยสินค้าโปร

ผลคือผู้บริโภคมีแรงจูงใจสูงในการซื้อในวันที่มีแคมเปญใหญ่ และมักวางแผนการซื้อให้ตรงช่วงโปรเพื่อความคุ้มค่าที่สุด

5.2 Lazada: โปรโมชันที่ผูกกับแบรนด์และความพรีเมียม

Lazadaมีแคมเปญ 11.11, 12.12 เช่นกัน แต่จุดที่แตกต่างคือ

  • เน้นดีลจากแบรนด์แท้และร้าน LazMall มาก

  • โปรโมชันบางส่วนถูกผูกกับสินค้าพรีเมียมและร้านทางการ ทำให้ผู้ใช้ที่ต้องการซื้อของแท้ในราคาดี หันมารอโปรของ Lazada

โดยรวม then แคมเปญของทั้งสองแพลตฟอร์มมีรูปแบบใกล้เคียงกัน แต่ต่างกันที่ระดับความ “เล่นใหญ่” ของโปรและกลุ่มสินค้าที่ถูกดันขึ้นมาในแต่ละช่วง

6. ค่าจัดส่ง ระยะเวลาจัดส่ง และบริการหลังการขาย / คืนสินค้า

แม้ข้อมูลที่มีจะเน้นฝั่งค่าธรรมเนียมผู้ขายมากกว่า แต่สามารถสรุปภาพในมุมผู้ซื้อจากสิ่งที่สะท้อนผ่านระบบโลจิสติกส์ของแพลตฟอร์ม

6.1 ค่าจัดส่งและโปรส่งฟรี

  • ทั้ง Shopee และ Lazada มีโปรส่งฟรีและโปรค่าจัดส่งร่วมกับร้านค้า

  • ผู้ขายมักเข้าร่วมโปรแกรมส่งฟรีหรือโปรค่าส่งต่ำ เพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกเลือก ทำให้ผู้ซื้อได้ประโยชน์จากค่าจัดส่งที่ลดลงและโปรส่งฟรีที่เห็นบ่อย

6.2 ระยะเวลาจัดส่ง

แพลตฟอร์มหลักทั้งสองมีโครงสร้างโลจิสติกส์ระดับภูมิภาคที่พัฒนาแล้ว ทำให้

  • สินค้าส่งภายในประเทศมักถึงในระยะเวลาไม่กี่วัน ตามมาตรฐานขนส่งของแต่ละผู้ให้บริการ

  • สินค้า cross-border มีเวลาส่งที่ยาวกว่า แต่อยู่ภายใต้การติดตามเลขพัสดุผ่านแอป

6.3 การคืนสินค้าและบริการหลังการขาย

ระบบคืนสินค้าและความช่วยเหลือหลังการขายของทั้งสองแพลตฟอร์มขึ้นกับ

  • นโยบายแพลตฟอร์ม (เช่น ระยะเวลาที่อนุญาตให้เปิดเคสคืนของ)

  • นโยบายของแต่ละร้าน (บางร้านยืดหยุ่นกว่าร้านอื่น)

จากพฤติกรรมผู้ซื้อที่พึ่งพรีวิวและคะแนนร้านอย่างมาก สะท้อนให้เห็นว่าร้านที่ให้บริการหลังการขายดีและรับคืนสินค้าอย่างยืดหยุ่น มักได้คะแนนสูงและมีโอกาสถูกเลือกบ่อยขึ้น

7. คำแนะนำในการเลือกใช้ Shopee หรือ Lazada ให้เหมาะกับพฤติกรรมและประเภทสินค้า

การเลือกแพลตฟอร์มไม่ได้มีคำตอบเดียว ขึ้นอยู่กับว่า คุณเป็นผู้ซื้อแบบไหน และ กำลังจะซื้ออะไร

7.1 ถ้าคุณเน้น “ความคุ้มค่าและตัวเลือกเยอะ”

เหมาะกับ Shopee โดยเฉพาะถ้าคุณซื้อ

  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์เสริมมือถือ

  • เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ และกระเป๋า

  • สกินแคร์ เครื่องสำอาง และของใช้ในบ้าน

นิสัยของผู้ซื้อกลุ่มนี้คือ

  • ชอบเปรียบเทียบหลายร้านก่อนซื้อ

  • ยอมเสียเวลาไล่โค้ดส่วนลดและโปรเพื่อให้ได้ราคาดีที่สุด

7.2 ถ้าคุณเน้น “แบรนด์แท้และความมั่นใจ”

เหมาะกับ Lazada โดยเฉพาะถ้าคุณซื้อ

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าราคาสูง หรืออุปกรณ์ IT

  • เสื้อผ้าแฟชั่นจากแบรนด์ทางการ

  • สินค้านำเข้าหรือสินค้าต่างประเทศที่ต้องการแบรนด์ชัดเจน

นิสัยของผู้ซื้อกลุ่มนี้คือ

  • ให้ความสำคัญกับร้านทางการและตราแบรนด์

  • ยอมจ่ายมากขึ้นเล็กน้อยเพื่อความสบายใจเรื่องความแท้และการรับประกัน

7.3 ถ้าคุณเป็นผู้ซื้อสายแคมเปญใหญ่

ทั้งสองแพลตฟอร์มมี 11.11, 12.12 และแคมเปญใหญ่สม่ำเสมอ หากคุณชอบวางแผนซื้อของช่วงโปร

  • ใช้ Shopee เมื่อต้องการโปรแรง + เกมฟิเคชันเยอะ

  • ใช้ Lazada เมื่อต้องการดีลแบรนด์แท้ในราคาพิเศษช่วงเทศกาล

8. สรุปข้อแตกต่างสำคัญ และเช็กลิสต์ช่วยตัดสินใจ

เพื่อให้ตัดสินใจง่ายขึ้น สามารถสรุปความต่างระหว่าง Shopee และ Lazada ในมุมผู้ซื้อได้ดังนี้

Shopee – เหมาะกับใครและสินค้าแบบไหน

  • เหมาะกับผู้ซื้อที่:

    • เน้นความคุ้มค่าและโปรโมชัน

    • ชอบเปรียบเทียบราคาหลายร้าน

    • ใช้รีวิวและคะแนนร้านเป็นตัวช่วยหลัก

  • เหมาะกับสินค้า:

    • อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์เสริมมือถือ

    • เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ และกระเป๋า

    • สกินแคร์ เครื่องสำอาง

    • อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์สุขภาพ

    • ของใช้ในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก

    • สินค้าไลฟ์สไตล์ งานอดิเรก และสินค้าสัตว์เลี้ยง

Lazada – เหมาะกับใครและสินค้าแบบไหน

  • เหมาะกับผู้ซื้อที่:

    • ต้องการความมั่นใจเรื่องแบรนด์และร้านทางการ

    • เน้นคุณภาพและการรับประกันมากกว่าความหวือหวาของโปร

  • เหมาะกับสินค้า:

    • เครื่องใช้ไฟฟ้าราคาแพงและอุปกรณ์ IT

    • แฟชั่นจากแบรนด์ทางการ

    • สินค้า cross-border และสินค้าต่างประเทศจากร้านที่เลือกแล้ว

เช็กลิสต์สั้น ๆ ก่อนกดซื้อ

1. สิ่งที่คุณสนใจกว่า คืออะไร?

  • ราคาและโปรแรง → ลองเริ่มจาก Shopee

  • แบรนด์แท้และความมั่นใจ → ลองดูที่ Lazada

2. สินค้าที่จะซื้ออยู่หมวดไหน?

  • สินค้ายอดนิยมในตลาดแมส เช่น แฟชั่น มือถือ สกินแคร์ → Shopee ตอบโจทย์ตัวเลือกเยอะ

  • สินค้าราคาแพงหรือสินค้าจากแบรนด์ทางการ → Lazada เหมาะกับความสบายใจและการรับประกัน

3. คุณยอมใช้เวลาเช็กโปรและรีวิวเยอะไหม?

  • ถ้า “ยอม” และสนุกกับการไล่โปร → Shopee จะให้ความรู้สึกคุ้มค่ามาก

  • ถ้าอยาก “จบเร็ว” จากร้านที่มั่นใจอยู่แล้ว → Lazada เป็นตัวเลือกที่ตรงกว่า

การช้อปปิ้งออนไลน์ของคนไทยจึงไม่ได้มีแพลตฟอร์มเดียวที่ดีที่สุด แต่เป็นการเลือกใช้ Shopee และ Lazada ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการซื้อและประเภทสินค้าที่กำลังมองหา เมื่อเข้าใจจุดแข็งของแต่ละแพลตฟอร์มแล้ว การกดซื้อครั้งต่อไปก็จะทั้งคุ้มค่าและตรงใจมากขึ้น

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น