โอกาสใหญ่ของช่างฝีมือไทย บนเวทีระดับโลก
มูลนิธิ LOEWE FOUNDATION เปิดรับผลงานจากศิลปินชาวไทยและช่างฝีมือจากทั่วโลก เข้าร่วมการประกวด LOEWE FOUNDATION Craft Prize ครั้งที่ 9 ประจำปี 2026 ซึ่งปีนี้พิธีมอบรางวัลจะจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า
การประกวดครั้งนี้เปิดรับผู้สมัครจากทุกประเทศ ไม่จำกัดสัญชาติ ขอเพียงคุณมีอายุ ตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และทำงานอยู่ในสายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานหัตถศิลป์หรือช่างฝีมือ
ผู้ชนะรางวัลใหญ่: รับเงินรางวัล 50,000 ยูโร (ประมาณ 2 ล้านบาท)
รางวัลชมเชย 2 รางวัล: รับท่านละ 5,000 ยูโร (ประมาณ 200,000 บาท)
สามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2025
รู้จัก LOEWE FOUNDATION ให้มากขึ้น
LOEWE FOUNDATION เป็นมูลนิธิด้านวัฒนธรรมที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1988 โดย เอ็นริเก้ โลเอเว่ (Enrique Loewe) ในฐานะมูลนิธิเอกชนที่มุ่งส่งเสริม
ชุมชนศิลปินงานหัตถศิลป์
ความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย
ศิลปะและวัฒนธรรมในหลากหลายแขนง
ศิลปินอิสระและศิลปินรายย่อยจากทั่วโลก
จากวิสัยทัศน์นี้ จึงเกิดเป็นรางวัล LOEWE FOUNDATION Craft Prize ในปี 2016 เพื่อเฉลิมฉลองและยกระดับคุณค่าของงานหัตถศิลป์ร่วมสมัยในมิติต่าง ๆ ทั้ง
ความคิดสร้างสรรค์ที่มีเอกลักษณ์
ความประณีตและความเชี่ยวชาญเชิงช่างระดับสูง
มุมมองใหม่ ๆ ต่อวัสดุและเทคนิคดั้งเดิม
รางวัลนี้มุ่งให้เกียรติศิลปินที่สามารถผสาน ทักษะฝีมือชั้นครู เข้ากับ นวัตกรรมและแนวคิดที่ร่วมสมัย สร้างงานที่ทั้งงดงาม ลึกซึ้ง และสะท้อนจิตวิญญาณของยุคปัจจุบัน
ใครส่งผลงานได้? เกณฑ์สำคัญที่ควรรู้
รางวัล LOEWE FOUNDATION Craft Prize เปิดกว้างให้กับศิลปินและช่างฝีมือจากทั่วโลก โดยมีเงื่อนไขหลัก ๆ ดังนี้
อายุ 18 ปีขึ้นไป
ประกอบอาชีพในสายงานหัตถศิลป์ หรืองานช่างฝีมือ
ไม่จำกัดสัญชาติ ประสบการณ์ หรือชื่อเสียงในวงการ
สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่โปรไฟล์ แต่คือ “ตัวผลงาน” โดยต้องสะท้อนคุณสมบัติเหล่านี้อย่างชัดเจน
ความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นและแตกต่าง
ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคระดับสูง
การใช้วัสดุและวิธีการที่แสดงศักยภาพของงานหัตถศิลป์ในบริบทศิลปะร่วมสมัย
พูดง่าย ๆ คือ ผลงานต้องทั้งสวย ลึก และมีมุมมองใหม่ ไม่ใช่แค่ประณีต แต่ต้องเล่าเรื่องและมีจุดยืนทางความคิดที่ชัดเจน
ทำไมเวทีนี้ถึงสำคัญในระดับนานาชาติ
ในการประกวดรอบปี 2025 มีผลงานส่งเข้าร่วมมากกว่า 4,600 ชิ้น จากศิลปินใน 133 ประเทศและภูมิภาค ทั่วโลก ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า LOEWE FOUNDATION Craft Prize ไม่ใช่แค่ประกวดงานฝีมือทั่วไป แต่เป็น เวทีระดับสากลที่ทุกสายตาในวงการจับตามอง
ผลงานที่ส่งเข้าร่วมมีความหลากหลายทั้งด้านเทคนิคและวัสดุ โดยคัดเลือกรอบสุดท้ายไม่เกิน 30 ชิ้น จากการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบด้วย
ศิลปิน
นักเขียน
ภัณฑารักษ์
นักออกแบบ
ผลงานที่เข้ารอบสุดท้ายมักครอบคลุมหลากหลายแขนง อาทิ
เซรามิก
สิ่งทอ
เครื่องประดับ
งานไม้
งานแก้ว
งานโลหะ
เฟอร์นิเจอร์
ศิลปินที่ได้เข้ารอบ ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการผลักดันงานหัตถศิลป์ร่วมสมัยให้เป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาระดับโลก ทั้งในเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม และดีไซน์
ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล 50,000 ยูโร (ราว 2 ล้านบาท) และยังมีรางวัลชมเชย 2 รางวัล รางวัลละ 5,000 ยูโร (ประมาณ 200,000 บาท) ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องเงินรางวัล แต่คือ โอกาสในการถูกมองเห็นบนเวทีโลก
ไฮไลต์ปี 2026: คณะกรรมการที่เคยเป็นผู้เข้ารอบ
สำหรับปี 2026 มีสมาชิกใหม่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะผู้เชี่ยวชาญในการตัดสินผลงาน ซึ่งล้วนเคยผ่านประสบการณ์การเข้ารอบสุดท้ายมาก่อน ได้แก่
Scott Chaseling ศิลปินผู้เชี่ยวชาญงานหล่อแก้ว
Nifemi Marcus-Bello ศิลปินและนักออกแบบ
Didi NG Wing Yin ศิลปินงานไม้
ทั้งสามคนเคยเป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายในปี 2025 และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติจากแนวทางการสร้างสรรค์ที่ชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ จึงเข้าใจทั้งมุมมองของผู้สร้างงานและมาตรฐานของเวทีนี้เป็นอย่างดี
เกณฑ์การคัดเลือกผลงานยังคงเน้นไปที่
ความแปลกใหม่ของแนวคิด
คุณค่าทางศิลปะและความงาม
ความประณีตในทุกขั้นตอนของการสร้างสรรค์
การเลือกใช้วัสดุอย่างมีความหมายและเหมาะสม
ทั้งหมดนี้สะท้อนมาตรฐาน “ความเป็นเลิศของงานหัตถศิลป์ร่วมสมัย” ที่ LOEWE FOUNDATION ต้องการผลักดันให้ขึ้นมาอยู่แถวหน้าในโลกศิลปะ
วิสัยทัศน์ของรางวัล: งานหัตถศิลป์คืออนาคต ไม่ใช่แค่อดีต
ประธานมูลนิธิ LOEWE FOUNDATION อย่าง Sheila Loewe เคยกล่าวถึงจิตวิญญาณของรางวัล Craft Prize ไว้ในทำนองว่า รางวัลนี้คือเวทีที่เผยให้เห็น พรสวรรค์ของศิลปินที่กล้าคิด กล้าลอง และกล้าสร้างสิ่งใหม่ โดยไม่ทิ้งรากเหง้าและความผูกพันกับวัสดุและวัฒนธรรมของตนเอง
งานหัตถศิลป์จึงไม่ใช่แค่งานฝีมือดั้งเดิม แต่เป็นการรวมกันของ
ความใส่ใจในรายละเอียด
ความทุ่มเทต่อกระบวนการ
จินตนาการที่มองไปข้างหน้า
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่มูลนิธิอยากส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป ผ่านผลงานของศิลปินทั่วโลก
แรงบันดาลใจของรางวัลยังเชื่อมโยงกับจุดกำเนิดของแบรนด์ LOEWE เอง ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1846 พร้อมความเชื่อว่าความเชี่ยวชาญเชิงช่าง ศิลปะ และการออกแบบ คือรากฐานสำคัญของทั้งวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ในยุคปัจจุบัน
สรุป: ถ้าคุณทำงานไม้ งานฝีมือ หรือหัตถศิลป์ นี่คือเวลาของคุณ
สำหรับศิลปินไทย โดยเฉพาะสาย งานไม้ งานเซรามิก สิ่งทอ เครื่องประดับ หรืองานคราฟต์ทุกรูปแบบ นี่คือโอกาสในการพาผลงานของคุณออกจากสตูดิโอเล็ก ๆ สู่สายตานานาชาติ
หากผลงานของคุณมี
แนวคิดชัดเจนและแตกต่าง
เทคนิคที่ผ่านการฝึกฝนอย่างลึกซึ้ง
การใช้วัสดุที่เล่าเรื่องได้
คุณคือหนึ่งในคนที่เหมาะจะส่งผลงานเข้าร่วม LOEWE FOUNDATION Craft Prize 2026
จำให้ขึ้นใจ: ส่งผลงานได้ถึง 30 ตุลาคม 2025 อย่าปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไป แล้วมานึกเสียดายทีหลัง วงการงานคราฟต์ไทยอาจกำลังรอให้ “ผลงานของคุณ” เป็นคนที่พาไปสู่เวทีโลกก็ได้

