ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

องค์กรเร่งเพิ่มงบความปลอดภัย AI รับคลื่น Shadow AI

องค์กรเร่งเพิ่มงบความปลอดภัย AI รับคลื่น Shadow AI
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

AI เปลี่ยนโจทย์ความปลอดภัยไซเบอร์จากพื้นฐานสู่เชิงยุทธศาสตร์

ความปลอดภัย AI คือการออกแบบ ควบคุม และติดตามระบบปัญญาประดิษฐ์ให้ทำงานอย่างปลอดภัย ป้องกันการโจมตีช่องโหว่ AI การบิดเบือนโมเดล และการใช้ข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการจัดการ Shadow AI หรือการใช้เครื่องมือ AI ภายนอกที่อยู่นอกการควบคุมขององค์กร เพื่อไม่ให้เทคโนโลยีกลายเป็นต้นเหตุของความเสี่ยง AI แทนที่จะเป็นตัวช่วยธุรกิจ การนำ AI เข้ามาในองค์กรไม่ได้เป็นแค่โครงการดิจิทัลอีกชิ้น แต่กำลังเขย่ากรอบคิดด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างเป็นระบบ องค์กรทั่วโลก 41% ระบุว่าการใช้ AI เป็นปัจจัยที่ทำให้ต้องเพิ่มการลงทุนด้านความปลอดภัยไอที แปลว่าทีมความปลอดภัยไม่สามารถมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือเสริมประสิทธิภาพ แต่ต้องมองเป็นพื้นฐานของกลยุทธ์การลงทุนไซเบอร์ด้วย หากยังคิดว่า AI เป็นเรื่องของฝ่ายนวัตกรรมอย่างเดียว องค์กรกำลังเดินเข้าสู่สนามรบไซเบอร์แบบไม่ใส่เกราะตั้งแต่ต้น

องค์กรเร่งเพิ่มงบความปลอดภัย AI รับคลื่น Shadow AI

เอเชียแปซิฟิก: เร่งใช้ AI พร้อมแบกความเสี่ยงที่พุ่งขึ้น

องค์กรในภูมิภาคนี้กำลังเดินสองทางพร้อมกัน คือเร่งใช้ AI และเร่งขยายกลยุทธ์ความปลอดภัยในเวลาเดียวกัน ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า 85% ของบริษัทอยู่ระหว่างการหารือ พัฒนา หรือทดลองใช้เครื่องมือ AI ภายในองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ LLM ขณะที่ 10% บูรณาการเทคโนโลยีนี้เข้ากระบวนการทำงานแล้ว ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่าการใช้ AI ไม่ใช่แผนอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นการดำเนินการในปัจจุบันที่สร้างแรงกดดันให้กลยุทธ์ความปลอดภัยต้องไล่ทัน ในด้านความเสี่ยง ช่องโหว่ AI ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในภัยคุกคามไซเบอร์สำคัญโดย 13% ขององค์กรในภูมิภาค ขณะที่การโจมตีช่องโหว่ซอฟต์แวร์อยู่ที่ 20% และการโจมตีด้วยฟิชชิงอยู่ที่ 19% การจัดอันดับเช่นนี้บอกชัดว่า AI กำลังเลื่อนจากบทบาทเครื่องมือสนับสนุน ไปสู่แหล่งความเสี่ยงตัวจริงที่ต้องถูกบรรจุในแผนป้องกันไซเบอร์ระดับองค์กร ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายเทคนิคเพียงลำพัง

องค์กรเร่งเพิ่มงบความปลอดภัย AI รับคลื่น Shadow AI

Shadow AI จุดเสี่ยงใหม่ที่องค์กรประเมินต่ำไป

Shadow AI ไม่ใช่คำเท่ๆ แต่คือรอยรั่วเชิงโครงสร้างขององค์กรยุคใหม่ เมื่อพนักงานแห่ใช้เครื่องมือ AI ภายนอกอย่าง ChatGPT หรือ DeepSeek เพื่อทำงาน โดยไม่ได้ผ่านการอนุมัติหรือการควบคุมที่ชัดเจน ปรากฏการณ์นี้ถูกนิยามว่า Shadow AI และกำลังถูกมองเป็นปัจจัยเสี่ยงทั่วไปโดย 30% ของผู้ตอบแบบสอบถามในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก องค์กรจำนวนมากยังปล่อยให้พนักงานใช้เครื่องมือ AI ภายนอกภายใต้ข้อจำกัด เช่น ห้ามอัปโหลดชื่อบริษัทหรือเอกสารภายใน โดย 60% ขององค์กรในภูมิภาคเลือกใช้แนวทางนี้ พร้อมจัดทำคู่มือและฝึกอบรมการใช้งานอย่างปลอดภัย ฝั่งหนึ่งนี่คือสัญญาณบวกที่สะท้อนว่าผู้บริหารไม่ได้ปิดประตู AI อีกฝั่งหนึ่งกลับเผยให้เห็นว่าองค์กรยังขาดโครงสร้างการกำกับดูแลความปลอดภัย AI ที่ชัดเจน แค่กติกาพื้นฐานไม่พอ หากไม่มีระบบตรวจจับและบังคับใช้นโยบาย Shadow AI จะเติบโตเร็วกว่าความสามารถในการป้องกันเสมอ

จากความเสี่ยง AI สู่การลงทุนไซเบอร์แบบครบวงจร

ภาพรวมชี้ชัดแล้วว่าความเสี่ยง AI ไม่ใช่ประเด็นรองอีกต่อไป ช่องโหว่ AI ดีฟเฟก และการใช้โมเดลโดยไม่มีการป้องกันที่ดี กำลังถูกยกขึ้นมาอยู่ระดับเดียวกับการโจมตีช่องโหว่ซอฟต์แวร์และฟิชชิงในแผนความปลอดภัยขององค์กร สิ่งที่น่ากังวลคือหลายองค์กรยังตอบสนองด้วยการซื้อเครื่องมือเฉพาะจุด แทนที่จะปรับกรอบคิดให้เห็น AI เป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมความปลอดภัยไซเบอร์ทั้งหมด ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI ของผู้ให้บริการโซลูชันความปลอดภัยเตือนว่า กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการใช้โซลูชันความปลอดภัยไซเบอร์แบบครบวงจร ที่ผสานความสามารถด้าน AI เพื่อให้การป้องกันแบบเรียลไทม์ การมองเห็นภัยคุกคาม การตรวจสอบ และการตอบสนองในระดับ EDR และ XDR นี่คือจุดที่การลงทุนไซเบอร์ต้องเปลี่ยนจากการซื้อระบบป้องกันเป็นชิ้นๆ ไปสู่การลงทุนเชิงสถาปัตยกรรม โดยมองความปลอดภัย AI เป็นแกนกลาง ไม่ใช่ส่วนเสริมปลายทาง

ข้อคิดสุดท้าย: ถ้า AI เป็นยุทธศาสตร์ ความปลอดภัยต้องอยู่ในสมการตั้งแต่ต้น

เมื่อองค์กรก้าวเข้าสู่ยุค AI การถามว่าใช้ AI หรือไม่ กลายเป็นคำถามที่ล้าสมัย สิ่งที่ต้องถามแทนคือ ใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบและปลอดภัยหรือไม่ ผู้บริหารด้านความปลอดภัยที่มองเกมขาดจะเริ่มจากการวางกรอบความปลอดภัย AI ตั้งแต่วันแรกของการออกแบบกลยุทธ์ ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหา Shadow AI หรือเหตุข้อมูลรั่วไหลแล้วค่อยวิ่งหาซอฟต์แวร์มาดับไฟ การเปลี่ยนผ่านดิจิทัลในยุคนี้จึงไม่ใช่การแข่งขันว่าใครใช้ AI ได้มากกว่า แต่คือการแข่งขันว่าใครเข้าใจความเสี่ยง AI ได้ลึกกว่า สร้างระบบกำกับดูแลที่ชัดเจนกว่า และสร้างความเชื่อมั่นกับพนักงาน ลูกค้า และคู่ค้าดีกว่า ธุรกิจที่กล้าบูรณาการความปลอดภัยไซเบอร์เข้ากับวิสัยทัศน์ AI ตั้งแต่ต้นจะอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบในการสร้างนวัตกรรมอย่างมั่นใจ ไม่ต้องแลกความเร็วกับความเสี่ยง และไม่ต้องเพิ่มงบประมาณแบบไร้ทิศทางในวันที่ภัยไซเบอร์รุนแรงขึ้นทุกปี

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!