ARRI Cinema Color Science บน Honor Magic9 Pro Max คืออะไร และสำคัญอย่างไร
ARRI Cinema Color Science บน Honor Magic9 Pro Max คือชุดเทคโนโลยีสี ภาพ และเสียงที่นำกระบวนการบันทึกภาพแบบกล้องวิดีโอ ARRI มืออาชีพมาวางไว้บนสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายวิดีโอมือถือด้วยโปรไฟล์ LogC3 recording พื้นที่สี Wide Gamut 3 และชุดสีภาพยนตร์มือถือจาก ARRI Looks พร้อมระบบไมโครโฟน Cinematic ที่ออกแบบมาเพื่อการบันทึกเสียงเชิงภาพยนตร์ แก่นของการอัปเกรดเหล่านี้คือการเปิดโอกาสให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์และสายฟิล์มเมกเกอร์ใช้มือถือถ่ายและเกรดสีด้วยกระบวนการที่ใกล้เคียงผู้กำกับภาพระดับมืออาชีพมากขึ้น มุมมองหนึ่งที่ควรพูดตรงๆ คือ นี่ไม่ใช่แค่การติดโลโก้แบรนด์ดังลงบนกล้องเพื่อโฆษณา แต่คือการนำองค์ความรู้ด้านภาพยนตร์ที่ ARRI สั่งสมมากับกล้องวิดีโอ ARRI มาอยู่ในอุปกรณ์ที่คนทั่วไปหยิบใช้ทุกวันหลังจากก่อนหน้านี้แบรนด์นี้ทำงานอยู่ในระดับบนของอุตสาหกรรมภาพยนตร์เท่านั้น การที่ Honor เลือกจับมือกับผู้เชี่ยวชาญสายภาพเคลื่อนไหว ไม่ใช่แค่สายภาพนิ่ง สะท้อนชัดว่า Magic9 Pro Max ถูกออกแบบมาเพื่อคนที่จริงจังกับการถ่ายวิดีโอมือถือมากกว่าคนที่ถ่ายเล่นเป็นครั้งคราว

LogC3 recording และ ARRI Wide Gamut 3 เปลี่ยนเกมการเกรดสีบนมือถือ
หัวใจของการยกระดับสีภาพยนตร์มือถือใน Magic9 Pro Max อยู่ที่การบันทึกวิดีโอแบบ ARRI LogC3 บนพื้นที่สี ARRI Wide Gamut 3 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้บนสายกล้องระดับมืออาชีพของ ARRI LogC3 เป็นโปรไฟล์แบบลอการิทึมที่เก็บรายละเอียดส่วนสว่างและส่วนมืดได้มากกว่าโปรไฟล์ปกติ ช่วยให้มีข้อมูลสีให้ดึงเล่นในขั้นตอนเกรดสีได้ยืดหยุ่นกว่ามาก ในคำอธิบายของ ARRI การบันทึกแบบ Native LogC3 บน Wide Gamut 3 จะรักษาข้อมูลไฮไลต์ เงา และสีที่ใช้งานได้มากขึ้นสำหรับการเกรด วิธีคิดนี้สะท้อนโลกของงานภาพยนตร์แท้ๆ เพราะฟุตเทจถูกตั้งต้นเพื่อเกรดสีภายหลัง ไม่ใช่ให้จบจากกล้องโดยทันที ในโหมด ARRI CINEMA บน Magic9 Pro Max เครื่องสามารถบันทึกวิดีโอ 10 บิต LogC3 Wide Gamut 3 ได้สูงสุดถึง 4K 60fps พร้อมอินเทอร์เฟซที่รวมค่าหลักด้านภาพยนตร์อย่างความละเอียด เฟรมเรต ชัตเตอร์ ISO ไวต์บาลานซ์ เลนส์ อัตราส่วนภาพ ระบบกันสั่น และพรีเซ็ตเสียงไว้ในที่เดียว แนวทางนี้ทำให้มือถือเครื่องเดียวสามารถขยับเข้าใกล้เวิร์กโฟลว์ของมือเกรดสีในห้องโพสต์โปรดักชันได้มากขึ้นอย่างจับต้องได้

คู่กล้อง 200MP และสีภาพยนตร์มือถือจาก ARRI Looks สำหรับงานโปร
ถ้าไม่มีฮาร์ดแวร์กล้องที่ดี การพูดเรื่องสีภาพยนตร์มือถือก็เป็นแค่คำสวยหรู Magic9 Pro Max เลยจัดชุดกล้องที่เอาจริงเอาจัง โดยวางกล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ขนาด 1/1.28 นิ้ว รูรับแสง f/1.57 คู่กับกล้องเทเลโฟโต้ 200 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ 1/1.4 นิ้ว รูรับแสง f/2.6 และกล้องอัลตราไวด์ 50 ล้านพิกเซล ทั้งกล้องหลักและกล้องเทเลมีระบบกันสั่นระดับ CIPA 8.0 ซึ่ง Honor บอกว่าผลลัพธ์ใกล้เคียงการใช้กิมบอลถือมือ และยังเสริมด้วยการกันสั่นแบบ 3 องศาบนกล้องหลักเพื่อชดเชยการสั่นไหวมากกว่าระบบ OIS ปกติ สิ่งที่ทำให้ชุดนี้แตกต่างคือการปรับจูนสีด้วย Image Science ของ ARRI ทั้งสามเลนส์ได้รับโปรไฟล์สีและฟิลเตอร์วิดีโอสไตล์ภาพยนตร์ที่เลือกได้ด้วยการแตะครั้งเดียว เพื่อให้โทนสีใกล้เคียงกล้องวิดีโอ ARRI จริงๆ บนตัวเครื่องมี ARRI Looks ให้ใช้ 14 แบบ โดยประกอบด้วยลุคแปลงสีมาตรฐานของ ARRI และลุคสไตล์ เนื่องจาก Magic9 Pro Max เข้าถึง ARRI Look Library เต็มชุด จึงมีสีสำเร็จรูปพร้อมใช้อีก 87 แบบสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเกรดอย่างสม่ำเสมอเทียบกับสายกล้อง ALEXA ของ ARRI นี่คือจุดที่มือถือเริ่มทาบมาตรฐานงานเซ็ตจริงในแง่ความต่อเนื่องของโทนสี

ไมโครโฟน Cinematic และการกันสั่นระดับกิมบอลที่ท้าทายกล้องวิดีโอเฉพาะทาง
งานภาพเคลื่อนไหวมืออาชีพไม่เคยมองข้ามเสียงและความนิ่งของภาพ Magic9 Pro Max จึงไม่หยุดแค่ตัวเลขความละเอียดหรือ LogC3 recording แต่เสริมระบบเสียงและกันสั่นในระดับที่ตั้งใจแข่งกับกล้องวิดีโอเฉพาะทาง โหมด ARRI CINEMA รองรับการบันทึก 10 บิต 4:2:2 และใช้ชุดไมโครโฟนสี่ตัวแบบทิศทางเพื่อบันทึกเสียงในตัวเครื่องพร้อมลำโพงสเตอริโอสำหรับการฟังย้อนดู ระบบนี้ถูกอธิบายว่าเป็น Cinematic Directional Microphone ซึ่งต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วไปที่จัดวางไมค์เพื่อการคุยโทรศัพท์มากกว่าการทำงานวิดีโอ ในด้านภาพ ชุดกันสั่นของ Magic9 Pro Max ถูกออกแบบเอาใจสายถ่ายวิดีโอมือถืออย่างชัดเจน ทั้งกล้องหลักและกล้องเทเล 200 ล้านพิกเซลได้เรตกันสั่น CIPA 8.0 และกล้องหลักเพิ่มกันสั่นแบบ 3 องศาที่ Honor เรียกว่า “กิมบอลระดับมือถือ” เพื่อรองรับการเคลื่อนไหวมากกว่าระบบ OIS ทั่วไป โดยไม่ต้องพึ่ง EIS ที่ครอปภาพให้เล็กลง เมื่อรวมเข้ากับการถ่าย 4K 60fps ในโหมด ARRI CINEMA มือถือเครื่องนี้จึงเริ่มกลายเป็นตัวเลือกจริงจังสำหรับคนทำคอนเทนต์วิดีโอที่เคยพึ่งกล้องวิดีโอแยกต่างหากมาก่อน

ถ่าย ตัด และเกรดบนเครื่องเดียว ปิดช่องว่างระหว่างมืออาชีพกับมือสมัครเล่น
จุดเปลี่ยนสำคัญของ Magic9 Pro Max ไม่ใช่แค่การยกเวิร์กโฟลว์กล้องวิดีโอ ARRI มาวางไว้บนมือถือ แต่คือการทำให้ขั้นตอนนี้เกิดขึ้นได้บนอุปกรณ์เดียวตั้งแต่การถ่าย วัดแสง ไปจนถึงการเกรดสีบนจอ ARRI Looks บนเครื่องช่วยให้ผู้ใช้เห็นภาพสำเร็จในขณะกดบันทึก ไม่ต้องรอไปเปิดไฟล์บนคอมพิวเตอร์ก่อนถึงจะรู้ว่าฟุตเทจเข้าบรรยากาศที่ต้องการหรือไม่ พร้อมกันนั้นการเข้าถึง Look Library 87 แบบก็เปิดทางให้ผู้ใช้เกรดสีด้วยชุดสีที่คนทำงานกับ ARRI คุ้นเคยอยู่แล้ว เพียงนำไปใช้ซ้ำในโปรเจกต์ต่างๆ ผลลัพธ์คือช่องว่างระหว่างมือสมัครเล่นกับมืออาชีพเริ่มแคบลงอย่างจริงจัง คนทำคอนเทนต์ไม่ต้องพึ่งซอฟต์แวร์เดสก์ท็อปหนักๆ ทุกครั้งที่ต้องการปรับสีให้ดูเป็นภาพยนตร์ ตราบใดที่เข้าใจหลักการของ LogC3 recording และการเลือก ARRI Looks ให้เหมาะกับเรื่องเล่า มือถือเครื่องเดียวก็เพียงพอจะสร้างงานวิดีโอที่มีโทนภาพใกล้ระดับงานถ่ายหนังมากกว่าเดิม สุดท้าย Honor Magic9 Pro Max จึงไม่ได้เป็นเพียงสมาร์ทโฟนสเปกแรง แต่เป็นเครื่องมือสร้างภาพยนตร์ใบแรกของใครหลายคนในยุคที่มือถือกลายเป็นกล้องหลักของชีวิต







