iQIYI Starship Thailand คืออะไร และทำไมสวีข่ายถึงกลายเป็นจุดโฟกัส
iQIYI Starship Thailand คือกิจกรรมมีตแอนด์กรีตที่พาสตาร์จากซีรีส์ภาษาจีนมาใกล้ชิดผู้ชม ผ่านเวทีพูดคุย เบื้องหลังการทำงาน และโชว์พิเศษ เพื่อเชื่อมโลกของซีรีส์บนสตรีมมิงเข้ากับประสบการณ์สดของแฟนคลับ โดยใช้ดาราแถวหน้าอย่างสวีข่ายเป็นสะพานให้คนดูรู้สึกผูกพันกับเรื่องและตัวละครมากขึ้น ในรอบนี้ สวีข่าย นักแสดงจีนที่กำลังมาแรง ถูกดึงขึ้นเป็นหัวเรือในงาน iQIYI Starship: Spring of The Blade Meet and Greet in Thailand ที่ Infinicity Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมสองศิลปินจากเพลงประกอบซีรีส์คือ เสี่ยวอาชี และ คังจื่อฉี งานนี้ไม่ใช่แค่รอบโปรโมต แต่เป็นการประกาศชัดว่าซีรีส์ คมวสันต์ซ่อนรัก หรือ Spring of the Blade ตั้งใจจะปักหมุดฐานแฟนต่างประเทศอย่างจริงจัง

บรรยากาศมีตแอนด์กรีตกลางสยาม ที่พิสูจน์พลังแฟนสวีข่าย
เมื่อสวีข่ายก้าวเท้าขึ้นเวทีที่สยามพารากอน ฮอลล์แทบสั่นด้วยเสียงกรี๊ด นี่คือภาพสะท้อนตรงไปตรงมาว่า สวีข่าย นักแสดงจีน ไม่ได้เป็นแค่ชื่อบนโปสเตอร์ แต่เป็นคนที่แฟนจำนวนมากยอมเดินทางมารอเพื่อเก็บโมเมนต์ร่วมกัน สื่อหนึ่งบรรยายบรรยากาศว่าเจ้าตัวหอบความหล่อมาเสิร์ฟความฟินเต็มที่จนพารากอนแทบแตก บนเวที สวีข่ายมาในลุคสบายตา ท่าทีเป็นกันเอง พูดคุย ยิ้ม หัวเราะ และส่งออร่าไอดอลชัดเจน ยิ่งพอหยิบคำฮิตอย่าง “รักนะจุ๊บจุ๊บ” “ต้าวข่าย” และ “ผมรักคุณ” มาใช้ในงาน ยิ่งทำให้แฟนเฮกันทั้งฮอลล์ แถมยังเล่าถึงการได้อ่านจดหมายที่แฟนเขียนให้ด้วยความซาบซึ้ง และสัญญาอยากหาโอกาสกลับมาอีก สิ่งเหล่านี้คือจุดที่ทำให้มีตครั้งนี้ไม่ใช่แค่การโปรโมต แต่เป็นการสร้างความทรงจำร่วมกันจริงๆ

Spring of the Blade จากหน้าจอสู่เวที เบื้องหลังตัวละครสองตัวตน
หัวใจของงาน iQIYI Starship Thailand ครั้งนี้คือการดึงโลกของ คมวสันต์ซ่อนรัก หรือ Spring of the Blade ขึ้นมาอยู่ตรงหน้าแฟน ซีรีส์เรื่องนี้กำกับโดย พานอันจื่อ และนำแสดงโดยสวีข่ายคู่กับโจวเหย่ เริ่มสตรีมบนแอป iQIYI ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา เล่าเรื่องเสิ่นรุ่นและเซี่ยชิงหยวนที่ร่วมกันรื้อฟื้นคดีปริศนาซึ่งถูกฝังมานาน ท่ามกลางบาดแผลในอดีต เกมอำนาจ และความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนา บนเวที สวีข่ายเล่าถึงการแสดงผ่านสองตัวตน เสิ่นรุ่น และ เหยียนรุ่ย อย่างละเอียด ทั้งการใช้เสียง แววตา ภาษากาย เพื่อให้คนดูแยกได้ชัดว่าคนคนเดียวกันกำลังอยู่ในภาวะอารมณ์ไหน เขายังอธิบายความสัมพันธ์ของคู่ตัวละครว่าคล้าย “คมดาบและฝักดาบ” ต่างฝ่ายแข็งแกร่ง ทัดเทียม และค่อยๆ เปลี่ยนจากความระแวงไปสู่ความไว้วางใจ จุดนี้ทำให้เห็นว่าสวีข่ายไม่ได้พึ่งเสน่ห์หน้าโกลว์ แต่ใช้การตีความตัวละครอย่างจริงจังจนจับใจแฟนสายเนื้อเรื่องได้ด้วย

จากซีนในซีรีส์สู่โมเมนต์ในงาน มีตที่วางโจทย์มาเพื่อแฟนล้วนๆ
สิ่งที่ทำให้มีตครั้งนี้ต่างจากงานโปรโมตทั่วไป คือการออกแบบโมเมนต์ที่ต่อยอดมาจากเนื้อเรื่อง Spring of the Blade แบบตั้งใจ ทีมงานพาแฟนย้อนดูซีนสำคัญทั้งการปรากฏตัวครั้งแรกของเหยียนรุ่ย ฉากช่วยเหลือกลางสายฝน และฉากที่ผลักดันความสัมพันธ์ของตัวละคร โดยสวีข่ายร่วมเล่าบรรยากาศการถ่ายทำทีละฉากให้ฟังอย่างใกล้ชิด อีกไฮไลต์คือกิจกรรมชิมขนมไทยที่ได้แรงบันดาลใจจากฉากลูกอมจื่อซูในเรื่อง กลายเป็นการผสมโลกซีรีส์เข้ากับรสชาติท้องถิ่นได้อย่างสนุกและน่ารัก ตามด้วยโชว์เพลงประกอบจากเสี่ยวอาชีในเพลง การรอคอย และคังจื่อฉีในเพลง เส้นทาง ที่ฉายมิวสิกวิดีโอพร้อมภาพซีรีส์ประกอบไปด้วย ช่วยขับอารมณ์ดราม่าของเรื่องให้จับต้องได้มากขึ้น นี่คือการสร้างประสบการณ์ “ดูซีรีส์ด้วยหัวใจ” มากกว่าแค่ดูผ่านหน้าจอ
สวีข่ายในฐานะตัวแทนกระแสซีรีส์จีน ที่กำลังขยายทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เบื้องหลังความสนุกบนเวที มีโครงการ iQIYI Starship คอยขับเคลื่อนอยู่ด้านหลัง โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจับมือกับศิลปินจากฝั่งจีน แล้วพาคอนเทนต์ภาษาจีนคุณภาพออกสู่ผู้ชมในตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง มีตัวเลขที่น่าสนใจคือ นับตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา มีการจัดกิจกรรมภายใต้ชื่อ iQIYI Starship แล้วทั้งหมด 12 ครั้งในหลายประเทศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้รับกระแสตอบรับอบอุ่นทุกที่ การเลือก Spring of the Blade และสวีข่ายมานำทัพครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หลังจบมีตที่สยาม ขบวน iQIYI Starship: Spring of The Blade Meet and Greet ยังเดินทางต่อไปนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม วันที่ 22 กันยายน แปลตรงๆ ว่าดาวของสวีข่ายกำลังถูกผลักขึ้นสู่ระดับระดับภูมิภาคอย่างชัดเจน และซีรีส์จีนยุคใหม่กำลังแข่งกันสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งด้านโปรดักชันและการดูแลแฟนคลับ ในภาพรวม การมาเยือนครั้งนี้ทำให้เห็นชัดว่าสวีข่ายไม่ใช่แค่พระเอกหน้าหล่อ แต่เป็นตัวอย่างของนักแสดงที่ใช้ความตั้งใจในงานแสดงบวกกับการสื่อสารที่เป็นกันเองจนสร้างสายสัมพันธ์กับผู้ชมได้แน่น จนทำให้มีตแอนด์กรีตก้าวข้ามจากงานโปรโมต ไปเป็นพื้นที่ที่แฟนรู้สึกว่า “เราเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้จริงๆ”






