เมื่อดาต้าไม่พออีกต่อไป: ทำไมการเข้าใจมนุษย์คือชัยชนะของแบรนด์ยุค AI

เมื่อดาต้าไม่พออีกต่อไป: ทำไมการเข้าใจมนุษย์คือชัยชนะของแบรนด์ยุค AI
ความสนใจ|วิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI

จากข้อมูลขนาดใหญ่การตลาด สู่โจทย์ใหม่: เข้าใจคนก่อนเข้าใจดาต้า

กลยุทธ์การตลาด AI ที่ได้ผลในยุคปัจจุบันหมายถึงการผสานข้อมูลขนาดใหญ่การตลาดกับการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเชิงลึก เพื่อมองให้ทะลุจากตัวเลขและข้อมูลผู้บริโภค AI ไปสู่การเข้าใจแรงจูงใจ ความรู้สึก และบริบทชีวิตของคนอย่างเป็นภาพเดียวกัน ไม่ใช่แค่ใช้เทคโนโลยีให้เร็วขึ้นหรือยิงโฆษณาได้แม่นขึ้นเท่านั้น แต่ต้องใช้ดาต้าเพื่อเห็น “คนทั้งคน” ในโลกดิจิทัลที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน

ประเด็นนี้ถูกย้ำชัดบนเวทีสัมมนา “Human Insights in the AI Era” ที่จัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 เพื่อชวนภาคธุรกิจคิดใหม่เรื่องการแปลงดาต้าให้เป็นคุณค่าที่จับต้องได้. งานนี้ไม่ได้ถามว่าองค์กรมีดาต้าเท่าไร แต่ถามว่าคุณอ่านความเป็นมนุษย์จากดาต้าออกหรือไม่ เพราะการมี AI และ Big Data ไม่ได้หมายความว่าองค์กรจะได้อินไซต์โดยอัตโนมัติ ข้อมูลเป็นแค่จุดเริ่มต้น สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ human insights ธุรกิจ ที่มองเห็นแรงจูงใจและความต้องการเบื้องหลังพฤติกรรมผู้บริโภค

เมื่อดาต้าไม่พออีกต่อไป: ทำไมการเข้าใจมนุษย์คือชัยชนะของแบรนด์ยุค AI

ข้อมูลผู้บริโภค AI บอกอะไร: ตัวเลขสวย แต่คนซับซ้อนกว่านั้น

ถ้าดูจากข้อมูลผู้บริโภค AI ภาพเหมือนทุกอย่างกำลังไปได้สวย ประชากรกว่า 70 ล้านรายอยู่บนโทรศัพท์มือถือเกือบ 100% และ Mobile Penetration สูงถึง 140% เพราะหลายคนมีมากกว่า 1 เบอร์. ครัวเรือนเฉลี่ยลดเหลือ 2.5 คน และบ้านจำนวนมากกำลังเชื่อมต่อผ่าน Fiber Internet Penetration ราว 35% ซึ่งเปิดทางสู่การเป็น AI Home เมื่อเชื่อมต่อกับ Data, AI และ Cloud ได้เต็มที่.

ด้านพฤติกรรม คนหันมาช้อปออนไลน์จนตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโต 19% เปิดรับ FinTech 50% และใช้ Digital Payment เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง. ขณะเดียวกัน 75% ของผู้คนเริ่มใช้ Generative AI แล้ว และการใช้กระจายครอบคลุมทั้ง Gen X, Gen Y, Gen Z ด้วยสัดส่วน 50%, 80% และ 85% ตามลำดับ. คำพูดที่ควรจดคือ “การใช้ AI ในชีวิตประจำวันไม่ได้อยู่แค่รุ่นใหม่ แต่สะท้อนวัฒนธรรมและความเชื่อ เช่น การใช้ AI ดูดวง”. นี่คือสัญญาณชัดว่าตัวเลข Usage ไม่เคยเล่าเรื่องได้หมด ถ้าไม่เข้าใจบริบทชีวิตจริงของคน

เมื่อดาต้าไม่พออีกต่อไป: ทำไมการเข้าใจมนุษย์คือชัยชนะของแบรนด์ยุค AI

เมื่อ AI อ่านใจได้ลึกขึ้น: จากการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า สู่การออกแบบการตัดสินใจ

แกนหลักของการเปลี่ยนผ่านตอนนี้ คือการขยับจากการมองยอด Reach และคลิก ไปสู่การออกแบบการตัดสินใจของผู้บริโภคตั้งแต่ต้นทาง การค้นหาบนออนไลน์ไม่ใช่แค่ Search Engine อีกต่อไป แต่ขยับสู่ Agentic Search และแพลตฟอร์มวิดีโออย่าง YouTube หรือ TikTok ที่มี AI คอยแนะนำเนื้อหาตลอดเวลา. ยิ่งเมื่อ IoT และ Smart Home ทำให้คนใช้ AI ช่วยค้นหา แนะนำ และตัดสินใจซื้อสินค้าได้จากที่บ้าน การตลาดแบบเดิมที่รอให้คน “เดินเข้าหา” แบรนด์จึงเริ่มล้าสมัย.

แบรนด์ที่นำหน้าไม่ได้ใช้ AI เพื่อยัดโฆษณา แต่ใช้เครื่องมือใหม่อย่างแพลตฟอร์มอินฟลูเอนเซอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยดาต้า วัดผลได้ถึงยอดขายจริง และโซลูชันอย่าง Media Fusion หรือ Creative Fusion ที่ใช้ AI ปรับชิ้นงานโฆษณาแบบเรียลไทม์ให้ตรงกับสถานะอารมณ์และบริบทของลูกค้า. ผลลัพธ์ไม่ใช่แค่สวยบนสไลด์ แต่พิสูจน์แล้วว่าสามารถเพิ่ม CTR ได้สูงถึง 41% และลดต้นทุนหาลูกค้าใหม่ลง 27% ในเคสจริง. นี่คือภาพที่ชัดว่าการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเชิงลึกผสานจิตวิทยาและดาต้า สร้างความได้เปรียบทางการตลาดได้มากกว่าการยิงแคมเปญกว้างๆ

เมื่อดาต้าไม่พออีกต่อไป: ทำไมการเข้าใจมนุษย์คือชัยชนะของแบรนด์ยุค AI

Marketing 7.0: ยุคที่ AI ต้องเรียนรู้จากมนุษย์ ไม่ใช่มาแทนมนุษย์

แนวคิด Marketing 7.0 ที่ถูกพูดถึงบนเวทีเดียวกัน ไม่ได้แปลว่าแบรนด์ต้องยกเวทีให้เทคโนโลยีทั้งหมด แต่คือการก้าวจากการเข้าใจพฤติกรรมเพียงเชิงสถิติ ไปใช้เทคโนโลยี ข้อมูล และ AI เพื่อคาดการณ์ความต้องการ ออกแบบคุณค่า และบริหารประสบการณ์ให้แม่นยำขึ้น. หัวใจจึงไม่ใช่ “ใช้ AI ให้มากขึ้น” แต่คือ “เชื่อม Data กับความเข้าใจชีวิตคนให้แน่นขึ้น” เพื่อสร้างแบรนด์และความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน.

อย่างไรก็ตาม การที่ 73% ของนักการตลาดบอกว่าใช้ AI แล้ว แต่ระดับความพร้อมขององค์กรยังอยู่ราว 10% แสดงให้เห็นช่องว่างใหญ่ระหว่างการทดลองใช้กับการเปลี่ยนทั้ง Value Chain ให้ขับเคลื่อนด้วย Agentic Autonomous Intelligence อย่างแท้จริง. ถ้าแบรนด์ยังมอง AI แค่เป็นเครื่องทุ่นแรง ไม่ได้ฝัง human insights ธุรกิจ เข้าไปในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เก็บข้อมูลผู้บริโภค AI ไปจนถึงออกแบบประสบการณ์ ก็ยากจะสร้างแต้มต่อที่ยั่งยืน

เมื่อดาต้าไม่พออีกต่อไป: ทำไมการเข้าใจมนุษย์คือชัยชนะของแบรนด์ยุค AI

จากดาต้าสู่ความไว้วางใจ: บทเรียนสำคัญสำหรับแบรนด์ยุค AI

บทสรุปที่ชัดจากเวทีนี้คือ ดาต้าคือเชื้อเพลิง แต่ความเข้าใจคนคือเข็มทิศ ถ้าองค์กรโฟกัสแต่การสะสมข้อมูลขนาดใหญ่การตลาด หรือเร่งติดตั้งเครื่องมืออัตโนมัติ โดยไม่ลงทุนกับการตีความอินไซต์ด้านสังคม พฤติกรรมศาสตร์ และวัฒนธรรม ก็จะติดกับดัก “ข้อมูลล้น แต่คำตอบขาด” ไปเรื่อยๆ. การตลาดยุค AI จึงต้องเปลี่ยนคำถามจาก “รู้จักลูกค้ากี่ล้านราย” เป็น “รู้ว่าลูกค้าหนึ่งคนคิดอะไร รู้สึกอย่างไร และต้องการอะไรในโมเมนต์นั้นหรือยัง”

แบรนด์ที่อยากชนะในเกมนี้ต้องวางกลยุทธ์การตลาด AI แบบมนุษย์นำหน้าเทคโนโลยี รักษาสมดุลระหว่างประสิทธิภาพกับความปลอดภัย ความโปร่งใส และความไว้ใจของลูกค้า. ไม่ว่าจะเป็น CRM หรือ MarTech รูปแบบใด ถ้าไม่ยกระดับจากการยิงข้อความอัตโนมัติ ไปสู่การเข้าใจและสื่อสารอย่างเป็นมนุษย์ โอกาสจะถูกมองว่า Hard sell และไกลตัวก็มีสูง ในโลกที่ AI อยู่ในทุกที่ แบรนด์ที่เข้าใจ “หัวใจของคน” ได้ดีที่สุดต่างหากที่จะไปได้ไกลที่สุด

เมื่อดาต้าไม่พออีกต่อไป: ทำไมการเข้าใจมนุษย์คือชัยชนะของแบรนด์ยุค AI

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!