ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เทคโนโลยีมาสคอต บทใหม่ของแบรนด์ใหญ่ที่อยากเป็นเพื่อน Gen Z

เทคโนโลยีมาสคอต บทใหม่ของแบรนด์ใหญ่ที่อยากเป็นเพื่อน Gen Z
ความสนใจ|การเปิดตัวเทรนด์

เทคโนโลยีมาสคอตคืออะไร และทำไมยุคนี้แบรนด์เทคถึงต้องมีตัวละครของตัวเอง

เทคโนโลยีมาสคอตคือการใช้ตัวละครน่ารักหรือมีเอกลักษณ์ เป็นหน้าเป็นตาแทนแบรนด์เทคโนโลยี ตั้งแต่หน้าจอแอป ฟีเจอร์เอไอ ไปจนถึงแคมเปญโซเชียล โดยมาสคอตไม่ได้ทำหน้าที่แค่ประดับภาพลักษณ์ แต่ถูกออกแบบให้สื่อสารบุคลิกแบรนด์ เชื่อมความซับซ้อนของเทคโนโลยีกับอารมณ์ของผู้ใช้ และต่อยอดเป็นคอนเทนต์แชร์ต่อได้ง่ายในแพลตฟอร์มออนไลน์ ต่างจากโลโก้หรือสโลแกนที่นิ่ง มาสคอตจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของแคมเปญแบรนด์ Gen Z ที่ต้องแข่งกันดึงความสนใจในฟีดสั้น รวดเร็ว และเน้นความรู้สึกมากกว่าคุณสมบัติทางเทคนิค

ประเด็นสำคัญคือ แบรนด์เทคระดับยักษ์ที่เคยสื่อสารผ่านสเปกเครื่องและนวัตกรรม กลับเริ่มยอมลดความเคร่งขรึมลง แล้วยอมรับว่าความน่ารักและความเป็นกันเองคือภาษาสื่อสารใหม่กับผู้ใช้รุ่นใหม่ การตลาดสายลุกจึงไม่ใช่ของเล่น แต่เป็นกลยุทธ์เชิงภาพลักษณ์เต็มตัวที่ถูกคิดมารอบด้าน ตั้งแต่ดีไซน์ สี ท่าทาง ไปจนถึงบทบาทในเนื้อหาดิจิทัล

เทคโนโลยีมาสคอต บทใหม่ของแบรนด์ใหญ่ที่อยากเป็นเพื่อน Gen Z

Apple Little Finder Guy และพลังของความคิวท์ในแคมเปญแบรนด์ Gen Z

การเคลื่อนไหวที่เสียงดังที่สุดในเทรนด์นี้คือการมาของ Apple Little Finder Guy มาสคอตสีฟ้าขาวหัวโตสุดน่ารักที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อแคมเปญผ่านโซเชียลมีเดียสำหรับการเปิดตัวแล็ปท็อปรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่ตอบรับอย่างล้นหลาม มาสคอตตัวนี้ทำให้แคมเปญไม่ได้พูดถึงแค่เรื่องชิป แรงประมวลผล หรือดีไซน์ตัวเครื่อง แต่เล่าเรื่องผ่านตัวละครที่วิ่งเล่นบนหน้าจอ ยิ้ม ทักทาย และชวนผู้ใช้เข้าไปสำรวจโลกของ MacBook แบบเป็นกันเอง

นี่คือภาพสะท้อนชัดเจนว่าการตลาดสายลุกในวงการเทคไม่ใช่เรื่องเล่นสนุก เพราะเมื่อมาสคอตถูกออกแบบให้สื่อสารง่าย จำได้ในเสี้ยววินาที และเป็นเนื้อหาแบบวิดีโอสั้นได้ทันที แบรนด์ก็มีอาวุธสำคัญสำหรับแข่งบนแพลตฟอร์มที่ Gen Z ใช้ทุกวัน แคมเปญแบรนด์ Gen Z ของ Apple จึงส่งสัญญาณว่า ถ้าอยากให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าเล่าเรื่องกับเพื่อนไม่ใช่กับบริษัท การมีตัวละครแบรนด์คือข้อได้เปรียบที่มองข้ามไม่ได้

Microsoft Mico บทเรียนจาก Clippy สู่มาสคอตเอไอที่เน้นความอบอุ่น

ฝั่ง Microsoft เลือกเดินเกมใกล้เคียงกันแต่ใช้บทเรียนจากอดีต Clippy มาสคอตคลิปรูปกิ๊บหนีบกระดาษที่เคยถูกมองว่าน่ารำคาญ มาสู่ Mico มาสคอตรูปหยดน้ำยิ้มแย้มที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของ Copilot เอไอที่หลายคนเริ่มรู้จักกันดี จุดยืนของ Mico ไม่ใช่แค่ความน่ารัก แต่คือการถูกออกแบบมาให้สร้างความอบอุ่น ลดความเกร็งในการคุยกับเอไอ และทำให้เสียงสนทนาดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นตามที่ Microsoft ระบุ

การเลือกให้เอไอมีหน้าเป็นหยดน้ำบุคลิกเป็นมิตร คือการยอมรับว่าเทคโนโลยีอัจฉริยะต้องการหน้าตาที่มนุษย์รับได้และอยากเข้าใกล้ ไม่ใช่แค่รันอยู่เบื้องหลังแบบไร้ตัวตน ยิ่งเมื่อคนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามเรื่องพลังและอำนาจของเอไอ การมีมาสคอตที่อ่อนโยนช่วยลดระยะห่างทางความรู้สึก และทำให้แบรนด์ดูตั้งใจใส่ใจคนใช้มากกว่าพูดถึงแต่เทคโนโลยีของตัวเอง

เมื่อมาสคอตกลายเป็นตัวละครแบรนด์และอินฟลูเอนเซอร์ในโลกโซเชียล

กระแสเทคโนโลยีมาสคอตไม่ได้เกิดกับ Apple และ Microsoft เท่านั้น Duolingo ใช้นกฮูกสีเขียวชื่อ Duo จนกลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ใน TikTok ที่มีผู้ติดตามกว่า 20 ล้านคน มาสคอตไม่ได้อยู่แค่บนหน้ากล่องสินค้า แต่มีชีวิตในฟีดโซเชียล โผล่มาทำคอนเทนต์แซวผู้ใช้ เต้น เล่นมุก และเข้าร่วมมีมตามกระแส นั่นทำให้ตัวละครแบรนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมออนไลน์ ไม่ใช่แค่เครื่องมือโฆษณา

มีข้อมูลสำรวจในปี 2019 ที่ชี้ว่า แบรนด์ที่ใช้มาสคอตมีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้มากกว่าสูงถึง 37 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับแบรนด์ที่ไม่ใช้ ในเชิงการตลาด นี่คือเหตุผลหนักแน่นว่าทำไมหลายบริษัทถึงหันมาจริงจังกับการสร้างตัวละครของตัวเอง เพราะตัวละครหนึ่งตัวที่โลกออนไลน์รักและอยากติดตาม สามารถเป็นทั้งสัญลักษณ์ พิธีกร และแม้แต่ดาวดังประจำช่องทางโซเชียลของแบรนด์ได้พร้อมกัน

อนาคตของการตลาดสายลุกในโลกเทค เมื่อความน่ารักต้องคู่กับความน่าเชื่อถือ

การกลับมาของมาสคอตในโลกเทคเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่นต่อบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่ผู้บริโภคกังวลทั้งเรื่องความเป็นส่วนตัว การผูกขาด และอำนาจของเอไอ มาสคอตสุดคิวท์จึงทำหน้าที่คล้ายเกราะนุ่มๆ ช่วยเบี่ยงความตึงเครียดและสร้างภาพแบรนด์ที่ดูอ่อนโยนขึ้น โดยเฉพาะกับ Gen Z ที่คุ้นชินกับวัฒนธรรมคาแรกเตอร์อยู่แล้ว

แต่ความน่ารักอย่างเดียวไม่พอ ในวันที่มาสคอตถูกผูกเข้ากับเอไอที่โต้ตอบและเก็บข้อมูลส่วนบุคคลได้ง่าย แบรนด์ต้องยิ่งโปร่งใสและรับผิดชอบกว่าที่เคย ญี่ปุ่นเองเป็นตัวอย่างของเศรษฐกิจมาสคอตเต็มรูปแบบ มีการประเมินว่าเม็ดเงินที่สะพัดในการทำตลาดผ่านมาสคอตนั้นสูงถึงปีละ 10,000 ล้านเยน หรือราว 2,000 ล้านบาท แนวโน้มนี้สะท้อนว่าเทคโนโลยีมาสคอตจะยิ่งมีบทบาทต่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์มากขึ้น และแบรนด์เทคที่ได้เปรียบในระยะยาวคือแบรนด์ที่ทำให้ตัวละครของตัวเองทั้งน่ารัก น่าแชร์ และน่าไว้ใจไปพร้อมกัน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!