5G-Advanced x Mobile AI Forum: เวทีแรกที่ประกาศยุค AI-Native Mobile
5G-Advanced x Mobile AI Forum คือเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่รวมเทคโนโลยี 5G-Advanced เทคโนโลยี กับ Mobile AI ระบบเครือข่าย เข้าด้วยกัน เพื่อกำหนดทิศทางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและนวัตกรรมโทรคมนาคมแบบ AI-Native Mobile ทั้งในมิติการเชื่อมต่อ การประมวลผลอัจฉริยะ และบริการดิจิทัล ที่ต้องรองรับทราฟฟิก AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วบนเครือข่ายมือถือยุคใหม่.
ประเด็นสำคัญของงานไม่ใช่แค่การอัปเดตเทคโนโลยี แต่คือการประกาศว่าการสร้างโครงข่าย AI-ready ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ ร่วมกำหนดโดยผู้กำกับดูแล ผู้ให้บริการ และผู้พัฒนาเทคโนโลยีพร้อมกัน หัวเว่ยจัดงานภายใต้ Huawei Digital & AI Summit 2026 รวมผู้แทนจากภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์อนาคตโทรคมนาคมและเร่งขับเคลื่อนประเทศสู่ยุค AI-Native Mobile. จุดยืนของงานจึงชัดเจนว่า โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมยุคต่อไปต้องเกิดจากการร่วมออกแบบ ไม่ใช่ปล่อยให้เทคโนโลยีวิ่งนำโดยไม่มีกรอบนโยบายรองรับ.

บทบาทกสทช.และพันธมิตรอุตสาหกรรม: จากกำกับดูแลสู่การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
สิ่งที่น่าสนใจในเวทีนี้ คือการที่หน่วยงานกำกับดูแลไม่ได้พูดจากมุม “อนุญาต-ห้าม” เท่านั้น แต่ก้าวมาร่วมออกแบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้พร้อมสำหรับยุค AI-Native Mobile อย่างเปิดหน้าเต็มตัว กสทช.จับมือกับหัวเว่ยและผู้นำอุตสาหกรรม บนเวทีแรกของประเทศที่ผสานการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน 5G-Advanced เทคโนโลยี และ Mobile AI ระบบเครือข่าย. นี่คือสัญญาณว่าการกำกับดูแลยุคใหม่ต้องเข้าใจโมเดลเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ ไปพร้อมกับผู้เล่นเชิงพาณิชย์.
รองศาสตราจารย์ ดร. สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ชี้ชัดว่า “ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลใดสามารถคาดการณ์อนาคตของปริมาณทราฟฟิก AI ได้เพียงลำพัง และการคาดการณ์ของภาคอุตสาหกรรมก็ไม่ควรเป็นปัจจัยเดียวในการกำหนดทิศทาง” พร้อมระบุว่าต้องทำงานร่วมกับผู้ให้บริการ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และเวทีความร่วมมือเช่นนี้อย่างใกล้ชิด. ข้อความนี้สะท้อนมุมมองใหม่ของการกำกับดูแลที่เน้นข้อมูลจริง การคาดการณ์ร่วม และการตัดสินใจบนฐานวิสัยทัศน์ร่วม มากกว่าการออกกฎแบบบนลงล่าง.

คลื่นความถี่ 3500 MHz และ AI-ready Network: ฐานรากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลใหม่
ถ้าพูดถึงยุค AI-Native Mobile แล้วไม่พูดถึงสเปกตรัม ก็เท่ากับมองอนาคตโดยไม่สนใจรากฐานทางฟิสิกส์ของเครือข่าย นายเสน่ห์ สายวงศ์ จากสำนักงานกสทช.ชี้ว่าย่านความถี่ 3500 MHz คือคลื่นสำคัญที่ต้องจัดสรรเพิ่มเติมเพื่อรองรับปริมาณการใช้งาน AI บนเครือข่ายมือถือที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว. แนวคิดนี้ตอบโจทย์ว่า Mobile AI ระบบเครือข่าย ต้องการทั้งแบนด์วิดท์ ความหน่วงต่ำ และคุณภาพสัญญาณที่เสถียร เพื่อให้ AI Agent และบริการอัจฉริยะทำงานแบบเรียลไทม์ได้จริง.
เวที 5G-Advanced x Mobile AI Forum ยังเน้นการลงทุนควบคู่ในศูนย์ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและใช้พลังงานอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างโครงข่าย AI-ready ที่รองรับทราฟฟิก AI โตแบบก้าวกระโดด. ฝั่งเทคโนโลยี หัวเว่ยนำเสนอแนวคิด Triple-A สำหรับ 5G-Advanced ได้แก่ Amplified Downlink, Accelerated Uplink และ Assured Differentiation เพื่อยกระดับคุณภาพการเชื่อมต่อให้ตอบสนองการใช้งาน AI ที่ต้องการความเร็วและความเชื่อถือได้สูง. นี่คือการยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยุคใหม่ต้องคิดพร้อมกันทั้งชั้นคลื่นความถี่ เครือข่าย และดาต้าเซ็นเตอร์ ไม่ใช่ลงทุนแบบแยกส่วนเหมือนอดีต.

เศรษฐกิจ Byte + Token และบทบาทของ AI-Native Mobile ในการสร้างฮับระดับภูมิภาค
เวทีนี้ไม่หยุดอยู่แค่การวางโครงข่าย แต่เดินหน้าไปถึงคำถามเชิงเศรษฐกิจว่าเราจะสร้างมูลค่าจาก AI-Native Mobile อย่างไร หัวเว่ยแบ่งปันวิสัยทัศน์โครงข่ายมือถือยุคใหม่ โดยมองว่า AI Agent การประมวลผลอัจฉริยะ และโครงข่ายยุคใหม่จะร่วมกันสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลรูปแบบ “Byte + Token” ซึ่งขับเคลื่อนด้วยทั้งข้อมูล (Byte) และบริการอัจฉริยะ (Token). แนวคิดนี้ชี้ว่ารายได้ในอนาคตจะไม่ได้มาจากการขายดาต้าบิตอย่างเดียว แต่จากบริการ AI ที่แทรกอยู่ในทุกประสบการณ์การเชื่อมต่อ.
ในบริบทภูมิภาค โมเดล Byte + Token สามารถเป็นฐานให้ประเทศก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง AI-Native Mobile ในอาเซียน ผ่านบริการอัจฉริยะ เช่น AI บนมือถือ แอปพลิเคชันภาคธุรกิจ และบริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำหรับผู้เล่นรายอื่นในภูมิภาค. เวทีนี้ยังเปิดประเด็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่ผูกกับการใช้ทราฟฟิก AI บนโครงข่าย 5G-Advanced เทคโนโลยี และบริการ Token ที่สร้างรายได้ซ้ำจากฐานข้อมูลเดิม ซึ่งเป็นการขยับจากโมเดล “ขายดาต้า” ไปสู่โมเดล “ขายสติปัญญาดิจิทัล” อย่างเป็นระบบ.
โรดแมปนวัตกรรมโทรคมนาคม: การร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างผู้ให้บริการและผู้พัฒนาเทคโนโลยี
จุดที่ทำให้งาน 5G-Advanced x Mobile AI Forum กลายเป็นหมุดหมายสำคัญ คือการสร้างพื้นที่ให้ผู้ให้บริการเครือข่ายและผู้พัฒนาเทคโนโลยีวางโรดแมปนวัตกรรมโทรคมนาคมร่วมกันอย่างชัดเจน หัวเว่ยผนึกกสทช.และผู้นำอุตสาหกรรม เข้าร่วมเวทีแรกของประเทศที่ผสานองค์ความรู้ด้าน 5G-Advanced และ Mobile AI. นี่ไม่ใช่แค่เวทีสาธารณะ แต่เป็นการวางฐานความเข้าใจร่วมสำหรับการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน AI-ready ทั้งเชิงเทคนิค เชิงกำกับดูแล และเชิงธุรกิจในทิศทางเดียวกัน.
ภายในงาน ผู้ร่วมงานได้แบ่งปันวิสัยทัศน์การพัฒนาโครงข่าย AI-ready ที่รองรับทราฟฟิก AI โตแบบก้าวกระโดด สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค ขับเคลื่อนนวัตกรรมภาคธุรกิจ และสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน. เมื่อประเทศเข้าสู่ยุค 5G-Advanced การบรรจบกันของ AI Agent และโครงข่ายยุคใหม่จะยกระดับนิยามการเชื่อมต่ออัจฉริยะและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ Byte + Token ให้เป็นจริง. บทสรุปของเวทีนี้จึงชัดเจน:อนาคตโทรคมนาคมจะไม่ใช่แค่ “โครงข่ายรองรับ AI” แต่ต้องเป็นโครงข่ายที่เกิดมาเพื่อ AI ตั้งแต่วันแรก และถูกขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างทุกภาคส่วน.





