ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

จากหน้าบ้านสู่เครือข่ายร้านดัง ขยายธุรกิจอาหารแบบไม่ทิ้งรสชาติ

จากหน้าบ้านสู่เครือข่ายร้านดัง ขยายธุรกิจอาหารแบบไม่ทิ้งรสชาติ
ความสนใจ|ทำอาหาร

หัวใจการขยายธุรกิจอาหารยุคใหม่ ไม่ใช่แค่เปิดสาขาเพิ่ม

การขยายธุรกิจอาหารหมายถึงกระบวนการพาร้านเล็กให้เติบโตจากหน้าบ้านหรือห้องแถวเดียว ไปสู่การมีหลายสาขาและเครือข่ายลูกค้าประจำจำนวนมาก โดยยังคงเอกลักษณ์รสชาติ บรรยากาศ และความผูกพันกับลูกค้าเดิมไว้ ไม่ใช่แค่การก็อปปี้เมนูและสูตรไปวางในทุกทำเล แต่เป็นการวางโมเดลธุรกิจร้านอาหารให้รองรับการเติบโต ทั้งด้านต้นทุน คน วัตถุดิบ และประสบการณ์ลูกค้าที่สอดคล้องกันในระยะยาว ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเริ่มต้นจากสถานการณ์ที่บีบคั้น เช่น การถูกเลย์ออฟหรือความจำเป็นต้องเปลี่ยนอาชีพ แล้วใช้วิกฤตเป็นจุดตั้งต้นสตาร์ทอัพร้านอาหารของตัวเอง คุณแบม วศินี อินทรีย์ทองเคยถูกเลย์ออฟในวัย 24 ปี ก่อนพลิกเงินชดเชยมาเปิด Babunok Tea Bar ร้านชาใต้หน้าบ้านในย่านบางกรวยและสร้างยอดขายได้เฉลี่ยเดือนละกว่าพันแก้ว โดยตั้งราคาย่อมเยาเริ่มต้นแก้วละ 50 บาทเพื่อให้เป็นเครื่องดื่มดื่มได้ทุกวัน ภาพนี้สะท้อนชัดว่าธุรกิจอาหารที่ขยายตัวได้เริ่มจากการเข้าใจลูกค้าและโจทย์ชีวิตตัวเองก่อนจะคิดถึงการโตเป็นเครือข่าย

จากหน้าบ้านสู่เครือข่ายร้านดัง ขยายธุรกิจอาหารแบบไม่ทิ้งรสชาติ

จากเลย์ออฟหน้าบ้านถึงอาณาจักรร้านกลางคืน บทเรียนเรื่องชุมชน

กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือเส้นทางของผู้ประกอบการสองแบบ หนึ่งคือคาเฟ่หน้าบ้านแบบ Babunok Tea Bar ที่ตั้งใจขายชาใต้ให้กลายเป็นเครื่องดื่ม Every Day Drink ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายและการทำคอนเทนต์สม่ำเสมอจนไวรัล ทำให้ร้านเล็กๆ มีลูกค้าประจำราว 80-90% และเริ่มอยู่ตัวได้จากฐานลูกค้าที่กลับมาอุดหนุนต่อเนื่อง อีกแบบคืออาณาจักรร้านอาหารและร้านกลางคืนของบาส ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ ที่ใช้ความชอบส่วนตัวและพาร์ตเนอร์ที่ลงตัวเปิดร้านข้าวมันไก่แบรนด์ “เก๋า ข้าวมันไก่-มันเนื้อ” ราคาเริ่มต้นจานละ 60 บาทจนของหมดยาวหลายสัปดาห์ และขยายไปสู่การร่วมลงทุนร้านกลางคืนอีก 7 แห่ง ในมุมความคิด บาสย้ำชัดว่าคอมมูนิตี้สำคัญกว่าการทำร้านให้ดีที่สุดด้านเดียว คนออกมาร้านกลางคืนเพราะต้องการการเชื่อมต่อกับผู้คน ร้านที่สร้างชุมชนแข็งแรงจะต่อยอดเป็นเครือข่ายได้เรื่อยๆ เขายังบอกด้วยว่า เวลาทำธุรกิจต้องเลือกสมรภูมิที่ใกล้ความถนัดและรู้จริง เพื่อให้แต่ละร้านขยายต่อได้บนฐานความเข้าใจตลาดเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง

จากหน้าบ้านสู่เครือข่ายร้านดัง ขยายธุรกิจอาหารแบบไม่ทิ้งรสชาติ

โมเดลธุรกิจร้านอาหารแบบเผ็ดเผ็ด เน้นลูกค้าประจำมากกว่ากำไรหนา

เผ็ดเผ็ดเป็นตัวอย่างที่หักล้างตำรา “ทุกสาขาต้องเหมือนกัน” ได้ชัด ร้านอาหารอีสานแบรนด์นี้เริ่มจากร้านเล็กย่านพหลโยธินเมื่อปี 2559 ก่อนจะขยายเป็น 9 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และสาขาราชพฤกษ์คว้า Bib Gourmand ในคู่มือ MICHELIN Guide โดยไม่เคยจ้างอินฟลูเอนเซอร์หรือเพจรีวิวเลยสักครั้ง รายได้บริษัท รสเผ็ดดี จำกัด โตจากประมาณ 35 ล้านบาทในปี 2563 เป็นราว 192 ล้านบาทในปี 2567 ซึ่งเท่ากับโตมากกว่า 5 เท่าในเวลาเพียง 3 ปี แม้อัตรากำไรสุทธิจะอยู่ราว 2% เท่านั้น หัวใจโมเดลธุรกิจร้านนี้คือการขายรสชาติที่หากินที่อื่นไม่ได้ในบรรยากาศร้านติดแอร์นั่งสบาย พร้อมเมนูที่แตกต่างกันเกือบทั้งหมดในแต่ละสาขา เมนูร่วมกันแค่ราว 20% ส่วนอีก 80% เป็นเมนูเฉพาะสาขา ทำให้ลูกค้าประจำคิดถึงเมนูที่ผูกพันกับสาขาที่ไปประจำ ผู้ก่อตั้งระบุว่าลูกค้าราว 90% เป็นขาประจำ ไม่ใช่ขาจร และกลยุทธ์ทุกช่องใน Business Model Canvas ถูกดึงไปรักษาสถานะร้านที่ลูกค้าประจำไม่เบื่อ แม้ต้องแลกกับกำไรที่บางและการขยายสาขาที่ช้ากว่าร้านอื่น

เมื่อเมนูไม่เหมือนกันทุกสาขา กลายเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ล้านบาท

สิ่งที่หลายแบรนด์กลัวมากคือความไม่เหมือนกัน แต่สำหรับเผ็ดเผ็ด ความหลากหลายของเมนูต่อสาขากลับเป็นเครื่องมือสร้างรายได้และความผูกพันระยะยาว ร้านมีเมนูรวมกันระดับหลักพันเมนู แต่ละสาขามีคอนเซ็ปต์ของตัวเอง และมีการหมุนเมนูใหม่ปีละหนึ่งถึงสองรอบ เพราะมองว่าอาหารเหมือนแฟชั่น รสนิยมคนกินเปลี่ยนตามเทรนด์บนโซเชียล ผู้ก่อตั้งใช้ข้อมูลเทรนด์รสชาติจากโลกออนไลน์มาปรับเมนูให้ทันใจลูกค้าเมือง การไม่รับจองโต๊ะ เปิดให้ Walk-in เท่านั้น และพึ่งการบอกต่อของลูกค้าประจำ ทำให้ความสัมพันธ์เหนียวแน่นยิ่งขึ้น ขณะที่ช่องรายได้ไม่พึ่งหน้าร้านอย่างเดียว แต่ยังมีเดลิเวอรีและสินค้าน้ำพริกในซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงร้านในเครืออย่างครวญและ Order House ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ ทุกอย่างนี้เกิดจากการวางแผนธุรกิจชัดเจนว่าร้านอยู่ได้ด้วยลูกค้าประจำในตลาดที่มีกำลังผลิตจำกัด จึงต้องออกแบบโมเดลให้สอดคล้องกับข้อจำกัดตั้งแต่ต้น

บทสรุปสำหรับผู้ประกอบการอาหารเล็กๆ ที่อยากโตเป็นเครือข่าย

เมื่อมองภาพรวมสามกรณี Babunok Tea Bar อาณาจักรร้านของบาส Go Went Go และเผ็ดเผ็ด เราจะเห็นแพตเทิร์นเดียวกันคือ การขยายธุรกิจอาหารให้โตไม่ใช่เรื่องของทุนหนา แต่เป็นเรื่องของความเข้าใจตลาดเป้าหมาย ความชัดในโมเดลธุรกิจร้านอาหาร และความสามารถในการสร้างลูกค้าประจำให้เป็นฐานรายได้ยั่งยืน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เริ่มจากจุดหักเหของชีวิต แต่คนที่กลายเป็นผู้ประกอบการสำเร็จจะไม่หยุดอยู่แค่การทำร้านให้ขายดีสาขาเดียว พวกเขาวางกลยุทธ์ขยายธุรกิจอาหารบนสามแกนสำคัญ หนึ่ง ใช้รสชาติและเอกลักษณ์เล่าเรื่องแบรนด์ สอง สร้างคอมมูนิตี้ให้ร้านเป็นพื้นที่พบปะ และสาม กล้าตัดสินใจสวนตำราเมื่อมันสอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าจริง ในตลาดร้านอาหารที่โตช้าลงและต้นทุนสูงขึ้น ธุรกิจที่ยืนระยะได้คือธุรกิจที่มองลึกกว่าเมนูอร่อย มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าประจำ เมนูที่ไม่ซ้ำ และชุมชนที่เติบโตไปพร้อมกัน แล้วค่อยพลิกจากร้านเล็กให้กลายเป็นเครือข่ายรายได้ระดับร้อยล้านโดยไม่ทิ้งรากเหง้ารสชาติต้นตำรับ

จากหน้าบ้านสู่เครือข่ายร้านดัง ขยายธุรกิจอาหารแบบไม่ทิ้งรสชาติ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!