ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

AI Hackathon และโครงการอัปสกิล ดันองค์กรสู่การเปลี่ยนแปลงจริง

AI Hackathon และโครงการอัปสกิล ดันองค์กรสู่การเปลี่ยนแปลงจริง
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

AI Hackathon ไทย ไม่ใช่แค่เวทีแข่ง แต่คือห้องทดลองการเปลี่ยนแปลง

AI Hackathon ไทยคือกิจกรรมที่รวมคน ราชการ และองค์กรเข้ามาออกแบบต้นแบบนวัตกรรมด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้โจทย์ปัญหาจริงของงานและชีวิตผู้คนเป็นศูนย์กลาง เพื่อทดลอง สร้างต้นแบบ และต่อยอดเป็นบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง เป็นทั้งเวทีเรียนรู้และห้องทดลองสำหรับพัฒนาทักษะ AI ของบุคลากรที่ต้องการเปลี่ยนวิธีทำงานในยุคดิจิทัล จุดสำคัญของกระแส AI Hackathon รอบนี้คือการประกาศชัดว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลจะไม่เกิดขึ้นหากลงทุนแค่ระบบและเทคโนโลยี แต่ต้องลงทุนลงไปในคน ผ่านโครงการอัปสกิลที่มีโครงสร้างและเป้าหมาย เช่นการยกระดับราชการยุคใหม่ และการสร้างคนทำงานที่มี AI Capability ไม่ใช่แค่ใช้เครื่องมือเป็น การแข่งขันจึงถูกออกแบบให้บ่มเพาะทักษะและวิธีคิด มากกว่าการหาไอเดียแพรวพราวเพียงชั่วคราว

ราชการยุคใหม่กับ AI Hackathon: จากระบบรับคำร้องสู่การคาดการณ์ปัญหา

การที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเดินหน้าโครงการ Government Innovation Lab พร้อมกิจกรรม AI Hackathon for Public Sector Development คือสัญญาณชัดว่าราชการยุคใหม่กำลังเปลี่ยนจากการรอรับปัญหาไปสู่การมองเห็นปัญหาล่วงหน้าและลงมือแก้ด้วยนวัตกรรม แนวคิดแบบ Anticipatory Innovation ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทำให้โจทย์ของเวทีไม่ใช่การสร้างระบบสวยหรู แต่คือการคลี่ Pain Point ที่ประชาชนเจอจริง เวที Final Pitching ของโครงการนี้สะท้อนภาพการเปลี่ยนงานของรัฐให้จับต้องได้มากขึ้น เช่นแชตบอต PIT Chat ที่ช่วยให้คนทั่วไปสอบถามและยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สะดวกและถูกต้องขึ้น ระบบแจ้งเตือนอุบัติภัยโรงงาน ONE MIND-Alert ที่ประเมินพื้นที่เสี่ยงและส่งข้อความเตือนประชาชนได้ทันที ไปจนถึง HR RAG ที่ช่วยเจ้าหน้าที่ตอบคำถามกฎระเบียบและทำเอกสารได้เร็วขึ้น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่โครงการทดลองลอย ๆ แต่คือการนำ AI ลงไปอยู่ในเนื้องานราชการ

AIS Academy กับการพัฒนาทักษะ AI: จาก AI Access สู่ AI Capability

ในฝั่งเอกชน AIS Academy เลือกย้ำชัดว่าการลงทุน AI ต้องพัฒนาคนควบคู่ ไม่เช่นนั้นองค์กรจะมีเครื่องมือทันสมัยแต่ไม่มีคนที่ใช้ให้เกิดผลลัพธ์ งานสัมมนา AIS ACADEMY For THAIs 2026 ถูกออกแบบให้ขยับประเทศจาก AI Access ไปสู่ AI Capability คือจากการเข้าถึงเครื่องมือไปสู่การมีคนที่คิดวิเคราะห์ ตั้งคำถาม ตัดสินใจจากข้อมูล และทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างรับผิดชอบ งานนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เวทีพูดคุย แต่มี Speaker กว่า 30 คน และ Workshop กับ Masterclass มากกว่า 20 เซสชัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ทั้งแนวคิดและการลงมือทำจริงในหัวข้อ AI Ready Business และ AI Ready Skills คำกล่าวหนึ่งที่น่าหยิบมาคิดคือ “เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงทำให้คนไทยตาม AI ให้ทัน แต่คือการสร้างความพร้อมให้คนไทยสามารถใช้ AI สร้างผลลัพธ์และโอกาสใหม่ได้จริง” ซึ่งสะท้อนว่าการพัฒนาทักษะ AI คือแกนกลาง ไม่ใช่กิจกรรมเสริม

AI Hackathon และโครงการอัปสกิล ดันองค์กรสู่การเปลี่ยนแปลงจริง

JUMP Thailand Hackathon: เมื่อเยาวชนเรียน AI ผ่านการสร้างนวัตกรรมการศึกษา

JUMP Thailand Hackathon 2026 เป็นตัวอย่างชัดว่าการพัฒนาทักษะ AI ที่ดีที่สุดคือให้คนได้ลงมือสร้างสิ่งที่สำคัญกับชีวิตตนเอง การแข่งขันนี้คัดเลือก 10 ทีมสุดท้ายจากผู้สมัครถึง 603 ทีม รวม 2,504 คน จาก 67 สถาบันการศึกษา ภายใต้โจทย์ AI for the Future of Thai Education ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่สะท้อนความสนใจ แต่คือฐานคนรุ่นใหม่ที่กำลังเรียนรู้ AI ผ่านปัญหาการศึกษาของบ้านเมือง ทีม MAMO จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศด้วยนวัตกรรม Wathasin AI Speech Coach แสดงให้เห็นว่า AI สามารถกลายเป็นโค้ชส่วนตัวเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารได้ ขณะที่ทีมอื่น ๆ อย่าง BrailleBox, DEAFIN Education และ LearnLy ก็ชี้ว่าเมื่อเยาวชนถือ AI ในมือ เขาไม่ได้คิดถึงแต่ธุรกิจ แต่คิดถึงการเข้าถึงการเรียนรู้ของผู้พิการและการจัดการเนื้อหาการศึกษาอย่างเท่าเทียม นี่คือการอัปสกิลผ่านการลงมือเปลี่ยนแปลงจริง ไม่ใช่แค่เรียนใช้เครื่องมือทีละฟังก์ชัน

AI Hackathon และโครงการอัปสกิล ดันองค์กรสู่การเปลี่ยนแปลงจริง

จากโครงการอัปสกิลสู่ระบบนิเวศ AI: การลงทุนในคนคือคำตอบสุดท้าย

สิ่งที่น่าสนใจในแนวทางของโครงการทั้งภาครัฐและเอกชนคือความพยายามสร้างระบบนิเวศ ไม่ใช่กิจกรรมเดี่ยวที่จบลงในวันงาน ฝั่งราชการมีแผนงานต่อเนื่อง ตั้งแต่รับสมัคร จัด Clinic ให้คำปรึกษา AI Pitching พัฒนา AI Prototype และปิดท้ายด้วย Demo Day เพื่อให้ต้นแบบถูกผลักดันไปใช้จริง พร้อมเป้าหมายใหญ่กว่าการมีเครื่องมือใหม่ คือการสร้างระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาครัฐที่ยั่งยืน ด้าน AIS Academy ก็เลือกเชื่อมเวทีสัมมนา Hackathon และ Workshop เข้าด้วยกัน เพื่อเชื่อมคนที่มีโจทย์เข้ากับองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายพันธมิตร เมื่อมองภาพรวมจะเห็นชัดว่า “การลงทุน AI ต้องพัฒนาคนควบคู่ไป” ไม่ใช่คำขวัญ แต่เป็นยุทธศาสตร์ หากองค์กรใดลงทุนเฉพาะระบบโดยไม่ลงแรงกับโครงการอัปสกิล ท้ายสุดก็จะได้เพียงเทคโนโลยีราคาแพงที่ไม่มีคนใช้ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงจริง ทั้งภาครัฐและเอกชนกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ทางออกเดียวคือการวางคนไว้กลางแผน AI

AI Hackathon และโครงการอัปสกิล ดันองค์กรสู่การเปลี่ยนแปลงจริง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!