ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Lexus ES ใหม่ยกระดับยนตรกรรมพรีเมียม สูซีดานไฟฟ้าหรูและไฮบริด

Lexus ES ใหม่ยกระดับยนตรกรรมพรีเมียม สูซีดานไฟฟ้าหรูและไฮบริด
ความสนใจ|การเลือกและซื้อรถ

Lexus ES ใหม่คืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อยุคซีดานไฟฟ้าหรู

Lexus ES ใหม่คือยนตรกรรมพรีเมียมประเภทซีดานไฟฟ้าหรูขนาดกลางที่นำเสนอทางเลือกขุมพลังทั้งแบบไฟฟ้าล้วน BEV และแบบ Lexus ES ไฮบริด สำหรับลูกค้าที่ต้องการความหรูหรา ความนุ่มนวลในการขับขี่ และภาพลักษณ์รักษ์โลกในคันเดียว โดยยังคงเอกลักษณ์ด้านความเงียบและความกว้างขวางของห้องโดยสาร พร้อมยกระดับงานออกแบบและเทคโนโลยีให้ทันสมัยกว่ารุ่นก่อนหน้า เพื่อแข่งขันกับซีดานหรูจากแบรนด์ดั้งเดิมที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฮบริด BEV อย่างเต็มตัว

แก่นสำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้คือ Lexus เลือกใช้กลยุทธ์ Multi-Pathway ให้ลูกค้าเลือกได้ทั้งระบบไฮบริด 2.5 ลิตรเจเนอเรชันใหม่และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า BEV ในรุ่นเดียวกัน เพื่อตอบผู้ใช้ที่ยังลังเลระหว่างโลกเครื่องยนต์น้ำมันกับโลกไฟฟ้าล้วน นี่ไม่ใช่การทดลองตลาด แต่เป็นการประกาศอย่างชัดเจนว่าซีดานระดับผู้บริหารในอนาคตต้องมีทางเลือกไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นคนที่คุ้นกับการเติมน้ำมันหรือคนที่พร้อมเปลี่ยนมาชาร์จไฟ

เมื่อมองย้อนไปกว่า 30 ปีที่ ES ทำตลาดและถูกยกให้เป็นซีดานหรูที่ออกมาชนรถยุโรปด้วยจุดเด่นเรื่องความเรียบหรูและความนุ่มนวลในการขับขี่ การก้าวเข้าสู่ยุคไฟฟ้าครั้งนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนเชิงสัญลักษณ์ หากแม้แต่ซีดานที่ขึ้นชื่อเรื่องความอนุรักษนิยมอย่าง ES ยังต้องปรับตัวย้ายขุมพลังไปสู่ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ก็ยากที่แบรนด์หรูรายอื่นจะเพิกเฉยได้อีกต่อไป

Lexus ES ใหม่ยกระดับยนตรกรรมพรีเมียม สูซีดานไฟฟ้าหรูและไฮบริด

ดีไซน์และเทคโนโลยีใหม่ ยืนยันภาพซีดานพรีเมียมยุคไฟฟ้า

การออกแบบภายนอกของ ES ใหม่ภายใต้แนวคิด Experience Elegant and Electrified Sedan ไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญ แต่สะท้อนทิศทางใหม่ของซีดานไฟฟ้าหรูที่ต้องสง่างามและล้ำเทคโนโลยีในเวลาเดียวกัน ตัวถังใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน ยาว 5,140 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้น 165 มิลลิเมตร กว้าง 1,920 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้น 55 มิลลิเมตร และสูง 1,555-1,560 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้น 110-115 มิลลิเมตร ส่งผลให้ทั้งสัดส่วนตัวรถดูภูมิฐาน และพื้นที่ใช้สอยภายในกว้างขึ้นอย่างรูปธรรม นี่คือคำตอบให้กลุ่มผู้บริหารที่อยากได้ทั้งความโอ่โถงและภาพลักษณ์ทันสมัย

รายละเอียดใหม่อย่างกระจังหน้า Spindle Body เจเนอเรชันล่าสุด ไฟหน้าทรง Twin L Signature Lamp พร้อมระบบ High-Definition LED และ Adaptive High-Beam System รวมถึงไฟท้ายแบบ Slim Light Bar เชื่อมตลอดแนวท้ายรถ ล้วนเป็นภาษาดีไซน์ที่ปรับภาพ ES ให้ร่วมสมัยและเท่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มือเปิดประตู Semi-Flush ที่ราบไปกับตัวถัง เส้นสายที่เชื่อมประตูหน้าไปหลัง และหลังคากระจก Panoramic Roof เป็นองค์ประกอบที่ทำให้ซีดานผู้บริหารไม่ดูเชยเหมือนยุคเดิม แต่กลับมีความโมเดิร์นสไตล์ซีดานไฟฟ้า

ภายในห้องโดยสารแนวคิด Clean Tech and Elegant ทำให้ ES ใหม่ไม่ใช่แค่หรู แต่แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีสามารถอยู่ร่วมกับความเรียบง่ายได้อย่างลงตัว พวงมาลัย 3 ก้านพร้อม Responsive Hidden Switches จอ MID Full Digital 12.3 นิ้ว จอกลาง 14 นิ้วรองรับ Apple Wireless CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และเครื่องเสียง Mark Levinson Surround Sound 17 ตำแหน่ง สะท้อนความตั้งใจให้ผู้โดยสารสัมผัสความล้ำสมัยตลอดการเดินทาง ซีดานหรูยุคใหม่จึงไม่ใช่เพียงหนังแท้และลายไม้ แต่คือการบูรณาการเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง

Lexus ES ใหม่ยกระดับยนตรกรรมพรีเมียม สูซีดานไฟฟ้าหรูและไฮบริด

สองขุมพลัง Lexus ES ไฮบริด และ BEV ต่างกันอย่างไร

หัวใจของการยกระดับ Lexus ES ครั้งนี้คือการวางระบบไฮบริด BEV ให้เลือกในรุ่นเดียวกันอย่างชัดเจน ES 350h Grand Luxury ใช้เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด A25A FXS 2.5 ลิตร เจเนอเรชันที่ 6 ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 247 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ไฮบริดลิเธียมไอออนระบายความร้อนด้วยอากาศ อัตราบริโภคน้ำมันตาม ECO Sticker อยู่ที่ 22.72 กิโลเมตรต่อลิตร นี่คือทางเลือกสำหรับคนที่ยังต้องการความมั่นใจจากน้ำมันและต้องเดินทางไกลโดยไม่คิดเรื่องการชาร์จ

อีกด้านหนึ่ง ES 350e Premium เมื่อเลือกใช้ระบบ BEV ก็กลายเป็นซีดานไฟฟ้าหรูเต็มตัว ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2XM ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 224 แรงม้า แบตเตอรี่แรงดันสูงความจุ 76.96 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ สามารถวิ่งได้ไกลสุด 620 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC รองรับการชาร์จ AC 22 กิโลวัตต์และ DC 150 กิโลวัตต์ อัตราบริโภคพลังงาน 137 วัตต์ต่อกิโลเมตร ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงพอสำหรับสายเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังท้าทายซีดานหรูจากยุโรปที่กำลังทยอยเปิดตัวไฟฟ้าล้วน

ที่น่าสนใจคือแม้ ES 350e Premium จะเป็นเก๋งไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ และด้านเทคโนโลยีไฟฟ้าดูเหนือกว่า แต่กลับตั้งราคาต่ำกว่ารุ่นไฮบริด ES 350h Grand Luxury เพราะโครงสร้างภาษีนำเข้า BEV ถูกกว่าไฮบริดอย่างมีนัยสำคัญ การจัดราคาแบบนี้ส่งสัญญาณชัดว่าแบรนด์ต้องการผลักดันให้ลูกค้ากล้าขยับมาลองไฟฟ้าล้วนมากขึ้น และในเชิงนโยบายทำให้ซีดานไฟฟ้าหรูไม่ใช่ของไกลตัว แต่กลายเป็นทางเลือกที่จับต้องได้ในระดับเดียวกับ Lexus ES ไฮบริด

สเปกหลักES 350h ไฮบริดES 350e BEV
กำลังสูงสุด247 แรงม้า224 แรงม้า
ระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 2.5 ลิตรมอเตอร์ไฟฟ้า 2XM
การใช้พลังงาน22.72 กม.ต่อลิตร ECO Sticker137 วัตต์ต่อกม. มาตรฐาน NEDC
ระยะทางต่อหนึ่งครั้งขึ้นกับการเติมน้ำมันสูงสุด 620 กม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
Lexus ES ใหม่ยกระดับยนตรกรรมพรีเมียม สูซีดานไฟฟ้าหรูและไฮบริด

สมรรถนะ การขับขี่ และความปลอดภัยในโลกซีดานไฟฟ้าหรู

แม้จะเปลี่ยนหัวใจขับเคลื่อนไปสู่ระบบไฮบริด BEV แต่ ES ใหม่ยังยืนยันเอกลักษณ์ Lexus Driving Signature ที่เน้นการตอบสนองนุ่มนวล มั่นใจ และสนุกในการขับขี่ ด้วยสมดุลที่ออกแบบมาสำหรับผู้บริหารยุคใหม่ การต่อยอดแพลตฟอร์ม GA K ที่รองรับ Multi Pathway Powertrain ทำให้โครงสร้างรถแข็งแรงขึ้น การกระจายน้ำหนักดีขึ้น ช่วงล่างแบบแม็กเฟอร์สันสตรัตด้านหน้าและมัลติลิงก์ด้านหลังช่วยให้การขับขี่นุ่ม เงียบ มั่นคง และตอบสนองแม่นยำทั้งในรุ่นไฮบริดและ BEV

ด้านการป้องกันและช่วยเหลือผู้ขับ ES ใหม่จัดเต็มระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Lexus Safety System Plus 4.0 ใช้ชุดเทคโนโลยีล่าสุดของแบรนด์เพื่อเพิ่มทั้งความไวและความแม่นยำของการทำงาน มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันตั้งแต่ความเร็วสูงจนถึงจุดหยุดนิ่ง ระบบเบรกป้องกันการชนก่อนเกิดเหตุ ระบบเตือนออกนอกเลนและช่วยควบคุมให้รถอยู่ในเลน รวมถึงฟังก์ชันใหม่อย่างช่วยหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวาง ตรวจจับและเตือนป้ายจราจร และแจ้งเตือนการเคลื่อนไหวของการจราจรโดยรอบ อีกทั้งยังมี Lexus Teammate Advance Park ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ระบบเตือนมุมอับสายตา และถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง

สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าซีดานไฟฟ้าหรูไม่ควรมีเพียงมอเตอร์แรงและแบตเตอรี่ใหญ่ แต่ต้องมอบความสบายใจในทุกสถานการณ์จริงบนถนน สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ระบบช่วยขับที่ชาญฉลาดจะเป็นตัวชดเชยการเปลี่ยนแปลงจากเสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นเคยไปสู่ความเงียบแบบไฟฟ้า ให้การเปลี่ยนผ่านสู่ Lexus ES ไฮบริด หรือ BEV เป็นประสบการณ์ที่ไม่เครียดและปลอดภัยกว่าที่หลายคนกังวล

Lexus ES ใหม่ยกระดับยนตรกรรมพรีเมียม สูซีดานไฟฟ้าหรูและไฮบริด

การจัดวางตำแหน่ง Lexus ES ใหม่ในสงครามซีดานพรีเมียมไฟฟ้า

ตระกูล ES ถูกสร้างให้เป็นคู่แข่งตรงกับซีดานหรูยุโรปมาโดยตลอด และภาพลักษณ์ความเรียบหรู นุ่มนวล เงียบ และกว้างขวางทำให้ลูกค้าจำนวนมากเลือกเป็นทางสายกลางระหว่างความหรูและความสบายในการใช้งานประจำวัน การเปิดตัวเจเนอเรชันที่ 8 พร้อมสองขุมพลัง BEV และ Lexus ES ไฮบริด จึงเป็นก้าวสำคัญในการปรับตำแหน่งให้ ES กลายเป็นตัวแทนของซีดานไฟฟ้าหรูที่มีตัวเลือกครบทั้งคนที่พร้อมไฟฟ้าล้วนและคนที่ต้องการความยืดหยุ่นจากไฮบริด

เมื่อคู่แข่งยุโรปหลายรายยังใช้วิธีทยอยปล่อยรุ่นย่อยไฟฟ้า หรือเน้น SUV มากกว่า ซีดาน รุ่นนี้กลับเลือกเดินหน้าเต็มตัวในตลาดซีดานไฟฟ้าหรู ด้วยการยืนยันจุดขายเดิมด้านความสบาย นุ่ม แน่น และเทคโนโลยีหรูที่คิดมารองรับการใช้ชีวิตของผู้บริหารยุคใหม่ สำหรับลูกค้าระดับพรีเมียม การที่มีทางเลือกทั้งระบบไฮบริด BEV ในแบรนด์เดียวกัน คือการลดความเสี่ยงในการตัดสินใจและเปิดโอกาสให้ทดลองโลกไฟฟ้าโดยไม่ต้องละทิ้งความคุ้นเคย

คำถามสุดท้ายสำหรับผู้อ่านคือ หากซีดานหรูที่คุณมองหาในวันนี้สามารถเป็นซีดานไฟฟ้าหรูหรือไฮบริดที่ประหยัดกว่า เงียบกว่า และปล่อยมลพิษน้อยกว่า แต่ยังให้ประสบการณ์ขับขี่ระดับ Lexus Driving Signature คุณจะยังยึดติดกับเครื่องยนต์สันดาปแบบเดิมอยู่หรือไม่ เมื่อ Lexus ES ใหม่ออกมาแสดงให้เห็นว่าการปรับตัวสู่โลกไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องแลกกับความหรูหราและความสบาย การตัดสินใจของคุณอาจกลายเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนให้ตลาดยนตรกรรมพรีเมียมเดินหน้าสู่ยุคไร้มลพิษเร็วขึ้นกว่าที่คาด

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!