วันที่เดินเข้า Scentorium มิ้นท์บอกตัวเองว่ามาเดินดมเล่นๆ ค่ะ สามชั่วโมงต่อมาเดินออกมากดสั่งบอดี้สเปรย์กลิ่น Lullaby Letter ในลิฟต์เลยจริงๆ ไม่มีใครเตือนมาก่อนว่า Karmakamet แบรนด์เทียนหอมและของแต่งบ้านที่เราซื้อเผาผลาญเงินมาหลายปี จะทำกลิ่นสายสวมตัวได้ขนาดนี้
วันนี้เล่าหมดเปลือกค่ะ ทั้งห้องกลิ่นฟรี 540 กลิ่นที่เอราวัณ ไลน์ Authentic Body Spray ที่มิ้นท์ฉีดไปทำงานมาเกือบสองสัปดาห์ Authentic Perfume Body Oil ที่นอนนิ่งในกระเป๋าถือ และบทสรุปว่าราคาพันกว่าบาทมันคุ้มทุกบาททุกสตางค์ไหม
ห้องกลิ่น 540 กลิ่นฟรีที่เอราวัณ ต้องจองก่อนไม่งั้นพลาด
Scentorium อยู่ชั้น 1 ของร้าน Karmakamet สาขา Erawan Bangkok เดินเข้าไปคือห้องโทนแดงเข้มที่มีกลิ่นกว่า 540 กลิ่นจากทั่วโลกเรียงบนชั้นในโถงแก้วทรงโดม แบ่งเป็น 6 หมวด การเข้าฟรีแต่ต้องจองรอบล่วงหน้าผ่านเว็บของแบรนด์ อังคารถึงพฤหัสวันละ 3 รอบ 12:00 / 15:00 / 18:00 ศุกร์ถึงอาทิตย์วันละ 4 รอบ 12:00 / 14:00 / 16:00 / 18:00 เปิดอังคารถึงอาทิตย์ 10:30–18:00 ปิดวันจันทร์ค่ะ

กลิ่นในที่นี้ไม่ใช่แค่ น้ำหอม นะคะ มีกลิ่นผิวทารก กลิ่นธนบัตร กลิ่นอุปกรณ์การแพทย์ กลิ่นหญ้าเพิ่งถูกตัด กลิ่นดินหลังฝนตก กลิ่นร้านยาจีน ไปจนถึงสายฮาร์ดคอร์อย่างกลิ่นขนหมา กลิ่นฉี่แมว กลิ่นอาเจียนวาฬ และกลิ่นชะมดเช็ดจากบีเวอร์ วางเรียงติดกันพร้อมป้ายบอกชัดๆ แบบที่เห็นในภาพ ดมจบยังมีแบบทดสอบบุคลิกภาพสั้นๆ ทำโปรไฟล์กลิ่นแล้วให้เราไปหากลิ่นที่ตรงตัวเราที่สุดจากทั้ง 540 กลิ่น

เตือนจากใจก่อนไปค่ะ ดมไปราวกลิ่นที่สามสิบจมูกจะเริ่มเพี้ยน ควรชวนเพื่อนไปผลัดกันอ่านป้ายและผลัดกันขำจะสนุกกว่าไปคนเดียวมาก 5555 และสิ่งที่ต้องรู้ไว้คือพอเจองกลิ่นที่ใช่ เคาน์เตอร์น้ำหอมสายสวมตัวก็อยู่ตรงนั้นเอง เงินในกระเป๋ามิ้นท์ปลิวไปวินาทีนั้นเลยค่ะ
Authentic Body Spray 50 ml — Lullaby Letter กลิ่นแป้งที่ถูกต้องที่สุด
ขวดแรกที่กดกลับบ้านคือ Authentic Body Spray กลิ่น Lullaby Letter ราคาทางการของไลน์นี้ขวด 50 ml กลิ่นเดี่ยวอยู่ที่ 1,150–1,350 บาท ส่วนขวดแบบ Blended ที่เบลนด์หลายกลิ่นมาให้อยู่ที่ 1,450 บาท แกะกล่องมาคือห่อในห่อในห่ออีกชั้นตามสไตล์แบรนด์ แกะแล้วลุ้นเหมือนเปิดของขวัญ

กลิ่นนี้เป็นโทนหวานนุ่มแบบแป้งและมัสกี้ ดมแล้วนึกถึงเสื้อขาวที่เพิ่งรีดเสร็จหรือแป้งเด็กเวอร์ชันผู้ใหญ่ ไม่หวานเลี่ยนแบบขนม ฉีดแล้วได้ฟีลคนเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ สะอาดแต่มีออร่าแพง บนผิวมิ้นท์อยู่ได้ราว 4 ชั่วโมงเริ่มเงียบ แต่บนปกเสื้อและปลอกหมอนยังหอมจางๆ ถึงค่ำ ซึ่งถือว่าสมตัวสำหรับบอดี้สเปรย์ที่ออกแบบมาให้ฉีดซ้ำระหว่างวัน หนึ่งขวดฉีดได้ราว 350 สเปรย์ตามสเปกแบรนด์ คิดแล้วตกสเปรย์ละไม่กี่บาท เดี๋ยวคิดให้ดูข้างล่างค่ะ
ทิปส์ที่ใช้แล้วเวิร์คคือฉีดหลังอาบน้ำตอนผิวยังอุ่นๆ กลิ่นจะเกาะดีกว่าฉีดบนผิวแห้งๆ และฉีดบนเสื้อผ้าได้แต่อย่าจ่อผ้าสีอ่อนใกล้เกินไปนะคะ ใครอยากได้ลายเซ็นตัวเองจะฉีดซ้อนสองกลิ่นจากไลน์เดียวกันก็ได้ แบรนด์เขาออกแบบมาให้เลเยอร์กันอยู่แล้ว
Authentic Perfume Body Oil 10 ml — ไลน์ไม่ฟุ้งแต่ติดผิวทั้งวัน
ถ้าบอดี้สเปรย์คือความฟุ้งตอนเช้า บอดี้ออยล์คือความหอมเงียบๆ ที่อยู่กับเราทั้งวันค่ะ ขวด 10 ml ราคาทางการ 1,250–1,450 บาท แล้วแต่กลิ่น ข้อดีของคนกลัวน้ำหอมฟุ้งใส่จมูกเพื่อนบนรถไฟฟ้าคือออยล์ไม่ฟุ้งแสบจมูก แต่หอมแนบผิวแบบยกแขนขึ้นโหนราวตอนหกโมงเย็นแล้วยังได้กลิ่นอยู่

กลิ่นที่มิ้นท์ลองแล้วชอบมากคือ Pear หวานละมุนสดชื่นแบบลูกแพร์สุก ฉีดวันไหนก็ดูสะอาดไปหมด กับ White Space โทนโปร่งสบายนำด้วยลาเวนダー วันที่อยากได้ฟีลฟรีเดย์นอนตื่นสายคือขวดนี้ ส่วนสายเย็นอยากได้ออร่าหรูต้อง Jasmine (Northern Indian) บนกล่องระบุโน้ตชัดๆ ว่าเปิดด้วยเบอร์กามอตและเลมอนเมอร์เทิล แล้วลงท้ายด้วยแซนดัลวูด วานิลลา แอมเบอร์วูด และแพทชูลี หอมฟลอรัลoriental แบบใส่เสื้อคลุมไหมแล้วจิบชา

วิธีใช้ที่ถูกต้องคือแต้มตามจุดชีพจร ข้อมือ ข้อพับแขน หลังใบหู ซอกคอ แล้วปล่อยซึมเองห้ามถู เพราะการถูจะทำลายความชัดของกลิ่น แตะปลายเส้นผมหรือหวีได้นิดหน่อยด้วย และที่มิ้นท์ชอบที่สุดคือแต้ม Pear ทับ White Space แล้วได้กลิ่นใหม่ที่นุ่มและมีมิติขึ้นเป็นลายเซ็นของเราเอง วันไหนอยากหวานวันไหนอยากโปร่งก็สลับได้เหมือนเลือกเครื่องประดับค่ะ
คุ้มไหม คิดให้ดูเป็นบาทต่อสเปรย์
มาดูเลขกันค่ะ บอดี้สเปรย์ 50 ml ราคา 1,150–1,450 บาท ฉีดได้ราว 350 สเปรย์ ตกสเปรย์ละประมาณ 3.3–4.1 บาท ถูกกว่าน้ำหอมเคาน์เตอร์ที่ฉีดทีละ 4-5 สเปรย์เยอะมาก ส่วนบอดี้ออยล์ 10 ml ราคา 1,250–1,450 บาท ตกมล.ละ 125–145 บาท แพงกว่าสเปรย์ที่ตกมล.ละ 23–29 บาทราวห้าเท่า แต่แต้มแค่จุดละหยดเล็กๆ ก็อยู่ทั้งวัน ขวดนึงจึงใช้ได้นานกว่าที่คิด และพกขึ้นเครื่องง่ายไม่กลัวรั่ว

ชอบอะไร
- มีกลิ่นให้เลือกเป็นสิบๆ กลิ่น และไปดมฟรีได้ทุกกลิ่นที่ Scentorium ก่อนตัดสินใจกดขวดใหญ่
- คาแรกเตอร์กลิ่นชัดมาก ไม่โหล ไม่ซ้ำคนที่เดินผ่านแน่นอน
- ไลน์ออยล์หอมแนบผิวทั้งวัน ไม่ฟุ้งแสบจมูกทั้งหน้าร้อนและห้องแอร์
- เลเยอร์ข้ามกลิ่นข้ามไลน์ได้สนุก ได้กลิ่นลายเซ็นของตัวเอง
ต้องคิดก่อนกด
- ราคาสูงกว่าน้ำหอมแบรนด์ไทยทั่วไป สเปรย์ 1,150–1,450 บาท ออยล์ 1,250–1,450 บาท
- ออยล์มาแค่ 10 ml คิดต่อมล.แพงกว่าสเปรย์ราวห้าเท่า
- การกระจายตัวแบบแนบผิว ใครอยากได้ฟุ้งทั่วห้องต้องฉีดสเปรย์ทับ
- Scentorium ต้องจองรอบล่วงหน้าและปิดวันจันทร์ เดินวอล์กอินสุ่มไม่ได้ค่ะ
สรุปแบบเพื่อนคุยกับเพื่อนค่ะ ไลน์นี้เหมาะกับมนุษย์เงินเดือนห้องแอร์ที่ไม่อยากให้กลิ่นไปรบกวนเพื่อนโต๊ะข้างๆ คนรักกลิ่นสะอาดกลิ่นแป้ง และคนที่กำลังหาของขวัญแบรนด์ไทยที่มีเรื่องเล่าติดไปด้วย ถ้าจะตุน มิ้นท์แนะว่าเริ่มจากบอดี้สเปรย์หนึ่งขวดกลิ่นที่ดมแล้วใจสั่นที่ Scentorium บวกบอดี้ออยล์อีกหนึ่งขวดไว้พกเติมระหว่างวัน รวมสองขวดกำลังดี ไม่เปลืองเกินเพราะแต่ละขวดใช้ได้นาน ส่วน 11.11 นี้ใครเล็งโปรอยู่เช็กร้าน official ใน Shopee ไว้ได้เลย หรือดูรายละเอียดกลิ่นและวิธีใช้เพิ่มเติมได้ที่หน้าผลิตภัณฑ์ Authentic Body Spray และ Authentic Perfume Body Oil ส่วนใครอยากไปเดินดมก่อนอ่านรอบและวิธีจองในเพจ Scentorium ได้เลยฟรีค่ะ ตอนนี้มิ้นท์เล็งกลิ่น Jasmine ไว้เป็นขวดที่สามแล้ว ใครลองกลิ่นไหนมาแล้วมาคอนเฟิร์มกันหน่อย หรือบอกหน่อยว่าไปหยุดดมกลิ่นแปลกกลิ่นไหนนานที่สุด ของมิ้นท์คือกลิ่นฉี่แมว ยืนดมสองรอบก็ยังงงว่าทำถึงได้ยังไง 5555







