ZestBuyZestBuy

รีวิว Marantz MODEL 70 และ CD 70 ระบบเสียงคลาสสิกยุคใหม่

รีวิว Marantz MODEL 70 และ CD 70 ระบบเสียงคลาสสิกยุคใหม่
ความสนใจ|Hi-Fi Audio

คำตัดสินแรก: คู่ของเล่นแผ่นสำหรับคนจริงจังกับเสียง แต่ไม่อยากจ่ายระดับไฮเอนด์

Marantz MODEL 70 และ CD 70 คือคู่แอมพลิฟายเออร์ Marantz และเครื่องเล่น CD Hi-Fi ที่ออกแบบมาให้คนฟังเพลงซึ่งต้องการระบบเสียงคลาสสิกแบบมีตัวเครื่องไว้ตรงหน้า แต่ยังคาดหวังความสะดวกของยุคดิจิทัล ทั้งในด้านการเชื่อมต่อ การฟังจากทีวี หรือสตรีมผ่าน Bluetooth โดยไม่ต้องไล่ตามเครื่องวินเทจมือสองที่สภาพไม่แน่นอน พร้อมดีไซน์ที่นำภาษาการออกแบบระดับพรีเมียมลงมาสู่กลุ่มเริ่มต้น ทำให้เป็นทางเข้าสู่โลกแผ่นซีดีคุณภาพสูงที่จับต้องได้สำหรับทั้งมือใหม่และคนที่ฟังมานาน โดยคำตัดสินของบทรีวิวนี้คือ: เสียงดี คุ้มกับคนที่ตั้งใจจะใช้แผ่นซีดีและแหล่งสัญญาณแบบจริงจัง แต่ไม่ใช่ชุดสำหรับคนที่ต้องการพลังขับลำโพงโหดหรือหวังว่า Bluetooth จะให้คุณภาพแทนเครื่องเล่น CD ได้เต็มตัว.

ตั้งแต่แกะกล่อง ความประทับใจแรกมาจากงานประกอบและวัสดุที่ดูเหนือระดับ “เครื่องเริ่มต้น” อย่างชัดเจน ตัวเครื่องทั้งสองอยู่ในขนาดกว้างสไตล์ Hi-Fi คลาสสิก ใช้วัสดุโลหะคุณภาพดี และมีให้เลือกทั้งสีดำและเงินทอง ซึ่งเข้ากับห้องนั่งเล่นสมัยใหม่ได้ง่าย. ด้านหน้ากลึงอลูมิเนียมขัดลาย เส้นแบ่งชิ้นส่วนเรียบเนียน ปุ่มหมุนและปุ่มกดให้แรงต้านนุ่มมือ ทำให้สัมผัสใกล้เคียงกับไลน์ราคาสูงกว่าของแบรนด์เดียวกัน. ถามว่าในระดับราคากลุ่มเริ่มต้นจะได้งานแบบนี้บ่อยไหม? คำตอบคือไม่บ่อย และนี่คือจุดแข็งแรกที่เห็นได้ชัดก่อนแม้จะเปิดฟังเสียง.

SpecMODEL 70CD 70
ประเภทแอมพลิฟายเออร์สเตอริโอ Class A/Bเครื่องเล่น CD Hi-Fi พร้อม DAC ในตัว
กำลังขับ/การประมวลผล50 วัตต์ต่อแชนเนลที่ 8 โอห์ม พร้อม Current-Feedback topologyESS Sabre DAC, รองรับ CD, CD-R/RW และไฟล์ USB หลายรูปแบบ
การเชื่อมต่อสมัยใหม่HDMI ARC, Bluetooth รับ/ส่ง พร้อม aptX Adaptive/HD, AAC, SBCUSB หน้าเครื่อง, เอาต์พุตดิจิทัล, แอมป์หูฟังแยกต่างหาก
ปรัชญาเสียงใช้วงจร HDAM ของ Marantz กับภาคจ่ายไฟปรับปรุงใหม่เพื่อไดนามิกและคอนโทรลลำโพงที่ดีขึ้นใช้ HDAM/HDAM-SA2 และระบบลด jitter เพื่อให้จังหวะและความใสของเสียงดีขึ้น
รีวิว Marantz MODEL 70 และ CD 70 ระบบเสียงคลาสสิกยุคใหม่

ดีไซน์ งานประกอบ และประสบการณ์ใช้งาน: กลิ่นไฮเอนด์ในบอดี้ระดับเริ่มต้น

จุดขายสำคัญของคู่ MODEL 70 และ CD 70 คือการนำแนวคิดการออกแบบจากซีรีส์บนลงมาวางในตลาดระดับเริ่มต้นอย่างเต็มตัว ทั้งคู่ใช้โครงสร้างตัวถังแบบกว้างมาตรฐาน Hi-Fi พร้อมโครงสร้างภายในที่เน้นลดการสั่นสะเทือนและรบกวนทางไฟฟ้า ไม่ใช่แค่สกรูเพิ่ม แต่รวมถึงโครงชั้นคู่ ขาตั้งรองที่มั่นคง และชิ้นส่วนทองแดงที่จัดวางอย่างมีกลยุทธ์เพื่อเพิ่มความนิ่งของระบบ. ด้านหน้าตัวเครื่องยังเล่นระดับพื้นผิวแบบขั้นบันได มีหน้าปัดกลมตรงกลางด้านหน้าแอมป์ ซึ่งเป็น “ตาเรือ” แสดงข้อมูล ทำให้ภาพรวมดูเป็นเครื่องคลาสสิกที่มีรายละเอียดร่วมสมัย ทั้งปุ่มและหน้าจอจัดวางแบบสมมาตร ซึ่งเป็นลายเซ็นของแบรนด์นี้มานาน.

เมื่อลองจับต้องจริง สิ่งที่ชวนอึ้งคือความรู้สึกว่าเราไม่ได้กำลังเล่นกับเครื่องระดับเริ่มต้น วัสดุภายนอกแทบไม่บอกใบ้ว่ามันถูกกว่าซีรีส์สูงขนาดไหน เส้นประกบชิ้นส่วนตรงเป๊ะ ปุ่มกดและปุ่มหมุนมีระยะเดินที่น่าเชื่อถือ และแม้จะไม่ได้ประกอบในโรงงานระดับตำนานของบริษัท แต่งานประกอบก็ดีถึงขั้นต้องมองไปที่ด้านหลังเพื่อดูว่าชุดคอนเน็กเตอร์ยังเป็นระดับมาตรฐานอยู่ ไม่ใช่ของแต่งเกินจำเป็น. ทางด้านปรัชญาการออกแบบ ภาษาของซีรีส์ 70 ดูโตและลงตัวกว่ารุ่น PM6007 และ CD6007 ที่มาก่อน ทั้งในสัดส่วนตัวเครื่องและรายละเอียดเล็กๆ ทำให้เข้าหน้าตู้และชั้นวางได้อย่างกลมกลืนในบ้านยุคนี้. ในแง่ประสบการณ์ใช้งาน การจัดเรียงปุ่มและอินพุตชัดเจน เข้าใจง่าย ไม่ต้องเปิดคู่มือทุกครั้งที่เปลี่ยนแหล่งสัญญาณ.

ข้อดี

  • งานประกอบและวัสดุภายนอกให้ความรู้สึกระดับสูงกว่าเครื่องในกลุ่มเริ่มต้นชัดเจน
  • ดีไซน์สมมาตรและหน้าปัดกลางแบบ “ตาเรือ” สื่อบรรยากาศเครื่องคลาสสิกแต่ดูร่วมสมัย
  • โครงสร้างตัวถังและภาคจ่ายไฟถูกออกแบบให้ลดการสั่นและรบกวนทางไฟฟ้าเพื่อเสถียรภาพในการเล่นเพลง

ข้อเสีย

  • ด้านหลังใช้คอนเน็กเตอร์ระดับมาตรฐาน ไม่มีความพิเศษเหมือนไลน์ไฮเอนด์ แม้จะจัดวางอย่างเป็นระเบียบ
  • ขนาดตัวถังแบบ Hi-Fi คลาสสิกอาจดูใหญ่ไปสำหรับผู้ใช้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือชอบสไตล์มินิมอลบางเฉียบ
รีวิว Marantz MODEL 70 และ CD 70 ระบบเสียงคลาสสิกยุคใหม่

เสียงและสมรรถนะ: ความอิ่มและรายละเอียดที่เหมาะกับโลกแผ่น CD ยุครีเทิร์น

หัวใจของรีวิวอยู่ที่เสียง และคู่ MODEL 70 กับ CD 70 ทำหน้าที่นี้ได้อย่างน่าเชื่อถือ ทั้งคู่ใช้วงจร HDAM ของแบรนด์ร่วมกับ DAC แบบ ESS Sabre เพื่อรักษาบุคลิกเสียงที่รวดเร็วแต่มีความนุ่มนวลในแบบ “Marantz” ที่คนจำนวนมากคุ้นเคย. ฝั่งแอมพลิฟายเออร์ Marantz MODEL 70 ใช้ภาคขยายแบบ Class A/B ที่เป็น Current-Feedback ให้กำลัง 50 วัตต์ต่อแชนเนลที่โหลด 8 โอห์ม เสริมด้วยภาคจ่ายไฟที่อัปเกรดและหม้อแปลงแบบทอรอยด์ขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มไดนามิกและการคุมลำโพงให้มั่นคงมากขึ้น. ในการฟังจริง เนื้อเสียงย่านเบสตอนต้นให้ความรู้สึกหนักแน่นและอิ่มพอประมาณ แต่ยังรักษาขอบเขตของเสียงเคาะและจังหวะขึ้นลงของเครื่องดนตรีได้ชัด ไม่เละหรือคลุมเครือ.

ทางฝั่งเครื่องเล่น CD Hi-Fi Marantz CD 70 จุดแข็งชัดเจนทั้งด้านการอ่านแผ่นและการประมวลผลสัญญาณดิจิทัล ตัวเครื่องเริ่มจากการใช้ DAC แบบเดียวกับแอมป์ แล้วเพิ่มวงจร HDAM/HDAM-SA2 และระบบนาฬิกาที่ลด phase noise เพื่อปราบปัญหา jitter ทำให้การแปลงสัญญาณเป็นอะนาล็อกมีจังหวะที่นิ่งขึ้นและเพิ่มความชัดของรายละเอียด. จากการลองเล่นแผ่นที่มีรอยขีดข่วนมากจนเครื่องอื่นหลายตัวปฏิเสธรับ แผ่นดังกล่าวกลับถูก CD 70 อ่านและเล่นจนจบโดยไม่มีอาการกระตุกหรือหลุดจังหวะเลย. ด้านการถ่ายทอดเสียงร้องและบทพูดยาวในงานบันทึกเสียง ความเข้าใจคำพูดอยู่ในระดับดี พาร์ตที่มีปัญหาจริงมักมาจากตัวอัดเสียง เช่นการขาด De-Esser หรือการจัด EQ ห้อง ที่ตัวชุดไม่สามารถแก้ให้หายไปได้ทั้งหมด. ทั้งหมดนี้บอกชัดว่าชุดไม่ได้แต่งเติมเกินจริง แต่ส่งผ่านข้อมูลที่อยู่บนแผ่นแบบซื่อสัตย์.

รีวิว Marantz MODEL 70 และ CD 70 ระบบเสียงคลาสสิกยุคใหม่

ความทันสมัย การเชื่อมต่อ และข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ

สิ่งที่ทำให้ MODEL 70 น่าสนใจสำหรับคนฟังเพลงยุคใหม่คือการที่มันไม่ยึดติดอยู่กับแหล่งสัญญาณอะนาล็อกอย่างเดียว ภายในมีภาค DAC ที่รองรับแหล่งดิจิทัลร่วมสมัย และที่สำคัญคือช่อง HDMI ARC สำหรับรับเสียงจากทีวี พร้อมให้ผู้ใช้ควบคุมระดับเสียงผ่านรีโมตทีวีโดยตรง. นอกจากนี้การเชื่อมต่อ Bluetooth ได้รับการอัปเกรดให้รองรับทั้งการรับและส่งสัญญาณ รวมถึงโค้ดกสมัยใหม่อย่าง aptX Adaptive, aptX HD, AAC และ SBC จึงสามารถฟังจากสมาร์ตโฟนแบบไร้สายหรือส่งเสียงไปหูฟัง/ลำโพง Bluetooth ได้. Quote: “การรองรับ Bluetooth™ ทั้งทิศทางรับและส่งพร้อมโค้ดกสมัยใหม่ทำให้ MODEL 70 ตอบรับรูปแบบการฟังเพลงร่วมสมัยได้โดยไม่ทิ้งบุคลิก Hi-Fi ดั้งเดิม”. ส่วนคนรักแผ่นเสียงก็มีภาคโฟโนสำหรับหัวเข็ม MM ให้เสียบเครื่องเล่นแผ่นได้ทันที.

ด้าน CD 70 มีจุดยืดหยุ่นสูงสำหรับคนที่อยากผสมโลกสื่อจับต้องกับไฟล์ดิจิทัล ตัวเครื่องนอกจากเล่นแผ่น CD มาตรฐาน ยังรองรับ CD-R/CD-RW และอ่านไฟล์ผ่าน USB หน้าเครื่อง ทั้ง WAV, FLAC, ALAC, AIFF และ DSD128. หากอยากฟังผ่านหูฟังโดยไม่เปิดแอมป์ ก็ใช้แอมป์หูฟังแยกในเครื่องได้โดยตรง. อย่างไรก็ตาม ถึงจะรองรับ Bluetooth และโค้ดกคุณภาพสูง แต่มาตรฐานการส่งข้อมูลแบบบีบอัดยังเป็นข้อจำกัด ต้องพร้อมรับว่าเสียงผ่าน Bluetooth แม้สะดวก แต่ไม่เท่ากับการฟังจากเครื่องเล่น CD ดีๆ แบบนี้. อีกจุดที่ต้องเข้าใจคือกำลังขับ 2 x 50 วัตต์ที่ 8 โอห์มของ Model 70 แม้เพียงพอสำหรับการใช้งานประจำวันกับลำโพงปกติ แต่ไม่ใช่แอมป์สายพละกำลังสำหรับลำโพงโหลดโหดหรือการเปิดดังมากๆ ต่อเนื่อง.

ระบบครบเครื่องสำหรับคนอยากกลับสู่โลกแผ่น พร้อมข้อคิดสุดท้าย

เมื่อมองภาพรวม คู่ Marantz MODEL 70 และ CD 70 ไม่ใช่แค่สองเครื่องที่วางคู่กันแล้วดูเข้าชุด แต่ถูกออกแบบให้เป็นระบบครบเครื่องที่ซินเนอร์จีกันทั้งด้านเสียงดีไซน์และการใช้งานในชีวิตประจำวัน. ในยุคที่คนจำนวนหนึ่งกลับมาหาแผ่นซีดีอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองแผ่นเป็น “คำประกาศ” ต่อต้านสตรีมมิงไร้รูปทรง การมีชุดแอมป์และเครื่องเล่น CD Hi-Fi ที่ทันสมัยแต่ยังมีกลิ่นอะนาล็อกชัดเจน เป็นคำตอบที่ดีกว่าการไล่หาเครื่องวินเทจซึ่งต้องซ่อมบำรุงและเสี่ยงกับสภาพภายใน. ทั้งสองเครื่องอยู่ในกลุ่ม “เริ่มต้น” ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องใช้เงินระดับสะสมอุปกรณ์สายไฮเอนด์ แต่ก็ได้งานประกอบแบบ “grandios” และสมรรถนะที่คาดหวังจะใช้ไปได้นาน. สำหรับคนที่กำลังเปลี่ยนจากการฟังสตรีมล้วนมาสู่โลกแผ่น CD คุณภาพสูง ชุดนี้คือสะพานเชื่อมที่สมเหตุสมผล.

อีกด้านที่น่าคิดคือการที่ทั้งคู่ให้ความรู้สึก “โตเกินราคา” ในหลายมิติ แต่ก็ไม่พยายามทำตัวเป็นสิ่งที่ตนไม่ใช่ อย่างกำลังขับที่ไม่แข็งแรงพอจะเอาลำโพงโหลดโหดหรือห้องใหญ่ผิดปกติได้ หรือการที่ Bluetooth ยังต้องยอมรับข้อจำกัดของรูปแบบการส่งข้อมูลแบบบีบอัด. ตรงนี้กลายเป็นจุดดีในทางหนึ่งคือผู้ใช้จะชัดเจนว่าชุดนี้ทำอะไรได้ ยิ่งถ้ามองว่าตลาดยังมีคนที่ยอมจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่ออุปกรณ์อย่างปลั๊กหรือสายสัญญาณ ในโลกนั้นการเลือกชุดที่งานประกอบดี เสียงสมดุลระหว่างพละกำลังและรายละเอียด และออกแบบให้ตอบโจทย์การฟังทั้งจากแผ่นและทีวีโดยไม่หลุดคอนเซปต์ Hi-Fi แบบคลาสสิก ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่มีเหตุผล. ดังนั้นคำตอบของคำถามว่า “ซื้อไปแล้วหวังจะอยู่กับมันได้นานไหม” คือ: หากคุณเข้าใจขอบเขตมันและจับคู่กับลำโพงที่เหมาะสม คุณมีโอกาสอยู่กับคู่ MODEL 70 และ CD 70 ได้แบบยาวๆ โดยไม่รู้สึกว่าเสียเงินเกินจำเป็น.

  • Buy the Marantz MODEL 70 และ CD 70 if คุณอยากได้ระบบเสียงคลาสสิกที่กลับสู่โลกแผ่นซีดีคุณภาพสูงโดยยังมีฟังก์ชันทันสมัยครบ เช่น HDMI ARC และ Bluetooth
  • Skip the Marantz MODEL 70 และ CD 70 if คุณต้องการแอมป์ที่มีกำลังสำรองสูงมากสำหรับลำโพงโหลดโหดหรือการฟังระดับเสียงดังเกินปกติบ่อยๆ
  • Buy the Marantz MODEL 70 และ CD 70 if คุณให้ความสำคัญกับงานประกอบและดีไซน์สไตล์ Hi-Fi คลาสสิกที่ดูโตและลงตัวกว่ารุ่นก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในกลุ่มเริ่มต้น
  • Skip the Marantz MODEL 70 และ CD 70 if คุณคาดหวังว่าการฟังด้วย Bluetooth จะให้คุณภาพเท่ากับเล่นจากเครื่องเล่น CD Hi-Fi โดยไม่ยอมรับข้อจำกัดการบีบอัดข้อมูล
  • Buy the Marantz MODEL 70 และ CD 70 if คุณกำลังเปลี่ยนจากการฟังสตรีมล้วนมาใช้สื่อจับต้องได้ และอยากได้ชุดเดียวที่จบทั้งแผ่น CD, ทีวี, ไฟล์ USB และแผ่นเสียง MM

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!