ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

data platform infrastructure ใหม่กำลังกำกับ AI ด้วยการจัดการข้อมูลแบบองค์รวม

data platform infrastructure ใหม่กำลังกำกับ AI ด้วยการจัดการข้อมูลแบบองค์รวม
ความสนใจ|วิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI

ยุค Agentic AI ทำให้ data platform กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานการกำกับข้อมูล

แพลตฟอร์มข้อมูลสำหรับองค์กรในยุค Agentic AI คือ data platform infrastructure ที่รวมการค้นหา จัดหมวดหมู่ และกำกับข้อมูลเข้ากับการประมวลผล AI เพื่อให้ระบบ Agent และโมเดลเรียนรู้จากข้อมูลที่ถูกต้อง มีบริบทครบ และมีการควบคุมสิทธิ์เข้าถึงที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่ที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ AI แต่เป็นชั้นโครงสร้างที่ผสานการจัดการข้อมูล enterprise เข้ากับระบบ AI governance และเวิร์กโหลดอัตโนมัติระดับองค์กร จุดเปลี่ยนสำคัญที่เห็นชัดคือผู้เล่นรายใหญ่ไม่ได้เริ่มจากโมเดล แต่เริ่มจากการทำให้ข้อมูลและบริบทเป็นระเบียบ ก่อนปล่อย Agent เข้าไปทำงาน เช่น Microsoft Fabric เน้นการสร้างศูนย์กลางข้อมูลที่มีธรรมาภิบาลสำหรับ Agentic AI ในขณะที่ Alation สร้างระบบ AIOS ที่ผูกการกำกับข้อมูลเข้ากับการทำงานของ Agent โดยตรง ท่าทีเหล่านี้สะท้อนว่าองค์กรที่ยังคิดว่าแค่เพิ่มพลังประมวลผลหรือโมเดลใหม่คือคำตอบ กำลังคิดผิดทิศ เพราะปัญหาใหญ่ที่สุดไม่ใช่ความฉลาดของโมเดล แต่คือความพร้อมของข้อมูลและระบบกำกับดูแล

Microsoft Fabric และ Osmos ทำให้ data engineering กลายเป็นสายพานผลิตข้อมูลสำหรับ Agent

สิ่งที่ Microsoft กำลังทำกับ Fabric สะท้อนชัดมากว่าการจัดการข้อมูลคือหัวใจของ Agentic Transformation ไม่ใช่ฟีเจอร์เสริม เมื่อองค์กรต้องการระบบ Agent ที่เดินงานธุรกิจได้เอง การปล่อยให้ข้อมูลกระจัดกระจายและไม่มีธรรมาภิบาลเท่ากับเปิดช่องให้ Agent ตัดสินใจผิดทิศ Fabric Apps ถูกออกแบบให้ผูกการพัฒนาแอปพลิเคชันเข้ากับชุดข้อมูลที่ถูกกำกับอยู่บน Fabric ทำให้การจัดการ Data Connectivity งาน transactional logic และ storage รวมถึงการควบคุมสิทธิ์ผ่าน Policy กลางเกิดขึ้นในพื้นที่เดียวกัน แนวคิด Fully Hosted Fully Managed และ Fully Governed บอกชัดว่า Microsoft ต้องการให้แพลตฟอร์มข้อมูลทำหน้าที่เป็นรางรถไฟของ Agentic AI ไม่ใช่เพียงที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ AI การดึงเทคโนโลยีจาก Osmos เข้ามาใน OneLake เพื่อให้ AI Agent แปลงข้อมูลดิบไปเป็นข้อมูลพร้อมใช้สำหรับ analytics และ AI โดย Data Engineer กำหนดแค่เป้าหมาย เป็นตัวอย่างของการย้ายงาน data engineering ไปอยู่ใต้ระบบ Agentic อย่างมีการกำกับ ซึ่งต่างจากการใช้ prompt โมเดลแบบกระจัดกระจายที่มักไม่มีร่องรอยการควบคุมคุณภาพและ lineage ที่ชัดเจน

Alation AIOS กับการฝัง governance ลงในวิธีที่คนและ Agent เข้าถึงข้อมูล

ท่าทีของ Alation น่าสนใจเพราะไม่มอง AI governance เป็นส่วนเสริมหลังบ้าน แต่เป็นแกนกลางของ intelligence operating system ที่ทั้งคนและ Agent ต้องเดินบนมัน According to Grant Thornton’s 2026 AI Impact Survey 78% ของผู้บริหารระดับ C ยังไม่มั่นใจว่าจะผ่านการตรวจสอบระบบ AI governance ภายใน 90 วัน นี่ไม่ใช่ปัญหาด้านโมเดล แต่เป็นปัญหาที่ระบบไม่มีข้อมูลและบริบทที่ถูกกำกับไว้ Alation ชี้ชัดว่าหากไม่มีนิยามข้อมูลที่กำกับ ไม่มี lineage ที่บันทึกไว้ และไม่มีแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ Agent ก็แค่เดาสุ่มบนบริบทที่คาดเดาเอง สำหรับทีมการเงินที่ต้องปิดงบหรือทีม compliance ที่เจอการตรวจ นี่คือความล้มเหลวที่แพงที่สุดในเชิงธุรกิจ การขยาย AIOS ด้วยหกผลิตภัณฑ์อย่าง AI Governance Ontologies Intelligent Feeds Console Governed Collections และ Semantic Model Mastering คือการประกาศว่าองค์กรต้องสร้างชั้น governance และ context ให้ครอบคลุมทั้งข้อมูลและ Agent การออกแบบให้การค้นหาข้อมูล การจัดเก็บบริบท และการควบคุมการเข้าถึงถูกฝังอยู่ในเวิร์กโฟลว์การใช้งานจริง ทำให้การกำกับดูแลไม่ใช่งานตรวจสอบย้อนหลัง แต่เป็นกลไกที่อยู่ในทุกการตัดสินใจของ AI

Komprise และ NetApp กับการลด context bloat และปัญหาข้อมูลมืดในโรงงาน AI

ฝั่งโครงสร้างพื้นฐานจัดเก็บข้อมูล ปัญหาที่ถูกมองข้ามบ่อยคือการที่ Agent และ LLM ต้องแหวกว่ายในมหาสมุทรข้อมูลที่ไม่ถูกจัดการ ทั้งจาก NAS cloud และคลังไฟล์จำนวนมหาศาล ผลคือ context bloat และต้นทุนการประมวลผลที่บานปลาย McKinsey รายงานใน Enterprise AI FinOps Survey ว่า 60% ของต้นทุนคอมพิวต์ของ agentic AI ถูกใช้ไปกับ response refinement หรือการวนลูป token เบื้องหลังเพื่อวิจารณ์และจัดรูปข้อมูลก่อนตอบ Komprise Universal File MCP พยายามแก้ที่ต้นเหตุด้วยการทำให้ Model Context Protocol กลายเป็นประตูเดียวสำหรับถามข้อมูลไฟล์ในองค์กรข้ามซัพพลายเออร์และข้ามไซโล โดยไม่บังคับให้ย้ายข้อมูลไปอยู่ในคลังเดียว การจัดให้มี schema ที่เหมือนกันบน Global Metadatabase ระดับ petabyte ทำให้ระบบ AIถามข้อมูลที่ไม่เป็นโครงสร้างด้วยบริบทเดียวกัน ไม่ต้องดึงรายการไฟล์นับล้านมาพิจารณาทุกครั้ง หัวใจคือการคัดเลือกให้ส่งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นพร้อมบริบท และยังผูกกับสิทธิ์ผู้ใช้แบบละเอียด พร้อมการตรวจสอบว่ามีข้อมูลอะไรถูกส่งเข้าไปในระบบ AI เพื่อรองรับการรายงานด้าน governance แนวทางนี้ตอกย้ำว่าแก้ปัญหาโรงงาน AI ต้องเริ่มที่การจัดการข้อมูล enterprise และการควบคุมทางเข้าออก ไม่ใช่ที่การเพิ่มขนาดคลัสเตอร์ให้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ

จาก data discovery สู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Agentic AI ที่ขับเคลื่อนธุรกิจ

ภาพรวมของสิ่งที่ Microsoft Alation และ Komprise กำลังทำมีแกนร่วมกันชัดเจน คือการยกการค้นหา การจำแนก และการจัดการข้อมูลขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักสำหรับระบบ Agentic AI ไม่ใช่เครื่องมือเสริม ทีมที่ยังคิดว่า data discovery คือระบบค้นหาเอกสารให้คนใช้ กำลังพลาดการเปลี่ยนบทบาทครั้งใหญ่ เพราะวันนี้มันคือกลไกที่กำหนดว่าระบบ AI จะเห็นอะไร เข้าใจอย่างไร และใช้อย่างไรภายใต้กรอบระบบ AI governance การจัดการข้อมูล enterprise จึงไม่ใช่แค่เรื่องประสิทธิภาพ แต่กลายเป็นเรื่องความรับผิดชอบและความเสี่ยงทางธุรกิจ หากองค์กรปล่อยให้ Agent ทำงานบนข้อมูลที่ไม่มีนิยาม ไม่มี lineage และไม่มีการจัดชั้นสิทธิ์ ก็เท่ากับมอบหมายการตัดสินใจสำคัญให้กับระบบที่มองโลกผ่านกระจกฝ้า ข้อสรุปคือ ใครอยากได้ Agentic AI ที่ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีทิศทาง ต้องลงทุนที่ data platform infrastructure ก่อน ไม่ใช่เริ่มจากโมเดลเท่ ๆ องค์กรที่วางชั้นการกำกับข้อมูลและบริบทตั้งแต่วันนี้ จะเป็นกลุ่มที่สามารถขยาย AI ไปสู่ระดับ Agentic systems อย่างมั่นใจ ทั้งในมิติประสิทธิภาพ ต้นทุน และความสอดคล้องกับข้อกำกับดูแล

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!