สร้างสายพานคนเก่ง AI เพื่อชนะเกมเศรษฐกิจดิจิทัล

สร้างสายพานคนเก่ง AI เพื่อชนะเกมเศรษฐกิจดิจิทัล
ความสนใจ|วิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI

จากโครงสร้างพื้นฐานสู่ทักษะแรงงาน: หัวใจของการแข่งขัน AI

การสร้างสายพานคนเก่ง AI คือกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะดิจิทัลและการฝึกอบรม AI ที่ต่อเนื่องตลอดชีวิต ตั้งแต่การศึกษาในระบบไปจนถึงการ Reskill และ Upskill ของแรงงานทุกช่วงวัย เพื่อเชื่อมทักษะที่มีอยู่เข้ากับความต้องการของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง โดยไม่มอง AI เป็นเพียงเทคโนโลยี แต่เป็นเครื่องมือเพิ่มผลิตภาพแรงงานและสร้างโอกาสทางอาชีพใหม่ให้ประชาชนใช้งานได้อย่างมั่นใจและมีความรับผิดชอบร่วมกับระบบอัตโนมัติ

วันนี้หลายประเทศเริ่มเรียนรู้แล้วว่าความได้เปรียบจาก AI ไม่เกิดจากการซื้อฮาร์ดแวร์แพงหรือทดลองระบบอัจฉริยะในโครงการเล็กๆ แต่เกิดจากการกล้าปรับระบบพัฒนาคนทั้งประเทศให้ทันกับจังหวะของเทคโนโลยีใหม่ การขยับจากการทดลองไปสู่การใช้งานจริงระดับองค์กรและเศรษฐกิจจึงขึ้นกับคำถามว่าเราพร้อมเรื่อง “AI ทักษะแรงงาน” แค่ไหน มากกว่าพร้อมเรื่องเซิร์ฟเวอร์หรือคลาวด์เพียงอย่างเดียว

สร้างสายพานคนเก่ง AI เพื่อชนะเกมเศรษฐกิจดิจิทัล

เมื่อองค์กรก้าวสู่ยุค AI แต่แรงงานยังวิ่งตามไม่ทัน

ในมุมขององค์กรใหญ่ ภาพสะท้อนชัดเจนว่าการลงทุนด้านเทคโนโลยีวิ่งเร็วกว่าการลงทุนด้านคน งานวิจัยด้านความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน AI พบว่า 78% ขององค์กรในประเทศหนึ่งก้าวผ่านขั้นทดลองและเข้าสู่ระดับ “ผู้สร้าง” แล้ว แต่ยังมี 0% ที่อยู่ในระดับ “ผู้นำ” พร้อมรองรับเวิร์กโหลด AI อย่างมีประสิทธิภาพยังไม่ถึง 10% ขององค์กรทั้งหมด ตัวเลขเหล่านี้บอกตรงๆ ว่าเราสร้างโครงการ AI เป็น แต่ยังสร้างคนให้ใช้ AI แบบมีผลลัพธ์ไม่ได้ดีพอ

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผู้บริหารไม่สนใจ AI หากแต่มองไม่ชัดว่าการฝึกอบรม AI และการยกระดับทักษะแรงงานจะเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางธุรกิจที่วัดผลได้อย่างไร เมื่อ 57% ของผู้นำธุรกิจมองว่าข้อจำกัดด้านงบและความยากในการวัด ROI เป็นอุปสรรคสำคัญ และ 76% ขององค์กรจัดสรรงบไอทีสำหรับ AI ไม่ถึง 5% ของงบรวม สิ่งที่ขาดจึงไม่ใช่เหตุผลทางเทคโนโลยี แต่เป็นวิธีคิดที่กล้าจับคู่การลงทุนในระบบดิจิทัลกับการลงทุนในคนอย่างเป็นเรื่องเดียวกัน

ยุทธศาสตร์ Skill Mapping และ Skill Bridge: พลังใหม่ของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

เมื่อโครงสร้างประชากรเปลี่ยนไปและแรงงานลดลง ทางออกจึงไม่ใช่การหาแรงงานเพิ่ม แต่ต้องเพิ่มผลิตภาพแรงงานผ่านการพัฒนาทักษะสูงด้วยเทคโนโลยี AI และดิจิทัล หนึ่งในแนวทางที่กล้าหักมุมระบบเดิมคือการนำ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลตลาดแรงงานทั่วโลกเพื่อทำ Skill Mapping เชื่อมทักษะที่ประชาชนมีอยู่กับทักษะที่อาชีพอนาคตต้องการ พร้อมระบุช่องว่างอย่างละเอียด ทำให้การฝึกอบรม AI ไม่ใช่คอร์สทั่วไป แต่เป็นแผนพัฒนาทักษะแต่ละคนที่วัดผลได้จริง

แนวคิด Skill Bridge หรือ “สะพานทักษะ” ยิ่งตอกย้ำว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่ต้องมองการย้ายอุตสาหกรรมเป็นเรื่องปกติ แรงงานจากอุตสาหกรรมที่กำลังถูกแทนที่ เช่น เครื่องยนต์สันดาปภายใน สามารถถูก AI วิเคราะห์ล่วงหน้าว่ามีโอกาสย้ายไปทำงานในอุตสาหกรรมใหม่ใดได้ พร้อมออกแบบหลักสูตรเฉพาะเพื่อเติมเต็มทักษะที่ขาด นี่ไม่ใช่การป้องกันการตกงานแบบตั้งรับ แต่เป็นการออกแบบเศรษฐกิจดิจิทัลให้ใช้ศักยภาพคนเดิมในงานใหม่อย่างมีกลยุทธ์

สร้างสายพานคนเก่ง AI เพื่อชนะเกมเศรษฐกิจดิจิทัล

Long Life Learning: เมื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตกลายเป็นเงื่อนไขของเศรษฐกิจดิจิทัล

ถ้า AI เปลี่ยนงานได้เร็ว ระบบการศึกษาแบบเรียนทีเดียวจบยิ่งไม่ตอบโจทย์ การขยายจาก Lifelong Learning ไปสู่แนวคิด Long Life Learning คือการยอมรับว่าประชาชนมีอายุการทำงานยาวขึ้นและต้องพร้อมเรียนรู้ พัฒนาทักษะ และทำงานตามศักยภาพ ไม่ว่าช่วงวัยใด แพลตฟอร์ม Marketplace ด้านการเรียนรู้ที่รวบรวมหลักสูตรเด่นของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงความรู้ฟรีด้านสุขภาพ เทคโนโลยี วิศวกรรม หุ่นยนต์ และสาขาเฉพาะทาง จึงเป็นตัวอย่างสำคัญว่าการลงทุนใน “คน” กำลังถูกยกระดับให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานไม่แพ้ดาต้าเซ็นเตอร์

ขณะเดียวกันโครงการ Higher Education Sandbox ที่รวมเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญจากหลายมหาวิทยาลัยร่วมกันพัฒนาหลักสูตรเร่งด่วนในสาขาเซมิคอนดักเตอร์จำนวน 13 แห่ง และเตรียมขยายไปสู่อาหาร เกษตร และอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อื่น ๆ แสดงให้เห็นว่า AI ทักษะแรงงานไม่ได้หมายถึงโปรแกรมเมอร์อย่างเดียว แต่คือระบบผลิตคนที่มองเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งห่วงโซ่ ซึ่งจะสร้างกำลังคนทักษะสูงให้เติบโตจาก 13.6% ของแรงงานทั้งหมดไปสู่เป้าหมาย 25% และอย่างน้อยครึ่งหนึ่งในระยะยาว

สร้างสายพานคนเก่ง AI เพื่อชนะเกมเศรษฐกิจดิจิทัล

จาก Builder สู่ Leader: สายพานคนเก่ง AI ต้องเริ่มตรงไหน

เป้าหมายด้าน AI ของหลายประเทศเริ่มชัดเจนแล้ว แต่คำถามสำคัญคือจะลงมืออย่างไรให้เกิดผลลัพธ์จริง บุศรินทร์ ประดิษฐยนต์ ชี้ว่าการก้าวจาก “ผู้สร้าง” ไปสู่ “ผู้นำ” AI ไม่ได้เกิดจากการทำ Proof-of-Concept ซ้ำ แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดทั้งด้านการวางแผน การจัดสรรเงินทุน และการลงมือปฏิบัติ โดยมี 3 ปัจจัยสำคัญที่เน้นการเชื่อมเทคโนโลยีกับกระบวนการทำงานจริงขององค์กร จุดร่วมของทุกแนวทางคือการไม่มอง AI แยกจากคน แต่เห็นว่าการตัดสินใจและความรับผิดชอบขั้นสุดท้ายยังอยู่ที่มนุษย์เสมอ

เมื่ออุตสาหกรรมดิจิทัลมีแนวโน้มมีมูลค่าถึง 2.9 ล้านล้านบาทภายในสิ้นปี 2569 คิดเป็น 15% ของ GDP การปล่อยให้แรงงานทักษะสูงมีเพียง 4.45 ล้านคน หรือ 13.6% ของกำลังแรงงานทั้งหมด เป็นการยอมเสียโอกาสโดยไม่จำเป็น หากประเทศใดกล้าลงทุนในสายพานคนเก่ง AI ตั้งแต่การวางระบบ Skill Mapping, Skill Bridge ไปจนถึง Long Life Learning อย่างจริงจัง พวกเขาจะไม่ต้องรอให้ AI เปลี่ยนเศรษฐกิจ แต่จะเป็นคนออกแบบเกมเศรษฐกิจดิจิทัลให้ AI ทำงานร่วมกับคนอย่างมีทิศทางและคุณค่า

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!