ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Soundgarden วง grunge ที่พลิกหน้าตำนาน hard rock ตลอดกาล

Soundgarden วง grunge ที่พลิกหน้าตำนาน hard rock ตลอดกาล
ความสนใจ|เพลงร็อก

Soundgarden คือใคร และทำไมจึงเป็นจุดเปลี่ยนของเสียงกรันจ์คลาสสิก

Soundgarden คือวงร็อกจากซีแอตเทิลที่ผสมผสานกรันจ์ อัลเทอร์เนทีฟร็อก และเฮฟวีเมทัลเข้าด้วยกัน กลายเป็นเสียงกรันจ์คลาสสิกที่ทั้งหนัก หนา และเต็มไปด้วยรายละเอียด วงนี้ถูกมองว่าเป็นรากแก้วของขบวนการ Soundgarden วง grunge ที่ยกระดับดนตรีนอกกระแสจากคลับเล็กในเมืองซีแอตเทิลไปสู่เวทีโลก ด้วยความดิบ ความหม่น และความเป็นศิลปะในเวลาเดียวกัน

หัวใจของบทความนี้คือ การยืนยันอย่างชัดเจนว่า หากจะพูดถึงประวัติศาสตร์ร็อก Seattle คุณไม่มีทางข้ามชื่อ Soundgarden ได้เลย วงนี้ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1984 เป็นหนึ่งใน Big Four ของเมืองเดียวกับ Nirvana Pearl Jam และ Alice in Chains และเป็นวงแรกที่ได้เซ็นสัญญากับค่ายเมเจอร์ ทำหน้าที่เปิดประตูให้กระแสกรันจ์ทะลักเข้าสู่ดนตรีกระแสหลักของโลก พูดให้แรงกว่านั้นได้ว่า ถ้าไม่มี Soundgarden โลกอาจไม่รู้จักคลื่นซีแอตเทิลแบบที่เราคุ้นหูในยุค 90

จากรากเหง้าซีแอตเทิลสู่ตำนาน hard rock ระดับโลก

สิ่งที่ทำให้ Soundgarden โดดเด่นในประวัติศาสตร์ร็อก Seattle ไม่ใช่เพียงการเป็นวงรุ่นแรก แต่คือความกล้าแหวกแนวดนตรีร็อกในเวลานั้น วงเลือกทางสายแข็ง ผสมความหนักแน่นของ Black Sabbath และ Led Zeppelin เข้ากับความก้าวร้าวของพังก์ จนเสียงของพวกเขากลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างตำนาน hard rock รุ่นเก่ากับกรันจ์รุ่นใหม่ เสียงกีตาร์ถูกตั้งสายแบบแปลกริฟฟ์หนาแน่นและอึดอัด ขณะที่จังหวะเพลงใช้มิเตอร์แปลกหูอย่าง 7 ต่อ 4 หรือ 5 ต่อ 4 จงใจขัดใจสูตรสำเร็จของร็อกเมนสตรีม

จุดนี้เองที่ทำให้ Soundgarden ไม่ใช่แค่ “อีกหนึ่งวงกรันจ์” แต่กลายเป็นโรงเรียนดนตรีสายดิบ เพลงของพวกเขาแสดงให้เห็นว่าความหนักไม่จำเป็นต้องโง่หรือซ้ำซาก เสียงกีตาร์ของ Kim Thayil มีทั้งความหนักและความหลอน ริฟฟ์ติดหูแต่บิดเบี้ยวจนสร้างบรรยากาศหลอนลึก ขณะที่ส่วนริธึมของวงปฏิเสธการเดินตามสูตร 4 ต่อ 4 แบบเดิม สิ่งเหล่านี้ทำให้เพลงของพวกเขา ไม่รู้สึกล้าสมัยแม้เวลาผ่านไปหลายสิบปี เพราะมันถูกสร้างบนความคิดและรายละเอียด ไม่ใช่แค่พลังงานดิบเพียงอย่างเดียว

Soundgarden วง grunge ที่พลิกหน้าตำนาน hard rock ตลอดกาล

เสียงของ Chris Cornell และศิลปะการแต่งเพลงที่ขยี้อารมณ์คนฟัง

ต่อให้พูดเรื่องโครงสร้างเพลงและริฟฟ์กีตาร์มากแค่ไหน Soundgarden ก็จะไม่สมบูรณ์หากไม่พูดถึง Chris Cornell เสียงร้องของเขาคืออาวุธลับที่ผลักวงนี้ให้ต่างจากวงกรันจ์อื่น Cornell มีช่วงเสียงกว้าง สามารถลากเสียงต่ำแหบพร่าแล้วพุ่งขึ้นโน้ตสูงแบบแผดเผาอารมณ์ได้ในเพลงเดียว เสียงของเขาไม่ใช่แค่เทคนิค แต่คือการเล่าเรื่องผ่านคอหอย ทั้งหม่น เศร้า และเดือดดาลในเวลาเดียวกัน

หากลองฟัง Black Hole Sun หรือ Spoonman จากอัลบั้ม Superunknown จะเห็นชัดว่า Cornell ใช้เสียงร้องสร้างบรรยากาศเหมือนภาพฝันบิดเบี้ยว เพลงไม่รีบเร่ง แต่ค่อยๆ ล้อมคนฟังด้วยความหม่นและความสวยงามแบบแปลกประหลาด เสียงร้องของเขาไม่ใช่แค่การนำท่อนฮุก แต่คืออีกหนึ่งเครื่องดนตรีที่ผลักโครงสร้างเพลงให้กลายเป็นงาน Rock Artistry เต็มตัว เสียงนี้เองที่ทำให้คนจำนวนมากรู้สึกว่า Soundgarden คือคำจำกัดความของ “ร็อกที่ไม่ยอมแพ้ตลาด” และทำให้วงกลายเป็นตำนาน hard rock ในใจคอเพลงเฮฟวีทั่วโลก

Soundgarden วง grunge ที่พลิกหน้าตำนาน hard rock ตลอดกาล

จาก Superunknown ถึง Down on the Upside ช่วงเวลาที่กรันจ์แตะศิลปะระดับใหม่

Superunknown มักถูกมองว่าเป็นจุดสูงสุดของ Soundgarden ทั้งด้านคำวิจารณ์และความสำเร็จเชิงกระแส อัลบั้มนี้เปิดตัวอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard 200 และคว้า 2 รางวัล Grammy เป็นหลักฐานชัดเจนว่าดนตรีที่ทั้งหนักและซับซ้อนสามารถเข้าถึงผู้ฟังวงกว้างได้ โดยไม่ต้องลดทอนความดิบหรือความเป็นตัวเองลงแม้แต่น้อย เพลงอย่าง Black Hole Sun กลายเป็นเพลงอันเธ็มของยุค 90 และกลายเป็นประตูหลักให้คนจำนวนมากเดินเข้าสู่โลกเสียงกรันจ์คลาสสิกของ Soundgarden

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือวงไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสำเร็จชุดเดียว Down on the Upside ที่ออกตามมา แสดงให้เห็นอีกด้านหนึ่งของวง เมื่อพวกเขาเริ่มทดลองกับบรรยากาศ เสียง และโทนเพลงที่หลากหลายขึ้น แต่ยังรักษาโครงกระดูกของริฟฟ์กีตาร์และเสียงร้องแบบเดิม ทำให้อัลบั้มนี้เหมือนบันทึกช่วงเวลาที่วงกำลังขยายกรอบคำว่ากรันจ์ ออกจากภาพจำเดิมๆ และเข้าใกล้คำว่าศิลปะร็อกมากขึ้น โดยไม่ทิ้งความหนักและความหม่นที่แฟนเพลงรัก

มรดกของ Soundgarden เมื่อซีแอตเทิลใต้ดินกลายเป็นเสียงของโลก

เมื่อมองย้อนกลับไปบทบาทของ Soundgarden ในประวัติศาสตร์ร็อก Seattle คือจุดหักเหสำคัญที่ทำให้ดนตรีจากเมืองเล็กๆ กลายเป็นแรงสั่นสะเทือนระดับโลก วงนี้เป็นคนแรกในกลุ่ม Big Four ซีแอตเทิลที่ได้เซ็นสัญญากับค่ายระดับเมเจอร์ ทำให้ดนตรีกรันจ์และร็อกนอกกระแสหลุดออกจากฉากใต้ดินเข้าสู่คลื่นวิทยุและช่องเพลงกระแสหลัก จากนั้นวงรุ่นน้องอย่าง Nirvana และ Pearl Jam จึงค่อยตามมาเสริมแรงจนกลายเป็นกระแสใหญ่ทั่วโลก

แม้ Soundgarden จะยุติวงและการจากไปของ Chris Cornell จะทำให้การเดินทางของวงหยุดลงแบบน่าเสียดาย แต่มรดกของพวกเขายังไม่เคยจาง เพลงของวงยังคงสื่อสารกับคนฟังรุ่นใหม่ ความหนัก ความหม่น และความสับสนในเนื้อเพลงกลับยิ่งเข้ากับยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เสียงของพวกเขาจึงยังถูกพูดถึงในฐานะตัวอย่างของวงที่ไม่ยอมติดกรอบคำว่า “กรันจ์” แต่ผสมเฮฟวีเมทัลและอัลเทอร์เนทีฟจนกลายเป็นเสียงของตัวเอง และพิสูจน์ว่าความเป็นเอกลักษณ์สามารถทำให้ผลงานอยู่เหนือเวลาอย่างแท้จริง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!