ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

สามศิลปินหนุ่มกับเพลงรักและอกหักที่เล่าเรื่องด้วยเสียงโซล

สามศิลปินหนุ่มกับเพลงรักและอกหักที่เล่าเรื่องด้วยเสียงโซล
ความสนใจ|ร้องเพลง

คลื่นใหม่ของเพลงรักและเพลงอกหักที่เน้นการเล่าเรื่องด้วยเสียง

คลื่นใหม่ของเพลงรักและเพลงอกหักในยุคนี้คือแนวทางที่ศิลปินหนุ่มใช้เสียงร้องและกลิ่นอาย soul music ไทยในการเล่าเรื่องความสัมพันธ์อย่างตรงไปตรงมา ผสมโทนดนตรีย้อนยุคและสำเนียงร่วมสมัยให้กลายเป็นเพลงใหม่ศิลปินหนุ่มที่ไม่ใช่แค่เปิดฟังผ่าน ๆ แต่ทำให้คนฟังรู้สึกว่าตัวเองถูกเล่าเรื่องอยู่ในเพลง ทั้งบทร้องเพลงอกหักและบทรักหวานจึงไม่เน้นคำสวยหรูเท่าอารมณ์ที่จับต้องได้ ความเปราะบางของหัวใจจึงกลายเป็นจุดแข็งที่ดึงคนฟังให้กลับมากดเล่นซ้ำ มุมมองของฉันคือกระแสนี้ไม่ใช่แค่แฟชั่นดนตรี แต่เป็นการตอบสนองความต้องการของคนฟังที่อยากได้เพลงเป็นเพื่อนร่วมอารมณ์มากกว่าจะเป็นแค่เสียงพื้นหลังในชีวิตประจำวัน เมื่ออารมณ์และการควบคุมเสียงกลายเป็นศูนย์กลาง เพลงรักและเพลงอกหักจึงมีพลังมากขึ้นในการปลอบใจ ตั้งคำถาม และบันทึกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต

Pawitt กับโซลยุค 70’s ที่พาเพลงรักวัยแรกเริ่มลอยขึ้นไปบนฟ้า

ในบรรดาเพลงใหม่ศิลปินหนุ่มช่วงนี้ งานของ Pawitt โดดเด่นตรงการหยิบ soul music ไทยที่มีกลิ่นอายยุค 1970’s มาใส่ในร่างของเด็กชายวัย 11 ปี ผลงานล่าสุดอย่าง ไม่หลับไม่นอน So High คือเพลงรักที่เล่าอาการตกหลุมรักแบบไม่ทันตั้งตัว ตั้งแต่จังหวะหัวใจสั่นเมื่อได้เจอหน้า ไปจนถึงคืนที่นอนไม่หลับเพราะวนคิดถึงคำพูดและรอยยิ้มของคนพิเศษ ด้านการทำเพลงใช้เครื่องเป่าบรรยากาศโรแมนติก ผสม Bass Synthesizer และ Sitar พร้อมบันทึกเสียงด้วยเครื่องดนตรีสดทั้งหมด สร้างซาวด์ที่ทั้งอบอุ่นและแน่นรายละเอียด ที่สำคัญ Pawitt ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ ความสำเร็จของ Make friends ที่มีวิดีโอเล่นแผ่นเสียงกว่า 59,000 วิดีโอและยอดวิวทะลุ 800,000 ทำให้ซิงเกิลใหม่ออกมาท่ามกลางสายตาที่จับตามอง สำหรับคนฟัง เพลงนี้คือภาพจำของรักครั้งแรกที่ทั้งเขิน สับสน และมีความสุขในเวลาเดียวกัน

สามศิลปินหนุ่มกับเพลงรักและอกหักที่เล่าเรื่องด้วยเสียงโซล

AiBoyZ กับเพลงอกหักสายโจ๊ะที่เปลี่ยนความเจ็บให้กลายเป็นการเต้น

อีกฟากของบทร้องเพลงอกหักมาจาก AiBoyZ กับ ไปละเหวยไปละวา gone and gone เพลงอกหักอารมณ์ดีที่ตั้งใจเปลี่ยนความเศร้าให้กลายเป็นความสนุก ท่อนฮุกติดหูและคาแรกเตอร์กวน ๆ ของทั้งสี่สมาชิกทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงอกหักสายโจ๊ะที่กำลังแรงเกินคาด สิ่งที่น่าสนใจคือการออกแบบการร้องและมิวสิกวิดีโอที่ทุกคนในวงเข้าไปมีส่วนร่วมเอง ตั้งแต่สไตล์การร้อง เสื้อผ้า คอสตูม ไปจนถึงมุกตลกในแต่ละซีน แนวทางดนตรีของวงใช้ Pop และ Thai infused Dance Pop ผสมกลิ่นอายลูกทุ่งและทำนองพื้นบ้านเข้ากับจังหวะร่วมสมัย ทำให้เพลงอกหักไม่จำเป็นต้องเศร้าอย่างเดียว แต่เต้นได้ หัวเราะได้ และยังเล่าเรื่องการ move on ในแบบที่เข้าถึงง่าย จากกระแสตอบรับที่ดีและการสนับสนุนจากหลายฝ่าย รวมถึงการไปออกงาน MRT x THE 52 ARENA ARTIST OF THE MONTH NO.5 ซึ่งจัดที่ MetroMall MRT พระราม 9 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำว่าพวกเขากำลังกลายเป็นศิลปินเสียงดีสาย T POP ที่คนรอชมเซอร์ไพรส์ถัดไป

สามศิลปินหนุ่มกับเพลงรักและอกหักที่เล่าเรื่องด้วยเสียงโซล

ทำไมเพลงรักและอกหักยุคนี้จึงติดหูคนฟังทั่วไปมากขึ้น

เมื่อมองรวมทั้ง Pawitt และ AiBoyZ จะเห็นภาพชัดว่าคนฟังไม่ได้มองหาแค่บทร้องเพลงอกหักหรือเพลงรักที่สวยงาม แต่ต้องการอารมณ์ที่ตรงกับชีวิตจริง Soul และกลิ่นอายดนตรีย้อนยุคช่วยให้เพลงมีเนื้อสัมผัส เหมือนเสียงกำลังโอบกอดคนฟัง ทั้งในวันที่หัวใจเต้นแรงและวันที่กำลังแตกสลาย ความสำเร็จของ Make friends ที่ถูกนำไปใช้ในคอนเสิร์ตและมียอดเล่นสูง รวมถึงกระแสของ ไปละเหวยไปละวา ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากแฟนคลับและผู้ใหญ่ใจดีหลายฝ่าย แสดงให้เห็นว่าเมื่อศิลปินให้ความสำคัญกับการเล่าเรื่องผ่านเสียง เพลงก็จะกลายเป็นพื้นที่ความรู้สึกของคนดูอย่างแท้จริง ในทางปฏิบัติ แฟนเพลงเข้าถึงงานของทั้งสองศิลปินได้ง่ายผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงและช่องทางออนไลน์ของศิลปิน ทำให้เพลงรักและเพลงอกหักเหล่านี้เดินทางไปอยู่ในเพลย์ลิสต์ประจำวัน เป็นเพลงประกอบการเดินทาง การทำงาน หรือการนอนดึกคิดถึงใครบางคน และนี่คือผลกระทบจริงที่เกิดขึ้นกับชีวิตคนฟัง เมื่อเสียงดนตรีถูกออกแบบให้เคียงข้างหัวใจอย่างใกล้ชิด

สามศิลปินหนุ่มกับเพลงรักและอกหักที่เล่าเรื่องด้วยเสียงโซล

บทสรุปคลื่นศิลปินเสียงดีและการเล่าเรื่องที่เปราะบาง

สิ่งที่น่าจับตาจากคลื่นศิลปินเสียงดีรุ่นใหม่คือความกล้าเล่าเรื่องหัวใจแบบไม่ขอหลบ ทั้ง Pawitt ที่ใช้โซลยุค 70’s แทนความเขินตื่นเต้นของรักครั้งแรก และ AiBoyZ ที่พลิกความเจ็บของการไปละเหวยไปละวาให้กลายเป็นปาร์ตี้เต้นแก้เศร้า กระบวนการออกแบบการร้อง การเรียบเรียงดนตรี ไปจนถึงภาพลักษณ์ที่คิดร่วมกัน ทำให้ผลงานไม่ใช่แค่สินค้าดนตรี แต่เป็นตัวตนของศิลปินที่คนฟังรู้สึกอยากเชื่อมต่อ สำหรับฉัน คลื่นนี้คือสัญญาณว่าคนฟังพร้อมเปิดพื้นที่ให้เพลงพูดถึงความเปราะบางมากขึ้น ไม่ว่าจะผ่าน soul music ไทยที่อบอุ่นหรือจังหวะโจ๊ะที่ชวนขยับตัว อนาคตของทั้ง Pawitt และ AiBoyZจึงน่าสนใจ เพราะพวกเขาไม่ได้แข่งกันแค่ความดัง แต่แข่งกันเล่าเรื่องหัวใจให้ซื่อสัตย์และมีสีสันที่สุด และนั่นคือเหตุผลที่เรายังอยากรอฟังซิงเกิลถัดไปของศิลปินหนุ่มเหล่านี้

สามศิลปินหนุ่มกับเพลงรักและอกหักที่เล่าเรื่องด้วยเสียงโซล

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!