ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อ AI กลายเป็นทั้งดาบและโล่ ในสงครามข่าวปลอมและ deepfake

เมื่อ AI กลายเป็นทั้งดาบและโล่ ในสงครามข่าวปลอมและ deepfake
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

AI เป็นทั้งผู้รุกและผู้ป้องกัน ในสนามความปลอดภัยออนไลน์

สงครามกับ deepfake ข้อมูลเท็จและข่าวปลอมในยุคดิจิทัล คือกระบวนการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ควบคู่กับการพัฒนาความรู้เท่าทันสื่อของประชาชน เพื่อ ตรวจจับข่าวปลอม AI ยืนยันข้อเท็จจริง และลดโอกาสที่คนทั่วไปจะหลงเชื่อหรือส่งต่อข้อมูลที่บิดเบือน โดยเฉพาะเนื้อหาที่ถูกสร้าง ตัดต่อ หรือเลียนแบบด้วยระบบสร้างภาพ เสียง และข้อความอัตโนมัติ เพื่อหวังผลทางเศรษฐกิจ การเมือง หรือความมั่นคงทางสังคมในวงกว้าง ประเด็นสำคัญวันนี้คือ AI ไม่ได้เป็นแค่ผู้รุกสร้างเนื้อหาหลอกลวง แต่เริ่มถูกใช้เป็นโล่ป้องกัน ทั้งในระดับนโยบายรัฐ หน่วยงานสุขภาพ และชุมชนสังคมสูงวัย การต่อสู้กับ deepfake ข้อมูลเท็จ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการมีระบบตรวจจับข่าวปลอม AI ที่ล้ำสมัย แต่เป็นเรื่องของการยกระดับภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลของคนทุกช่วงวัยด้วย ถ้าเรามอง AI เป็นเพียงภัย เราจะพลาดโอกาสในการใช้มันป้องกันตนเอง แต่ถ้าปล่อยให้ AI ทำงานโดยไร้กรอบจริยธรรมและการศึกษา สังคมก็พร้อมจะถูกกระแทกด้วยคลื่นข่าวปลอมลูกใหญ่ถัดไป

เมื่อ AI กลายเป็นทั้งดาบและโล่ ในสงครามข่าวปลอมและ deepfake

รัฐเดินหน้าเครื่องมือ ตรวจจับข่าวปลอม AI บนเวทีสื่อภูมิภาค

ฝั่งรัฐเริ่มแสดงให้เห็นชัดว่า AI คือเครื่องมือหลักในสงครามกับข่าวปลอม กองเทคโนโลยีดิจิทัลของกรมประชาสัมพันธ์ส่งผู้เชี่ยวชาญด้าน AI เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคที่จัดขึ้น ณ กรุงกาฐมาณฑุ สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 โดยบรรยายหัวข้อ “AI-Powered Factchecking: Building a Smarter Approach to Detecting and Verifying Fake News” ซึ่งเน้นการใช้ AI และ Generative AI สนับสนุนสื่อในการตรวจสอบ วิเคราะห์ และยืนยันข้อมูลเพื่อรับมือข่าวปลอม ใจกลางยุทธศาสตร์นี้คือแพลตฟอร์ม “Fake News Deep Verify” ระบบตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถตรวจสอบข้อมูลแบบเรียลไทม์ รองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บูรณาการโมเดลภาษา LLM การสืบค้นเว็บ และการอ้างอิงหลักฐาน เพื่อเพิ่มความเร็วและความแม่นยำในการตรวจสอบ นี่ไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีมาวางโชว์ แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า ตรวจจับข่าวปลอม AI จะกลายเป็นงานประจำวันขององค์กรสื่อและหน่วยงานรัฐ หากสังคมต้องการกลับมามีเสถียรภาพด้านข้อมูลอีกครั้ง

เมื่อ AI กลายเป็นทั้งดาบและโล่ ในสงครามข่าวปลอมและ deepfake

สังคมสูงวัยคือแนวหน้าใหม่ของภัยออนไลน์ ไม่ใช่เพียงเหยื่อที่ไร้เสียง

ในอีกฟากหนึ่งของสนาม ศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การสนับสนุนของ สสส จัดงาน “สูงวัยรู้ทัน AI…ถอดรหัสผลสำรวจสถานการณ์และทางออกร่วมกันของสังคมไทย” เผยผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 2,500 คน ใน 20 จังหวัดและ 5 เขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไปพบว่า มากกว่า 1 ใน 3 หรือร้อยละ 38.56 เคยตกเป็นเหยื่อภัยออนไลน์ในรอบปี ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่าความปลอดภัยออนไลน์สำหรับสังคมสูงวัยไม่ใช่เรื่องรองอีกต่อไป ข้อมูลยังชี้ว่าปี 2568 เป็นปีแรกที่สื่อออนไลน์ขึ้นแท่นสื่อยอดนิยมของผู้สูงอายุ และมีสัดส่วนผู้สูงอายุที่เคยตกเป็นเหยื่อถึงประมาณ 4 ใน 10 คน หรือ 37.59 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าสูงสุดในรอบ 5 ปี การตอบสนองไม่ใช่แค่การเตือนให้ระวัง แต่คือการออกแบบหลักสูตร “สูงวัยรู้ทัน AI” เพื่อเสริมสมรรถนะการรู้เท่าทัน AI ตั้งแต่เข้าใจการทำงาน บทบาท ความเสี่ยง ไปจนถึงทักษะแยกแยะ AI generated content และใช้ AI อย่างมีจริยธรรม หลัก “หยุด คิด ถาม ทำ” ที่ถูกย้ำให้เป็นเกราะดิจิทัลของผู้สูงอายุ จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่มองผู้สูงวัยเป็นพลังเฝ้าระวัง ไม่ใช่เพียงเป้าหมายของการลวงออนไลน์

เมื่อ AI กลายเป็นทั้งดาบและโล่ ในสงครามข่าวปลอมและ deepfake

จากหลักสูตรสู่พฤติกรรมจริง สร้างภูมิคุ้มกันต่อ deepfake ข้อมูลเท็จ

คำถามสำคัญคือ เราจะทำให้หลักสูตรและเครื่องมือกลายเป็นภูมิคุ้มกันในชีวิตประจำวันได้อย่างไร งานวิจัยของทีมมหิดลชี้ว่า ปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยง คือทักษะการ “หยุด” ก่อนเชื่อหรือส่งต่อ การรู้เท่าทัน AI ในการแยกแยะภาพ เสียง คลิปวิดีโอว่าเป็นข้อมูลจริงหรือถูกสร้างโดย AI และการสื่อสารแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น เพื่อตรวจสอบและตั้งคำถามกับสิ่งที่เห็นบนหน้าจอ หากมองในภาพใหญ่ deepfake ข้อมูลเท็จในอนาคตอาจซับซ้อนกว่าวันนี้มาก การรอให้รัฐ ตำรวจ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์จัดการให้ทั้งหมด จึงเป็นความหวังที่อันตราย ประชาชนต้องมีภูมิคุ้มกันเชิงรุก ทั้งใช้เครื่องมือ ตรวจจับข่าวปลอม AI เมื่อต้องตรวจสอบข่าว และใช้หลักคิดแบบ “หยุด คิด ถาม ทำ” ก่อนจะเชื่อหรือแชร์ต่อ เพราะทุกครั้งที่เราตรวจสอบ เราไม่ได้แค่ปกป้องตัวเอง แต่กำลังลดแรงกระแทกของวงจรข่าวปลอมต่อชุมชน ครอบครัว และสังคมรอบตัวด้วย

เมื่อ AI กลายเป็นทั้งดาบและโล่ ในสงครามข่าวปลอมและ deepfake

บทสรุป สงครามข่าวปลอมต้องชนะด้วยเทคโนโลยีคู่กับการรู้เท่าทัน

สิ่งที่ปรากฏชัดจากภาพรวมวันนี้คือ สงครามกับ deepfake ข้อมูลเท็จจะไม่มีวันจบด้วยเทคโนโลยีอย่างเดียว และก็ไม่มีวันชนะด้วยการอบรมประชาชนอย่างเดียว ฝั่งรัฐเริ่มขยับด้วยแพลตฟอร์ม ตรวจจับข่าวปลอม AI ที่รองรับหลายภาษาและตรวจสอบแบบเรียลไทม์ เพื่อสร้างเสถียรภาพข้อมูลในระบบสื่อมืออาชีพ ขณะที่ฝั่งสาธารณสุขและวิชาการกำลังพัฒนาหลักสูตรสูงวัยรู้ทัน AI เพื่อให้ผู้สูงอายุกลายเป็นแนวหน้าเฝ้าระวังภัยออนไลน์ ไม่ใช่เพียงเหยื่อรายใหม่ บทเรียนจึงชัดเจนว่า เราต้องยอมรับ AI ในฐานะทั้งดาบและโล่ ดาบที่สามารถสร้าง deepfake ข้อมูลเท็จ และโล่ที่ช่วย ตรวจจับข่าวปลอม AI ได้แม่นยำขึ้น หากนโยบายสาธารณะ การศึกษา และการออกแบบแพลตฟอร์มออนไลน์เดินไปในทางเดียวกัน ยุคที่ข้อมูลถูกบิดเบือนด้วย AI อาจไม่ใช่หายนะ แต่เป็นยุคที่สังคมเรียนรู้จะใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ มีจริยธรรม และมีความปลอดภัยออนไลน์เป็นเป้าหมายร่วมกัน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!