จากยามื้อสุดท้าย สู่สมุนไพรไทยเพื่อภูมิคุ้มกันในชีวิตประจำวัน
สมุนไพรไทยเพื่อภูมิคุ้มกันคือผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพรที่ถูกแปรรูปเป็นอาหารเสริมป้องกันโรคหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดโอกาสการติดเชื้อ และสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันก่อนเกิดการเจ็บป่วย โดยมักถูกใช้ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย และการพักผ่อนอย่างเพียงพอในชีวิตประจำวัน จุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่ผู้คนเริ่มไม่ยอมให้ยาเป็นตัวเลือกสุดท้ายหลังป่วย แต่เลือกดูแลร่างกายล่วงหน้า นายพิษณุ แดงประเสริฐ ประธานบริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี จำกัด มหาชน ระบุว่า ผู้บริโภคชาวไทยกำลังปรับตัวไปสู่เทรนด์การดูแลตนเองก่อนป่วย ผ่านการออกกำลังกายและเลือกอาหารที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน เทรนด์นี้ไม่ได้เป็นแค่แฟชั่นสุขภาพ แต่สะท้อนความกังวลต่อการเจ็บป่วยซ้ำๆ ในฤดูฝนและภาระค่ารักษาที่สูงขึ้น
สุขภาพหน้าฝนแพงขึ้น ทำไมเทรนด์ ‘กินเพื่อป้องกัน’ จึงมาแรง
ฤดูฝนไม่ใช่แค่ช่วงโรคระบาด แต่กำลังกลายเป็นฤดูที่ค่ารักษาพุ่งตามไปด้วย ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคชี้ว่า ระหว่างวันที่ 9 สิงหาคม ถึง 8 กันยายน มี 5 โรคที่พบผู้ป่วยมากที่สุด ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ อุจจาระร่วง โควิด 19 ปอดอักเสบ และมือเท้าปาก โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ที่ตั้งแต่ต้นปีถึง 8 กันยายน มีผู้ป่วยสะสมแล้ว 359,672 ราย และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พร้อมกันนั้น ต้นทุนเกี่ยวกับการรักษาในสถานพยาบาลทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งต้นทุนการผลิตยาที่เพิ่มเฉลี่ยปีละ 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มปีละ 7.5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ และค่าจ้างบุคลากรทางการแพทย์ที่พุ่งปีละ 3.5 ถึง 5.5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อรักษาแพงขึ้น คนจำนวนมากจึงหันมาลงทุนกับการป้องกันผ่านอาหารเสริมป้องกันโรคและสมุนไพร เพื่อหวังลดโอกาสเข้าโรงพยาบาลในอนาคต
อาหารเสริมสมุนไพรกับนิสัย ‘กินเพื่อป้องกัน’ กำลังเปลี่ยนเกมตลาดสุขภาพ
เทรนด์สุขภาพหน้าฝนวันนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การพกร่ม แต่ขยับไปถึงการพกสมุนไพรและวิตามินเข้าตู้กับข้าว JSP เห็นภาพชัดว่ากลุ่มคนที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเองเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นตัวช่วยหลัก โดยเฉพาะในช่วงฝนตกที่ความเสี่ยงเจ็บป่วยสูง การกินอาหารเสริมป้องกันโรคจึงถูกมองว่าเป็นวิธีจัดการความเสี่ยงที่จับต้องได้มากกว่าการหวังพึ่งหมอเพียงอย่างเดียว ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ สุภาพโอสถ ที่ได้รับการตอบรับสูงในหน้าฝนคือวิตามินซีและรังนก ซึ่งถูกใช้เป็นตัวเสริมภูมิคุ้มกันและดูแลร่างกายในช่วงโรคระบาด รวมถึงโรคตามฤดูกาลอย่างไข้หวัดใหญ่และโรคทางเดินหายใจอื่นๆ ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน แนวโน้มนี้สะท้อนชัดว่า ตลาดสมุนไพรและอาหารเสริมไม่ได้ยืนข้างหลังยาแผนปัจจุบันอีกต่อไป แต่เริ่มถูกมองเป็นแนวหน้าของการดูแลสุขภาพ
จากภาระระยะสั้นสู่โครงสร้างระยะยาว สังคมผู้สูงอายุผลักดันสมุนไพรไทยโต
สิ่งที่น่าสนใจคือ เทรนด์กินเพื่อป้องกันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยฤดูกาลอย่างเดียว แต่มีแรงผลักระยะยาวจากโครงสร้างประชากรที่กำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ และการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDs ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากไม่อยากรอให้โรคกำเริบแล้วค่อยรักษา แต่พยายามดูแลสุขภาพทุกวันผ่านสมุนไพรไทยเพื่อภูมิคุ้มกัน อาหารที่มีประโยชน์ และการออกกำลังกายสม่ำเสมอ JSP มองว่าเทรนด์สุขภาพกินเพื่อป้องกันจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ บริษัทจึงเดินหน้าพัฒนาสินค้าภายใต้แบรนด์ สุภาพโอสถ ให้ตอบโจทย์พฤติกรรมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายทั้งหน้าร้านและออนไลน์เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์แบรนด์ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ทิศทางนี้สะท้อนว่า การป้องกันโรคตามธรรมชาติผ่านสมุนไพรและอาหารเสริมกำลังกลายเป็นกลยุทธ์ธุรกิจหลัก ไม่ใช่แค่สินค้าเสริมข้างชั้นยา
บทสรุปสุขภาพหน้าฝน เปลี่ยนเงินรักษาเป็นการลงทุนในภูมิคุ้มกัน
เมื่อมองภาพรวม เทรนด์กินเพื่อป้องกันไม่ได้เป็นเพียงความนิยมชั่วคราว แต่สะท้อนการเปลี่ยนวิธีคิดเชิงลึกของผู้บริโภค ที่เริ่มยอมรับว่าการออมสุขภาพผ่านสมุนไพรและอาหารเสริมป้องกันโรคมีเหตุผลมากกว่าการปล่อยให้ร่างกายเสื่อมแล้วค่อยทุ่มค่ารักษาพยาบาล ในยุคที่ไข้หวัดใหญ่ โควิด 19 ปอดอักเสบ และโรคทางเดินอาหารยังวนกลับมาทุกหน้าฝน การพึ่งพายาเพียงอย่างเดียวเป็นความเสี่ยง ทั้งต่อสุขภาพและกระเป๋าเงิน อย่างไรก็ตาม อาหารเสริมและสมุนไพรไม่ใช่คำตอบทั้งหมด ผู้บริโภคต้องมองการป้องกันโรคตามธรรมชาติแบบองค์รวม ทั้งการกินดี นอนพอ ออกกำลังกาย และใช้ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพอย่างมีข้อมูล หากสังคมเดินไปในทิศทางนี้จริง ภาระระบบสาธารณสุขจะลดลง ขณะที่สมุนไพรไทยเพื่อภูมิคุ้มกันจะก้าวขึ้นเป็นตัวละครหลักในสมรภูมิสุขภาพหน้าฝน






