ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เปิดโปงสถานดูแลผู้สูงอายุเถื่อน เมื่อการกักขังผู้ป่วยถูกทำให้ดูเหมือนการดูแล

เปิดโปงสถานดูแลผู้สูงอายุเถื่อน เมื่อการกักขังผู้ป่วยถูกทำให้ดูเหมือนการดูแล
ความสนใจ|สุขภาพจิต

สถานดูแลผู้สูงอายุหรือคุกเงียบ นิยามของการดูแลที่กลายเป็นการกักขังผู้ป่วย

สถานดูแลผู้สูงอายุและเนอสซิ่งโฮมไม่ถูกต้องคือสถานที่ที่รับดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ไม่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัย บุคลากร และการแพทย์ที่ชัดเจน ใช้วิธีการกักขังผู้ป่วย การล่ามโซ่ การขังห้องมืด หรือใช้กรงเหล็กล้อมเตียง รวมถึงการให้ยาและทำหัตถการทางการแพทย์โดยไม่มีแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญกำกับ ทำให้เกิดการละเมิดสิทธิผู้ป่วยอย่างเป็นระบบในนามของการดูแลสุขภาพ ภาพรวมของคดีบ้านพักคนชราและเนอสซิ่งโฮมไม่ถูกต้องที่ถูกตรวจสอบในช่วงหลังสะท้อนชัดว่าเราไม่ได้เผชิญปัญหาผู้ประกอบการรายเดียว แต่กำลังเผชิญระบบการดูแลที่ปล่อยให้การกักขังผู้ป่วยและการละเมิดสิทธิผู้ป่วยเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเงามืดของกฎหมาย การตรวจสอบบ้านเดี่ยวสองชั้นที่มีป้ายบ้านน้องดรีมในพื้นที่กว่า 60 ตารางวา พบว่ามีการเปิดเป็นเนอสซิ่งโฮมในเครือ รับผู้ป่วยหญิงทั้งหมด 16 ราย ทั้งวัยรุ่น 14 รายและผู้สูงอายุ 2 ราย โดยไม่ได้ขออนุญาตประกอบกิจการเลย นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดเล็กน้อย แต่คือการตั้งสถานดูแลผู้สูงอายุเถื่อนเต็มรูปแบบที่รัฐปล่อยให้ดำเนินการมานาน

เปิดโปงสถานดูแลผู้สูงอายุเถื่อน เมื่อการกักขังผู้ป่วยถูกทำให้ดูเหมือนการดูแล

เตียงเกินใบอนุญาต กรงเหล็ก และห้องขังมืด ภาพจริงของการดูแลที่โหดร้าย

เมื่อมองลึกลงไปในโครงสร้างของสถานดูแลผู้สูงอายุเหล่านี้ สิ่งที่พบไม่ใช่บรรยากาศอบอุ่นแบบบ้านพักคนชรา แต่คือภาพของการกักขังผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ บ้านพักคนชราโสธรชัยได้รับอนุญาตให้มีเตียง 50 เตียง แต่กลับเพิ่มจำนวนเตียงมากกว่านั้นถึงสองเท่า รับดูแลผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยทางกาย ภาวะสมองเสื่อม และผู้มีปัญหาสุขภาพจิตซับซ้อนในสภาพแออัดและไม่ปลอดภัย เตียงจำนวนมากถูกล้อมด้วยโครงสร้างเหล็กคล้ายกรง กั้นรอบเตียงจนผู้ป่วยนอนติดเตียงอยู่ภายในกรงเหล็ก ภาพเหล่านี้ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะและกลายเป็นหลักฐานชัดเจนว่าการกักขังผู้ป่วยถูกทำให้ดูเหมือนมาตรการดูแล ในอีกกรณีหนึ่ง ผู้ที่เคยอยู่บ้านเสริมสุขเล่าว่าเตียงถูกอัดชิดกันจนแทบไม่มีช่องว่าง ผู้ป่วยทะเลาะกันหรือมีปัญหาจะถูกล่ามโซ่กับเสาหรือเตียง ปลดโซ่เฉพาะตอนเข้าห้องน้ำ และบางรายถูกจับขังในห้องขังมืดที่เป็นห้องปิดตายมีลูกกรงล็อกกุญแจจากด้านนอก นี่ไม่ใช่การใช้เครื่องมือจำกัดพฤติกรรมชั่วคราว แต่คือการใช้โซ่ตรวนและกรงเหล็กเป็นส่วนหนึ่งของระบบดูแลประจำวัน

เปิดโปงสถานดูแลผู้สูงอายุเถื่อน เมื่อการกักขังผู้ป่วยถูกทำให้ดูเหมือนการดูแล

เมื่อครอบครัวและศูนย์บำบัดร่วมกันละเมิดสิทธิผู้ป่วย

สิ่งที่น่ากลัวไม่แพ้สภาพสถานที่คือวิธีที่ผู้ป่วยถูกนำเข้าไปอยู่ในเนอสซิ่งโฮมไม่ถูกต้องเหล่านี้ หลายคนไม่ได้สมัครใจและไม่ได้มีการประเมินทางการแพทย์อย่างถูกต้อง หญิงวัย 63 ปีรายหนึ่งเล่าว่าเธอถูกลูกชายและลูกสะใภ้พาไปอยู่บ้านพักคนชราโสธรชัยโดยไม่เต็มใจ ถูกกักขังอยู่ในสถานที่นั้นนานกว่าสองปี ขณะครอบครัวพยายามควบคุมธุรกิจเครื่องสำอางของเธอ นี่คือการใช้สถานดูแลผู้สูงอายุเป็นเครื่องมือทางอำนาจและทรัพย์สิน ในกรณีบ้านเสริมสุข ผู้เสียหายชื่อมิ้นถูกพ่อแม่พาไปโดยอ้างในบันทึกประจำวันว่ามีอาการอาละวาด เพียงเพราะไม่ยอมเลิกกับแฟน เมื่อถึงศูนย์ เธอถูกคนในสถานที่จับอุ้มเข้าไป เอาเชือกสีน้ำเงินมัดมือทั้งสองข้างขึงกับเตียง และถูกบังคับให้กินยานอนหลับตอนสองทุ่มทุกวัน หากไม่กินจะถูกล่ามโซ่ การใช้ยาโดยไม่มีแพทย์กำกับและการขู่ล่ามโซ่เพื่อบังคับให้กินยา คือการละเมิดสิทธิผู้ป่วยอย่างโจ่งแจ้งที่ไม่ควรถูกเรียกว่า “การบำบัด” เลย

เปิดโปงสถานดูแลผู้สูงอายุเถื่อน เมื่อการกักขังผู้ป่วยถูกทำให้ดูเหมือนการดูแล

รัฐตรวจพบอะไร และทำไมการกำกับดูแลจึงล้มเหลวซ้ำซาก

เมื่อหน่วยงานรัฐลงพื้นที่ตรวจสอบ เราเห็นภาพชัดว่าปัญหาไม่ได้อยู่แค่ผู้ประกอบการ แต่รวมถึงระบบกำกับดูแลที่ล้มเหลว เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนบริการสุขภาพตรวจพบว่าเนอสซิ่งโฮมแห่งหนึ่งได้รับอนุญาตให้เปิดบริการเพียง 9 เตียง แต่กลับรับผู้ใช้บริการจริงถึง 11 เตียง และยังมีอาคารสูงสามชั้นใกล้เคียงที่เปิดรับผู้ป่วยทั้งหมด 58 รายโดยไม่มีใบอนุญาต รวมทั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยหญิงอีกหนึ่งจุดที่ไม่มีใบอนุญาตเช่นกัน รวมแล้วมีจำนวนเตียงผู้ป่วยเกินกว่าที่ขออนุญาตถึง 77 เตียง ซึ่งสะท้อนการขยายกิจการแบบผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ในคดีบ้านพักคนชราโสธรชัย หน่วยงานด้านบริการสุขภาพตรวจพบปัญหาร้ายแรงด้านสภาพการดูแลและสุขอนามัย ห้องบางห้องมีลูกกรงล็อกจากด้านนอก เตียงหลายเตียงถูกเสริมโครงเหล็กคล้ายกรง และสถานที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นสถานพยาบาลทางการแพทย์ ขาดอุปกรณ์จำเป็นในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางเหล่านี้ ขณะเดียวกัน ในบ้านเสริมสุข ผู้ดูแลบางคนยอมรับว่าตนจบเพียงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ไม่ใช่พยาบาล แต่กลับมีบทบาทในการให้ยาและควบคุมผู้ป่วย ระบบที่ปล่อยให้คนไม่มีคุณสมบัติมาดูแลผู้ป่วยจิตเวชและผู้สูงอายุ คือการผลักภาระความเสี่ยงไปให้คนที่อ่อนแอที่สุดในสังคม

เปิดโปงสถานดูแลผู้สูงอายุเถื่อน เมื่อการกักขังผู้ป่วยถูกทำให้ดูเหมือนการดูแล

บทสรุปที่ไม่ควรเงียบ: เปลี่ยนจากการขังให้เป็นการดูแลอย่างแท้จริง

เมื่อฟังเสียงเหยื่อที่ถูกล่ามโซ่ ขังห้องมืด และถูกบังคับกินยาในสถานดูแลผู้สูงอายุและบ้านพักคนชราเหล่านี้ เราไม่อาจมองว่าเป็นเหตุการณ์เฉพาะรายได้อีกต่อไป การกักขังผู้ป่วย การละเมิดสิทธิผู้ป่วย และการใช้เนอสซิ่งโฮมไม่ถูกต้องเป็นเครื่องมือจัดการคนที่ครอบครัวไม่ต้องการ คือรูปแบบความรุนแรงใหม่ที่แฝงตัวอยู่ในระบบดูแลระยะยาว ในบริบทที่ประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สถานดูแลผู้สูงอายุและบ้านพักคนชราจะยิ่งมีบทบาทมากขึ้น หากรัฐยังปล่อยให้สถานที่เถื่อนดำเนินการ และหน่วยงานกำกับดูแลยังตอบสนองอย่างเชื่องช้า เรากำลังสร้างโครงสร้างคุกเงียบสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยจิตเวชในอนาคต ทางออกจึงไม่ใช่แค่การสั่งปิดสถานที่บางแห่ง แต่ต้องยกระดับการออกใบอนุญาต ตรวจมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ เปิดช่องร้องเรียนที่ปลอดภัย และยืนยันหลักการว่าการดูแลระยะยาวต้องเคารพศักดิ์ศรีและสิทธิของผู้ป่วยทุกคน ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยจิตเวช หรือวัยรุ่นที่ครอบครัวไม่เข้าใจ การดูแลที่ดีไม่เคยต้องใช้โซ่ตรวน กรงเหล็ก หรือห้องมืดเป็นเครื่องมือ

เปิดโปงสถานดูแลผู้สูงอายุเถื่อน เมื่อการกักขังผู้ป่วยถูกทำให้ดูเหมือนการดูแล

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!