เล็บยาวไม่ได้มีไว้สวยอย่างเดียว
ในสังคมไทยสมัยก่อน การ ไว้เล็บยาว ไม่ได้เป็นแค่เรื่องความงาม แต่คือ สัญลักษณ์สถานะทางสังคม โดยเฉพาะในยุคกรุงศรีอยุธยา เล็บที่ยาวและได้รับการดูแลอย่างดี บอกได้ทันทีว่าเจ้าของเป็นคนมีฐานะ ไม่ต้องลงแรงทำงานหนักเหมือนชาวนาและทาส
ใครเล็บยิ่งยาว ยิ่งถูกมองว่าเป็นคนชั้นสูง อยู่ในกลุ่ม “ผู้มีอันจะกิน” ของจริง
สายตาคนต่างชาติที่มองเล็บยาวของคนไทย
ฟรังซัวส์ อังรี ตุรแปง ผู้เรียบเรียงหนังสือ ประวัติศาสตร์แห่งพระราชอาณาจักรสยาม จากข้อมูลมิชชันนารีที่เคยพำนักในกรุงศรีอยุธยา บันทึกถึงธรรมเนียม “ไว้เล็บ” ของคนไทยยุคนั้นไว้อย่างเห็นภาพ
เขาเล่าว่า คนไทยปล่อยให้ เล็บงอกยาว คล้ายธรรมเนียมของชาวจีนก่อนยุคที่พวกตาดเข้ารุกราน แม้คนไทยจะค่อนข้างใส่ใจเรื่องความสะอาด แต่ในสายตาชาวยุโรปกลับมองว่าดูน่ารังเกียจ โดยเฉพาะเวลาอ้าปากจนเห็นฟันดำที่ทำสี และเล็บยาวที่เด่นสะดุดตา
เขาเปรียบเทียบว่า
เล็บมือขวาที่ปล่อยให้ยาวนั้น เหมือนเขี้ยวเล็บของสัตว์ประเภทกินเนื้อ
แต่ในสายตาคนไทยเอง เล็บลักษณะนี้กลับเป็น เครื่องหมายของความงามและความสุภาพ
ยังใช้เป็นเส้นแบ่งชัดเจนระหว่าง “คนงาม คนสุภาพ” กับ “ชาวนาและทาส”
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงเจ้าชู้ที่ตั้งใจแต่งตัวอ่อยผู้ชาย จะไม่ยอมออกจากเรือนเลย หากไม่มี เล็บปลอมยาวสามถึงสี่นิ้ว ติดปลายนิ้วให้ครบ
จากอยุธยาสู่รัตนโกสินทร์ เล็บยาวยังไม่เอาตกเทรนด์
ค่านิยมเรื่องเล็บไม่ได้หยุดอยู่แค่สมัยอยุธยา แต่ลากยาวมาถึงยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นด้วย หลายบันทึกของชาวต่างชาติช่วยยืนยันว่า เล็บยาวคือแฟชั่นและฐานะ ในยุคนั้นจริง ๆ
สังฆราชปาลเลกัวซ์: เล็บยาวของคนมั่งมี
สังฆราชปาลเลกัวซ์ เล่าว่า ในสยาม ผู้มีฐานะดีนิยมไว้เล็บยาว ทั้งหญิงสาวและชายหนุ่มยังนิยม ย้อมเล็บให้แดง ด้วยยางไม้ชนิดหนึ่ง เพิ่มทั้งสีสันและความโดดเด่นให้ปลายนิ้ว
เซอร์ จอห์น เบาริ่ง: เล็บยาวกับไลฟ์สไตล์ชาวสยาม
เซอร์ จอห์น เบาริ่ง ในผลงาน ราชอาณาจักรและราษฎรสยาม เล่ม 1 ก็พูดถึงดีเทลเล็ก ๆ แต่แซ่บเกี่ยวกับนิสัยการแต่งตัวของคนสยามว่า
ผู้คนมักเหน็บบุหรี่ไว้หลังใบหู หรือถือเดินไปด้วย
บุหรี่บางชนิดมีกลิ่นหอม เพราะใช้วัสดุหอมเป็นส่วนผสม
นิยมคล้อง พวงมาลัยดอกไม้ไว้ที่ข้อมือ
และที่สำคัญคือ ไว้เล็บยาว เป็นปกติ
ตอนเย็น ๆ ในวันที่อากาศเย็น ผู้คนจะเอา น้ำมันหมูมาทาเล็บทุกวัน เพื่อให้เล็บเงาสวยและแข็งแรง
ยังมีอีกเคล็ดลับหนึ่งที่ชวนทึ่ง คือการเอา กระเทียมมาถูที่เล็บ เชื่อกันว่าจะช่วยให้เล็บงอกยาวเร็วขึ้นอย่างมาก
แต่ในมุมมองของเบาริ่ง เขากลับมองว่า ผู้ชายที่ไว้เล็บยาวมักเป็นพวกไม่ใส่ใจการงาน เอาแต่ หมกมุ่นกับของเล่นและความสำรวย เลยตีตราว่าเป็นคนใจเสเพล
แต่งเล็บด้วยสมุนไพร: สวยและสุขภาพดีไปพร้อมกัน
เรื่องทำสีเล็บในอดีต ก็ไม่ได้ใช้เคมีอย่างทุกวันนี้ เพราะคนไทยยุคนั้น ใช้พืชสมุนไพรเป็นตัวหลัก โดยเฉพาะในภาคกลาง นิยมใช้ ดอกต้นเทียน มาย้อมเล็บให้เป็นสีแดงสวย
จุดน่าสนใจคือ ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังมีฟังก์ชันด้านสุขภาพด้วย เพราะสีจากต้นเทียนช่วย รักษาโรคหิดที่ชอบขึ้นตามนิ้วมือ ได้ไปในตัว
เรียกได้ว่าเป็น การทำเล็บแบบออร์แกนิกสายสมุนไพร ที่ทั้งงามและได้ประโยชน์
เล็บในวรรณคดี: จากปลายนิ้วสู่ปลายกลอน
ค่านิยมเรื่องเล็บยังไปโผล่ในโลกวรรณคดีด้วย อย่างในเรื่อง ขุนช้าง-ขุนแผน ก็มีฉากที่สะท้อนความสำคัญของเล็บอย่างชัดเจน
ตอนที่พลายแก้วลอบเป็นชู้กับนางพิม นางพิมพยายามปัดป้องและขู่จะ หักเล็บของพลายแก้ว เพื่อให้เขาถอย แต่พลายแก้วกลับตัดพ้อด้วยถ้อยคำที่ฟังแล้วรู้เลยว่า เล็บยาวมีค่ามากแค่ไหนในสายตาผู้ชายยุคนั้น
อุยหน่าอย่าทำที่สำคัญ ฟาดฟันเอาเถิดไม่น้อยใจ
ทำเล็บหักเหมือนไม่รักพี่จริงจัง ถึงเงินชั่งหนึ่งหารักเท่าเล็บไม่
กลอนสั้น ๆ นี้สะท้อนว่า เล็บไม่ได้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของร่างกาย แต่ผูกโยงกับศักดิ์ศรี ความรัก และคุณค่าของตัวตนอย่างชัดเจน
สรุป: เล็บคือภาษาลับของชนชั้นและความงาม
เมื่อลองถอยดูภาพรวม จะเห็นว่าในอดีต เล็บคือภาษาสังคมแบบหนึ่ง
ไว้เล็บยาว = บอกว่าชีวิตไม่ต้องใช้แรงงานหนัก
เล็บย้อมแดง = สนใจความงามและมีเวลามาดูแลตัวเอง
การทาเล็บด้วยน้ำมันหมูหรือถูด้วยกระเทียม = ความเชื่อและภูมิปัญญาการดูแลเล็บยุคก่อน
เล็บที่ถูกพูดถึงในวรรณคดี = ความผูกพันเชิงอารมณ์และคุณค่าทางใจ
ทุกปลายนิ้วจึงไม่ได้มีแค่เล็บ แต่ยังเต็มไปด้วย เรื่องเล่า ฐานะ รสนิยม และตัวตนของคนในสังคมไทยยุคก่อน อย่างที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เล็บยาวเคยเป็นหนึ่งในเครื่องหมายของ “คนไฮโซ” ตัวจริงในประวัติศาสตร์ไทย

