พรีวิว MG IM6 ก่อนเปิดราคาเต็ม
MG IM6 คือรถ SUV ไฟฟ้าทรง Coupé จากแบรนด์พรีเมียม IM Motors ที่เข้ามาทำตลาดภายใต้ชื่อ MG ในไทย จัดเต็มทั้งดีไซน์ หรูหรา แรง และออปชันแน่นในสไตล์ e-SUV ยุคใหม่
ไลน์อัปในไทยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ
รุ่น Premium 2WD ขับเคลื่อนล้อหลัง
รุ่น Performance AWD ขับเคลื่อน 4 ล้อสุดโหด
จุดเด่นคือแพลตฟอร์มไฟฟ้าแรงดันสูง รองรับการชาร์จไวมาก โดยเฉพาะรุ่น Performance ที่ใช้สถาปัตยกรรม 800V ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.48 วินาที แบบรถสปอร์ตตัวท็อปยังต้องมีสะดุ้ง

มิติตัวถังและพื้นที่ใช้สอย
ด้านตัวถัง MG IM6 มาในสไตล์ Coupé SUV ที่ได้ทั้งลุคสปอร์ตและความเอนกประสงค์ มีสเปกมิติดังนี้
ยาว 4,904 มม.
กว้าง 1,988 มม.
สูง 1,669 มม.
ระยะฐานล้อ 2,950 มม.
เรื่องการเก็บสัมภาระก็ไม่ธรรมดา จัดพื้นที่มาให้แบบจุใจ
ช่องเก็บของด้านหน้า (Frunk) ความจุ 32 ลิตร
พื้นที่เก็บของด้านท้าย 596 ลิตร
เมื่อล้มเบาะหลัง เพิ่มได้ถึง 1,571 ลิตร
ยังเสริมช่องเก็บของพิเศษด้านท้ายเพิ่มอีก 69 ลิตร สำหรับของชิ้นเล็กหรือของใช้ประจำวัน


สเปค MG IM6 รุ่น Premium 2WD
รุ่นเริ่มต้นของตระกูล IM6 ไม่ได้แค่ออปชันครบ แต่ให้สเปคการขับขี่ที่ใช้งานจริงได้สบายในทุกวัน
สเปคหลักมีดังนี้
แบตเตอรี่ความจุ 75 kWh
สถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดัน 400V
ระยะทางวิ่งสูงสุด 550 กม./ชาร์จ (มาตรฐาน NEDC)
มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
กำลังสูงสุด 295 แรงม้า (217 kW)
แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.9 วินาที
ช่วงล่างและงานขับขี่เน้นบาลานซ์ระหว่างความสบายและความมั่นใจ
ช่วงล่างหน้าแบบ Double Wishbone
ช่วงล่างหลังแบบ Multi-link
ระบบเลี้ยว 4 ล้อ Intelligent Four Wheel Steering System ช่วยให้กลับรถและเลี้ยวในที่แคบคล่องตัวขึ้น
ด้านล้อและเบรกก็ให้มาครบ
ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว
ยางหน้า Pirelli Scorpion ELECT ขนาด 235/50 R20
ยางหลัง Pirelli Scorpion ELECT ขนาด 255/45 R20
- ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมช่องระบายความร้อน
คาลิปเปอร์เบรกสีส้มจาก Continental เพิ่มฟิลลิ่งสปอร์ต
ราคาเปิดตัว รุ่น Premium 2WD : 1,399,900 บาท



สเปค MG IM6 รุ่น Performance AWD
สายแรง สายซิ่ง สายตัวเลขต้องมองรุ่นนี้ เพราะ MG IM6 Performance AWD จัดเต็มให้แทบสุดทุกด้าน ทั้งกำลัง มอเตอร์คู่ และระบบไฟฟ้า 800V ที่โหดไม่เกรงใจใคร
รายละเอียดสเปค
แบตเตอรี่ความจุ 100 kWh
สถาปัตยกรรมแรงดัน 800V Dual SiC Platform
รองรับแรงดันสูงสุด 875V
ระยะทางวิ่งสูงสุด 634 กม./ชาร์จ (มาตรฐาน NEDC)
มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD
กำลังสูงสุด 787 แรงม้า (572 kW)
แรงบิดสูงสุด 802 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.48 วินาที
ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม.
ด้านการชาร์จเร็วก็จัดเต็ม
รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 396 kW
ชาร์จจาก 10-80% ใช้เวลาน้อยกว่า 20 นาที (ตามเงื่อนไขสถานีชาร์จรองรับ)
ช่วงล่างและระบบขับขี่
ช่วงล่างถุงลม Air suspension ปรับได้ตามสภาพการขับ
หน้า Double Wishbone
หลัง Multi-link
ระบบเลี้ยว 4 ล้อ Intelligent Four Wheel Steering System ช่วยให้รถคันใหญ่แต่เลี้ยวได้คล่องเหมือนรถคอมแพกต์
ล้อและระบบเบรก
ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว
ยางหน้า Pirelli Scorpion ELECT ขนาด 235/45 R21
ยางหลัง Pirelli Scorpion ELECT ขนาด 265/40 R21
- ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมช่องระบายความร้อน
คาลิปเปอร์สีส้มจาก Continental เพิ่มทั้งสมรรถนะและลุคสปอร์ต
ราคา รุ่น Performance AWD : 1,799,990 บาท



ดีไซน์ภายนอก: Gentle Sculpture สายโค้งมน
MG IM6 ใช้คอนเซ็ปต์ดีไซน์ที่เรียกว่า Gentle Sculpture ตัวรถเน้นเส้นสายโค้งมน ให้ความรู้สึกพริ้วไหว แต่ยังแฝงความดุดันสไตล์ Coupé SUV
ด้านหน้าใช้ไฟหน้าแบบ L Shape ทำให้หน้าตาดูเฉียบคมทันสมัย ผสานกับกระจังหน้าดีไซน์เฉพาะตัว ส่วนด้านท้ายใช้ไฟท้ายทอดยาวแบบ Skyline Taillights ที่ลากเส้นเต็มความกว้างรถ ดูเท่ทั้งกลางวันและกลางคืน
ทุกเส้นสายถูกออกแบบโดยคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ (Aero Dynamics) ช่วยลดแรงต้านลม เสริมทั้งความประหยัดและเสถียรภาพตอนใช้ความเร็วสูง



ไฮไลต์งานภายนอก
ไฟหน้า L Shape และไฟท้าย Skyline Taillight แบบ LED รอบคัน
ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Lights)
ระบบควบคุมเปิด–ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
กระจกมองข้างพับและปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในตัว
ระบบไล่ฝ้าที่กระจกหลัง
กระจกข้างแบบไร้กรอบ ให้ฟีลหรูแบบคูเป้พรีเมียม
กระจกทั้งคันเป็นแบบ Acoustic Glass 2 ชั้น ลดเสียงรบกวนจากภายนอก
หลังคากระจกพาโนรามิก เพิ่มความโปร่งโล่ง
มือจับประตูแบบซ่อนตัว Hidden Door Handle ช่วยให้ลมไหลผ่านได้ดีและดูเรียบเนียน

งานออกแบบภายใน: นั่งสบาย ฟีลเลานจ์เคลื่อนที่
ห้องโดยสารของ MG IM6 เน้นความนุ่ม สบาย และล้ำสมัยแบบรถไฟฟ้าพรีเมียม แทบทุกจุดถูกออกแบบให้รองรับทั้งการขับและการนั่งชิล
เบาะและการจัดวางภายใน
เบาะนั่งทรง POPO Sofa ดีไซน์คล้ายขนมปัง ดูนุ่มและทันสมัย
เบาะคนขับปรับได้ 8 ทิศทาง พร้อม Lumbar Support และฟังก์ชันเบาะระบายความร้อน
เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับได้ 6 ทิศทาง พร้อมระบบระบายความร้อนเช่นกัน
หน้าจอและเทคโนโลยีในรถ
หน้าจอ Intelligent Immersive ขนาด 26.3 นิ้ว วางยาวด้านหน้า
หน้าจอกลางขนาด 10.5 นิ้ว สำหรับควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ
คอนโซลหน้าใช้วัสดุแบบ Soft Touch เน้นความเรียบหรู ดูไม่รกสายตา
แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย กำลังไฟสูงสุด 50 W เหมาะกับชีวิตยุคเร็ว
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน หุ้มหนัง ปรับได้ 4 ทิศทาง
ระบบเสียงและแสงในห้องโดยสาร
ลำโพงรอบคัน 20 จุด พร้อมลำโพง SKY SPEAKER บริเวณหลังคา 4 จุด
รองรับระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 7.1.4 ให้มิติแบบโฮมเธียเตอร์เคลื่อนที่
Ambient Light ปรับได้ 256 สี เปลี่ยนบรรยากาศในห้องโดยสารได้ตามอารมณ์
กระจกมองหลังแบบ Streaming Media Rearview Mirror ให้ภาพชัดกว่ากระจกทั่วไป
ด้านการเชื่อมต่อก็ไม่ทิ้ง
รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย เชื่อมมือถือขึ้นจอได้สะดวก







IM MAG HUB: ของเล่นสายแต่งภายใน
อีกหนึ่งความน่าสนใจใน MG IM6 คือระบบ IM MAG HUB ชุดอุปกรณ์เสริมแบบแม่เหล็กติดตั้งในห้องโดยสาร ให้เราเอาแอคเซสเซอรี่มาติดเพิ่มได้ตามใจ เช่น
โคมไฟเล็ก
กระจกแต่งหน้า
ไฟอ่านหนังสือ
หรือแก็ดเจ็ตอื่น ๆ ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ
ภายในรถจะมีจุดสำหรับ IM MAG HUB ทั้งหมด 5 ตำแหน่ง เป็นงานดีไซน์ที่ SAIC ทำมาเพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานในหลากหลายไลฟ์สไตล์จริง ๆ ใครสายแต่งรถ สายจัดมุมทำงานในรถ น่าจะถูกใจ
ฟีเจอร์เด่นที่ห้ามมองข้ามใน MG IM6
นอกจากสเปคแรง ๆ แล้ว MG IM6 ยังมีลูกเล่นด้านการขับขี่และระบบช่วยเหลือที่น่าสนใจหลายจุด
วงเลี้ยวและการมุดในเมือง
วงเลี้ยวแคบสุดเพียง 5.09 เมตร เพราะมีระบบเลี้ยวล้อหลัง ช่วยให้เลี้ยวกลับรถในซอยหรือที่จอดแคบ ๆ ได้ง่ายขึ้น แม้ตัวรถจะยาวเกือบ 5 เมตรก็ตาม
ระบบ Rainy Night
ฟีเจอร์ Rainy Night ช่วยให้การแสดงผลหน้าจอชัดเจนในสภาพแสงน้อยหรือฝนตกหนัก ลดภาระสายตาคนขับและช่วยให้ขับในสภาพอากาศแย่ ๆ ได้มั่นใจขึ้น
ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ iAD
จุดขายใหญ่อีกอย่างของ MG IM6 คือระบบช่วยจอด iAD ที่ทำได้มากกว่าการเอียงหัวเข้า-ออกช่องจอดทั่วไป
ฟีเจอร์หลักของ iAD ได้แก่
โหมด Park ช่วยจอดอัตโนมัติได้หลายรูปแบบ
จอดแบบขนาน
จอดแบบเฉียง
จอดเข้าซอง
โหมด Side ขยับรถไปซ้ายหรือขวาได้ทีละประมาณ 15 ซม. เหมาะเวลาจอดชิดเส้นหรืออยากเว้นระยะเพิ่ม
โหมด Escape ช่วยพารถออกจากช่องจอดเอง โดยเฉพาะเวลาถูกล้อมรอบด้วยรถคันอื่น
โหมด Reverse จดจำเส้นทางย้อนหลังได้ 100 เมตร รถจะถอยกลับตามเส้นทางเดิมให้อัตโนมัติ มีประโยชน์มากเวลาเข้าซอยตันหรือที่แคบ ๆ ที่ต้องวนกลับทางเดิม

ตัวเลือกสีตัวถัง MG IM6
MG IM6 มีสีตัวถังให้เลือกหลากหลายโทน ครอบคลุมทั้งสายหรูและสายสายป๊อป
สีชมพู Ferdinand Pink
สีขาว Raphael Tea
สีดำ Ares Black
สีเทา Rembrandt Grey
สีน้ำเงิน Nevis Blue
แต่ละสีใช้ชื่อสไตล์งานศิลปะ ให้ฟีลรถไฟฟ้าที่ไม่ได้มีดีแค่เทคโนโลยี แต่ยังให้ภาพลักษณ์พรีเมียมแบบไลฟ์สไตล์ด้วย
สรุป: e-SUV ที่ครบทั้งแรง หรู และฉลาด
MG IM6 ถือเป็น SUV ไฟฟ้าแบบ Coupé ที่ผสมหลายอย่างเข้าไว้ด้วยกันได้ลงตัว
รุ่น Premium 2WD เน้นคุ้ม ใช้งานจริงได้ทุกวัน วิ่งไกล ช่วงล่างดี ออปชันครบ
รุ่น Performance AWD เน้นอารมณ์สปอร์ต ตัวเลขโหด เทคโนโลยี 800V ชาร์จไว พลังระดับรถสมรรถนะสูง
เมื่อบวกกับดีไซน์ภายนอกแบบ Gentle Sculpture ห้องโดยสารสไตล์เลานจ์พร้อมจอใหญ่ ลำโพงจัดเต็ม แสงไฟ Ambient และระบบช่วยจอด iAD ที่ฉลาดแบบใช้งานได้จริง MG IM6 เลยเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คนมองหารถไฟฟ้าแบบครบ ๆ ควรเอาเข้าไปอยู่ในลิสต์ทดสอบขับให้ได้สักครั้งก่อนตัดสินใจซื้อคันต่อไปของตัวเอง

