รับแอปรับแอป

เจาะลึก MG IM6 EV Coupé แรง 787 แรงม้า ชาร์จไว วิ่งไกล พร้อมระบบจอดอัจฉริยะ iAD

ศุภกร วงศ์ทอง01-29

พรีวิว MG IM6 ก่อนเปิดราคาเต็ม

MG IM6 คือรถ SUV ไฟฟ้าทรง Coupé จากแบรนด์พรีเมียม IM Motors ที่เข้ามาทำตลาดภายใต้ชื่อ MG ในไทย จัดเต็มทั้งดีไซน์ หรูหรา แรง และออปชันแน่นในสไตล์ e-SUV ยุคใหม่

ไลน์อัปในไทยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ

  • รุ่น Premium 2WD ขับเคลื่อนล้อหลัง

  • รุ่น Performance AWD ขับเคลื่อน 4 ล้อสุดโหด

จุดเด่นคือแพลตฟอร์มไฟฟ้าแรงดันสูง รองรับการชาร์จไวมาก โดยเฉพาะรุ่น Performance ที่ใช้สถาปัตยกรรม 800V ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.48 วินาที แบบรถสปอร์ตตัวท็อปยังต้องมีสะดุ้ง

มิติตัวถังและพื้นที่ใช้สอย

ด้านตัวถัง MG IM6 มาในสไตล์ Coupé SUV ที่ได้ทั้งลุคสปอร์ตและความเอนกประสงค์ มีสเปกมิติดังนี้

  • ยาว 4,904 มม.

  • กว้าง 1,988 มม.

  • สูง 1,669 มม.

  • ระยะฐานล้อ 2,950 มม.

เรื่องการเก็บสัมภาระก็ไม่ธรรมดา จัดพื้นที่มาให้แบบจุใจ

  • ช่องเก็บของด้านหน้า (Frunk) ความจุ 32 ลิตร

  • พื้นที่เก็บของด้านท้าย 596 ลิตร

  • เมื่อล้มเบาะหลัง เพิ่มได้ถึง 1,571 ลิตร

  • ยังเสริมช่องเก็บของพิเศษด้านท้ายเพิ่มอีก 69 ลิตร สำหรับของชิ้นเล็กหรือของใช้ประจำวัน

สเปค MG IM6 รุ่น Premium 2WD

รุ่นเริ่มต้นของตระกูล IM6 ไม่ได้แค่ออปชันครบ แต่ให้สเปคการขับขี่ที่ใช้งานจริงได้สบายในทุกวัน

สเปคหลักมีดังนี้

  • แบตเตอรี่ความจุ 75 kWh

  • สถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดัน 400V

  • ระยะทางวิ่งสูงสุด 550 กม./ชาร์จ (มาตรฐาน NEDC)

  • มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)

  • กำลังสูงสุด 295 แรงม้า (217 kW)

  • แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร

  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.9 วินาที

ช่วงล่างและงานขับขี่เน้นบาลานซ์ระหว่างความสบายและความมั่นใจ

  • ช่วงล่างหน้าแบบ Double Wishbone

  • ช่วงล่างหลังแบบ Multi-link

  • ระบบเลี้ยว 4 ล้อ Intelligent Four Wheel Steering System ช่วยให้กลับรถและเลี้ยวในที่แคบคล่องตัวขึ้น

ด้านล้อและเบรกก็ให้มาครบ

  • ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว

    • ยางหน้า Pirelli Scorpion ELECT ขนาด 235/50 R20

    • ยางหลัง Pirelli Scorpion ELECT ขนาด 255/45 R20

  • ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมช่องระบายความร้อน
    • คาลิปเปอร์เบรกสีส้มจาก Continental เพิ่มฟิลลิ่งสปอร์ต

  • ราคาเปิดตัว รุ่น Premium 2WD : 1,399,900 บาท

สเปค MG IM6 รุ่น Performance AWD

สายแรง สายซิ่ง สายตัวเลขต้องมองรุ่นนี้ เพราะ MG IM6 Performance AWD จัดเต็มให้แทบสุดทุกด้าน ทั้งกำลัง มอเตอร์คู่ และระบบไฟฟ้า 800V ที่โหดไม่เกรงใจใคร

รายละเอียดสเปค

  • แบตเตอรี่ความจุ 100 kWh

  • สถาปัตยกรรมแรงดัน 800V Dual SiC Platform

    • รองรับแรงดันสูงสุด 875V

  • ระยะทางวิ่งสูงสุด 634 กม./ชาร์จ (มาตรฐาน NEDC)

  • มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD

  • กำลังสูงสุด 787 แรงม้า (572 kW)

  • แรงบิดสูงสุด 802 นิวตันเมตร

  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.48 วินาที

  • ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม.

ด้านการชาร์จเร็วก็จัดเต็ม

  • รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 396 kW

  • ชาร์จจาก 10-80% ใช้เวลาน้อยกว่า 20 นาที (ตามเงื่อนไขสถานีชาร์จรองรับ)

ช่วงล่างและระบบขับขี่

  • ช่วงล่างถุงลม Air suspension ปรับได้ตามสภาพการขับ

    • หน้า Double Wishbone

    • หลัง Multi-link

  • ระบบเลี้ยว 4 ล้อ Intelligent Four Wheel Steering System ช่วยให้รถคันใหญ่แต่เลี้ยวได้คล่องเหมือนรถคอมแพกต์

ล้อและระบบเบรก

  • ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว

    • ยางหน้า Pirelli Scorpion ELECT ขนาด 235/45 R21

    • ยางหลัง Pirelli Scorpion ELECT ขนาด 265/40 R21

  • ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมช่องระบายความร้อน
    • คาลิปเปอร์สีส้มจาก Continental เพิ่มทั้งสมรรถนะและลุคสปอร์ต

  • ราคา รุ่น Performance AWD : 1,799,990 บาท

ดีไซน์ภายนอก: Gentle Sculpture สายโค้งมน

MG IM6 ใช้คอนเซ็ปต์ดีไซน์ที่เรียกว่า Gentle Sculpture ตัวรถเน้นเส้นสายโค้งมน ให้ความรู้สึกพริ้วไหว แต่ยังแฝงความดุดันสไตล์ Coupé SUV

ด้านหน้าใช้ไฟหน้าแบบ L Shape ทำให้หน้าตาดูเฉียบคมทันสมัย ผสานกับกระจังหน้าดีไซน์เฉพาะตัว ส่วนด้านท้ายใช้ไฟท้ายทอดยาวแบบ Skyline Taillights ที่ลากเส้นเต็มความกว้างรถ ดูเท่ทั้งกลางวันและกลางคืน

ทุกเส้นสายถูกออกแบบโดยคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ (Aero Dynamics) ช่วยลดแรงต้านลม เสริมทั้งความประหยัดและเสถียรภาพตอนใช้ความเร็วสูง

ไฮไลต์งานภายนอก

  • ไฟหน้า L Shape และไฟท้าย Skyline Taillight แบบ LED รอบคัน

  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Lights)

  • ระบบควบคุมเปิด–ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ

  • ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED

  • กระจกมองข้างพับและปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในตัว

  • ระบบไล่ฝ้าที่กระจกหลัง

  • กระจกข้างแบบไร้กรอบ ให้ฟีลหรูแบบคูเป้พรีเมียม

  • กระจกทั้งคันเป็นแบบ Acoustic Glass 2 ชั้น ลดเสียงรบกวนจากภายนอก

  • หลังคากระจกพาโนรามิก เพิ่มความโปร่งโล่ง

  • มือจับประตูแบบซ่อนตัว Hidden Door Handle ช่วยให้ลมไหลผ่านได้ดีและดูเรียบเนียน

งานออกแบบภายใน: นั่งสบาย ฟีลเลานจ์เคลื่อนที่

ห้องโดยสารของ MG IM6 เน้นความนุ่ม สบาย และล้ำสมัยแบบรถไฟฟ้าพรีเมียม แทบทุกจุดถูกออกแบบให้รองรับทั้งการขับและการนั่งชิล

เบาะและการจัดวางภายใน

  • เบาะนั่งทรง POPO Sofa ดีไซน์คล้ายขนมปัง ดูนุ่มและทันสมัย

    • เบาะคนขับปรับได้ 8 ทิศทาง พร้อม Lumbar Support และฟังก์ชันเบาะระบายความร้อน

    • เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับได้ 6 ทิศทาง พร้อมระบบระบายความร้อนเช่นกัน

หน้าจอและเทคโนโลยีในรถ

  • หน้าจอ Intelligent Immersive ขนาด 26.3 นิ้ว วางยาวด้านหน้า

  • หน้าจอกลางขนาด 10.5 นิ้ว สำหรับควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ

  • คอนโซลหน้าใช้วัสดุแบบ Soft Touch เน้นความเรียบหรู ดูไม่รกสายตา

  • แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย กำลังไฟสูงสุด 50 W เหมาะกับชีวิตยุคเร็ว

  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน หุ้มหนัง ปรับได้ 4 ทิศทาง

ระบบเสียงและแสงในห้องโดยสาร

  • ลำโพงรอบคัน 20 จุด พร้อมลำโพง SKY SPEAKER บริเวณหลังคา 4 จุด

    • รองรับระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 7.1.4 ให้มิติแบบโฮมเธียเตอร์เคลื่อนที่

  • Ambient Light ปรับได้ 256 สี เปลี่ยนบรรยากาศในห้องโดยสารได้ตามอารมณ์

  • กระจกมองหลังแบบ Streaming Media Rearview Mirror ให้ภาพชัดกว่ากระจกทั่วไป

ด้านการเชื่อมต่อก็ไม่ทิ้ง

  • รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย เชื่อมมือถือขึ้นจอได้สะดวก

IM MAG HUB: ของเล่นสายแต่งภายใน

อีกหนึ่งความน่าสนใจใน MG IM6 คือระบบ IM MAG HUB ชุดอุปกรณ์เสริมแบบแม่เหล็กติดตั้งในห้องโดยสาร ให้เราเอาแอคเซสเซอรี่มาติดเพิ่มได้ตามใจ เช่น

  • โคมไฟเล็ก

  • กระจกแต่งหน้า

  • ไฟอ่านหนังสือ

  • หรือแก็ดเจ็ตอื่น ๆ ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ

ภายในรถจะมีจุดสำหรับ IM MAG HUB ทั้งหมด 5 ตำแหน่ง เป็นงานดีไซน์ที่ SAIC ทำมาเพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานในหลากหลายไลฟ์สไตล์จริง ๆ ใครสายแต่งรถ สายจัดมุมทำงานในรถ น่าจะถูกใจ

ฟีเจอร์เด่นที่ห้ามมองข้ามใน MG IM6

นอกจากสเปคแรง ๆ แล้ว MG IM6 ยังมีลูกเล่นด้านการขับขี่และระบบช่วยเหลือที่น่าสนใจหลายจุด

วงเลี้ยวและการมุดในเมือง

  • วงเลี้ยวแคบสุดเพียง 5.09 เมตร เพราะมีระบบเลี้ยวล้อหลัง ช่วยให้เลี้ยวกลับรถในซอยหรือที่จอดแคบ ๆ ได้ง่ายขึ้น แม้ตัวรถจะยาวเกือบ 5 เมตรก็ตาม

ระบบ Rainy Night

  • ฟีเจอร์ Rainy Night ช่วยให้การแสดงผลหน้าจอชัดเจนในสภาพแสงน้อยหรือฝนตกหนัก ลดภาระสายตาคนขับและช่วยให้ขับในสภาพอากาศแย่ ๆ ได้มั่นใจขึ้น

ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ iAD

จุดขายใหญ่อีกอย่างของ MG IM6 คือระบบช่วยจอด iAD ที่ทำได้มากกว่าการเอียงหัวเข้า-ออกช่องจอดทั่วไป

ฟีเจอร์หลักของ iAD ได้แก่

  • โหมด Park ช่วยจอดอัตโนมัติได้หลายรูปแบบ

    • จอดแบบขนาน

    • จอดแบบเฉียง

    • จอดเข้าซอง

  • โหมด Side ขยับรถไปซ้ายหรือขวาได้ทีละประมาณ 15 ซม. เหมาะเวลาจอดชิดเส้นหรืออยากเว้นระยะเพิ่ม

  • โหมด Escape ช่วยพารถออกจากช่องจอดเอง โดยเฉพาะเวลาถูกล้อมรอบด้วยรถคันอื่น

  • โหมด Reverse จดจำเส้นทางย้อนหลังได้ 100 เมตร รถจะถอยกลับตามเส้นทางเดิมให้อัตโนมัติ มีประโยชน์มากเวลาเข้าซอยตันหรือที่แคบ ๆ ที่ต้องวนกลับทางเดิม

ตัวเลือกสีตัวถัง MG IM6

MG IM6 มีสีตัวถังให้เลือกหลากหลายโทน ครอบคลุมทั้งสายหรูและสายสายป๊อป

  • สีชมพู Ferdinand Pink

  • สีขาว Raphael Tea

  • สีดำ Ares Black

  • สีเทา Rembrandt Grey

  • สีน้ำเงิน Nevis Blue

แต่ละสีใช้ชื่อสไตล์งานศิลปะ ให้ฟีลรถไฟฟ้าที่ไม่ได้มีดีแค่เทคโนโลยี แต่ยังให้ภาพลักษณ์พรีเมียมแบบไลฟ์สไตล์ด้วย

สรุป: e-SUV ที่ครบทั้งแรง หรู และฉลาด

MG IM6 ถือเป็น SUV ไฟฟ้าแบบ Coupé ที่ผสมหลายอย่างเข้าไว้ด้วยกันได้ลงตัว

  • รุ่น Premium 2WD เน้นคุ้ม ใช้งานจริงได้ทุกวัน วิ่งไกล ช่วงล่างดี ออปชันครบ

  • รุ่น Performance AWD เน้นอารมณ์สปอร์ต ตัวเลขโหด เทคโนโลยี 800V ชาร์จไว พลังระดับรถสมรรถนะสูง

เมื่อบวกกับดีไซน์ภายนอกแบบ Gentle Sculpture ห้องโดยสารสไตล์เลานจ์พร้อมจอใหญ่ ลำโพงจัดเต็ม แสงไฟ Ambient และระบบช่วยจอด iAD ที่ฉลาดแบบใช้งานได้จริง MG IM6 เลยเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คนมองหารถไฟฟ้าแบบครบ ๆ ควรเอาเข้าไปอยู่ในลิสต์ทดสอบขับให้ได้สักครั้งก่อนตัดสินใจซื้อคันต่อไปของตัวเอง