ทลายเครือข่ายครีมกันแดดปลอมกลางกรุงเทพฯ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) สนธิกำลังบุกค้น 3 จุดสำคัญในย่านหนองแขม ทลายแหล่งเก็บและกระจายสินค้าปลอมที่เน้นขายผ่านช่องทางออนไลน์
ของกลางที่ตรวจยึดได้มีทั้ง ครีมกันแดด คลีนเซอร์ล้างหน้า และน้ำมันถนอมผิว จากหลากหลายแบรนด์ดัง รวมแล้วมากถึง 2,327 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 1.97 ล้านบาท
รายละเอียด 3 จุดตรวจค้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. พร้อมตัวแทนผู้ปกป้องสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา ลงพื้นที่ตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการเก็บและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปลอมในเขตหนองแขม กรุงเทพฯ รวม 3 แห่ง ได้แก่
อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในซอยเพชรเกษม 81 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ
อาคารพาณิชย์อีกแห่งที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดแรก ในซอยเพชรเกษม 81 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม
บ้านพักแห่งหนึ่งบนถนนมาเจริญ แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม
จากการตรวจค้นทั้ง 3 จุด พบว่าถูกใช้เป็น จุดเก็บซุกซ่อนและกระจายสินค้า ซึ่งเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายเดียว
รวบผู้ต้องหา – คดีสินค้าปลอมมูลค่ากว่า 1.9 ล้าน
ตำรวจจับกุมชายอายุ 22 ปี คือ นายศุภชัยฯ (สงวนนามสกุล) ซึ่งถูกระบุว่าเป็น เจ้าของและผู้ครอบครองสถานที่ทั้ง 3 จุด โดยทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกันและตั้งอยู่ไม่ไกลกันนัก
เขาถูกดำเนินคดีในข้อหา "มีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าที่ปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร" ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534
ของกลางที่ยึดได้รวม 2,327 ชิ้น มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 1,972,084 บาท โดยมีสินค้าเป็น
ครีมกันแดด
คลีนเซอร์ทำความสะอาดผิว
น้ำมันถนอมผิว
ซึ่งเลียนแบบแบรนด์ดัง อาทิ Biore, Cetaphil และ Bio oil
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และเจ้าหน้าที่ได้นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากร้องเรียนออนไลน์ สู่การบุกค้น 3 จุด
จุดเริ่มต้นของคดีนี้มาจากการที่ ตัวแทนผู้ดูแลสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์สินค้า ร้องเรียนต่อ บก.ปอศ. ว่าพบร้านค้าออนไลน์จำหน่ายครีมทาผิวที่ปลอมเครื่องหมายการค้า โดยมีพฤติกรรมขายต่อเนื่องผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มานานกว่า 1 ปี
เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ปอศ. จึงเริ่มสืบสวน จนพบทั้ง สถานที่เก็บสินค้าและจุดจำหน่ายจริง ที่เชื่อมโยงกับร้านค้าออนไลน์ดังกล่าว จึงขอหมายค้นจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง จำนวน 3 หมาย ก่อนเข้าตรวจค้นพร้อมกัน
ผลการตรวจค้นพบสินค้าในกลุ่ม
ครีมกันแดด
คลีนเซอร์ทำความสะอาดผิว
น้ำมันถนอมผิว
รวมจำนวนกว่า 2,327 ชิ้น ซึ่งทั้งหมดถูกระบุว่าเป็น สินค้าปลอมเลียนแบบเครื่องหมายการค้า ที่มีการผลิตและบรรจุกล่องเลียนแบบจากโรงงานต้นทาง ก่อนส่งมากระจายต่อยังจุดต่าง ๆ ที่ถูกบุกค้นในครั้งนี้
ครีมกันแดดปลอม – เสี่ยงกว่าที่คิด
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ออกมาเตือนชัดเจนว่า การซื้อและใช้ ครีมกันแดดปลอม คลีนเซอร์ปลอม และน้ำมันถนอมผิวปลอม ไม่ใช่แค่เรื่องผิดกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยต่อสุขภาพแบบตรง ๆ กับผิวของผู้ใช้
ผลิตภัณฑ์ปลอมเหล่านี้มักใช้ ส่วนผสมที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีการควบคุมความปลอดภัย และอาจก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น
ผิวแพ้ ระคายเคือง แสบแดง
สิวเห่อ ผิวอุดตันจากสารที่ไม่เหมาะกับผิว
ปัญหาผิวหนังอักเสบเรื้อรังในระยะยาว
ในกรณีครีมกันแดด หากกันแดดไม่ได้จริง ยังเสี่ยงต่อแสงแดดทำร้ายผิว จุดด่างดำ ฝ้าแดด และมะเร็งผิวหนัง
ครีมกันแดดที่ปลอม แม้ทาแล้วรู้สึกเหมือนปกติ แต่แท้จริงอาจไม่ได้ปกป้องผิวจากรังสี UV เลย แถมยังทำร้ายผิวเพิ่มเข้าไปอีก
ผลกระทบไม่ได้หยุดที่ผิว – เศรษฐกิจประเทศก็โดนด้วย
นอกจากทำร้ายสุขภาพผู้ใช้ สินค้าปลอมยังส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจอย่างชัดเจน เพราะ
รายได้ภาษีที่ควรเข้าสู่รัฐหายไป
ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าถูกต้องตามกฎหมายเสียเปรียบทางการค้า
กระทบแรงงานไทยที่ทำงานสุจริตในระบบ
การกวาดล้างสินค้าปลอมจึงไม่ใช่แค่การจัดการของผิดกฎหมาย แต่เป็น กลไกสำคัญในการปกป้องผู้บริโภค รักษามาตรฐานธุรกิจ และภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีการค้าโลก
ผู้บริโภคต้องระวังอะไรเวลาเลือกซื้อครีมกันแดด
ในยุคที่ครีมกันแดดและสกินแคร์ขายเกลื่อนออนไลน์ การจะป้องกันตัวเองจากสินค้าปลอมควรใส่ใจเป็นพิเศษ โดยควรพิจารณาเรื่องเหล่านี้
เลือกซื้อจากช่องทางที่เชื่อถือได้ เช่น ร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ หรือร้านที่มีที่ตั้งชัดเจน
ระวังราคาที่ ถูกเกินจริง โดยเฉพาะแบรนด์ดังที่ลดหนักจนดูผิดปกติ
สังเกตแพ็กเกจจิ้ง ตัวอักษร โลโก้ สี และรายละเอียดต่าง ๆ ว่าดูผิดเพี้ยนจากของแท้หรือไม่
เช็กเลขที่จดแจ้งหรือข้อมูลบนฉลากกับแหล่งข้อมูลทางการ (เช่น เว็บไซต์แบรนด์ หรือฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง)
หลีกเลี่ยงการซื้อจากร้านที่ไม่ระบุข้อมูลผู้ขาย ไม่มีที่อยู่ หรือมีรีวิวที่ดูผิดธรรมชาติ
หากใช้แล้วรู้สึกแสบ คัน ผื่นขึ้น หรือรู้สึกว่าผิดปกติ ควรหยุดใช้ทันทีและปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
ร่วมกันสกัดครีมกันแดดปลอมออกจากตลาด
หลังการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เตรียม ขยายผลต่อไปยังร้านค้าที่รับสินค้าปลอมไปขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงสืบหาต้นทางการนำเข้า หรือแหล่งผลิตที่แท้จริง
ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ด้วยการ
ไม่สนับสนุนสินค้าปลอมทุกประเภท แม้ราคาจะถูกกว่า
หากพบเบาะแสการขายสินค้าปลอม โดยเฉพาะครีมกันแดดและสกินแคร์ที่เสี่ยงต่อสุขภาพ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ผิวมีแค่หนึ่งเดียว อย่าเอาสุขภาพไปเสี่ยงกับครีมกันแดดปลอมเพียงเพราะราคาดูคุ้ม เลือกซื้อของแท้จากแหล่งที่เชื่อถือได้ คือเกราะป้องกันชั้นแรกทั้งสำหรับผิวคุณ และระบบเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศด้วย

