ยุคใหม่ของสกินแคร์ที่ไม่ได้แค่ “ชะลอวัย” แต่พยายาม “ย้อนวัยผิว”

วงการดูแลผิวกำลังก้าวข้ามคำว่า “แค่ชะลอแก่” ไปไกลกว่านั้นแล้ว และหนึ่งในตัวเล่นใหญ่ที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากก็คือ ABSOLUE LONGEVITY THE SOFT CREAM รุ่นใหม่จาก Lancôme ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์การ “ปลดล็อกเวลาแห่งความอ่อนเยาว์”
แทนที่เราจะต้องมองความชราเป็นเรื่องน่ากังวลหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ แนวคิดใหม่ของสกินแคร์ตัวนี้คือ การให้เรากล้าที่จะมองความแก่ในมุมใหม่ ว่ามันคือ “เส้นทางที่เลือกได้” ผ่านการดูแลผิวอย่างลึกซึ้งในระดับเซลล์
จากหัตถการไบโอเมดิคัล สู่ครีมที่บอกว่าช่วยให้ผิวดูเด็กลง 5 ปี
แรงบันดาลใจของครีมรุ่นนี้มาจากเทคโนโลยี Skin Booster ที่ใช้กลุ่มสารในหัตถการชีวการแพทย์อย่าง PDRN ซึ่งโด่งดังมากในสายฟื้นฟูผิวจากเกาหลีใต้
ปีนี้ Lancôme ยกระดับอีกขั้นด้วยการพัฒนาเป็น สารสกัด Absolue PDRN™ ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร และใส่ไว้ใน Absolue Longevity The Soft Cream รุ่นใหม่ โดยเคลมผลลัพธ์ว่า
ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ลงถึง 5 ปี ภายใน 1 เดือน
เน้นการฟื้นบำรุงผิวลึกถึงระดับเซลล์ ไม่ใช่แค่ให้ผิวดูดีชั่วคราว

หัวใจคือการ “ยืดเวลาแห่งความอ่อนเยาว์” ให้ผิวได้นานที่สุด เท่าที่วิทยาศาสตร์ผิวจะทำได้ในตอนนี้
ทำไมยิ่งอายุเยอะ ผิวยิ่งดูโทรมเร็ว? วิทยาศาสตร์เบื้องหลังริ้วรอย
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น สิ่งที่ลดลงอย่างชัดเจนมากในผิวคือ “พลังงานในเซลล์” ซึ่งกระทบทุกอย่างบนหน้าเราแบบพร้อมเพรียง
ขมับตอบลง ใบหน้าดูโทรม
ร่องใต้ตาดูลึกชัดขึ้น
แก้มเริ่มแบน แฟบ ขาดความแน่น
กรามและกรอบหน้าดูหย่อน
ร่องแก้มลึกกว่าเดิม
เซลล์ผิว “ต้องแก่ลง” เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ เรามีสิทธิ์เลือกได้ว่าจะปล่อยให้เซลล์แก่แบบไหน จะปล่อยให้เสื่อมไปเฉยๆ หรือช่วยเสริมพลังให้เซลล์ยังทำงานได้ดีแม้อายุเพิ่มขึ้น
Lancôme ทำวิจัยด้านความชราของเซลล์ผิวมาเป็นเวลาหลายสิบปี และพบว่า การ “คืนพลังงานให้เซลล์” คือจุดเปลี่ยนสำคัญ
ยิ่งเมตาบอลิซึมของเซลล์ทำงานดีเท่าไร เซลล์ก็ยิ่งต้านการเสื่อมตามวัยได้มากเท่านั้น
ความร่วมมือสายวิทยาศาสตร์: ไม่ใช่แค่ครีมสวยหรู แต่มีงานวิจัยหนุนหลัง
เพื่อหนุนแนวคิดเรื่อง Longevity Science หรือศาสตร์ด้าน “อายุยืนยาวของเซลล์ผิว” Lancôme จับมือกับสตาร์ทอัพเทคโนโลยีด้านผิวและไบโอเทคถึง 2 แห่งจากฝรั่งเศสและเกาหลีใต้
Oxiproteomics – บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพจากฝรั่งเศส ที่เชี่ยวชาญการสร้างแบบจำลองผิวเพื่อทดสอบผลลัพธ์ของสารสำคัญอย่าง Absolue PDRN™ โดยเน้นดูการยืดอายุเซลล์ในระดับไมโทคอนเดรียด้วยมาตรฐานการวัดผลที่เข้มงวด
NanoEnTek – สตาร์ทอัพจากเกาหลี ผู้พัฒนาเทคโนโลยีไมโครฟลูอิดิกที่ถูกนำมาใช้ใน เครื่อง Cell BioPrint อุปกรณ์บิวตี้เทคสุดล้ำของเครือ L’Oréal ที่ช่วยวิเคราะห์ผิวอย่างละเอียดในแบบเฉพาะบุคคล
เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ใช่แค่ทำให้ครีมดูไฮเอนด์ขึ้น แต่เป็นการปูทางไปสู่ยุคของ สกินแคร์ที่ปรับแต่งได้ตาม “ผิวและการเสื่อมสภาพ” ของแต่ละคนจริงๆ

3 สารแอคทีฟตัวท็อป ที่ทำงานเหมือนทีม “ชะลอเลข ยืดเวลาให้ผิว”
หัวใจของ ABSOLUE LONGEVITY THE SOFT CREAM อยู่ที่การรวมตัวของสารแอคทีฟ 3 ชนิด ที่โฟกัสเรื่องความเยาว์โดยเฉพาะ
1. Absolue PDRN™ – สารที่ได้แรงบันดาลใจจากสายหัตถการ
ได้แรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีความงามสมัยใหม่ที่เน้นการฟื้นฟูอย่างลึก
ช่วย “ยืดเวลาแห่งความอ่อนเยาว์” ด้วยการเพิ่มจำนวนไมโทคอนเดรีย แหล่งผลิตพลังงานหลักของเซลล์
กระตุ้นเมตาบอลิซึมของเซลล์ให้ทำงานดีขึ้น เสมือนเติมไฟให้ระบบซ่อมแซมตัวเองของผิว
2. Pro-Xylane™ – ฟื้นโครงสร้างผิวให้กลับมาดูแน่นฟู
กระตุ้นการสื่อสารระหว่างเซลล์ ให้ผิวตอบสนองต่อการซ่อมแซมได้ดีขึ้น
ช่วยลดเลือนริ้วรอย และปรับโครงสร้างผิวให้ดูแน่น กระชับขึ้น
ผิวดูอิ่มเอิบ ฟู เด้ง ไม่แบนบางเหมือนตอนผิวล้าและขาดคอลลาเจน
3. Absolue Perpetual Rose Extract™ – ตัวปลุก “สวิตช์ผิวเด็ก”
ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ที่ดูสดใส สุขภาพดีกว่าเดิม
กระตุ้น AMPK หรือ “สวิตช์ผิวอ่อนเยาว์” ที่ช่วยให้เซลล์รักษาโครงสร้างตัวเองได้ดีขึ้น
ผิวดูดีจากข้างใน ไม่ได้แค่เรียบชั่วคราวจากการเคลือบผิวด้านนอก
เมื่อทั้งสามทำงานร่วมกัน เป้าหมายคือการลดเลือนริ้วรอย พร้อมเพิ่มการผลิตพลังงานในเซลล์ ให้เซลล์ทำงานได้ในแบบของ “เซลล์ที่อายุน้อยกว่า” นั่นเอง
เมื่อสกินแคร์กลายเป็น “คำสัญญาแห่งอนาคต” มากกว่าครีมกระปุกหนึ่ง
แนวคิดของครีมรุ่นนี้ไม่ใช่แค่สวยหรูในเชิงการตลาด แต่ต้องการสื่อว่า
เราไม่จำเป็นต้องมองอายุเป็นศัตรูของความงามเสมอไป
ผิวที่ดูเด็ก ไม่ได้แปลว่าต้องปฏิเสธอายุจริงของเรา แต่คือการดูแลให้ผิวดูดีที่สุดในวัยของตัวเอง
เป้าหมายคือให้ผิว “อายุยืนอย่างสวยงาม” มากกว่าจะหยุดเวลา ซึ่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
ในแง่ดีไซน์ตัวผลิตภัณฑ์ Absolue Longevity The Soft Cream ก็ยังเล่าเรื่อง “อนาคต” ผ่านบรรจุภัณฑ์ด้วย หลังจากเคยเป็นหนึ่งในกลุ่มที่บุกเบิกแพ็กเกจแบบรีฟิลตั้งแต่ปี 2561 ไลน์ Absolue ก็ยังเดินหน้าพัฒนาในทิศทางที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนควบคู่กับความหรูหรา
สรุป: ถ้าอยากโฟกัส “ลดริ้วรอย & กระชับผิว” แบบสายวิทยาศาสตร์จัดเต็ม
สำหรับสายลดริ้วรอย & กระชับผิวที่ชอบสกินแคร์สายวิทยาศาสตร์จริงจัง ไม่ได้เน้นแค่ความรู้สึกเวลาทา แต่สนใจเบื้องหลังระดับเซลล์ ABSOLUE LONGEVITY THE SOFT CREAM รุ่นใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นั้นโดยตรง
โฟกัสที่การยืดอายุความอ่อนเยาว์ของเซลล์ผิว
ผสมผสานสารแอคทีฟ 3 ชนิดที่ช่วยทั้งเรื่องพลังงานเซลล์ โครงสร้างผิว และการผลัดเซลล์
เสริมด้วยงานวิจัย และความร่วมมือกับสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีผิวระดับนานาชาติ
ถ้าครีมกระปุกหนึ่งจะทำได้มากกว่าทำให้ผิวดูชุ่มชื้นชั่วคราว นี่คือหนึ่งในตัวอย่างของสกินแคร์ยุคใหม่ที่พยายาม “ออกแบบอนาคตของผิว” มากกว่าดูแลผิวแค่วันนี้เท่านั้น

