ไลฟ์ขายของ: จากกระแสชั่วคราว สู่เครื่องจักรทำยอดขายระยะยาว
ไลฟ์ขายของกำลังกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่ทรงพลังที่สุดของยุคนี้ โดยเฉพาะแบรนด์อีคอมเมิร์ซที่ต้องการเติบโตให้ไวและแซงหน้าคู่แข่ง
เทรนด์นี้เริ่มบูมในเอเชียจาก Taobao Live ของ Alibaba ก่อนจะลุกลามไปฝั่งตะวันตก และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องแบบไม่เบรก คาดกันว่าตลาดไลฟ์อีคอมเมิร์ซในสหรัฐฯ จะขยายตัวเกือบสองเท่าในไม่กี่ปี จากหลักล้านล้านบาทเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นไปอีก
จุดเด่นของไลฟ์ขายของ คือการผสมผสานข้อดีของการช้อปออฟไลน์ (ความเชื่อใจ ประสบการณ์จริง) กับออนไลน์ (สะดวก เร็ว ทำได้ทุกที่) เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้การซื้อของไม่ใช่แค่การจ่ายเงิน แต่เป็นประสบการณ์ที่มีความสนุก การโต้ตอบ และการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
ในบทความนี้เราจะพาไปดูทั้งภาพรวม วิธีเริ่มต้น แพลตฟอร์มที่น่าใช้ และเทคนิคทำไลฟ์ให้ปังแบบลงรายละเอียด
ไลฟ์ขายของคืออะไรกันแน่
ไลฟ์ขายของคือกลยุทธ์การตลาดผ่านวิดีโอไลฟ์สตรีม ที่มีโฮสต์มานำเสนอสินค้า สาธิตการใช้งาน และเปิดให้ผู้ชมซื้อสินค้าได้ทันทีแบบเรียลไทม์
แบรนด์สามารถจัดไลฟ์บนเว็บไซต์ตัวเอง หรือบนโซเชียลมีเดีย ส่วนอินฟลูเอนเซอร์หรือคนทั่วไปก็สามารถจัดไลฟ์ขายของได้เช่นกัน ผ่านแพลตฟอร์มที่รองรับการช้อป เช่น Amazon Live หรืออีเวนต์ไลฟ์บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ

ความคิดเรื่อง “เปิดรายการโชว์สินค้าแล้วให้คนซื้อผ่านหน้าจอ” ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร แต่ก่อนยุคทีวีโฮมช้อปปิ้งทำมาก่อนแล้ว วันนี้เพียงแค่ย้ายสนามจากทีวีมาสู่สมาร์ทโฟน จากเบอร์ Call Now มาเป็นปุ่ม Buy Now และเชื่อมกับระบบรีวิว คอมเมนต์ และการตอบโต้แบบเรียลไทม์
จีนเป็นประเทศที่พาโมเดลนี้ทะยานขึ้นสู่ระดับอุตสาหกรรมมูลค่าหลายล้านล้านบาท ขณะที่ฝั่งตะวันตกเองก็เริ่มเดินตามอย่างจริงจัง ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อยเคยซื้อสินค้าผ่านไลฟ์ และอีกส่วนหนึ่งพร้อมจะลอง
สรุปสั้น ๆ ไลฟ์ขายของไม่ใช่กระแสวูบวาบ แต่คือช่องทางที่มีศักยภาพสูงสำหรับแบรนด์ที่อยากโตแบบยั่งยืน
ไลฟ์ขายของมีลักษณะยังไง
โดยหลัก ๆ ไลฟ์ขายของจะมีองค์ประกอบร่วมกันอยู่ 3 อย่าง
เป็นวิดีโอคอนเทนต์
เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ ไม่ใช่วิดีโอบันทึกล่วงหน้า
เชื่อมกับสินค้าให้กดซื้อได้จริง (ผ่านลิงก์ แท็ก คอมเมนต์ปักหมุด หรือส่วนแสดงสินค้าในหน้าไลฟ์)
รูปแบบการจัดไลฟ์ขายของอาจอยู่บน
แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
แพลตฟอร์มไลฟ์ขายของโดยเฉพาะ
เว็บไซต์หรือแอปมือถือของแบรนด์เอง
ปกติจะมีโฮสต์ 1 คนขึ้นไป เป็นคนลองสินค้า เดโมการใช้งาน เล่าเคสจริง และแชร์ทริกการใช้สินค้าให้คุ้มค่า ในระหว่างนั้น ผู้ชมสามารถทักแชท ถามคำถาม แสดงความเห็น และขอคำแนะนำเพื่อเลือกสินค้าที่เหมาะกับตัวเอง
ลิงก์สินค้าอาจแสดงเป็นป๊อปอัป แถบด้านข้าง หรือคอมเมนต์ปักหมุด ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม ผู้ชมสามารถกดดูรายละเอียดและกดซื้อได้ทันทีในอินเทอร์เฟซ หรือถูกพาไปยังเว็บไซต์แบรนด์เพื่อปิดการขาย
บ่อยครั้ง แบรนด์จะจัด โค้ดส่วนลดหรือดีลพิเศษเฉพาะช่วงไลฟ์ เพื่อกระตุ้นให้คนเข้าและอยู่จนจบ
ทำไมต้องไลฟ์ขายของ: ประโยชน์ที่แบรนด์ห้ามมองข้าม
ไลฟ์ขายของคืออีกหนึ่งช่องทางการซื้อของบนออนไลน์ เคียงข้างมาร์เก็ตเพลซ เว็บไซต์แบรนด์ โซเชียลคอมเมิร์ซ หรือช่องทางอื่น ๆ แต่สิ่งที่ทำให้มันโดดเด่นคือประสบการณ์ที่ให้ได้มากกว่าแค่การเลื่อนฟีด
หลายงานวิจัยพบว่าผู้บริโภคในหลายประเทศอยากลองซื้อของผ่านไลฟ์มากขึ้น นี่คือ 3 มุมสำคัญที่คุณควรสนใจ
ลูกค้าได้ข้อมูลครบ ได้แรงบันดาลใจ และสนุกกว่าเดิม
เวลาคนซื้อของออนไลน์ปกติ พวกเขาต้อง
อ่านรายละเอียดสินค้าเอง
เลื่อนดูรีวิว
เปิดดูหลายคลิป
ซูมดูรูปภาพทีละรูป
แต่ในไลฟ์ขายของ แบรนด์สามารถอัดทุกอย่างลงในไม่กี่นาที ทั้งข้อมูล ฟีเจอร์จริง เคสการใช้งาน และคำถามที่คนส่วนใหญ่สงสัย
คุณยังสามารถทำให้คนดู อิน สนุก และจำแบรนด์ได้ ผ่านการเล่าเรื่องและสไตล์การไลฟ์ของคุณเอง
แม้ส่วนลดจะเป็นแรงจูงใจอันดับต้น ๆ แต่สิ่งที่ผู้ชมชอบตามมาคือ
ไอเดียและแรงบันดาลใจในการใช้สินค้า
การช้อปอย่างฉลาดขึ้น
การได้มีส่วนร่วมแบบเรียลไทม์
การแนะนำสินค้าที่เหมาะกับตัวเองจริง ๆ
ส่วนลดคือเหยื่อล่อ แต่คอนเทนต์และประสบการณ์ระหว่างไลฟ์คือสิ่งที่ทำให้เขากลับมา

การสำรวจหลายชิ้นยังบอกว่า ผู้ซื้อจำนวนมากรู้สึกว่าไลฟ์สตรีม “สนุก” และช่วยให้ได้ดีลที่ดีกว่าเดิม
Conversion พุ่ง เปิดตัวสินค้าแล้วไม่แป้ก
ไลฟ์สดขายของสามารถทำให้ทั้งยอดขายและการเปิดตัวสินค้าใหม่ “ปังเกินคาด” ได้แบบจับต้องได้
ตัวอย่างจากหลายแบรนด์พบว่า
ระหว่างไลฟ์เปิดตัวสินค้า ยอด Conversion กระโดดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
บางแพลตฟอร์มรายงานลูกค้าของเขาทำอัตรา Conversion ได้มากกว่าปกติถึงหลายเท่า
แบรนด์แฟชั่นรายใหญ่ใช้ไลฟ์เป็นประจำแล้วได้ยอดขายจากพาร์ตเนอร์สูงขึ้นมาก
สรุปง่าย ๆ คือ หากคุณวางแผนไลฟ์ดี ๆ ไลฟ์หนึ่งอาจทำยอดในหนึ่งวันได้เทียบเท่าหรือมากกว่าการขายปกติหลายวันรวมกัน
ช่องทางการเติบโตระยะยาว ไม่ใช่แค่แคมเปญครั้งเดียวจบ
แบรนด์ที่ลองใช้ไลฟ์ขายของแล้วได้ผล มักไม่หยุดแค่ครั้งเดียว แต่จะพัฒนาเป็น ซีรีส์ไลฟ์ประจำ เพื่อสร้างฐานผู้ชมที่กลับมาดูซ้ำ
เมื่อคุณไลฟ์เป็นประจำ ลูกค้าจะ
คุ้นกับเวลาและรูปแบบไลฟ์ของคุณ
รู้ว่าไลฟ์คุณมีทั้งความรู้ ความสนุก และดีลดี ๆ
เริ่มมี “กลุ่มประจำ” ที่รอดูทุกครั้ง
งานวิจัยบางชิ้นคาดการณ์ว่า การช้อปผ่านไลฟ์สตรีมอาจกินส่วนแบ่งยอดขายอีคอมเมิร์ซในบางประเทศได้มากกว่า 5% ในอีกไม่กี่ปี และแบรนด์ที่จริงจังกับการทำไลฟ์ อาจเห็นอัตราการเติบโตมากกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน
ถ้าคุณยังไม่เคยให้โอกาสไลฟ์ขายของ นี่อาจเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ธุรกิจคุณขาดอยู่
วิธีเริ่มต้นไลฟ์สดขายของครั้งแรกแบบไม่พังกลางทาง
อยากเริ่มแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี? ลองทำตามสเต็ปนี้ โดยหลักคือ เริ่มให้เล็กและง่าย เพื่อเก็บประสบการณ์ก่อนขยาย
เลือกสินค้าที่จะดันในไลฟ์
จำกัดไม่เกิน 10 รายการ เริ่มจากสินค้าขายดีหรือสินค้าเปิดตัวใหม่ จะช่วยให้คุณผูกเรื่องเล่ากับดีลหรือโปรโมชันได้ง่ายกำหนดวัน เวลา และระยะเวลาการไลฟ์
งานแรก ๆ อย่าไปชนศึกใหญ่ เช่น ช่วง Black Friday เลือกช่วงเวลาที่กลุ่มเป้าหมายของคุณสะดวกและสอดคล้องกับไทม์โซนหลักของลูกค้าจริง ๆเลือกรูปแบบไลฟ์
เช่นสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญหรืออินฟลูเอนเซอร์
ไลฟ์สาธิต “How to” เช่น สาธิตแต่งหน้า แต่งตัว จัดบ้าน
เบื้องหลังการทำงาน/แพ็กของ/เตรียมออเดอร์
จากนั้นเขียนโครงร่างเนื้อหาที่จะพูดคร่าว ๆ ไม่ต้องสคริปต์ทุกคำ แต่ต้องรู้ว่าจะพาไลฟ์ไปทางไหน
เลือกแพลตฟอร์มจัดไลฟ์
เลือกที่เดียวให้ชัดก่อน อย่าพยายามสตรีมพร้อมกันหลายช่องถ้ายังมือใหม่ เน้นที่แพลตฟอร์มที่ลูกค้าคุณอยู่จริง ๆโปรโมตอีเวนต์ล่วงหน้า
ใช้ทุกช่องทางที่คุณมี – อีเมล โซเชียล ไลน์ กลุ่มคอมมูนิตี้ – บอกให้เคลียร์ว่าไลฟ์วันไหน กี่โมง
ดูได้ที่ไหน
จะได้อะไรจากการดู (ส่วนลด ของแถม ความรู้ ฯลฯ)
ใช้เวลาประมาณเท่าไร
เตรียมอุปกรณ์เทคโนโลยี
ไม่ต้องแพง แต่ต้องพร้อมและเสถียรกล้องหรือมือถือที่ภาพคมชัด
ไฟเสริมให้หน้าสว่าง
ขาตั้งกล้อง
อินเทอร์เน็ตนิ่ง ๆ
แอปหรือซอฟต์แวร์สำหรับสตรีมตามแพลตฟอร์มที่เลือก
แพลตฟอร์มไลฟ์ขายของยอดนิยม
เครื่องมือสำหรับทำไลฟ์ช้อปปิ้ง แบ่งกว้าง ๆ ได้ 3 กลุ่ม
แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
เครื่องมือไลฟ์ช้อปปิ้งที่ใช้ร่วมกับเว็บอีคอมเมิร์ซ
แพลตฟอร์มไลฟ์ขายของโดยเฉพาะ
มาดูทีละกลุ่ม
1. ไลฟ์บนโซเชียลมีเดีย
แพลตฟอร์มกลุ่มนี้คือโซเชียลยอดนิยมที่เพิ่มฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซและการไลฟ์เข้าไป ทำให้คนดูไลฟ์และซื้อของได้ในที่เดียว
หมายเหตุ: มีบางแพลตฟอร์มที่เคยทำแล้วหยุดไป แต่หลายเจ้ายักษ์ใหญ่ยังดันฟีเจอร์ไลฟ์ช้อปปิ้งอย่างจริงจัง
YouTube
YouTube มีจุดแข็งใหญ่คือฐานผู้ใช้มหาศาล และการเชื่อมต่อกับระบบชอปปิ้งและร้านค้าออนไลน์ ทำให้แบรนด์สามารถดึงสินค้าจากแค็ตตาล็อกเข้ามาโชว์ในไลฟ์ได้สะดวก


สำหรับแบรนด์ที่มีฐานผู้ติดตามใน YouTube อยู่แล้ว การต่อยอดไปสู่ไลฟ์ขายของจึงแทบไม่มีอุปสรรค
TikTok
TikTok คือสนามทองของสายไลฟ์ขายของ เพราะแพลตฟอร์มนี้สร้างวัฒนธรรม “ดูเพลินแล้วซื้อจริง” ไว้ชัดเจนมาก
หลายแฮชแท็กดังเกี่ยวกับการช้อป เช่น “TikTok made me buy it” มียอดวิวมหาศาล และมักถูกพูดถึงว่าเป็นต้นเหตุให้สินค้า “ของหมดทั้งประเทศ” อยู่บ่อย ๆ
ถ้าคุณอยู่ในประเทศที่มีฟีเจอร์ TikTok Shop (รวมถึงไทย) คุณสามารถ
จัดไลฟ์
โชว์สินค้า
ให้ลูกค้ากดสั่งได้โดยไม่ต้องออกจากแอป

Pinterest TV
Pinterest เปิดบริการ Pinterest TV ซึ่งเป็นคอนเทนต์แบบไลฟ์และรายการช้อปปิ้งที่คัดสรรมาอย่างดี มีทั้งตอนออริจินัลและตอนเน้นการขายสินค้า
ในบางช่วง Pinterest TV จัดอีเวนต์ช้อปปิ้งพิเศษช่วงเทศกาล โดยดึงแบรนด์ดังหลายเจ้าเข้าร่วม ทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการไลฟ์ขายของสำหรับผู้ค้า

ข้อจำกัดคือบริการนี้ยังเปิดให้ใช้เฉพาะไม่กี่ประเทศ แต่ถ้าคุณขายในตลาดนั้นอยู่แล้วถือว่าน่าจับตา
2. เครื่องมือไลฟ์ขายของสำหรับแบรนด์อีคอมเมิร์ซ
กลุ่มนี้คือซอฟต์แวร์ที่เชื่อมกับเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ทำให้คุณจัดไลฟ์บนเว็บตัวเองได้อย่างเป็นระบบ
Bambuser

Bambuser ช่วยให้คุณ
ทำวิดีโอให้ “ช้อปได้” (Shoppable video)
จัดไลฟ์ขายของแบบหนึ่งต่อหลายคน (เหมือนรายการขายของออนไลน์)
หรือแบบหนึ่งต่อหนึ่ง (ที่ปรึกษาออนไลน์ส่วนตัว)
แบรนด์รายใหญ่หลายเจ้าใช้ Bambuser เพราะช่วยให้ประสบการณ์ช้อปบนเว็บลื่นไหล ไม่ต้องพาลูกค้าออกจากเว็บไซต์
Now Live

Now Live คือซอฟต์แวร์ไลฟ์ขายของที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการให้ลูกค้าดูไลฟ์แล้วสั่งซื้อผ่านระบบชำระเงินที่คุ้นเคยได้ทันทีในหน้าเดียว
หน้าลงทะเบียนอีเวนต์และหน้าไลฟ์สามารถออกแบบให้เข้ากับแบรนด์ ดูเป็นส่วนเดียวกับเว็บไซต์หลัก
Livescale

Livescale เป็นอีกแพลตฟอร์มไลฟ์ขายของที่ได้รับความนิยมในหมู่แบรนด์บิวตี้และแฟชั่น จุดเด่นคือ
การโปรโมตไลฟ์ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบทั้งบนเว็บและโซเชียล
การเชื่อมกับร้านค้าออนไลน์ ทำให้ปิดการขายได้ทันทีในไลฟ์
หลายแบรนด์รายงานว่าทำยอดออเดอร์ได้หลักหลายร้อยออเดอร์ภายในไลฟ์แรก ๆ ที่จัด
Emplifi

Emplifi เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลคอมเมิร์ซที่รวม
ไลฟ์ขายของแบบหนึ่งต่อหลายคน
วิดีโอคอลแบบตัวต่อตัวระหว่างไลฟ์ สำหรับลูกค้าที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ
เหมาะสำหรับแบรนด์ที่อยากยกระดับบริการให้ใกล้เคียงการมีพนักงานขายส่วนตัวในร้านจริง
3. แพลตฟอร์มไลฟ์ขายของโดยเฉพาะ
กลุ่มนี้คือ “แอปไลฟ์ช้อปปิ้ง” ที่เปิดให้ทั้งผู้บริโภค อินฟลูเอนเซอร์ และแบรนด์เข้ามาไลฟ์ขายของได้ จุดแข็งคือ การค้นพบ (Discovery) – ลูกค้าอาจเจอแบรนด์คุณแบบบังเอิญระหว่างเลื่อนดูไลฟ์
Amazon Live

Amazon Live เปิดให้ผู้ขายและครีเอเตอร์ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถไลฟ์ขายสินค้าให้ลูกค้าที่ช้อปอยู่บน Amazon ได้โดยตรง
หน้าวิดีโอจะมีแถบสินค้าอยู่ด้านล่าง ทำให้คนดูสามารถกดหยิบสินค้าใส่รถเข็นได้ทันที ถ้าคุณขายสินค้าบน Amazon อยู่แล้ว นี่คือช่องทางเสริมที่ควรลองอย่างยิ่ง
ShopShops

ShopShops คือแอปไลฟ์ช้อปสำหรับสายแฟชั่น บิวตี้ และไลฟ์สไตล์ เน้นวิดีโอแนวตั้งบนมือถือ มีทั้ง
แบรนด์
ร้านอิสระ
โฮสต์มืออาชีพคอยจัดรายการ
จุดเด่นคือฐานผู้ใช้ที่กระจายหลายภูมิภาค และโฟกัสที่สินค้าที่เหมาะกับการขายแบบ “ดูแล้วอยากซื้อทันที”
TalkShopLive

TalkShopLive เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอคอมเมิร์ซที่ฝังระบบชำระเงินไว้ในตัววิดีโอ ทำให้ตอนคนดูไลฟ์หรือดูย้อนหลัง ก็สามารถกดซื้อในหน้าเดียวได้เลย
แพลตฟอร์มนี้ถูกใช้โดยทั้ง
ผู้ค้าปลีกใหญ่
ศิลปินและครีเอเตอร์
แบรนด์สินค้าหลากหลายประเภท
และยังสามารถเชื่อมต่อกับร้านออนไลน์ของคุณได้โดยตรง เพื่อลดการสะดุดของประสบการณ์ช้อป
NTWRK

NTWRK คือแพลตฟอร์มวิดีโอไลฟ์สตรีมที่ตั้งใจทำมาเพื่อกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียล เน้นสินค้า
สนีกเกอร์
งานศิลปะ
เครื่องประดับ และไอเทมสะสม
ทั้งแบรนด์และบุคคลทั่วไปสามารถสมัครเข้ามาขายของผ่าน NTWRK ได้ เหมาะกับแบรนด์ที่เน้นความยูนิกและคัลเจอร์
เทคนิคทำไลฟ์ขายของให้เปลี่ยนคนดูกลายเป็นลูกค้าซ้ำ
เมื่อรู้ทั้งภาพใหญ่และแพลตฟอร์มแล้ว ทีนี้มาดู “เคล็ดลับการลงสนามจริง” จากแบรนด์ที่ทำแล้วเวิร์ก
1. แจกโบนัสพิเศษเฉพาะคนดูไลฟ์
FOMO คือหนึ่งในแรงผลักสำคัญให้คนตัดสินใจซื้อในไลฟ์ วิธีใช้คือให้รางวัลกับคนที่ “อยู่ตรงนั้น ตอนนั้น” อย่างชัดเจน
ไอเดียโบนัสพิเศษเช่น
โค้ดส่วนลดใช้ได้เฉพาะในไลฟ์
ของแถมเมื่อมียอดสั่งซื้อถึงเกณฑ์
สินค้าลิมิเต็ดที่มีเฉพาะในไลฟ์
ของแจกฟรี/จับรางวัลสำหรับผู้ชม
ยิ่งข้อเสนอต่างจากปกติมากเท่าไร คนก็ยิ่งรู้สึกว่าคุ้มค่าที่สละเวลาเข้ามาดูมากเท่านั้น

2. ผูกไลฟ์ขายของเข้ากับระบบสะสมแต้ม
ถ้าคุณมีโปรแกรมสะสมคะแนนหรือสมาชิกอยู่แล้ว อย่าปล่อยให้มันทำงานแยกจากไลฟ์ ลองเชื่อมสองอย่างนี้เข้าด้วยกัน
ไอเดียเช่น
ลูกค้าที่ล็อกอินแล้วเข้าชมไลฟ์จะได้คะแนนพิเศษ
สินค้าที่พูดถึงในไลฟ์ถูกบันทึกเข้า “Wishlist” ของลูกค้าโดยอัตโนมัติ
ส่งอีเมลสรุปสินค้าที่กล่าวถึงให้ลูกค้าหลังจบไลฟ์ พร้อมลิงก์ซื้อ

การให้สิทธิพิเศษด้านคะแนนหรือคูปองกับผู้ที่ดูไลฟ์ ทำให้คนรู้สึกว่า “การเข้ามาดูไลฟ์ของคุณมีมูลค่าจริง ๆ”
3. พูดให้ตรงใจ: เข้าใจสินค้าลึก และรู้ชัดว่าควรขายให้ใคร
หัวใจหนึ่งของไลฟ์ขายของที่ดี คือการทำให้คนดูรู้สึกว่า “นี่แหละสินค้าที่แก้ปัญหาของฉัน” ไม่ใช่การพูดขายแบบกว้าง ๆ หรือโอเวอร์ขาย
ตัวอย่างการพูดแบบเฉพาะเจาะจง
แทนที่จะบอกว่า “ครีมกันแดดตัวนี้ดีที่สุด”
ให้พูดว่า “ครีมกันแดดตัวนี้เหมาะกับคนผิวมันที่อยากได้เนื้อบางเบา ใช้ก่อนลงเมกอัพได้โดยไม่ทำให้รองพื้นไหล”
ข้อดีของการพูดแบบนี้คือ คนที่ตรงกลุ่มจะรีบเก็บเข้าลิสต์ทันที ในขณะที่คนที่ไม่ใช่จะไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด

4. จับมืออินฟลูเอนเซอร์ คนดัง หรือแบรนด์เพื่อนบ้าน
การร่วมมือกับคนที่กลุ่มเป้าหมายคุณชื่นชอบอยู่แล้วคือทางลัดสู่
ยอดผู้ชมที่พุ่งขึ้นแบบเห็นได้ชัด
การเข้าถึงฐานแฟนใหม่ ๆ ของอีกฝั่ง
คุณสามารถจับมือกับ
นาโน/ไมโคร อินฟลูเอนเซอร์ที่อินกับสินค้า
คนดังที่มีภาพลักษณ์ตรงกับแบรนด์
แบรนด์อื่นที่ไม่ใช่คู่แข่ง แต่ลูกค้าคล้ายกัน
ผลลัพธ์ที่มักเกิดขึ้นคือ ยอดจอง ยอดเข้าชม และยอดขายดีดขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งจากลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ที่ตามอินฟลูเอนเซอร์มา

5. ความจริงใจและการมีส่วนร่วมสำคัญกว่าสคริปต์สวยหรู
ไลฟ์ขายของที่ดีไม่ใช่รายการทีวีที่ซ้อมจนเป๊ะทุกประโยค แต่คือการสนทนากับลูกค้าแบบสองทาง
หลักที่ควรยึดคือ
อ่านคอมเมนต์ให้เยอะกว่าที่คุณคิดว่าพอ
ตอบคำถามจริง ไม่เลี่ยง ไม่กลบปัญหา
ขอฟีดแบ็กจากคนดูตรง ๆ ว่าอยากเห็นอะไรเพิ่ม
แบรนด์ที่ยึดแนวทาง “จริงใจและเปิดพื้นที่ให้ลูกค้ามีส่วนร่วม” มักสร้างยอดขายแบบก้าวกระโดดได้ภายในเวลาไม่นาน เพราะผู้ชมรู้สึกว่าแบรนด์นี้ “เป็นคนจริง ไม่ใช่แค่ช่องขายของ”

ไลฟ์ขายของ: กุญแจสู่อนาคตอีคอมเมิร์ซ
ลูกค้ายุคนี้ไม่ได้ต้องการแค่ของดีราคาสมเหตุสมผลอีกต่อไป แต่ต้องการ
การเชื่อมต่อกับแบรนด์มากขึ้น
ประสบการณ์ที่รู้สึก “มีชีวิต” ไม่ใช่แค่กดใส่ตะกร้า
ความคุ้มค่า ทั้งในแง่ราคา เวลา และข้อมูลที่ได้รับ
สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ไลฟ์ขายของทำได้ดีมาก
อนาคตของอีคอมเมิร์ซกำลังเดินไปสู่โลกที่
การช้อปออนไลน์เชื่อมกับหลายช่องทางแบบไร้รอยต่อ
การไลฟ์สตรีมเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักในการสร้างทั้งยอดขายและความสัมพันธ์กับลูกค้า
ความสมจริง ความเป็นส่วนตัว และบทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างไลฟ์ คือเชื้อเพลิงที่สร้าง
ความไว้วางใจ
ยอดขายที่มากขึ้น
ลูกค้าที่กลับมาซ้ำและกลายเป็นแฟนประจำ
ถ้าคุณกำลังมองหาช่องทางเติบโตใหม่ของธุรกิจ ถึงเวลาลอง “กดปุ่มไลฟ์” แล้วดูด้วยตัวเองว่าไลฟ์ขายของสามารถเปลี่ยนหน้าตายอดขายของคุณได้แค่ไหน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการไลฟ์ขายของ
การช้อปปิ้งออนไลน์แบบไลฟ์คืออะไร
การช้อปออนไลน์แบบไลฟ์คือการผสมระหว่างวิดีโอไลฟ์สตรีมกับฟังก์ชันช้อปปิ้ง ผู้ชมสามารถดูโฮสต์พูดคุย สาธิต และในขณะเดียวกันก็เลือกชมและซื้อสินค้าได้แบบเรียลไทม์ระหว่างไลฟ์
การไลฟ์ขายของคืออะไร
การไลฟ์ขายของคืออีเวนต์ไลฟ์สตรีมที่มีโฮสต์สาธิตหรือสอนการใช้สินค้า เชิญชวนให้ผู้ชมถามคำถาม แสดงความคิดเห็น และซื้อสินค้าในทันที อีเวนต์ลักษณะนี้มักทำให้
อัตรา Conversion สูงขึ้น
การคืนสินค้าน้อยลง เพราะลูกค้าเข้าใจสินค้าดีขึ้นตั้งแต่ต้น
แบรนด์ได้ฐานลูกค้าที่มีส่วนร่วมมากกว่าเดิม
ไลฟ์ขายของบน TikTok คืออะไร
การไลฟ์ขายของบน TikTok คือการใช้ฟีเจอร์ไลฟ์สตรีมของแพลตฟอร์มควบคู่กับฟีเจอร์ร้านค้า ผู้ชมสามารถดูไลฟ์ กดดูสินค้า และสั่งซื้อได้โดยไม่ต้องออกจากแอป ทำให้ประสบการณ์การซื้อเนียนต่อกันตั้งแต่เห็นจนถึงจ่ายเงิน
ไลฟ์ขายของมีลักษณะยังไง
การไลฟ์ช้อปปิ้งที่สมบูรณ์จะมี 3 ส่วนหลัก
เป็นวิดีโอ
เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์
มีลิงก์หรือจุดกดซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ปรากฏในวิดีโอ
ลูกค้าสามารถ
เรียนรู้เกี่ยวกับสินค้าแบบสด ๆ
ถามคำถามผ่านคอมเมนต์
กดซื้อได้ทันทีในไม่กี่คลิก และมักจะได้รับส่วนลดหรือดีลพิเศษที่มีเฉพาะในไลฟ์เท่านั้น

