รับแอปรับแอป

จากเด็กเสียงเบา สู่นำทีม PERSES: เส้นทางที่ไม่มีทางลัดของจั๋ง-วิกร

ธีรวัฒน์ ชัยศรี01-31

พี่ใหญ่ของ PERSES ที่มากกว่าตำแหน่งแร็ปเปอร์

ในฐานะพี่ใหญ่ของบอยกรุ๊ป PERSES จั๋ง–วิกร บูรณภิญโญ ไม่ได้เป็นแค่แร็ปเปอร์ที่ขึ้นเวทีแล้วปล่อยโฟลว์เท่ๆ เท่านั้น

เขายังเป็นเหมือนเสาหลักของวง ที่คอยโอบอุ้ม ดูแล และส่งพลังใจให้กับสมาชิกทุกคนอย่างเงียบๆ ด้วยความมุ่งมั่นจริงจังผสมกับความอบอุ่นในแบบของตัวเอง จึงไม่แปลกที่หลายคนจะรู้สึกประทับใจในตัวตนของเขาเป็นพิเศษ

นับจากวันเดบิวต์จนถึงปัจจุบัน จั๋งค่อยๆ พิสูจน์ให้แฟนเพลงเห็นว่าตัวเองกำลังก้าวไปอีกระดับ ทั้งในฐานะศิลปินและในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง และนี่คือการชวนคุณไปสำรวจเส้นทางสายดนตรีตั้งแต่จุดสตาร์ตแรก ไปจนถึงมุมมองชีวิตที่เติบโตขึ้นของเขา

Music As Healing And Guidance

สำหรับจั๋ง ดนตรีไม่ใช่แค่เสียงที่เปิดคลอในชีวิตประจำวัน แต่เป็นสิ่งที่ ฮีลใจ เขามาตั้งแต่เด็กๆ

ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์แบบไหน ผิดหวัง ท้อแท้ หรือกำลังอกหัก เพลงก็กลายเป็นเหมือนเข็มทิศ ที่ช่วยให้เขาก้าวข้ามช่วงเวลายากๆ มาได้เสมอ

หนึ่งในเพลงสำคัญคือเพลง ความเชื่อ ของพี่ตูน Bodyslam ที่ไม่ว่าเปิดตอนไหนก็ยังสร้างแรงบันดาลใจให้เขาได้ทุกครั้ง

เมื่อวันที่เขาได้เปลี่ยนบทบาท จากคนที่รับพลังใจจากเพลง กลายมาเป็นคนส่งสารและพลังบางอย่างผ่านบทเพลงให้ผู้ฟังบ้าง ความสุขจึงยิ่งทวีคูณ การได้ยืนอยู่บนสเตจ แลกเปลี่ยน energy กับเพื่อนๆ ในวงและแฟนๆ ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้เติมไฟให้ตัวเองขึ้นทุกครั้ง

More Than Just A Front Man

ทุกครั้งที่ต้องถ่ายทอดเสียงเพลงและเนื้อร้อง ผ่านมุมมองของตัวเอง จั๋งรู้สึกว่าโมเมนต์เหล่านั้นทำให้เขาได้รู้จักตัวเองมากขึ้นไปเรื่อยๆ

ประสบการณ์เหล่านี้ผลักให้เขาอยากสำรวจตัวตนลึกลงไปกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ในฐานะศิลปิน แต่ในฐานะคนคนหนึ่งที่ยังคงเรียนรู้ตัวเองอยู่ตลอดเวลา

สำหรับเขา การเป็นศิลปิน ไม่ได้จบแค่การร้องเพลงหรือยืนหน้าสุดบนเวที แต่มันคือการได้สร้างแรงบันดาลใจ ทั้งให้ตัวเองและกับคนที่มองเข้ามา

Moments of Self-Discovery

ย้อนกลับไปตอนเด็ก จั๋งเคยเป็นคนเสียงเบามาก และแทบไม่กล้าแสดงความเห็นออกมาอย่างเต็มที่ เพราะไม่มั่นใจเลยว่าความคิดของตัวเองจะได้รับการยอมรับหรือเปล่า

เขาเคยรู้สึกด้วยซ้ำว่า ตัวเองไม่คู่ควรกับคำชมที่ได้รับ

ทุกวันนี้ความรู้สึกแบบนั้นยังแอบหลงเหลืออยู่บ้าง แต่เขาก็เริ่มมั่นใจในตัวเองมากขึ้น แม้จะยังมีหลายมุมที่อยากพัฒนา และยังอยากค้นหาตัวเองต่อไป

เพื่อทำความเข้าใจตัวเองให้ชัดขึ้น จั๋งเลือกใช้เวลาอยู่กับความคิดตัวเองอย่างจริงจัง

  • ฟังพอดแคสต์

  • นั่งสำรวจความคิดอย่างสงบ

  • ทบทวนตัวเองอย่างตรงไปตรงมา

สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ สอนให้เขาเรียนรู้ที่จะให้คุณค่าทั้งกับตัวเอง และกับคนรอบข้างมากกว่าเดิม

Teamwork, Communication, Compromise

การเป็นส่วนหนึ่งของ PERSES ทำให้จั๋งได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ มากมาย ที่ต่างไปจากการทำงานคนเดียวโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะเรื่อง Leadership Skill

เมื่อก่อนเขาแทบไม่คิดเลยว่าตัวเองจะเป็นผู้นำได้ เพราะ

  • ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง

  • รู้สึกว่าการตัดสินใจของตัวเองอาจไม่เฉียบขาดพอ

แต่การทำงานเป็นทีมกับ PERSES ค่อยๆ เปลี่ยนมุมมองของเขาไป เขาเริ่มเข้าใจว่า การเป็นผู้นำ ไม่จำเป็นต้องเอาแต่สั่ง ตลอดเวลา

สิ่งสำคัญกว่าคือ

  • เข้าใจธรรมชาติของแต่ละคน

  • ช่วยให้ทุกคนทำงานได้ดีที่สุดในแบบที่เป็นตัวเอง

พร้อมกันนั้น เขายังได้เรียนรู้ความหมายของ Teamwork อย่างลึกซึ้งมากขึ้น ทั้งในเรื่อง

  • การสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมา

  • การประสานงานให้ทุกอย่างไปในทิศทางเดียวกัน

  • การเจรจาและการประนีประนอม

ในฐานะพี่ใหญ่ เขาต้องคอยดูแลน้องๆ ในวง บางครั้งอาจต้องเข้มงวดบ้าง ดุบ้าง แต่เขาก็พยายามฝึกให้ตัวเองใจเย็นขึ้น ไม่ตั้งความคาดหวังสูงเกินไปจนทำให้บรรยากาศการทำงานตึงเครียดเกินจำเป็น

Most Meaningful Songs

ถ้าถามถึงเพลงที่มีความหมายกับเขามากที่สุด จั๋งนึกออกอยู่สองเพลง

เพลงแรกคือ น่ารักน้อยลงหน่อย เพลงที่เขารู้สึกว่าเปรียบเหมือนการ “ชุบชีวิต” ให้ PERSES กลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้ง

ตอนแรกเขาเองยังไม่ค่อยอินกับเพลงนี้เท่าไหร่ เพราะมองว่าบรรยากาศของเพลงค่อนข้างน่ารักเกินไปสำหรับตัวเอง ที่ก่อนหน้านั้นจะออกลุคเท่ๆ หน่อย (หัวเราะ)

แต่พอเพลงนี้กลายเป็นเหมือนจุดเปลี่ยน ที่ช่วยให้วงกลับมาได้อย่างสวยงาม เขาก็รู้สึกว่า ตัวเองมีหนี้บุญคุณกับเพลงนี้อย่างมาก

อีกเพลงคือ Kitty Swag ที่เขาได้ลองโปรดิวซ์เองตั้งแต่ต้นจนจบเป็นครั้งแรก เพลงนี้สะท้อนตัวตนของ PERSES ผ่านมุมมองของเขาอย่างชัดเจน และเป็นโอกาสอันล้ำค่าที่ทำให้เขาได้ลองทำเพลงให้วงจริงๆ

ระหว่างทางเขาได้รับคำแนะนำดีๆ จากรุ่นพี่โปรดิวเซอร์และทีมงานในค่ายอยู่ตลอด แม้จะเป็นงานแรก แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ทั้งท้าทายและน่าจดจำอย่างมาก

Visualizing Scenes Before Details

พอพูดถึงเรื่องการทำเพลง จั๋งมีวิธีคิดภาพรวมก่อนลงรายละเอียดเสมอ

เขามักจะเริ่มจากการจินตนาการเป็น ฉาก ก่อน ว่า

  • โทนเพลงควรจะเป็นแบบไหน

  • เราอยู่ในสถานที่แบบใด

  • ตัวละครในเรื่องคือใคร

จากนั้นจึงค่อยเลือกแนวเพลง แล้วค่อยๆ ลงมือทำดนตรีให้เข้ากับ genre และ story ที่อยู่ในหัว

Grew Up Listening To Diverse Music

เพราะเติบโตมากับเพลงหลากหลายแนว จั๋งจึงมีศิลปินต้นแบบหลายคนที่เป็นแรงบันดาลใจในแต่ละด้าน

ถ้าเป็นวงดนตรี เขายกให้ Bodyslam เป็นหนึ่งในวงที่สำคัญที่สุด เขาเคยดูคอนเสิร์ต Bodyslam Live In คราม แล้วรู้สึกว่า อยากให้คนดูสนุกและกระโดดไปกับ PERSES ได้แบบนั้นบ้าง

ในด้านแร็ป แรงบันดาลใจหลักของเขาคือ พี่กอล์ฟ F.Hero ที่เขามักศึกษาเรื่อง

  • flow

  • rhyme

  • sound

จากผลงานของพี่กอล์ฟอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ ยังมี GOT7 และ BIGBANG ที่มีส่วนหล่อหลอมแนวเพลงและสไตล์ของเขา

  • GOT7 ทำให้เขาเริ่มรู้จักโลกของ K-pop และได้แรงบันดาลใจจากการเป็นอากาเซ่ในช่วงหนึ่ง

  • BIGBANG ส่งอิทธิพลทั้งในเรื่องสไตล์ดนตรีที่ตรงกับรสนิยมของเขา และวิธีการสื่อสารหรือ hype คนดูบนเวที

จั๋งเองก็อยากสร้างโมเมนต์ที่ทำให้คนดูอินและจดจำได้แบบนั้นเช่นกัน

Fans, Family, Friends: พลังใจที่ทำให้ยังเดินต่อ

เส้นทางในวงการนี้เต็มไปด้วยความกดดัน จั๋งยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า มีหลายช่วงที่รู้สึกท้อ และเกือบหมดไฟ

งานที่ถาโถมแทบไม่ให้เวลาได้หายใจ รวมถึงนิสัยที่จริงจังกับทุกงานมากๆ ก็ทำให้เขาเผลอลืมแบ่งเวลาให้ตัวเองพัก

ความเหนื่อยของเขาไม่ได้มาจากงานอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความคาดหวังของตัวเอง และของคนรอบข้าง ที่ทำให้บางครั้งเขาเคยคิดเหมือนกันว่า “หรือเราจะถอดใจดี”

แต่สิ่งที่ดึงเขากลับมาให้ยืนอยู่ตรงนี้อย่างมั่นคงคือ

  • วง PERSES

  • แฟนคลับทุกคน

  • ครอบครัว

  • เพื่อนๆ ที่อยู่ข้างๆ เสมอ

ความรักและการสนับสนุนจากทุกคนทำให้เขากลับมาโฟกัสได้อีกครั้ง เหมือนมีมือที่คอยฉุดให้ลุกขึ้นสู้ต่อในวันที่แทบไม่เหลือแรง

สำหรับวิธีดูแลใจตัวเองแบบง่ายๆ ที่เขาใช้บ่อยคือ

  • ฟังเพลงในวันที่รู้สึกหนัก

  • เขียนสิ่งที่ตัวเองรู้สึกออกมาให้ชัด

พอปัญหาถูกมองเห็นอย่างเป็นรูปธรรม จึงค่อยๆ แกะมันออกทีละเรื่อง มันเลยกลายเป็นกระบวนการที่ช่วยให้เขากลับมายืนบนเส้นทางนี้ได้อย่างมั่นคง

สุดท้าย เส้นทางที่ไม่มีทางลัดของจั๋ง–วิกร อาจไม่ได้สวยหรูตลอดเวลา แต่ทุกช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้เขายิ่งตระหนักว่า ทุกก้าวเล็กๆ มีความหมายเสมอ และทุกคนที่เดินไปกับเขาคือพลังสำคัญในชีวิต