รับแอปรับแอป

ล่องโดรู 11 วัน 8 คืน: ทริปลุยเมืองมรดกโลก โปรตุเกส–สเปน แบบไม่ต้องลากกระเป๋า

ธิดารัตน์ คำดี01-30

PORTO MIRANTE DOURO DISCOVERER

PORTO MIRANTE DOURO DISCOVERER

สัมผัสประสบการณ์ล่องเรือแม่น้ำโดรู ระดับ 5 ดาวแบบตัวจริง

ไม่ต้องแพ็คกระเป๋าย้ายโรงแรมทุกคืน นอนบนเรือสำราญหรู ตื่นมาเจอวิวแม่น้ำและหุบเขาไวน์ทุกเช้า

ราคาเริ่มต้น: 225,000 บาท

ไฮไลต์เด็ดบนเรือ PORTO MIRANTE

  • เรือสำราญ 5 ดาว สไตล์ All Inclusive

  • Free Wi-Fi ความเร็วสูงใช้ได้ทั่วเรือ

  • Free Mini bar ในห้องพัก

  • All you can eat รวมอาหารครบทุกมื้อ ทุกห้องอาหารบนเรือ

  • All you can drink รวมเครื่องดื่มมื้ออาหาร และบาร์ไม่อั้น

สายการบินที่ใช้เดินทาง: Emirates (EK)

แพ็กเกจรวม

  • ห้องพักบนเรือ 6 คืน + โรงแรมบนบก 2 คืน

  • ตั๋วเครื่องบินตามเส้นทางที่ระบุ

  • วีซ่าเชงเก้น

  • รถรับ–ส่งระหว่างสนามบิน–ท่าเรือ

  • ทัวร์บนฝั่งตามโปรแกรม

  • ภาษีท่าเรือ

  • ทิปพนักงานบนเรือ

  • อาหารทุกมื้อบนเรือ

  • กิจกรรมตามที่ระบุในตั๋วเรือ

  • ทิปไกด์และคนขับรถ

  • มีหัวหน้าทัวร์คนไทยดูแลตลอดทริป

ไม่รวม ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และทิปหัวหน้าทัวร์

โปรแกรมเรือและท่าเทียบเรืออาจมีการปรับเปลี่ยนตามตารางเดินเรือและความเหมาะสม โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

หมายเหตุเรื่องราคา

ราคาทัวร์อาจมีการปรับขึ้น–ลงตามราคาน้ำมันและประกาศของสายการบิน โดยจะอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่มีเอกสารยืนยันจริงเท่านั้น กรุณาเช็คที่นั่งว่างก่อนทำการจอง

ช่วงเดินทาง: 5–15 พฤศจิกายน 2568

วันที่ 1: ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ยุโรป

สนามบินสุวรรณภูมิ – ออกเดินทางด้วย Emirates

22.00 น. นัดหมายพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบิน Emirates (EK)

ทีมงานคอยช่วยเรื่องเช็คอินและสัมภาระอย่างครบครัน สบายตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง

วันที่ 2: กรุงเทพฯ – ดูไบ – ลิสบอน – ปอร์โต – ขึ้นเรือ PORTO MIRANTE

บินสู่ยุโรปแบบสบายๆ แล้วไปเช็คอินเรือหรูที่ปอร์โต

  • 01.05 น. บินจากกรุงเทพฯ สู่ดูไบ เที่ยวบิน EK385

  • 04.55 น. ถึงสนามบินดูไบ รอต่อเครื่อง

  • 07.25 น. บินต่อสู่สนามบินลิสบอน ปอร์เตลา เที่ยวบิน EK191

  • 12.00 น. ถึงลิสบอน (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 7 ชั่วโมง)

จากนั้นผ่านตม. รับกระเป๋า และพาไปอิ่มมื้อเที่ยงที่ The Old House (อาหารจีน)

ช่วงบ่ายออกเดินทางสู่ เมืองปอร์โต (Porto) ระยะทางประมาณ 315 กม. ใช้เวลาราว 3.30 ชม.

เมืองปอร์โตคือเมืองท่าทางตอนเหนือของโปรตุเกส ริมแม่น้ำโดรู ห่างจากมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือเพียง 3 กม. และห่างจากลิสบอนประมาณ 300 กม. เป็นเมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และชื่อเสียงระดับโลกในฐานะต้นกำเนิด ไวน์พอร์ต (Port Wine)

ถึงปอร์โตแล้ว พาไป เช็คอินเรือ Porto Mirante ณ ท่าเรือเลเวรินโญ ต้อนรับอย่างอบอุ่น เข้าห้องพักและพักผ่อนตามอัธยาศัย

บนเรือ PORTO MIRANTE คุณจะได้อะไรบ้าง?

  • ดีไซน์เรือออกแบบเฉพาะสำหรับล่องแม่น้ำ Douro เริ่มให้บริการปี 2024

  • รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 120 คน ในห้องคู่ 60 ห้อง

  • สิ่งอำนวยความสะดวกครบ: ฟิตเนส สปา มินิกอล์ฟ สระว่ายน้ำ

  • การบริการระดับ 5 ดาว อาหารเทียบชั้นมิชลินไกด์

  • VIVA ALL INCLUSIVE รวมเครื่องดื่มบนเรือ มินิบาร์ และ Free Wi-Fi ความเร็วสูง

  • ห้องพักมีทีวีจอแบน มินิบาร์ เครื่องชงกาแฟ Nespresso® ผลิตภัณฑ์ RITUALS® ไดร์เป่าผม ตู้นิรภัย แอร์ ห้องน้ำและฝักบัวในตัว

ไม่ต้องแพ็คกระเป๋าย้ายที่นอนทุกคืน นอนบนเรือลำเดียวสบายๆ ตลอดเส้นทาง

ก่อนมื้อค่ำ มีกิจกรรมแนะนำข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเรือและความปลอดภัย

ค่ำ อาหารค่ำ ณ ห้องอาหารบนเรือ จากนั้นสามารถขึ้นฝั่งเดินเล่นชมตัวเมือง แล้วค่อยกลับขึ้นเรือตามเวลานัดหมาย

พักค้างคืนบนเรือ PORTO MIRANTE (คืนที่ 1) ที่ท่าเรือเลเวรินโญ

วันที่ 3: ปอร์โตแบบจัดเต็ม – ร้านหนังสือในฝัน – โบสถ์งาม – สะพานไอเฟลดีไซน์ – ชิมไวน์ระดับตำนาน

ปอร์โต – Livraria Lello – โบสถ์คาร์โม – มหาวิหารแซ – สะพาน Dom Luís I – Taylor Port – เรกัว

06.30 น. ใครตื่นเช้า แวะจิบชา–กาแฟที่เลาจน์บนเรือ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารบนเรือ

09.30 น. เดินทางเข้าเมืองปอร์โต

10.00 น. เรือออกจากท่าเลเวรินโญ มุ่งหน้าไปจอดที่เมืองเรกัว (Regue)

ระหว่างอยู่ในเมืองปอร์โต โปรแกรมพาเที่ยวเมืองอย่างจุใจ:

  • แวะ Livraria Lello ร้านหนังสือที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในร้านหนังสือสวยที่สุดในโลก เปิดมาตั้งแต่ปี 1906 โดดเด่นด้วยบันไดสีแดง หน้าต่างกระจกสี และชั้นหนังสือไม้สุดคลาสสิก เล่ากันว่า J.K. Rowling เคยได้แรงบันดาลใจจากที่นี่ แฟน Harry Potter ไม่ควรพลาด (มีค่าเข้าชม 5 ยูโร ใช้เป็นส่วนลดซื้อหนังสือได้)

  • เดินต่อเพียง 5 นาที ไปถ่ายรูปที่ โบสถ์คาร์โม (Igreja do Carmo) หนึ่งในโบสถ์ที่สวยและมีเสน่ห์ที่สุดของเมืองปอร์โต ผนังกระเบื้อง Azulejos น้ำเงิน–ขาวด้านข้างคือไฮไลต์ วิหารสไตล์บาโรก สร้างช่วงปี 1756–1768 ภายในตกแต่งอย่างหรูหรา มีแท่นบูชาสลักไม้ลงทอง พร้อมประติมากรรมและภาพวาดงดงาม หน้าโบสถ์มีรูปปั้น Saint Elijah ที่โดดเด่น

กลางวัน อาหารกลางวัน ณ O Commercial Restaurant

ช่วงบ่ายไปต่อที่

  • มหาวิหารแซ (Sé Catedral do Porto) (ประมาณ 2 กม./10 นาที) มหาวิหารประวัติศาสตร์จากศตวรรษที่ 12 ผสมผสานสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ กอธิก และบาโรก ภายในโดดเด่นด้วยเสากอธิก แท่นบูชาบาโรก และลานอารามที่ประดับกระเบื้อง Azulejos สีน้ำเงิน–ขาว ที่นี่เคยใช้ประกอบพิธีอภิเษกสมรสของพระเจ้า João I และ Philippa of Lancaster ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นพันธมิตรยาวนานที่สุดในโลกระหว่างโปรตุเกส–อังกฤษ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี 1996

  • ชม สะพานปอนเต ดี ลูอิสที่ 1 (Ponte de Luis I / Dom Luís I) สะพานเหล็กคู่ที่ใครมาเมืองนี้ต้องมีรูปกลับไป ผู้ออกแบบเป็นทีมเดียวกับผู้อยู่เบื้องหลังหอไอเฟล โครงสร้างอลังการ ใช้งานสองชั้น: ด้านล่างสำหรับรถยนต์ ด้านบนเป็นรางรถไฟ วิวแม่น้ำโดรูจากสะพานคือระดับตำนาน

ต่อด้วยการข้ามไปฝั่ง

  • Taylor’s Port – Vila Nova de Gaia (ประมาณ 6 กม./20 นาที) หนึ่งในผู้ผลิตไวน์พอร์ตที่เก่าแก่และทรงอิทธิพลที่สุดของโปรตุเกส โรงบ่มตั้งอยู่บนเนินเขา วิวแม่น้ำ Douro และตัวเมืองปอร์โตฝั่งตรงข้ามสวยสะกดตา ภายในท่านจะได้เยี่ยมชมห้องเก็บไวน์ที่รวมทั้งเทคนิคดั้งเดิมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมชิมไวน์พอร์ตระดับพรีเมียมหลากหลายสไตล์ ทั้ง Tawny, Ruby และ Vintage Port

จากนั้นได้เวลาเดินทางกลับสู่เรือ โดยเรือจอดรอรับที่ เมืองเรกัว (Regue)

  • 17.00 น. เรือจอดเทียบท่า เมืองเรกัว

  • 18.45 น. ถึงตัวเมืองเรกัว หรือ Peso da Régua เมืองเล็กๆ กลางหุบเขา Douro เป็นศูนย์กลางการผลิตไวน์พอร์ต และจุดเริ่มต้นเส้นทางล่องเรือ Douro แบบคลาสสิก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารบนเรือ แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย

พักค้างคืนบนเรือ (คืนที่ 2) ณ ท่าเทียบเรือเมืองเรกัว

วันที่ 4: หุบเขา Douro แบบลึกซึ้ง – เมืองศักดิ์สิทธิ์และเมืองมรดกโลก

เรกัว – ลาเมกู – ศาสนสถาน Nossa Senhora dos Remédios – São João da Pesqueira – Vega Terron

06.30 น. ชา–กาแฟสำหรับคนนอนเร็วที่เลาจน์

เช้า พักผ่อนบนเรือหรือเตรียมตัวออกเที่ยว

09.00 น. เดินทางสู่ เมืองลาเมกู (Lamego) (ประมาณ 17 กม./20 นาที) เมืองเก่าแก่ทางตอนใต้ของ Douro Valley เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมยุคกลางและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญของโปรตุเกส

จุดไฮไลต์คือ

  • ศาสนสถาน Nossa Senhora dos Remédios (Sanctuary of Nossa Senhora dos Remédios) (ประมาณ 3 กม./5 นาที) วิหารสไตล์บาโรกบนยอดเขา โดดเด่นด้วยบันไดศักดิ์สิทธิ์ 686 ขั้น ประดับกระเบื้อง Azulejos สีน้ำเงิน–ขาวเล่าเรื่องราวทางศาสนา ภายในประดิษฐานรูปปั้นพระแม่มารี Our Lady of Remedies ที่ชาวเมืองเชื่อว่าส่งปาฏิหาริย์และปกป้องผู้ศรัทธา ด้านบนมองเห็นวิวเมืองลาเมกูและหุบเขา Douro ได้แบบพาโนรามา

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

13.30 น. เดินทางสู่ São João da Pesqueira (ประมาณ 50 กม./1.15 ชม.) เมืองไวน์เก่าแก่กลางภูมิภาค Douro เป็นหนึ่งในหัวใจของการผลิตไวน์ Porto และตั้งอยู่ในเขต Douro Wine Region ซึ่งยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 2001 พื้นที่นี้ถูกกำหนดเขตควบคุมการผลิตไวน์ตั้งแต่ปี 1756 ถือเป็นหนึ่งในภูมิภาคไวน์เก่าแก่ที่สุดของโลก

มีเวลาให้เดินเล่นชมเมืองแบบอิสระ ซึมซับวิวไร่องุ่นขั้นบันไดอันเป็นเอกลักษณ์ของหุบเขาโดรู

จากนั้นเดินทางต่อไปยัง ท่าเรือเมือง Vega Terron (ประมาณ 74 กม./1.30 ชม.)

  • 17.00 น. เรือจอดเทียบท่าเมือง Vega Terron

ค่ำ อาหารค่ำบนเรือ และพักผ่อนตามอัธยาศัย

พักค้างคืนบนเรือ (คืนที่ 3) ณ ท่าเทียบเรือ Vega Terron

วันที่ 5: ข้ามแดนสเปน – ซาลามังกา เมืองมหาวิทยาลัยและจัตุรัสสุดคลาสสิก

Vega Terron – Salamanca – มหาวิหาร – บ้านเปลือกหอย – มหาวิทยาลัยซาลามังกา – Plaza Mayor – กลับเรือ

06.30 น. ชา–กาแฟสำหรับสาย Early Morning

เช้า อาหารเช้า ณ ห้องอาหารบนเรือ

09.00 น. เดินทางสู่ เมืองซาลามังกา (Salamanca) ประเทศสเปน (ประมาณ 120 กม./2 ชม.)

เมืองนี้มีประวัติย้อนไปถึงศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล จนได้รับฉายา “กรุงโรมย่อส่วน” เต็มไปด้วยอาคารหินทรายสีทอง ศิลปะละเมียดละไม และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1988

โปรแกรมในซาลามังกา:

  • เข้าเยี่ยมชม มหาวิหารซาลามังกา (Salamanca Cathedral) ซึ่งประกอบด้วยมหาวิหารเก่า (ศตวรรษที่ 12–13, สไตล์โรมาเนสก์) และมหาวิหารใหม่ (ศตวรรษที่ 16–18, สไตล์โกธิกและบาโรก) เชื่อมต่อกันอย่างงดงาม

  • เดินไปถ่ายรูปที่ Casa de las Conchas (House of Shells) คฤหาสน์ศตวรรษที่ 15–16 ที่มีผนังด้านหน้าประดับปูนปั้นเปลือกหอยกว่า 300 ชิ้น สื่อถึงสัญลักษณ์ของกองทหารซันติอาโก สถาปัตยกรรมผสมผสานโกธิก เรอเนสซองส์ และมูเดจาร์อย่างลงตัว

  • ชม มหาวิทยาลัยซาลามังกา (University of Salamanca) ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1218 เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดของยุโรป โดดเด่นด้วยซุ้มประตูแกะสลักสไตล์ Plateresque และสัญลักษณ์ “กบบนหัวกะโหลก” ที่นักศึกษาต่างพยายามมองหา เชื่อกันว่าถ้าเจอจะเรียนจบสบาย นอกจากนี้ยังได้เดินชมลาน Patio de Escuelas และโบสถ์ Capilla de San Jerónimo

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น พร้อมชมโชว์การเต้น Flamenco แบบต้นตำรับสเปน

ช่วงบ่ายไปต่อที่

  • Plaza Mayor จัตุรัสใจกลางเมืองที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 เป็นหนึ่งในจัตุรัสที่ใหญ่และสวยที่สุดในสเปน รายล้อมไปด้วยตึกสไตล์บาโรก ลานกว้างนี้ในอดีตเคยใช้จัดแข่งวัวกระทิง ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านอาหารและคาเฟ่บรรยากาศดี

เมื่อได้เวลาสมควร เดินทางกลับสู่เรือที่เมือง Vega Terron (ประมาณ 120 กม./2 ชม.)

ค่ำ อาหารค่ำ ณ ห้องอาหารบนเรือ และพักผ่อนตามสบาย

พักค้างคืนบนเรือ (คืนที่ 4) ณ ท่าเทียบเรือ Vega Terron

วันที่ 6: มรดกโลกยุคก่อนประวัติศาสตร์ – หมู่บ้านยุคกลางบนยอดเขา

Vega Terron – Pinhão – Pocinho – Côa Museum – Castelo Rodrigo – กลับเรือ

06.30 น. ชา–กาแฟเช้าที่เลาจน์

เช้า อาหารเช้า ณ ห้องอาหารบนเรือ

10.00 น. กิจกรรมพูดคุยกับแขกรับเชิญพิเศษบนเรือ มีบริการชา–กาแฟและของว่าง เข้าร่วมได้ตามอัธยาศัย

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารบนเรือ

13.00 น. เรือจอดเทียบท่า เมืองปินเยา (Pinhão) เมืองเล็กเงียบสงบกลาง Douro Valley รายล้อมด้วยไร่องุ่นขั้นบันได เป็นหนึ่งในหัวใจการผลิตไวน์พอร์ตของโปรตุเกส

จากนั้นเดินทางสู่

  • เมืองโพซินโญ่ (Pocinho) (ประมาณ 63 กม./20 นาที) เมืองเล็กทางตะวันออกของ Douro Valley ใกล้ชายแดนสเปน จุดสิ้นสุดของเส้นทางรถไฟ Linha do Douro – Pocinho ที่เริ่มจากปอร์โต หมู่บ้านนี้เติบโตขึ้นพร้อมการสร้างสถานีรถไฟในศตวรรษที่ 19 เคยเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้า ทั้งแร่และผลผลิตเกษตร

14.30 น. เข้าชม

  • Côa Museum (Museu do Côa) (ประมาณ 11 กม./20 นาที) พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงศิลปะหินยุคก่อนประวัติศาสตร์ (Paleolithic Rock Art) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก ภายในนำเสนอภาพวาดหินโบราณที่ค้นพบตามหุบเขา Côa พร้อมเรื่องราวชีวิตมนุษย์ยุคดึกดำบรรพ์ ตัวอาคารตั้งอยู่บนเนินเขา มองเห็นวิวแม่น้ำและหุบเขา Côa ได้สวยมาก

16.00 น. เดินทางต่อสู่

  • เมืองกัสเตลู โรดรีกู (Castelo Rodrigo) (ประมาณ 45 กม./50 นาที) หมู่บ้านยุคกลางบนยอดเขาที่ได้รับการอนุรักษ์อย่างดี มีกำแพงเมืองเก่า ซากปราสาท ถนนหิน และโบสถ์โบราณเช่น Our Lady of Rocamador รวมถึงอาราม Sta. Maria de Aguiar ที่นี่เคยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญระหว่างโปรตุเกส–สเปน และเป็นหนึ่งใน Aldeias Históricas de Portugal หมู่บ้านประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศ

ผ่านชมโบสถ์ Our Lady of Rocamador รูปปั้น Saint James the Moor-slayer หอระฆัง (Clock Tower) และเสาหิน Pelourinho ตามทางเดินหินคลาสสิกของหมู่บ้าน

ได้เวลาอันสมควร เดินทางกลับสู่เรือที่เมือง Pinhão (ประมาณ 120 กม./2 ชม.)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารบนเรือ และพักผ่อนตามอัธยาศัย

พักค้างคืนบนเรือ (คืนที่ 5) ณ ท่าเทียบเรือเมือง Pinhão

วันที่ 7: จิบไวน์กลางไร่องุ่นขั้นบันได – บายบายคืนสุดท้ายบนเรือ

Pinhão – Folgosa – Quinta do Seixo – กลับเรือที่เรกัว – กิจกรรมพิเศษและ Farewell Dinner

06.30 น. เสิร์ฟชา–กาแฟยามเช้าที่เลาจน์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารบนเรือ

08.00 น. เรือออกจาก เมือง Pinhão

09.00 น. เรือเคลื่อนถึงบริเวณ เมือง Folgosa

ระหว่างล่องเรือ สามารถพักผ่อนตามใจ:

  • นั่งจิบเครื่องดื่มใน Atrium Lounge

  • ลงสระว่ายน้ำ

  • เข้าฟิตเนส หรือหามุมชมวิวริมดาดฟ้าเรือ

10.00 น. เดินทางจากท่าเรือเมือง Folgosa สู่

  • Quinta do Seixo (ประมาณ 6 กม./10 นาที) ไร่องุ่นไวน์พอร์ตระดับพรีเมียม ใกล้เมือง Pinhão และเป็นหนึ่งในไร่องุ่นหลักของแบรนด์ Sandeman ที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 1790

ที่นี่คุณจะได้

  • ชมวิวพาโนรามา 360° ของไร่องุ่นขั้นบันไดและแม่น้ำโดรู

  • เรียนรู้กระบวนการผลิตไวน์ผสมผสานเทคนิคดั้งเดิมและเทคโนโลยีสมัยใหม่

  • ชิมไวน์พอร์ตระดับพรีเมียม ทั้ง Tawny, Ruby และ Vintage จากองุ่นคุณภาพสูง

ระหว่างนี้ เรือจะล่องไปจอดรอที่ เมืองเรกัว (Regue) เพื่อรับคณะในเวลา 11.30 น.

จาก Quintado Seixo เดินทางกลับขึ้นเรือที่เรกัว (ประมาณ 23 กม./30 นาที)

กลางวัน อาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารบนเรือ

14.00 น. กิจกรรมพูดคุยกับแขกรับเชิญพิเศษ (มีชา–กาแฟและของว่าง) หรือจะพักผ่อนตามอัธยาศัยบนเรือก็ได้

ไม่ว่าจะเป็น

  • นั่งชิลที่ Atrium Lounge

  • เล่นน้ำในสระ

  • เข้าใช้ฟิตเนส หรือเดินเล่นบนดาดฟ้าเรือชมวิวไร่องุ่น

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำสุดพิเศษ Farewell Dinner บนเรือ ฉลองคืนสุดท้ายบนแม่น้ำโดรู

17.00 น. เรือเทียบท่าค้างคืนที่ ท่าเรือเลเวรินโญ (Leverinho)

พักค้างคืนบนเรือ (คืนที่ 6 คืนสุดท้าย)

จัดเก็บสัมภาระ เตรียมตัวลงเรือในวันถัดไป

วันที่ 8: ล่องเรือโมลีเซย์รู – เมืองเวนิสแห่งโปรตุเกส – มหาวิทยาลัยโกอิมบรา – เข้าพักลิสบอน

ปอร์โต – Aveiro – ล่องเรือ Moliceiro – Coimbra – ลิสบอน

06.30 น. ชา–กาแฟเช้าที่เลาจน์

เช้า อาหารเช้า ณ ห้องอาหารบนเรือ

09.00 น. เช็คเอาท์ลงจากเรือ เดินทางสู่ ลิสบอน (Lisbon) โดยแวะเที่ยวทางระหว่างทาง

จุดแรกรอบวันนี้คือ

  • เมือง Aveiro (ประมาณ 76 กม./45 นาที) เมืองชายฝั่งริมทะเลสาบ Ria de Aveiro ได้ฉายา “เวนิสแห่งโปรตุเกส” ด้วยคลองสวยและเรือ Moliceiro สีสันสดใส เมืองนี้เหมาะกับการเดินชมอาคารสไตล์อาร์ตนูโวและลิ้มลองขนมท้องถิ่น

ขึ้น เรือ Moliceiro ล่องชมเมืองแบบชิลๆ พร้อมดื่มแชมเปญและชิมขนม ovo mole ขนมประจำเมืองชื่อดัง ชมวิวตึกเก่าและบรรยากาศริมคลองสุดเงียบสงบ

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่ายมุ่งหน้าไป

  • เมืองโกอิมบรา (Coimbra) (ประมาณ 64 กม./1 ชม.) เมืองประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำ Mondego เป็นศูนย์กลางการศึกษาและวัฒนธรรมที่สำคัญของโปรตุเกส

ไฮไลต์คือ

  • มหาวิทยาลัยโกอิมบรา (University of Coimbra) ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1290 เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของโปรตุเกส และหนึ่งในมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดของยุโรป ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี 2013 บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยกลิ่นอายวิชาการคลาสสิกและวิวเมืองจากเนินเขา

เมื่อได้เวลาสมควร เดินทางต่อสู่ ลิสบอน (Lisbon) (ประมาณ 200 กม./2.30 ชม.)

ค่ำ เข้าสู่ที่พัก EPIC SANA LISBOA หรือเทียบเท่า และรับประทานอาหารค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม

วันที่ 9: ลิสบอนมรดกโลก – หอคอยเบเลง – อารามเจโรนิโมส – ช้อปปิ้งถนนหรู – Fado Night

ลิสบอน – Belem Tower – Jerónimos Monastery – Avenida da Liberdade – Fado Show

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.00 น. เริ่มทัวร์กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส อดีตมหาอำนาจทางทะเลในยุคศตวรรษที่ 14–16

แวะชม

  • หอคอยเบเลง (Belem Tower / Torre de Belém) (ประมาณ 14 กม./20 นาที) หอคอยริมแม่น้ำ Tagus ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1515 เพื่อป้องกันเมืองและเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือสำรวจโลกยุค Age of Discovery สถาปัตยกรรมสไตล์ Manueline ผสมผสานโกธิก มัวร์ และเรอเนสซองส์ ละเอียดละออด้วยลายแกะสลัก รูปปั้น Saint Vincent และสัญลักษณ์ทางทะเลต่างๆ ที่นี่เคยเป็นจุดตั้งต้นการเดินทางของนักเดินเรือชื่อดังอย่าง Vasco da Gama ปัจจุบันขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก (1983)

จากหอคอยสามารถมองเห็น

  • สะพานแขวน Ponte 25 de Abril ที่ตั้งชื่อเพื่อระลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 25 เมษายน 1974

ต่อด้วยการชม

  • อารามเจโรนิโมส (Mosteiro dos Jerónimos) (ประมาณ 4 กม./5 นาที) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นเกียรติแก่การเดินทางสำรวจของ Vasco da Gama สถาปัตยกรรม Manueline งดงามวิจิตร เต็มไปด้วยรายละเอียดสลักหินอ่อน ภายในเป็นที่ฝังศพบุคคลสำคัญของโปรตุเกส เช่น Vasco da Gama, กวี Luís de Camões และกษัตริย์ Manuel I ลานอาราม (Cloister) ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในลานอารามที่งามที่สุดในยุโรป อารามแห่งนี้ได้รับสถานะมรดกโลกยูเนสโกในปี 1983

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย เดินทางสู่ถนนช้อปปิ้งสุดหรูของลิสบอน

  • Avenida da Liberdade (ถนนลิเบอร์ตี้) ถนนสายหลักระยะทาง 1.1 กม. เชื่อม Praça dos Restauradores กับ Praça Marquês de Pombal สร้างขึ้นในปี 1879 ได้แรงบันดาลใจจาก Champs-Élysées ในปารีส สองข้างทางเต็มไปด้วยแบรนด์หรูระดับโลกตั้งแต่ Louis Vuitton, Prada, Gucci ไปจนถึงบูติกดีไซเนอร์โปรตุเกส พร้อมคาเฟ่และร้านอาหารบรรยากาศดี ทางเดินร่มรื่นด้วยต้นไม้ น้ำพุ และรูปปั้น เหมาะสำหรับเดินเล่น ถ่ายรูป หรือจิบกาแฟชิลๆ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำแบบเลี้ยงปิดทริป Farewell พร้อมชมการแสดง Fado และการเต้นแบบดั้งเดิมของโปรตุเกส ณ ห้องจัดเลี้ยง Casa de Alentejo

กลับเข้าสู่ที่พัก EPIC SANA LISBOA หรือเทียบเท่า

วันที่ 10: โบกมือลาลิสบอน – บินกลับผ่านดูไบ

ลิสบอน – สนามบิน – ดูไบ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นเช็คเอาท์

09.00 น. เดินทางสู่ สนามบินลิสบอน ปอร์เตลา ประเทศโปรตุเกส ทำการเช็คอินและดำเนินการเรื่องคืนภาษี TAX REFUND มีเวลาให้ช้อปปิ้งสินค้า Duty Free ตามอัธยาศัย

13.35 น. ออกเดินทางจากลิสบอนสู่ สนามบินดูไบ ด้วยสายการบิน Emirates เที่ยวบิน EK192

วันที่ 11: ถึงดูไบ – ต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ

ดูไบ – กรุงเทพฯ – กลับถึงบ้านพร้อมความทรงจำเต็มลำเรือ

01.00 น. ถึงสนามบินดูไบ รอต่อเครื่องกลับไทย

03.50 น. ออกเดินทางจากดูไบสู่กรุงเทพฯ ด้วยเที่ยวบิน EK376 ของ Emirates

12.55 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจจากการล่องเรือโดรู เที่ยวเมืองมรดกโลก และจิบไวน์กลางไร่องุ่นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป

ทริปนี้เหมาะกับใคร?

  • คนรักการเดินเที่ยวในเมืองเก่าที่มีเรื่องเล่าในทุกตรอกซอกซอย

  • คนอินวิวธรรมชาติ ไร่องุ่น หุบเขา และแม่น้ำ

  • คนที่อยากเที่ยวหลายเมืองแต่ไม่อยากย้ายโรงแรมทุกคืน

  • คนชอบกิน ชอบดื่ม ชอบบริการแบบ All Inclusive

ถ้าคุณอยากลองเปลี่ยนจากทัวร์ยุโรปแบบนั่งรถบัสยาวๆ มาเป็น “ล่องแม่น้ำ ดูเมืองมรดกโลก นอนเรือหรูทุกคืน” เส้นทาง PORTO MIRANTE บนแม่น้ำ Douro เส้นนี้คือคำตอบที่ใช่มากๆ