วางแผนเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที ใช้ JR Pass ยังไงให้คุ้มสุด?
ถ้าแพลนเที่ยวญี่ปุ่นของเพื่อนๆ คือการนั่งรถไฟชินคันเซ็น ข้ามเมือง ข้ามภูมิภาคแบบจัดเต็ม ทั้งโตเกียว โทโฮคุ คันไซ คิวชู หรือฮอกไกโด การซื้อ JR Pass (JAPAN RAIL PASS) คือหนึ่งในทริคประหยัดค่าเดินทางที่ไม่ควรมองข้ามเลย
เพราะแทนที่จะซื้อตั๋วรถไฟทีละเที่ยว (ซึ่งราคาแรงเอาเรื่อง โดยเฉพาะชินคันเซ็น) เราสามารถเลือกบัตรเหมานั่งให้ตรงโซนและจำนวนวันที่จะใช้จริง ช่วยเซฟงบไปลงกับกิน-ช้อป-ที่พักได้แบบสบายใจ
เคสคลาสสิก: ถ้าเที่ยวหลายเมือง หลายภูมิภาค และนั่งชินคันเซ็นหลายเที่ยว JR Pass มักจะคุ้มมาก แต่ถ้าไปไม่กี่เมืองเน้นเที่ยวในโซนเดียว บัตรแบบรายภูมิภาคอาจจะตอบโจทย์กว่า
JR Pass คืออะไร ใช้กับอะไรได้บ้าง?
JR Pass คือบัตรโดยสารเหมาจ่ายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ใช้เดินทางด้วยระบบขนส่งของกลุ่มบริษัท JR (Japan Railways Group) ซึ่งประกอบด้วย 6 บริษัทใหญ่ ได้แก่ JR HOKKAIDO, JR EAST, JR CENTRAL, JR WEST, JR SHIKOKU และ JR KYUSHU
จุดเด่นของ JR Pass คือ
ใช้นั่ง รถไฟของ JR ได้ไม่จำกัดเที่ยว ภายในระยะเวลาที่ระบุในบัตร
ครอบคลุมทั้งรถไฟสายหลัก รถไฟด่วนพิเศษ และบางประเภทของชินคันเซ็น (ตามเงื่อนไขของแต่ละพาส)
บางพาสใช้ขึ้น JR Bus และ JR Ferry ได้ด้วย
สรุปง่ายๆ คือเป็นบัตรเหมารถไฟที่เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวข้ามเมืองหรือข้ามภูมิภาคแบบจริงจัง และอยาก ล็อกงบค่าเดินทางล่วงหน้า ไม่ให้บานปลาย
JR Pass มีกี่แบบ? ครอบคลุมพื้นที่ไหนบ้าง?
โดยรวมแล้ว JR Pass แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่
แบบทั่วประเทศ : JAPAN RAIL PASS ใช้ได้ทั่วญี่ปุ่น
แบบรายภูมิภาค : แยกตาม 7 โซนใหญ่ แต่แตกย่อยรวมๆ แล้วกว่า 30 แบบ
แต่ละแบบจะต่างกันที่
โซนที่ครอบคลุม
จำนวนวันใช้งาน
ประเภทที่นั่ง (ธรรมดา / กรีนคาร์)
เงื่อนไขการใช้ชินคันเซ็นหรือรถไฟด่วนพิเศษ
เพื่อไม่ให้สับสน มาดูทีละโซนกันแบบย่อยง่าย
1. JAPAN RAIL PASS – พาสเหมาทั่วญี่ปุ่น
ใครมีแพลนลุย หลายภูมิภาคในทริปเดียว เช่น โตเกียว–โอซาก้า–ฮิโรชิม่า–ฟุกุโอกะ หรือวนยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ พาสที่ตอบโจทย์ที่สุดคือ JAPAN RAIL PASS (JR Pass All Area / Whole Japan)
รูปแบบบัตร:
เลือกจำนวนวันได้: 7 / 14 / 21 วัน
- เลือกประเภทที่นั่งได้ 2 แบบ
Ordinary – ที่นั่งชั้นธรรมดา (Standard Class)
Green Car – ที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาส (First Class) ที่นั่งกว้าง เงียบ คนแน่นน้อยกว่า
เหมาะกับใคร?
คนที่เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกแล้วจัดทริปหนักๆ หลายเมือง
คนที่ชอบนั่งชินคันเซ็นข้ามภูมิภาคแทนการบินโลว์คอสต์
2. JR HOKKAIDO – พาสสำหรับเกาะฮอกไกโด
เกาะฮอกไกโดคือสวรรค์ของสายธรรมชาติ หิมะ ดอกไม้ และอาหารทะเลสดๆ ซึ่งการใช้ JR HOKKAIDO Pass จะช่วยประหยัดค่าเดินทางระหว่างเมืองได้เยอะมาก
มีพาสหลักๆ ให้เลือก 3 แบบ
Hokkaido Rail Pass
ใช้นั่งรถไฟทั่วเกาะฮอกไกโด ครอบคลุมเส้นทางยอดนิยม เช่น ซัปโปโร–โอตารุ–อาซาฮิคาวะ–บิเอะ–ฟุราโนะ–โนโบริเบ็ทสึ–คุชิโระ–ฮาโกดาเตะSapporo-Noboribetsu Area Pass
เน้นเส้นทางใกล้ซัปโปโร เช่น ซัปโปโร–โอตารุ–โนโบริเบ็ทสึ เหมาะกับคนที่โฟกัสฮอกไกโดโซนกลาง–ตอนใต้Sapporo-Furano Area Pass
เหมาะมากสำหรับหน้าร้อน ล่าทุ่งลาเวนเดอร์และวิวธรรมชาติ ครอบคลุมซัปโปโร–โอตารุ–ฟุราโนะ–บิเอะ–อาซาฮิคาวะ
3. JR EAST – ฝั่งตะวันออก: โตเกียว โทโฮคุ นากาโน่ นีงาตะ
JR EAST ครอบคลุมฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น รวมโซนฮิตหลายที่มาก เช่น
ภูมิภาคคันโต : โตเกียว คานากาว่า ชิบะ ไซตามะ กุนมะ โทชิงิ อิบารากิ
ภูมิภาคโทโฮคุ : ฟุคุชิมะ มิยางิ ยามากาตะ อากิตะ อิวาเตะ อาโอโมริ
บางส่วนของชูบุ : นากาโน่ นีงาตะ ยามานาชิ ชิสึโอกะ
มีพาสให้เลือก 5 แบบ (เลือกจากโซนที่เราเน้นเป็นหลัก)
JR TOKYO Wide Pass
เหมาะกับคนที่พักแถวโตเกียวแล้วเที่ยววันเดย์ทริปไกลๆ เช่น คาวากุจิโกะ–นิกโก้–คารุอิซาวะ–กาล่ายูซาว่าJR EAST PASS (Nagano, Niigata area)
เหมาะกับสายสกี สายธรรมชาติ เที่ยวจากโตเกียวไป นากาโน่–นีงาตะ–กาล่ายูซาว่า–คารุอิซาวะ ได้แบบคุ้มๆJR EAST PASS (Tohoku area)
เน้นโทโฮคุ เหมาะกับสายใบไม้เปลี่ยนสี หิมะ และเมืองเงียบสงบ เช่น ฟุคุชิมะ–ยามากาตะ–เซนได–โมริโอกะ–อาโอโมริJR East-South Hokkaido Rail Pass
เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวทั้ง โตเกียว + โทโฮคุ + ฮอกไกโดตอนใต้ ในทริปเดียว เช่น โตเกียว–เซนได–อาโอโมริ–ฮาโกดาเตะ–ซัปโปโรJR Tohoku-South Hokkaido Rail Pass
ถ้าเน้นโทโฮคุ + ฮอกไกโดตอนใต้ โดยไม่เน้นโตเกียวมาก พาสนี้คือคำตอบ ครอบคลุมฟุคุชิมะ–เซนได–อาโอโมริ–ฮาโกดาเตะ–ซัปโปโร
4. JR CENTRAL – ตอนกลางญี่ปุ่น: ชูบุ + คันไซบางส่วน
JR CENTRAL ครอบคลุมโซนสำคัญใน ภูมิภาคชูบุ เช่น ไอจิ (นาโกย่า), กิฟุ, คานาซาว่า, โทยามะ, ชิสึโอกะ, ยามานาชิ และเชื่อมต่อบางส่วนของ คันไซ เช่น โอซาก้า นารา วากายาม่า มิเอะ
พาสเด่นๆ มี 4 แบบ
Takayama-Hokuriku Area Tourist Pass
เน้นเส้นทาง โอซาก้า–เกียวโต–ฟุกุอิ–คานาซาว่า–โทยามะ–ทาคายามะ–นาโกย่าจุดขายคือการไป หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโกะ และโกคายามะ ได้คุ้มๆ
Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass
เหมาะกับคนอยากลุย Japan Alps เส้นทางหลักคือ นาโกย่า–ทาคายามะ–โทยามะ–มัตสึโมโตะ
※ ใช้ได้กับรถไฟธรรมดาและด่วนพิเศษ (ไม่ครอบคลุมทุกชินคันเซ็น)Ise-Kumano-Wakayama Area Tourist Pass
เหมาะกับสายธรรมชาติและสายสายบุญ เส้นทาง นาโกย่า–มิเอะ–โอซาก้า–นารา–วากายาม่า (เน้นเส้นทางแสวงบุญ คุมาโนะโคโดะ)Mt. Fuji-Shizuoka Area Tourist Pass Mini
เน้นโซนรอบ ฟูจิซังฝั่งชิสึโอกะ เช่น ชิสึโอกะ–ฮามามัตสึ
เหมาะมากกับคนอยากตามรอยวิวฟูจิแบบใกล้ๆ
5. JR WEST – ฝั่งตะวันตก: คันไซ ซันโย ซันอิน โฮคุริคุ
JR WEST คือโซนยอดฮิตสำหรับคนไทย เพราะครอบคลุมเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมเพียบ
พื้นที่หลักที่ครอบคลุม ได้แก่
ภูมิภาคคันไซ : โอซาก้า เกียวโต นารา วากายาม่า เฮียวโงะ ชิงะ
ภูมิภาคซันโย : โอคายาม่า ฮิโรชิม่า ยามากุจิ
ภูมิภาคซันอิน : ทตโตริ ชิมาเนะ
ภูมิภาคโฮคุริคุ : ฟุกุอิ อิชิคาว่า โทยามะ
มีพาสให้เลือกเยอะถึงราว 15 แบบ ตัวเด่นๆ เช่น
JR-WEST All Area Pass
ครอบคลุมเกือบทุกมุม JR WEST ตั้งแต่คันไซ ซันโย ซันอิน โฮคุริคุ ไปจนถึงฟุกุโอกะฝั่งคิวชูตอนเหนือKansai Mini Pass
สายประหยัด เที่ยวเบาๆ ในคันไซ เช่น โอซาก้า–เกียวโต–นารา–โกเบ
※ ใช้ได้เฉพาะรถไฟธรรมดา เหมาะกับทริปสั้น 2–3 วันKansai Area Pass
ครอบคลุมโอซาก้า–เกียวโต–นารา–วากายาม่า–โกเบ–ฮิเมจิ ใช้ได้กับรถไฟธรรมดา และด่วนพิเศษ HARUKA เข้า–ออกสนามบินคันไซด้วยKansai WIDE Area Pass
ขยายไปไกลขึ้น ครอบคลุมโอซาก้า–เกียวโต–นารา–วากายาม่า–ชิราฮามะ–โกเบ–ฮิเมจิ–โอคายาม่า และข้ามไป ทาคามัตสึ (เกาะชิโกกุ) ได้ด้วยKansai-Hiroshima Area Pass
เหมาะกับสายตามรอยโดมปรมาณู ฮิโรชิม่า + เกาะมิยาจิม่า พร้อมเที่ยวคันไซในใบเดียวKansai-San’in Area Pass
เน้นคันไซ + ซันอิน เช่น โอซาก้า–เกียวโต–นารา–วากายาม่า–ฮิเมจิ–โอคายาม่า–ทตโตริ–มัตสึเอะKansai-Hokuriku Area Pass
เพิ่มฝั่งโฮคุริคุเข้าไป เช่น ฟุกุอิ–คานาซาว่า–โทยามะ เหมาะกับคนอยากเที่ยวเกียวโต + คานาซาว่าในทริปเดียวHokuriku Area Pass
โฟกัสโฮคุริคุล้วนๆ เช่น โทยามะ–คานาซาว่า–ฟุกุอิHokuriku Arch Pass
เชื่อม คันไซ ↔ โตเกียว โดยผ่านโฮคุริคุ เส้นทางฮิต: โอซาก้า–โกเบ–เกียวโต–นารา–ฟุกุอิ–คานาซาว่า–โทยามะ–นากาโน่–คารุอิซาว่า–โตเกียวSanyo-San’in Area Pass
เที่ยวยาว คันไซ + ซันโย + ซันอิน เช่น โอซาก้า–เกียวโต–โอคายาม่า–ฮิโรชิม่า–ยามากุจิ–ทตโตริ–มัตสึเอะ และไปเกาะมิยาจิม่าได้ รวมถึงต่อไปทาคามัตสึ/ฟุกุโอกะได้ด้วยในบางช่วงเส้นทางSanyo-San’in-Northern Kyushu Pass
สำหรับคนที่อยากเที่ยวฝั่งตะวันตกยาวไปถึงคิวชูเหนือ เช่น โอซาก้า–ฮิโรชิม่า–ยามากุจิ–ฟุกุโอกะ–โออิตะ–คุมาโมโตะ–นางาซากิTottori-Matsue Pass
เน้นโซนทตโตริ–มัตสึเอะ และรวมรถบัสภายในเมืองบางเส้นทาง
※ ใช้ได้กับรถไฟธรรมดาและด่วนพิเศษHiroshima-Yamaguchi Area Pass
เหมาะกับคนเริ่มทริปจากฟุกุโอกะ แล้วนั่งรถไฟข้ามมาฮิโรชิม่า–ยามากุจิ และต่อเรือไปเกาะมิยาจิม่าได้Okayama-Hiroshima-Yamaguchi Area Pass
ขยายโซนให้ครอบคลุม โอคายาม่า–ฮิโรชิม่า–ยามากุจิ และเชื่อมไปทาคามัตสึ (ชิโกกุ) + เกาะมิยาจิม่าได้ด้วยSetouchi Area Pass
สำหรับสายทะเลในเซโตะ เที่ยวโอซาก้า–นารา–โกเบ–ฮิเมจิ–โอคายาม่า–ฮิโรชิม่า–ยามากุจิ ข้ามไปฟุกุโอกะ และเกาะชิโกกุ เช่น ทาคามัตสึ–มัตสึยาม่า แถมหลายเส้นทางนั่งเรือไปเกาะต่างๆ เช่น มิยาจิม่า และโชโดชิมะได้
6. JR SHIKOKU – พาสสำหรับเกาะชิโกกุ
เกาะชิโกกุเป็นเกาะเล็กแต่เสน่ห์ไม่เล็กเลย รวมจังหวัดโทคุชิมะ คางาวะ เอฮิเมะ และโคจิ มี JR Pass ให้เลือก 2 แบบ
ALL SHIKOKU Rail Pass
ใช้นั่งรถไฟทั่วเกาะชิโกกุ ครอบคลุมเส้นทางหลักของ JR SHIKOKU เช่น ทาคามัตสึ–มัตสึยาม่า–โทคุชิมะ–โคจิ รวมถึงเส้นทางเชื่อมจากฝั่งชูโกกุ (โคจิมะ–ทาคามัตสึ) และยังรวมรถไฟเอกชนบางสาย เรือเฟอร์รี่ และรถบัสบนเกาะโชโดชิมะด้วย
※ ใช้ได้กับรถไฟธรรมดาและด่วนพิเศษKAGAWA Mini Rail & Ferry Pass
โฟกัสเที่ยวจังหวัดคางาวะ และนั่งเฟอร์รี่/รถบัสบนเกาะโชโดชิมะ เหมาะกับทริปเล็กๆ ที่อยากไปเกาะอาร์ตหรือเสพวิวทะเลชิลๆ
7. JR KYUSHU – พาสสำหรับเกาะคิวชู
คิวชูคือโซนที่เต็มไปด้วยบ่อน้ำพุร้อน วิวภูเขาไฟ และเมืองชิลๆ หลายแห่ง JR KYUSHU มีพาสให้เลือก 3 แบบหลักๆ ตามพื้นที่การเดินทาง
All Kyushu Rail Pass
ใช้เดินทางได้ทั่วเกาะคิวชู ครอบคลุมฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโตะ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิมะ เหมาะกับคนที่อยากตะลุยคิวชูเต็มเกาะNorthern Kyushu Rail Pass
เน้นเมืองฝั่งเหนือ เช่น ฮากาตะ (ฟุกุโอกะ)–คิตะคิวชู–โออิตะ–เบปปุ–ยุฟุอิน–คุมาโมโตะ–ซากะ–นางาซากิ–ซาเซโบะ เหมาะกับสายออนเซ็น + เมืองใหญ่Southern Kyushu Rail Pass
โฟกัสตอนใต้ของคิวชู เช่น โออิตะ–คุมาโมโตะ–มิยาซากิ–คาโกชิมะ เหมาะกับคนอยากตามรอยภูเขาไฟ ซากุระจิมะ และวิวธรรมชาติ
ซื้อ JR Pass ที่ไหนดีให้คุ้มและไม่งง?
ด้านล่างนี้คือคำถามที่เจอบ่อยมากเวลาแพลนใช้ JR Pass
JR Pass ซื้อที่ไหนคุ้มที่สุด?
โดยทั่วไป การซื้อผ่านตัวแทนออนไลน์จากต่างประเทศ มักได้ราคาดีกว่าซื้อหน้าเว็บไซต์บริษัท JR หรือซื้อที่สถานีในญี่ปุ่น เพราะ
ได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า
บางช่วงมีโปรโมชันลดราคาเพิ่ม
JR Pass แบบไหนคุ้มที่สุด?
หลักการเลือกง่ายๆ คือ
ถ้าเที่ยวหลายภูมิภาค เช่น โตเกียว–โอซาก้า–ฟุกุโอกะ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2–3 สัปดาห์
→ JAPAN RAIL PASS แบบทั่วประเทศ มักจะคุ้มสุด แต่ราคาก็สูงสุดเช่นกัน (แพ็กเกจ 7 วันเริ่มราวๆ 50,000 เยน)ถ้าเน้นเที่ยวเฉพาะโซน เช่น แค่คันไซ หรือแค่คิวชู
→ เลือก JR Pass แบบรายภูมิภาค จะยืดหยุ่นและถูกกว่า ราคาพาส 7 วันหลายแบบอยู่ช่วงประมาณ 18,000–28,000 เยน ซึ่งช่วยประหยัดกว่าซื้อตั๋วแยกเที่ยวได้เยอะ
ถ้าอยากเที่ยวแค่ โตเกียว–โอซาก้า ล่ะ?
ให้เช็กจากแพลนก่อนว่า
ถ้าภายใน 7 วัน จะเดินทางข้ามไปเมืองอื่นด้วยไหม เช่น แวะนีงาตะ นากาโน่ ฮิโรชิม่า หรือฟุกุโอกะ
→ ถ้ามีแผนหลายเมือง พิจารณา JAPAN RAIL PASS แบบทั่วประเทศ ยังพอคุ้ม เพราะใช้ชินคันเซ็นได้หลายเที่ยวถ้าไปแค่ โตเกียว ↔ โอซาก้า ไม่ได้แวะเมืองอื่นเยอะ
→ การซื้อตั๋วชินคันเซ็นแบบจ่ายเป็นเที่ยว (ประมาณ 14,000 เยน/เที่ยว แล้วแต่ขบวนและที่นั่ง) อาจคุ้มกว่า JR Pass
JR Pass ใช้ขึ้นชินคันเซ็นได้ทุกขบวนไหม?
สำหรับ JAPAN RAIL PASS แบบทั่วประเทศ
ใช้ขึ้นฟรีได้กับขบวน HIKARI, SAKURA, KODAMA, TSUBAME
แต่ ใช้ไม่ได้แบบฟรี กับขบวน NOZOMI และ MIZUHO ซึ่งเป็นขบวนเร็วสุด
ถ้าอยากนั่ง NOZOMI หรือ MIZUHO ต้องซื้อบัตรเสริม NOZOMI·MIZUHO Ticket เพิ่ม ราคาประมาณ 4,000–8,000 เยน ตามระยะทาง
ส่วน JR Pass แบบรายภูมิภาค แต่ละแบบจะมีเงื่อนไขการใช้ชินคันเซ็นต่างกัน ต้องเช็กรายละเอียดของพาสก่อนซื้อทุกครั้ง
สรุป: ซื้อ JR Pass ดีไหม? เลือกยังไงให้ไม่จ่ายเกิน
คำตอบจริงๆ คือ “แล้วแต่แพลนเที่ยวของเรา” เลย
JR Pass จะ คุ้มมาก ถ้า
มีแผนเดินทางข้ามหลายภูมิภาค หรือหลายเมือง
นั่งชินคันเซ็นหรือรถไฟด่วนพิเศษหลายเที่ยว
อยากล็อกงบค่าเดินทางแบบเหมาจ่าย ไม่อยากลุ้นราคาหน้างาน
แต่ถ้าอยากประหยัดขึ้นอีกหน่อย ลองพิจารณา
เลือกใช้ พาสรายภูมิภาค เช่น ฮอกไกโด โทโฮคุ คันไซ หรือคิวชู
วางแผนเที่ยวกระจุกตัวให้ตรงกับโซนของพาส เพื่อให้ทุกวันที่ใช้บัตรคุ้มค่าที่สุด
ทริคก่อนตัดสินใจซื้อ JR Pass
ลองเขียนแพลนคร่าวๆ ว่า
จะไป เมืองไหนบ้าง
ใช้เวลาแต่ละเมืองกี่วัน
ต้องนั่งรถไฟสายไหน และกี่เที่ยว
จากนั้น
เช็กราคารถไฟรายเที่ยว (โดยเฉพาะชินคันเซ็น)
แล้วเปรียบเทียบกับราคา JR Pass ทั้งแบบทั่วประเทศและแบบรายภูมิภาค
ถ้ายอดรวมของค่าเดินทางรายเที่ยว ใกล้หรือเกินราคาพาส แปลว่าซื้อ JR Pass น่าจะเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ทริปญี่ปุ่นของเพื่อนๆ เที่ยวได้หนักขึ้น แต่จ่ายน้อยลง มากทีเดียวค่ะ

