รับแอปรับแอป

JR Pass แบบไหนคุ้มสุด? แจกพาสทั้ง 7 โซน เลือกให้ตรงทริป ประหยัดหนักมาก!

ชาตรี วัฒนชัย01-30

วางแผนเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที ใช้ JR Pass ยังไงให้คุ้มสุด?

ถ้าแพลนเที่ยวญี่ปุ่นของเพื่อนๆ คือการนั่งรถไฟชินคันเซ็น ข้ามเมือง ข้ามภูมิภาคแบบจัดเต็ม ทั้งโตเกียว โทโฮคุ คันไซ คิวชู หรือฮอกไกโด การซื้อ JR Pass (JAPAN RAIL PASS) คือหนึ่งในทริคประหยัดค่าเดินทางที่ไม่ควรมองข้ามเลย

เพราะแทนที่จะซื้อตั๋วรถไฟทีละเที่ยว (ซึ่งราคาแรงเอาเรื่อง โดยเฉพาะชินคันเซ็น) เราสามารถเลือกบัตรเหมานั่งให้ตรงโซนและจำนวนวันที่จะใช้จริง ช่วยเซฟงบไปลงกับกิน-ช้อป-ที่พักได้แบบสบายใจ

เคสคลาสสิก: ถ้าเที่ยวหลายเมือง หลายภูมิภาค และนั่งชินคันเซ็นหลายเที่ยว JR Pass มักจะคุ้มมาก แต่ถ้าไปไม่กี่เมืองเน้นเที่ยวในโซนเดียว บัตรแบบรายภูมิภาคอาจจะตอบโจทย์กว่า

JR Pass คืออะไร ใช้กับอะไรได้บ้าง?

JR Pass คือบัตรโดยสารเหมาจ่ายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ใช้เดินทางด้วยระบบขนส่งของกลุ่มบริษัท JR (Japan Railways Group) ซึ่งประกอบด้วย 6 บริษัทใหญ่ ได้แก่ JR HOKKAIDO, JR EAST, JR CENTRAL, JR WEST, JR SHIKOKU และ JR KYUSHU

จุดเด่นของ JR Pass คือ

  • ใช้นั่ง รถไฟของ JR ได้ไม่จำกัดเที่ยว ภายในระยะเวลาที่ระบุในบัตร

  • ครอบคลุมทั้งรถไฟสายหลัก รถไฟด่วนพิเศษ และบางประเภทของชินคันเซ็น (ตามเงื่อนไขของแต่ละพาส)

  • บางพาสใช้ขึ้น JR Bus และ JR Ferry ได้ด้วย

สรุปง่ายๆ คือเป็นบัตรเหมารถไฟที่เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวข้ามเมืองหรือข้ามภูมิภาคแบบจริงจัง และอยาก ล็อกงบค่าเดินทางล่วงหน้า ไม่ให้บานปลาย

JR Pass มีกี่แบบ? ครอบคลุมพื้นที่ไหนบ้าง?

โดยรวมแล้ว JR Pass แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่

  • แบบทั่วประเทศ : JAPAN RAIL PASS ใช้ได้ทั่วญี่ปุ่น

  • แบบรายภูมิภาค : แยกตาม 7 โซนใหญ่ แต่แตกย่อยรวมๆ แล้วกว่า 30 แบบ

แต่ละแบบจะต่างกันที่

  • โซนที่ครอบคลุม

  • จำนวนวันใช้งาน

  • ประเภทที่นั่ง (ธรรมดา / กรีนคาร์)

  • เงื่อนไขการใช้ชินคันเซ็นหรือรถไฟด่วนพิเศษ

เพื่อไม่ให้สับสน มาดูทีละโซนกันแบบย่อยง่าย

1. JAPAN RAIL PASS – พาสเหมาทั่วญี่ปุ่น

ใครมีแพลนลุย หลายภูมิภาคในทริปเดียว เช่น โตเกียว–โอซาก้า–ฮิโรชิม่า–ฟุกุโอกะ หรือวนยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ พาสที่ตอบโจทย์ที่สุดคือ JAPAN RAIL PASS (JR Pass All Area / Whole Japan)

รูปแบบบัตร:

  • เลือกจำนวนวันได้: 7 / 14 / 21 วัน

  • เลือกประเภทที่นั่งได้ 2 แบบ
    • Ordinary – ที่นั่งชั้นธรรมดา (Standard Class)

    • Green Car – ที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาส (First Class) ที่นั่งกว้าง เงียบ คนแน่นน้อยกว่า

เหมาะกับใคร?

  • คนที่เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกแล้วจัดทริปหนักๆ หลายเมือง

  • คนที่ชอบนั่งชินคันเซ็นข้ามภูมิภาคแทนการบินโลว์คอสต์

2. JR HOKKAIDO – พาสสำหรับเกาะฮอกไกโด

เกาะฮอกไกโดคือสวรรค์ของสายธรรมชาติ หิมะ ดอกไม้ และอาหารทะเลสดๆ ซึ่งการใช้ JR HOKKAIDO Pass จะช่วยประหยัดค่าเดินทางระหว่างเมืองได้เยอะมาก

มีพาสหลักๆ ให้เลือก 3 แบบ

  • Hokkaido Rail Pass
    ใช้นั่งรถไฟทั่วเกาะฮอกไกโด ครอบคลุมเส้นทางยอดนิยม เช่น ซัปโปโร–โอตารุ–อาซาฮิคาวะ–บิเอะ–ฟุราโนะ–โนโบริเบ็ทสึ–คุชิโระ–ฮาโกดาเตะ

  • Sapporo-Noboribetsu Area Pass
    เน้นเส้นทางใกล้ซัปโปโร เช่น ซัปโปโร–โอตารุ–โนโบริเบ็ทสึ เหมาะกับคนที่โฟกัสฮอกไกโดโซนกลาง–ตอนใต้

  • Sapporo-Furano Area Pass
    เหมาะมากสำหรับหน้าร้อน ล่าทุ่งลาเวนเดอร์และวิวธรรมชาติ ครอบคลุมซัปโปโร–โอตารุ–ฟุราโนะ–บิเอะ–อาซาฮิคาวะ

3. JR EAST – ฝั่งตะวันออก: โตเกียว โทโฮคุ นากาโน่ นีงาตะ

JR EAST ครอบคลุมฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น รวมโซนฮิตหลายที่มาก เช่น

  • ภูมิภาคคันโต : โตเกียว คานากาว่า ชิบะ ไซตามะ กุนมะ โทชิงิ อิบารากิ

  • ภูมิภาคโทโฮคุ : ฟุคุชิมะ มิยางิ ยามากาตะ อากิตะ อิวาเตะ อาโอโมริ

  • บางส่วนของชูบุ : นากาโน่ นีงาตะ ยามานาชิ ชิสึโอกะ

มีพาสให้เลือก 5 แบบ (เลือกจากโซนที่เราเน้นเป็นหลัก)

  • JR TOKYO Wide Pass
    เหมาะกับคนที่พักแถวโตเกียวแล้วเที่ยววันเดย์ทริปไกลๆ เช่น คาวากุจิโกะ–นิกโก้–คารุอิซาวะ–กาล่ายูซาว่า

  • JR EAST PASS (Nagano, Niigata area)
    เหมาะกับสายสกี สายธรรมชาติ เที่ยวจากโตเกียวไป นากาโน่–นีงาตะ–กาล่ายูซาว่า–คารุอิซาวะ ได้แบบคุ้มๆ

  • JR EAST PASS (Tohoku area)
    เน้นโทโฮคุ เหมาะกับสายใบไม้เปลี่ยนสี หิมะ และเมืองเงียบสงบ เช่น ฟุคุชิมะ–ยามากาตะ–เซนได–โมริโอกะ–อาโอโมริ

  • JR East-South Hokkaido Rail Pass
    เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวทั้ง โตเกียว + โทโฮคุ + ฮอกไกโดตอนใต้ ในทริปเดียว เช่น โตเกียว–เซนได–อาโอโมริ–ฮาโกดาเตะ–ซัปโปโร

  • JR Tohoku-South Hokkaido Rail Pass
    ถ้าเน้นโทโฮคุ + ฮอกไกโดตอนใต้ โดยไม่เน้นโตเกียวมาก พาสนี้คือคำตอบ ครอบคลุมฟุคุชิมะ–เซนได–อาโอโมริ–ฮาโกดาเตะ–ซัปโปโร

4. JR CENTRAL – ตอนกลางญี่ปุ่น: ชูบุ + คันไซบางส่วน

JR CENTRAL ครอบคลุมโซนสำคัญใน ภูมิภาคชูบุ เช่น ไอจิ (นาโกย่า), กิฟุ, คานาซาว่า, โทยามะ, ชิสึโอกะ, ยามานาชิ และเชื่อมต่อบางส่วนของ คันไซ เช่น โอซาก้า นารา วากายาม่า มิเอะ

พาสเด่นๆ มี 4 แบบ

  • Takayama-Hokuriku Area Tourist Pass
    เน้นเส้นทาง โอซาก้า–เกียวโต–ฟุกุอิ–คานาซาว่า–โทยามะ–ทาคายามะ–นาโกย่า

    • จุดขายคือการไป หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโกะ และโกคายามะ ได้คุ้มๆ

  • Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass
    เหมาะกับคนอยากลุย Japan Alps เส้นทางหลักคือ นาโกย่า–ทาคายามะ–โทยามะ–มัตสึโมโตะ
    ※ ใช้ได้กับรถไฟธรรมดาและด่วนพิเศษ (ไม่ครอบคลุมทุกชินคันเซ็น)

  • Ise-Kumano-Wakayama Area Tourist Pass
    เหมาะกับสายธรรมชาติและสายสายบุญ เส้นทาง นาโกย่า–มิเอะ–โอซาก้า–นารา–วากายาม่า (เน้นเส้นทางแสวงบุญ คุมาโนะโคโดะ)

  • Mt. Fuji-Shizuoka Area Tourist Pass Mini
    เน้นโซนรอบ ฟูจิซังฝั่งชิสึโอกะ เช่น ชิสึโอกะ–ฮามามัตสึ
    เหมาะมากกับคนอยากตามรอยวิวฟูจิแบบใกล้ๆ

5. JR WEST – ฝั่งตะวันตก: คันไซ ซันโย ซันอิน โฮคุริคุ

JR WEST คือโซนยอดฮิตสำหรับคนไทย เพราะครอบคลุมเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมเพียบ

พื้นที่หลักที่ครอบคลุม ได้แก่

  • ภูมิภาคคันไซ : โอซาก้า เกียวโต นารา วากายาม่า เฮียวโงะ ชิงะ

  • ภูมิภาคซันโย : โอคายาม่า ฮิโรชิม่า ยามากุจิ

  • ภูมิภาคซันอิน : ทตโตริ ชิมาเนะ

  • ภูมิภาคโฮคุริคุ : ฟุกุอิ อิชิคาว่า โทยามะ

มีพาสให้เลือกเยอะถึงราว 15 แบบ ตัวเด่นๆ เช่น

  • JR-WEST All Area Pass
    ครอบคลุมเกือบทุกมุม JR WEST ตั้งแต่คันไซ ซันโย ซันอิน โฮคุริคุ ไปจนถึงฟุกุโอกะฝั่งคิวชูตอนเหนือ

  • Kansai Mini Pass
    สายประหยัด เที่ยวเบาๆ ในคันไซ เช่น โอซาก้า–เกียวโต–นารา–โกเบ
    ※ ใช้ได้เฉพาะรถไฟธรรมดา เหมาะกับทริปสั้น 2–3 วัน

  • Kansai Area Pass
    ครอบคลุมโอซาก้า–เกียวโต–นารา–วากายาม่า–โกเบ–ฮิเมจิ ใช้ได้กับรถไฟธรรมดา และด่วนพิเศษ HARUKA เข้า–ออกสนามบินคันไซด้วย

  • Kansai WIDE Area Pass
    ขยายไปไกลขึ้น ครอบคลุมโอซาก้า–เกียวโต–นารา–วากายาม่า–ชิราฮามะ–โกเบ–ฮิเมจิ–โอคายาม่า และข้ามไป ทาคามัตสึ (เกาะชิโกกุ) ได้ด้วย

  • Kansai-Hiroshima Area Pass
    เหมาะกับสายตามรอยโดมปรมาณู ฮิโรชิม่า + เกาะมิยาจิม่า พร้อมเที่ยวคันไซในใบเดียว

  • Kansai-San’in Area Pass
    เน้นคันไซ + ซันอิน เช่น โอซาก้า–เกียวโต–นารา–วากายาม่า–ฮิเมจิ–โอคายาม่า–ทตโตริ–มัตสึเอะ

  • Kansai-Hokuriku Area Pass
    เพิ่มฝั่งโฮคุริคุเข้าไป เช่น ฟุกุอิ–คานาซาว่า–โทยามะ เหมาะกับคนอยากเที่ยวเกียวโต + คานาซาว่าในทริปเดียว

  • Hokuriku Area Pass
    โฟกัสโฮคุริคุล้วนๆ เช่น โทยามะ–คานาซาว่า–ฟุกุอิ

  • Hokuriku Arch Pass
    เชื่อม คันไซ ↔ โตเกียว โดยผ่านโฮคุริคุ เส้นทางฮิต: โอซาก้า–โกเบ–เกียวโต–นารา–ฟุกุอิ–คานาซาว่า–โทยามะ–นากาโน่–คารุอิซาว่า–โตเกียว

  • Sanyo-San’in Area Pass
    เที่ยวยาว คันไซ + ซันโย + ซันอิน เช่น โอซาก้า–เกียวโต–โอคายาม่า–ฮิโรชิม่า–ยามากุจิ–ทตโตริ–มัตสึเอะ และไปเกาะมิยาจิม่าได้ รวมถึงต่อไปทาคามัตสึ/ฟุกุโอกะได้ด้วยในบางช่วงเส้นทาง

  • Sanyo-San’in-Northern Kyushu Pass
    สำหรับคนที่อยากเที่ยวฝั่งตะวันตกยาวไปถึงคิวชูเหนือ เช่น โอซาก้า–ฮิโรชิม่า–ยามากุจิ–ฟุกุโอกะ–โออิตะ–คุมาโมโตะ–นางาซากิ

  • Tottori-Matsue Pass
    เน้นโซนทตโตริ–มัตสึเอะ และรวมรถบัสภายในเมืองบางเส้นทาง
    ※ ใช้ได้กับรถไฟธรรมดาและด่วนพิเศษ

  • Hiroshima-Yamaguchi Area Pass
    เหมาะกับคนเริ่มทริปจากฟุกุโอกะ แล้วนั่งรถไฟข้ามมาฮิโรชิม่า–ยามากุจิ และต่อเรือไปเกาะมิยาจิม่าได้

  • Okayama-Hiroshima-Yamaguchi Area Pass
    ขยายโซนให้ครอบคลุม โอคายาม่า–ฮิโรชิม่า–ยามากุจิ และเชื่อมไปทาคามัตสึ (ชิโกกุ) + เกาะมิยาจิม่าได้ด้วย

  • Setouchi Area Pass
    สำหรับสายทะเลในเซโตะ เที่ยวโอซาก้า–นารา–โกเบ–ฮิเมจิ–โอคายาม่า–ฮิโรชิม่า–ยามากุจิ ข้ามไปฟุกุโอกะ และเกาะชิโกกุ เช่น ทาคามัตสึ–มัตสึยาม่า แถมหลายเส้นทางนั่งเรือไปเกาะต่างๆ เช่น มิยาจิม่า และโชโดชิมะได้

6. JR SHIKOKU – พาสสำหรับเกาะชิโกกุ

เกาะชิโกกุเป็นเกาะเล็กแต่เสน่ห์ไม่เล็กเลย รวมจังหวัดโทคุชิมะ คางาวะ เอฮิเมะ และโคจิ มี JR Pass ให้เลือก 2 แบบ

  • ALL SHIKOKU Rail Pass
    ใช้นั่งรถไฟทั่วเกาะชิโกกุ ครอบคลุมเส้นทางหลักของ JR SHIKOKU เช่น ทาคามัตสึ–มัตสึยาม่า–โทคุชิมะ–โคจิ รวมถึงเส้นทางเชื่อมจากฝั่งชูโกกุ (โคจิมะ–ทาคามัตสึ) และยังรวมรถไฟเอกชนบางสาย เรือเฟอร์รี่ และรถบัสบนเกาะโชโดชิมะด้วย
    ※ ใช้ได้กับรถไฟธรรมดาและด่วนพิเศษ

  • KAGAWA Mini Rail & Ferry Pass
    โฟกัสเที่ยวจังหวัดคางาวะ และนั่งเฟอร์รี่/รถบัสบนเกาะโชโดชิมะ เหมาะกับทริปเล็กๆ ที่อยากไปเกาะอาร์ตหรือเสพวิวทะเลชิลๆ

7. JR KYUSHU – พาสสำหรับเกาะคิวชู

คิวชูคือโซนที่เต็มไปด้วยบ่อน้ำพุร้อน วิวภูเขาไฟ และเมืองชิลๆ หลายแห่ง JR KYUSHU มีพาสให้เลือก 3 แบบหลักๆ ตามพื้นที่การเดินทาง

  • All Kyushu Rail Pass
    ใช้เดินทางได้ทั่วเกาะคิวชู ครอบคลุมฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโตะ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิมะ เหมาะกับคนที่อยากตะลุยคิวชูเต็มเกาะ

  • Northern Kyushu Rail Pass
    เน้นเมืองฝั่งเหนือ เช่น ฮากาตะ (ฟุกุโอกะ)–คิตะคิวชู–โออิตะ–เบปปุ–ยุฟุอิน–คุมาโมโตะ–ซากะ–นางาซากิ–ซาเซโบะ เหมาะกับสายออนเซ็น + เมืองใหญ่

  • Southern Kyushu Rail Pass
    โฟกัสตอนใต้ของคิวชู เช่น โออิตะ–คุมาโมโตะ–มิยาซากิ–คาโกชิมะ เหมาะกับคนอยากตามรอยภูเขาไฟ ซากุระจิมะ และวิวธรรมชาติ

ซื้อ JR Pass ที่ไหนดีให้คุ้มและไม่งง?

ด้านล่างนี้คือคำถามที่เจอบ่อยมากเวลาแพลนใช้ JR Pass

JR Pass ซื้อที่ไหนคุ้มที่สุด?

โดยทั่วไป การซื้อผ่านตัวแทนออนไลน์จากต่างประเทศ มักได้ราคาดีกว่าซื้อหน้าเว็บไซต์บริษัท JR หรือซื้อที่สถานีในญี่ปุ่น เพราะ

  • ได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า

  • บางช่วงมีโปรโมชันลดราคาเพิ่ม

JR Pass แบบไหนคุ้มที่สุด?

หลักการเลือกง่ายๆ คือ

  • ถ้าเที่ยวหลายภูมิภาค เช่น โตเกียว–โอซาก้า–ฟุกุโอกะ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2–3 สัปดาห์
    JAPAN RAIL PASS แบบทั่วประเทศ มักจะคุ้มสุด แต่ราคาก็สูงสุดเช่นกัน (แพ็กเกจ 7 วันเริ่มราวๆ 50,000 เยน)

  • ถ้าเน้นเที่ยวเฉพาะโซน เช่น แค่คันไซ หรือแค่คิวชู
    → เลือก JR Pass แบบรายภูมิภาค จะยืดหยุ่นและถูกกว่า ราคาพาส 7 วันหลายแบบอยู่ช่วงประมาณ 18,000–28,000 เยน ซึ่งช่วยประหยัดกว่าซื้อตั๋วแยกเที่ยวได้เยอะ

ถ้าอยากเที่ยวแค่ โตเกียว–โอซาก้า ล่ะ?

ให้เช็กจากแพลนก่อนว่า

  • ถ้าภายใน 7 วัน จะเดินทางข้ามไปเมืองอื่นด้วยไหม เช่น แวะนีงาตะ นากาโน่ ฮิโรชิม่า หรือฟุกุโอกะ
    → ถ้ามีแผนหลายเมือง พิจารณา JAPAN RAIL PASS แบบทั่วประเทศ ยังพอคุ้ม เพราะใช้ชินคันเซ็นได้หลายเที่ยว

  • ถ้าไปแค่ โตเกียว ↔ โอซาก้า ไม่ได้แวะเมืองอื่นเยอะ
    → การซื้อตั๋วชินคันเซ็นแบบจ่ายเป็นเที่ยว (ประมาณ 14,000 เยน/เที่ยว แล้วแต่ขบวนและที่นั่ง) อาจคุ้มกว่า JR Pass

JR Pass ใช้ขึ้นชินคันเซ็นได้ทุกขบวนไหม?

สำหรับ JAPAN RAIL PASS แบบทั่วประเทศ

  • ใช้ขึ้นฟรีได้กับขบวน HIKARI, SAKURA, KODAMA, TSUBAME

  • แต่ ใช้ไม่ได้แบบฟรี กับขบวน NOZOMI และ MIZUHO ซึ่งเป็นขบวนเร็วสุด

  • ถ้าอยากนั่ง NOZOMI หรือ MIZUHO ต้องซื้อบัตรเสริม NOZOMI·MIZUHO Ticket เพิ่ม ราคาประมาณ 4,000–8,000 เยน ตามระยะทาง

ส่วน JR Pass แบบรายภูมิภาค แต่ละแบบจะมีเงื่อนไขการใช้ชินคันเซ็นต่างกัน ต้องเช็กรายละเอียดของพาสก่อนซื้อทุกครั้ง

สรุป: ซื้อ JR Pass ดีไหม? เลือกยังไงให้ไม่จ่ายเกิน

คำตอบจริงๆ คือ “แล้วแต่แพลนเที่ยวของเรา” เลย

JR Pass จะ คุ้มมาก ถ้า

  • มีแผนเดินทางข้ามหลายภูมิภาค หรือหลายเมือง

  • นั่งชินคันเซ็นหรือรถไฟด่วนพิเศษหลายเที่ยว

  • อยากล็อกงบค่าเดินทางแบบเหมาจ่าย ไม่อยากลุ้นราคาหน้างาน

แต่ถ้าอยากประหยัดขึ้นอีกหน่อย ลองพิจารณา

  • เลือกใช้ พาสรายภูมิภาค เช่น ฮอกไกโด โทโฮคุ คันไซ หรือคิวชู

  • วางแผนเที่ยวกระจุกตัวให้ตรงกับโซนของพาส เพื่อให้ทุกวันที่ใช้บัตรคุ้มค่าที่สุด

ทริคก่อนตัดสินใจซื้อ JR Pass

  • ลองเขียนแพลนคร่าวๆ ว่า

    • จะไป เมืองไหนบ้าง

    • ใช้เวลาแต่ละเมืองกี่วัน

    • ต้องนั่งรถไฟสายไหน และกี่เที่ยว

  • จากนั้น

    • เช็กราคารถไฟรายเที่ยว (โดยเฉพาะชินคันเซ็น)

    • แล้วเปรียบเทียบกับราคา JR Pass ทั้งแบบทั่วประเทศและแบบรายภูมิภาค

ถ้ายอดรวมของค่าเดินทางรายเที่ยว ใกล้หรือเกินราคาพาส แปลว่าซื้อ JR Pass น่าจะเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ทริปญี่ปุ่นของเพื่อนๆ เที่ยวได้หนักขึ้น แต่จ่ายน้อยลง มากทีเดียวค่ะ