เปิดศักราชใหม่ มือถือเล่นเกมงบหมื่นโคตรเดือด
สวัสดีปีใหม่ 2569 สายเกมเมอร์มือถือทั้งหลาย! ปีนี้วงการสมาร์ตโฟนเปิดหัวมาแบบโหดๆ โดยเฉพาะกลุ่ม Budget Gaming หรือมือถือเล่นเกมงบไม่เกินหมื่น ที่แต่ละค่ายใส่สเปกกันไม่ยั้ง แข่งกันเดือดกว่าเดิมหลายเท่า
ในงบแค่ 10,000 บาทช่วงต้นปี 2026 คุณได้สเปกระดับเรือธงปีก่อนแบบแทบยกเครื่องลงมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชิปแรงเล่น Genshin Impact เวอร์ชันล่าสุด ได้ลื่นๆ, หน้าจอ OLED 1.5K 120Hz, ไปจนถึงระบบ ชาร์จไวระดับ 100W+ ที่เมื่อก่อนต้องจ่ายแพงกว่านี้หลายหมื่น
เพราะงั้นถ้าคุณกำลังมองหา มือถือเล่นเกมที่คุ้มสุด ไม่เจ็บตัวหนัก แต่เล่นเกมโหดๆ ได้จริง มาดูตัวเต็งในงบไม่เกินหมื่นที่น่าจับตามองประจำเดือนมกราคม 2569 กันเลย
เช็กลิสต์ก่อนซื้อ: มือถือเล่นเกมงบ 1 หมื่น ในปี 2026 ต้องได้อะไรบ้าง?
ก่อนจะไปดูแต่ละรุ่น มาวางมาตรฐานกันก่อนว่า ยุค 2026 ถ้าจะซื้อมือถือเล่นเกมงบไม่เกินหมื่น รุ่นไหนสเปกต่ำกว่านี้ให้มองข้ามได้เลย:
ชิปเซ็ต (CPU/GPU): ต้องแรงเป็นพื้นฐาน
อย่างน้อยควรอยู่ในตระกูล MediaTek Dimensity 7xxx รุ่นใหม่ หรือ Snapdragon 7+ Gen 3 ขึ้นไป (รวมถึงชิปเรือธงเก่าที่นำกลับมาปัดฝุ่นใหม่) เพื่อให้เล่นเกมกราฟิกหนักได้แบบไม่หัวร้อนหน้าจอ (Display): ยุคนี้ต้อง OLED 120Hz ขึ้นไป
มาตรฐานคือ จอ OLED 1.5K 120Hz เพื่อความลื่นและคมชัด จอ LCD ในงบนี้ถือว่าเริ่มตกขบวน ถ้าเน้นเล่นเกมและเสพคอนเทนต์จัดๆ จอ OLED คือคำตอบหน่วยความจำ (RAM/ROM): อย่างต่ำ 8/256GB
มาตรฐานปี 2026 คือ RAM 8GB / ROM 256GB (UFS 3.1 ขึ้นไป) ถ้าได้ RAM 12GB ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นคือกำไรจุกๆ ทั้งเรื่องมัลติทาสก์และการโหลดเกมระบบระบายความร้อน (Cooling): ต้องมี Vapor Chamber จริงจัง
ควรมี Vapor Chamber ขนาดใหญ่ รองรับการเล่นเกมยาวๆ ไม่งั้นพอเครื่องร้อนจัด เฟรมเรตจะดรอปให้หงุดหงิดแน่นอน
ถ้ารุ่นไหนไม่เข้าเกณฑ์ด้านบน ให้เลื่อนผ่านได้เลยครับ
5 มือถือเล่นเกมงบไม่เกิน 10,000 บาท (ม.ค. 2569)
หมายเหตุ: รุ่นและสเปกต่อไปนี้เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าตามทิศทางเทคโนโลยีและแนวโน้มตลาด
1. POCO X8 Pro 5G: “ราชาคุ้มค่ากลับมาทวงบัลลังก์”
ราคาโดยประมาณ: 9,990 บาท (รุ่นเริ่มต้น 8/256GB)
สายเกมงบน้อยถ้าไม่พูดถึง POCO ถือว่าพลาดหนัก ปีนี้ POCO X8 Pro 5G กลับมาพร้อมสเปกสายทำลายล้างคู่แข่ง เน้น แรงสุดในงบต่ำสุด ตามสไตล์เดิมแบบไม่หวงของ
จุดเด่นสายเกม:
มาพร้อมชิป Dimensity 8400-Ultra (ชิปสมมติ ต่อยอดจาก 8300) แรงระดับ AnTuTu ทะลุ 1.8 ล้าน เล่นเกมหนัก ปรับกราฟิกสูงสุดได้เกือบทุกเกมแบบไม่สะดุด เหมาะกับคนที่อยากได้เฟรมเรตนิ่งในงบประหยัดสเปกอื่นๆ น่าโดน:
หน้าจอ 6.67" Flow AMOLED 1.5K 120Hz
แบตเตอรี่ 5,500 mAh
ชาร์จไว 90W
ลำโพงสเตอริโอดังจัดเต็ม ดูหนัง เล่นเกม อินสุดๆ
ข้อสังเกต:
วัสดุตัวเครื่องยังมีความเป็นพลาสติกค่อนข้างมาก และกล้องอยู่ในระดับใช้งานได้ แต่ไม่ได้โดดเด่นสายถ่ายรูป ใครเน้นเกมมากกว่าก็โอเค
2. Infinix GT 30 Pro: “สาย Cyberpunk แบตถึก เล่นยาวข้ามวัน”
ราคาโดยประมาณ: 9,599 บาท (รุ่น 12/256GB)
ถ้าคุณชอบมือถือที่ “เห็นปุ๊บรู้เลยว่าเป็นเกมเมอร์” ต้องมองมาที่ Infinix GT 30 Pro รุ่นนี้ดีไซน์จัดเต็มแนว Cyberpunk พร้อมไฟ LED ด้านหลังปรับแต่งได้ และที่เด็ดสุดคือแบตเตอรี่สุดอึด เอาใจสายเล่นเกมมาราธอนแบบไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงค์
จุดเด่นสายเกม:
ให้แบตมาที่ 6,000 mAh พร้อมฟีเจอร์ Bypass Charging ชาร์จไปเล่นไปโดยไฟไม่เข้าที่แบตโดยตรง เครื่องเลยร้อนน้อยลง เหมาะกับคนที่เล่นยาวหลายชั่วโมงต่อวัน และชอบมือถือที่คาแร็กเตอร์จัดสเปกอื่นๆ น่าสนใจ:
ชิป Dimensity 7350 (ชิปสมมติ เน้นประหยัดไฟแต่แรงพอตัว)
หน้าจอ OLED 120Hz
RAM 12GB ให้มาจบๆ ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น
ข้อสังเกต:
ชิปเซ็ตอาจจะไม่แรงเท่าตัวท็อปสายเกมอย่าง POCO X8 Pro เวลาเปิดโหมด Max Setting ในบางเกม อาจต้องลดกราฟิกลงนิดเพื่อให้เฟรมเรตนิ่งจริงๆ
3. Redmi Note 15 Turbo: “สมดุลจัดเต็ม จอสวย ชิป Qualcomm สายเสถียร”
ราคาโดยประมาณ: 9,999 บาท (ราคาโปรเปิดตัว)
ใครที่เป็นแฟน Snapdragon และคลั่งไคล้ความเสถียร เล่นเกมไหนก็รองรับดี Redmi Note ซีรีส์ Turbo คือตัวเลือกที่โหดขึ้นทุกปี และในรุ่นนี้ก็ยังเดินเกมเดิมคือ เอาชิปแรงราคารั่ว มายัดในบอดี้ระดับกลาง
จุดเด่นสายเกม:
ใช้ชิป Snapdragon 7+ Gen 4 (ชิปสมมติ แรงใกล้เคียง 8 Gen 3) จุดขายคือการจัดการพลังงานและอุณหภูมิที่ดีมาก เล่นนานๆ เฟรมเรตนิ่ง ไม่เหวี่ยงจนปวดหัว เหมาะกับสายเล่น Rank จริงจังสเปกอื่นๆ น่าฟิน:
หน้าจอ OLED 1.5K ขอบบางเฉียบ สวยสุดในกลุ่มราคาใกล้เคียง
แบตเตอรี่ 5,000 mAh
ชาร์จไว 120W เติมไฟแป๊บเดียวพร้อมลุยต่อ
ข้อสังเกต:
มักจะมี Bloatware (แอปติดเครื่อง) แถมมาเยอะ ต้องใช้เวลาไล่ลบหรือปิดไม่ให้รบกวน ใครไม่ชอบเครื่องมีแอปเยอะๆ อาจต้องมานั่งจัดระเบียบเองช่วงแรก
4. iQOO Z10x 5G: “ม้ามืดสายสปีด ชาร์จไวสุดในงบนี้”
ราคาโดยประมาณ: 8,999 บาท
ถ้างบคุณไม่ได้เต็มหมื่น แต่อยากได้มือถือเล่นเกมที่ “เร็วทุกอย่าง” ทั้งโหลดเกม เปิดแอป และชาร์จแบต iQOO Z10x 5G จากแบรนด์ลูกของ vivo เป็นตัวเลือกที่น่าจับตามองสุดๆ ในช่วงราคานี้
จุดเด่นสายเกม:
ระบบชาร์จไว 120W FlashCharge ที่ชาร์จจาก 0 ถึงเต็มได้ในเวลาไม่ถึง 20 นาที เรียกว่าพักกินข้าวกลับมาก็ลุยเกมต่อได้เลย แถมยังจัด RAM มาให้เยอะ พร้อมระบบ Extended RAM ที่ใช้งานได้จริง ไม่ได้มีไว้โชว์ตัวเลขสเปกอื่นที่ให้มา:
ชิป Snapdragon 7s Gen 4 (ชิปสมมติ สายประหยัดไฟระดับกลาง)
หน้าจอ 120Hz LCD (แลกความคุ้มด้วยจอ LCD เพื่อกดราคาให้ถูกสุดในกลุ่ม)
ดีสำหรับคนอยากได้ชาร์จไวสุดๆ ในงบไม่ถึงหมื่น
ข้อสังเกต:
ถ้ายังคงใช้จอ LCD จริงๆ ความสว่างกลางแจ้งและความสดของสีอาจสู้ OLED ของรุ่นอื่นไม่ได้ คนซีเรียสเรื่องจอสวยดูหนังเล่นเกมสีจัดๆ อาจต้องลองจับเครื่องจริงก่อนตัดสินใจ
5. realme GT Neo 7 SE: “น้องเล็กสาย GT ที่สเปกไม่เล็กตามชื่อ”
ราคาโดยประมาณ: 9,900 บาท
ซีรีส์ GT ของ realme คือสายโหดเรื่องเกมมาแต่ไหนแต่ไร รุ่น GT Neo 7 SE ก็คือการลดฟีเจอร์บางอย่างออกเพื่อดันราคาให้ต่ำกว่าหมื่น แต่ยังคงหัวใจหลักของการเล่นเกมเอาไว้ครบถ้วน
จุดเด่นสายเกม:
ชูโรงด้วย ระบบระบายความร้อน 3D Vapor Chamber ขนาดใหญ่พิเศษ ยกมาจากรุ่นท็อป ทำให้เล่นเกมหนักต่อเนื่องได้นาน เครื่องไม่ร้อนเร็วเท่าคู่แข่ง เหมาะกับสายเล่นยาวๆ แบบไม่พักสเปกอื่นๆ สายเกมควรรู้:
ชิป Dimensity 8300-Max (ชิปปีก่อนที่ถูกนำมาจูนใหม่ให้ดียิ่งขึ้น)
หน้าจอ 144Hz OLED รีเฟรชเรตสูงสุดในกลุ่ม ลื่นแบบรู้สึกได้
ดีไซน์ฝาหลังแบบกระจกด้าน จับแล้วดูพรีเมียมกว่างบที่จ่าย
ข้อสังเกต:
กล้องหลังอาจมีเลนส์เสริมที่ใช้งานจริงน้อย เช่น เลนส์ 2MP ที่มีไว้เพิ่มจำนวนเลนส์มากกว่าความจำเป็น ถ้าเน้นถ่ายรูปเป็นหลักอาจต้องมองรุ่นอื่น แต่ถ้าเน้นเล่นเกมก็ไม่มีปัญหา
เลือกตัวไหนดี? สรุปภาพรวมสำหรับสายเกมเมอร์มือถือ
ถ้าให้ฟันธงแบบเข้าใจง่ายสำหรับเดือนมกราคม 2569:
เน้นแรงสุดในงบ แตะหมื่นได้ไม่เกิน:
เล็งไปที่ POCO X8 Pro 5G หรือ Redmi Note 15 Turbo สายนี้คือเน้นเฟรมเรตและชิปแรงเป็นหลักเน้นเล่นยาว แบตอึด ดีไซน์เกมมิงจัดๆ:
Infinix GT 30 Pro ตอบโจทย์ทั้งแบตใหญ่และฟีเจอร์ Bypass Chargingงบไม่เต็มหมื่น แต่อยากได้ชาร์จไวระดับท็อป:
ไปที่ iQOO Z10x 5G ชาร์จแป๊บเดียวกลับมาเล่นได้ต่อ ไม่ต้องเสียเวลารอเน้นเล่นยาวไม่กลัวร้อน อยากได้จอลื่นสุด:
realme GT Neo 7 SE คือสายระบายความร้อนโหด และจอ 144Hz ที่ลื่นเกินราคา
ทิปส์สุดท้ายสำหรับช่วงต้นปี 2569: หลายค่ายมักจัดโปรแรง ทั้งโปรเปิดตัวและโปรเทศกาลต่างๆ ลองเช็กราคาในช่วง Flash Sale ตามแอปช้อปปิ้ง มีโอกาสได้เครื่องเล่นเกมโหดๆ ในราคา ต่ำกว่า 9,000 บาท ด้วยซ้ำ
สรุปคือ ถ้าคุณรู้สไตล์การเล่นเกมของตัวเอง ว่าชอบ ชิปแรงสุด, แบตอึดสุด หรือชาร์จไวสุด แค่เลือกโฟกัสให้ตรงจุด คุณก็จะได้มือถือเล่นเกมงบไม่เกินหมื่นที่คุ้มแบบใช้ยาวๆ ไปทั้งปี 2026 ได้สบายๆ

