รับแอปรับแอป

มัลติมาสก์แบบโปร: แมตช์มาสก์หลายสูตรให้ผิวเนียนใสในครั้งเดียว

อารยา จิตดี02-01

มัลติมาสก์คืออะไร ทำไมสายสกินแคร์ถึงหลงรัก

การดูแลผิวยุคนี้ ไม่ได้หยุดแค่ล้างหน้าแล้วตามด้วยครีมบำรุงอีกต่อไป แต่เราสามารถออกแบบสกินแคร์ให้ “ตรงจุด” กับปัญหาผิวแต่ละส่วนได้มากขึ้น หนึ่งในเทคนิคที่ฮิตสุด ๆ คือการมาสก์หน้าแบบ มัลติมาสก์ (Multi-Masking)

คำว่ามัลติมาสก์ คือการใช้มาสก์หลายสูตรพร้อมกันในครั้งเดียว แต่ละบริเวณบนใบหน้าจะได้สูตรที่ตรงกับสภาพผิวของตัวเอง เช่น ทีโซนมันง่ายก็ใช้สูตรควบคุมความมัน ในขณะที่แก้มแห้งลอกก็ใช้สูตรเติมน้ำแทนการทามาสก์สูตรเดียวทั่วหน้าแบบเดิม ๆ

เทคนิคนี้ช่วยประหยัดเวลา เพราะดูแลผิวได้แบบเฉพาะจุดในหนึ่งรอบมาสก์ หากเลือกสูตรให้ดีและทำอย่างถูกวิธี ผิวจะดูนุ่มเนียนขึ้น รอยแดงบางลง และให้ลุคผิวสุขภาพดีแบบไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์

เข้าใจผิวให้ชัด ก่อนเริ่มเล่นใหญ่ด้วย Multi-Masking

การทำมัลติมาสก์ไม่ใช่แค่หยิบมาสก์หลายกระปุกมาป้ายรวมกัน แต่ต้องเริ่มจากการ “อ่านสภาพผิว” บนใบหน้าก่อน เพราะผิวของเราไม่ได้เหมือนกันทุกส่วน

บางจุดอาจแห้งลอก ตึงแบบรู้สึกได้ ขณะที่บางโซนกลับมันง่าย เป็นสิวอุดตันหรือรูขุมขนกว้าง การเลือกมาสก์ให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ จึงช่วยปรับสมดุลผิวโดยรวมได้ดีกว่าการใช้สูตรเดียวทั้งหน้าแบบเดิม

บริเวณอย่างจมูกและคางมักต้องการสูตรที่ช่วยดูดซับความมันและสิ่งสกปรก ส่วนแก้มหรือใต้ตาควรเน้นเรื่องความชุ่มชื้น เพื่อลดความแห้งกร้านและอาการลอกเป็นขุย เมื่อจัดสูตรให้ลงตัว ผิวจะดูเรียบเนียนขึ้น และยิ่งแต่งหน้าก็ยิ่งติดทนสวยทั้งวัน

ตัวอย่างการแมตช์มาสก์แต่ละโซนบนใบหน้า

  • ทีโซน: มาสก์โคลนช่วยดูดซับความมันและช่วยให้รูขุมขนดูกระชับ

  • แก้ม: มาสก์เนื้อครีมหรือเจลเพื่อเติมน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้น

  • คาง: มาสก์ลดสิวอุดตันหรือสูตรช่วยปลอบประโลมรอยแดง

  • รอบดวงตา: มาสก์เนื้อบางเบา เน้นลดความหมองคล้ำและความล้า

ลำดับการทำมัลติมาสก์ให้ได้ผล ไม่เสียของ

มัลติมาสก์ดูเผิน ๆ เหมือนง่าย แต่ถ้าเรียงลำดับผิดหรือเตรียมผิวไม่ดี ผลลัพธ์อาจแทบไม่ต่างจากการมาสก์สูตรเดียวทั่วหน้า ดังนั้นต้องเริ่มให้ถูกตั้งแต่ขั้นตอนแรก

ก่อนอื่นควรล้างหน้าให้สะอาดหมดจด และซับหน้าให้แห้ง เพื่อให้ผิวพร้อมรับสารบำรุงจากมาสก์ จากนั้นจึงค่อยเริ่มแบ่งโซนบนใบหน้าและเลือกสูตรให้เหมาะสม

มาสก์ที่ต้องใช้เวลาทำงานนาน เช่น สูตรโคลนหรือดีท็อกซ์ ควรลงก่อนในบริเวณที่ต้องการควบคุมความมัน จากนั้นค่อยตามด้วยมาสก์เนื้อครีมหรือเนื้อเจลในส่วนที่แห้งหรือขาดน้ำ ทิ้งไว้ตามเวลาที่ผลิตภัณฑ์แนะนำ (ส่วนใหญ่ราว 10–15 นาที) แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ลำดับง่าย ๆ ที่ทำตามได้ทุกคน

  • ล้างหน้าให้สะอาด แล้วซับเบา ๆ ให้ผิวหมาดหรือแห้ง

  • แบ่งโซนใบหน้า แล้วทามาสก์ให้ตรงกับสภาพผิวแต่ละส่วน

  • รอครบเวลาตามคำแนะนำบนผลิตภัณฑ์ อย่าปล่อยข้ามเวลา

  • ล้างออกให้หมด แล้วตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น

เลือกมาสก์แบบไหน ให้ทำงานเข้ากับผิวเรา

หัวใจของการทำมัลติมาสก์คือการเลือกมาสก์ให้เข้ากับสภาพผิวจริง ๆ ถ้าเลือกผิดสูตร ไม่เพียงไม่ช่วยแก้ปัญหา แต่ยังอาจทำให้ผิวระคายเคืองหรือเสียสมดุลง่ายขึ้นด้วย

สำหรับคนผิวมันเป็นสิวง่าย สูตรโคลนหรือมาสก์ถ่านจะช่วยดูดซับความมันและสิ่งสกปรกได้ดี ส่วนผิวแห้งควรโฟกัสที่การเติมน้ำ เลือกสูตรที่อุดมด้วยไฮยาลูโรนิก หรือสารสกัดจากธรรมชาติที่มอบความชุ่มชื้น เช่น ว่านหางจระเข้หรือแตงกวา

ถ้าเป็นผิวผสม การใช้มาสก์หลายสูตรร่วมกันถือว่าเหมาะมาก เพราะช่วยบาลานซ์ผิวไม่ให้บางส่วนแห้งเกินไปหรือมันเกินไป ขณะที่คนผิวแพ้ง่ายควรใช้สูตรอ่อนโยนเป็นพิเศษ

ไกด์ไลน์เลือกมาสก์ตามสภาพผิว

  • ผิวมัน: มาสก์โคลน, ถ่าน, ชาร์โคล เน้นดูดซับความมันและสิ่งอุดตัน

  • ผิวแห้ง: มาสก์ครีมเข้มข้น หรือมาสก์ชีทแบบให้ความชุ่มชื้นจัดเต็ม

  • ผิวผสม: ใช้มาสก์ควบคุมความมันเฉพาะจุด + สูตรเติมน้ำเฉพาะส่วนที่แห้ง

  • ผิวแพ้ง่าย: เลือกสูตรอ่อนโยน ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม และสารระคายเคือง

ข้อควรระวัง ไม่ให้มัลติมาสก์กลายเป็นทำร้ายผิว

แม้มัลติมาสก์จะช่วยให้ผิวดีขึ้นอย่างเห็นภาพ แต่ถ้าทำบ่อยเกินไปหรือใช้สูตรที่แรงเกินความจำเป็น ผิวอาจเสียสมดุล โดยเฉพาะผิวบอบบางที่มักไวต่อสารต่าง ๆ ง่าย

ควรจำไว้ว่า การมาสก์หน้าไม่จำเป็นต้องทำทุกวัน โดยทั่วไปการมาสก์ประมาณ 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว และควรหลีกเลี่ยงการทามาสก์ทับบริเวณที่มีแผลหรือสิวอักเสบ เพราะอาจยิ่งทำให้ระคายเคืองมากขึ้น

อีกอย่างที่หลายคนมักเผลอทำผิดคือ ปล่อยให้มาสก์แห้งสนิทบนผิวจนตึงสุด ๆ โดยเฉพาะมาสก์โคลน เมื่อแห้งเกินไปอาจดึงน้ำออกจากผิว ทำให้ผิวแห้งตึงและเสียสมดุล แม้จะรู้สึกสะอาด แต่ผิวกลับอ่อนแอลงในระยะยาว

สิ่งที่ควรเลี่ยงเวลาเล่นมัลติมาสก์

  • ใช้มาสก์ที่มีส่วนผสมแรงหลายตัวพร้อมกันในครั้งเดียว

  • มาสก์ถี่เกินจำเป็นจนผิวไม่มีเวลาฟื้นตัว

  • ทามาสก์ทับบริเวณสิวอักเสบหรือผิวที่มีแผล

  • ปล่อยให้มาสก์แห้งจนแข็งก่อนล้างออก

ทริกเสริมให้เห็นผลไว เหมือนเพิ่งสปามา

ถ้าอยากให้การมาสก์หน้าแบบมัลติมาสก์เห็นผลชัดขึ้น ควรเริ่มจากการเตรียมผิวให้พร้อมก่อนทุกครั้ง อาจใช้โทนเนอร์ช่วยปรับสมดุลผิวและเคลียร์สิ่งตกค้างเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือใช้ผ้าขนหนูอุ่นประคบบนใบหน้าสักครู่ ช่วยให้รูขุมขนเปิดและทำให้มาสก์ซึมได้ดีขึ้น

หลังล้างมาสก์ออก ช่วงเวลาทองคือจังหวะที่ผิวยังชุ่มอยู่ อย่าปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ควรลงเซรั่มและครีมบำรุงทันที เพื่อซีลความชุ่มชื้นเอาไว้ในผิว จะช่วยให้ผิวดูอิ่มฟูและใสขึ้นแบบรู้สึกได้

เคล็ดลับเล็ก ๆ ที่สร้างผลลัพธ์ใหญ่ให้ผิว

  • มาสก์ช่วงกลางคืน ให้ผิวมีเวลาฟื้นฟูเต็มที่ตอนเราหลับ

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวัน เสริมความชุ่มชื้นจากภายในสู่ภายนอก

  • พักผ่อนให้พอ เพราะการนอนเต็มอิ่มคือสกินแคร์ธรรมชาติที่ดีที่สุด

สรุป: มัลติมาสก์ = การมาสก์แบบฉลาด เลือกสูตรให้ผิวรัก

มัลติมาสก์คือการดูแลผิวแบบเน้นความ “เฉพาะจุด” และ “คุ้มเวลา” ในหนึ่งขั้นตอน ถ้าเราเข้าใจผิวของตัวเอง เลือกมาสก์ตรงกับปัญหา และใช้ในปริมาณที่เหมาะสม การใช้มาสก์หลายสูตรในครั้งเดียวจะช่วยลดหลายปัญหาผิวไปพร้อมกัน ทั้งความมัน สิวอุดตัน ความแห้งลอก และผิวหมองไม่สดใส

เมื่อเปลี่ยนมัลติมาสก์ให้กลายเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำสัปดาห์ และใช้ผลิตภัณฑ์อย่างมีสติ ไม่โหมเกินไป ผิวจะค่อย ๆ แข็งแรง สมดุล และดูสุขภาพดีขึ้นแบบยั่งยืน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งสกินแคร์ราคาแรงเสมอไป

ใส่ใจผิวให้ถูกจุด ใช้มาสก์ให้ถูกสูตร แล้วผิวใสที่อยากได้ก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป