ZestBuy

เจาะลึก Volvo EX30 Cross Country สายลุยไฟฟ้า

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI05-19

ภาพรวม Volvo EX30 Ultra Twin Performance Cross Country และเทรนด์รถไฟฟ้าสายลุยปี 2026

Volvo EX30 Cross Country คือเวอร์ชันสายลุยของ EX30 รุ่นปกติ ที่ยังคงพื้นฐานคอมแพ็กต์เอสยูวีไฟฟ้า 100% ขนาดเล็ก แต่เพิ่มบุคลิกและสมรรถนะให้พร้อมออกจากเมืองมากขึ้น ทั้งการยกสูง ชุดแต่งลุย และการจูนช่วงล่างใหม่ โดยยังวางราคา 1,890,000 บาท เท่ากับรุ่น Ultra Twin Motor Performance ตัวปกติในไทย

ตัวรถถูกวางตำแหน่งให้ตอบโจทย์คนเมืองที่อยากมีรถไฟฟ้าคันเดียวใช้ได้ทั้งในชีวิตประจำวัน และทริปสั้น ๆ ออกต่างจังหวัดหรือเส้นทางธรรมชาติเบา ๆ เข้ากับภาพรวมตลาดไทยช่วงปี 2026 ที่รถไฟฟ้าสายลุยในกลุ่ม B-SUV ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท กำลังเป็นเซกเมนต์ที่ได้รับความสนใจสูง

EX30 Cross Country จึงเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของ EX30 รุ่นมาตรฐาน ผสมดีไซน์ Cross Country ที่วอลโว่ทำมานานกว่าสองทศวรรษ ให้เข้ากับยุค EV และไลฟ์สไตล์คนเมืองไทยที่ต้องรับมือทั้งรถติด ฝนตก น้ำขัง และเส้นทางนอกเมืองในทริปวันหยุด


สเปกหลัก: มอเตอร์คู่ แบตเตอรี่ ระยะทาง และระบบช่วยขับ

EX30 Ultra Twin Performance Cross Country ใช้ระบบขับเคลื่อน Twin Motor Performance AWD เหมือนรุ่นท็อปตัวเตี้ย

  • มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว แบบ PMSM ขับเคลื่อน 4 ล้อ

  • มอเตอร์หน้า 156 แรงม้า / 200 นิวตันเมตร

  • มอเตอร์หลัง 272 แรงม้า / 343 นิวตันเมตร

  • กำลังรวมประมาณ 315 kW หรือ 428 แรงม้า แรงบิด 543 นิวตันเมตร

  • เกียร์ซิงเกิลสปีด

  • 0–100 กม./ชม. 3.7 วินาที (ช้ากว่ารุ่นเตี้ย 0.1 วินาที)

  • ความเร็วสูงสุดล็อกที่ 180 กม./ชม.

แบตเตอรี่และการชาร์จ

  • แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน NMC ความจุรวม 69 kWh

  • ความจุใช้งานจริง 65 kWh (มากกว่ารุ่นปกติ 1 kWh)

  • ระยะทางสูงสุดต่อชาร์จ
    • 490 กม. ตามมาตรฐาน NEDC (โรงงานไทย)

    • มีข้อมูลอีกชุด 427 กม. ตาม WLTP (ตัวเลขต่างมาตรฐานการทดสอบ)

  • รองรับชาร์จ AC
    • Type 2 สูงสุด 11 kW

    • 0–100% ผ่านวอลบ็อกซ์ 7.4 kW ~ 11.5 ชม.

    • 0–100% ผ่านวอลบ็อกซ์ 11 kW ~ 8 ชม.

  • รองรับชาร์จเร็ว DC CCS2 สูงสุด 175 kW (มากกว่ารุ่นเตี้ยที่ 153 kW)
    • 10–80% ใน 28 นาที (ระบุทั้งจากโรงงานและหลายรีวิว)

การรับประกันในไทย (ข้อมูลจากหลายแหล่งมีตัวเลขต่างกันเล็กน้อย แต่ใจความใกล้เคียง)

  • รับประกันตัวรถ 3 ปี หรือ 100,000 กม.

  • รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี ระยะทาง 150,000–160,000 กม. (ขึ้นกับแหล่งข้อมูล)

  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. 1 ปี

ระบบขับเคลื่อนและมอเตอร์ พัฒนาโดยบริษัทในเครือ Geely (VREMT) เหมือน EX30 รุ่นอื่น ๆ ทำให้บุคลิกการขับขี่โดยรวมยังเป็น EV ตัวจี๊ด ขับสนุก และตอบสนองไวมาก


ดีไซน์ Cross Country ช่วงล่าง ระบบขับเคลื่อน และการใช้งานจริงบนถนนไทย

ความต่างด้านตัวถังและช่วงล่างจาก EX30 ปกติ

มิติตัวถังใกล้เคียง EX30 รุ่นปกติ แต่ยกตัวสูงและเปลี่ยนชุดยาง

  • ความยาว 4,233 มม.

  • ความกว้าง 1,838 มม.

  • ความสูง 1,567 มม. (รุ่นปกติ 1,549 มม.)

  • ฐานล้อ 2,650 มม.

  • น้ำหนักราว 1,960 กก.

ช่วงล่างและยาง

  • ด้านหน้า: แม็กเฟอร์สันสตรัต

  • ด้านหลัง: มัลติลิงก์

  • ปรับสปริง โช้ก และเหล็กกันโคลงใหม่ ให้นุ่มขึ้นและยกสูงขึ้น 12 มม.

  • ล้ออัลลอย 19 นิ้ว กว้าง 7.5 นิ้ว ลาย Aero Insert

  • ยาง 235/50 R19 (รุ่นเตี้ยใช้ 245/45 R19)

  • ยาง Goodyear EfficientGrip Performance SUV

  • ยางแก้มหนาขึ้น ~7 มม.

  • ระยะใต้ท้องรถ (Ground Clearance) เพิ่มจาก 171 เป็น 190 มม. (+19 มม.)

การยกสูง + ยางแก้มหนา ทำให้

  • ขับผ่านลูกระนาด คอสะพาน รอยต่อถนน และทางลูกรังได้สบายขึ้น

  • เวลาเจอหลุม แอ่งน้ำ หรือพื้นไม่เรียบในเมืองไทย ตัวรถไม่กระแทกง่าย

จากการทดลองขับจริงบนเส้นร่มเกล้า–ลาดกระบัง–หนองจอก (ถนนจริงที่เปียกและขรุขระ)

  • ช่วงล่าง Cross Country ซับแรงสะเทือนเล็ก ๆ ได้ดีกว่ารุ่นเตี้ยเล็กน้อย

  • ความนุ่มเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นย้วย ช่วงล่างยังให้ความมั่นใจในการเข้าโค้ง

  • หากเปรียบเทียบความมั่นใจในการทรงตัว
    • Twin Motor รุ่นปกติ ~ 8/10

    • Single Motor ~ 5/10

    • Cross Country ~ 7/10 (แลกความนิ่งนิดหน่อยกับความสบายและลุยมากขึ้น)

ในทางออฟโรดเบา ๆ ที่วอลโว่จำลองให้ลอง

  • ผ่านบ่อน้ำลึกประมาณ 10 ซม. ทางโคลน ทางกรวด และดินลื่นได้แบบไม่กระเทือนอารมณ์

  • ระบบ Traction Control และการกระจายแรงมอเตอร์คู่ทำงานเร็วมาก ลดอาการล้อฟรีแล้วส่งแรงไปล้อที่เกาะได้ดีกว่า

  • ESP เข้ามาคุมทันทีเมื่อรถเริ่มเสียอาการ ทำให้เล่นสนุกได้พอประมาณ แต่ไม่ปล่อยให้สไลด์หนักจนเสี่ยง

สรุปการลุย: ไม่ได้เป็นออฟโรดฮาร์ดคอร์แบบ Jeep / Land Cruiser แต่เป็นรถที่ “ลุยได้จริงพองาม” สำหรับทางดิน ลูกรัง โคลนตื้น ๆ และสภาวะน้ำขังในเมืองไทย


ห้องโดยสาร เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์คนเมืองไทย

ภายใน EX30 Cross Country ยกจากรุ่นปกติ แต่เพิ่มธีมสีและวัสดุบางส่วนให้เหมาะกับสายลุย

วัสดุและโทนสี

  • ใช้วัสดุรีไซเคิลจำนวนมาก เช่น อะลูมิเนียมรีไซเคิล ~27% เหล็กและพลาสติกรีไซเคิลอย่างละ ~17%

  • เบาะคู่หน้าเปลี่ยนรองนั่งและปีกข้างเป็นหนังสังเคราะห์แบบ Vegan เช็ดทำความสะอาดง่าย เหมาะกับการเลอะโคลน ฝุ่น น้ำ

  • พนักพิงและหมอนรองศีรษะยังเป็นผ้ารีไซเคิล

  • สีภายในมี 2 ธีมหลัก
    • Indigo: ดำ–น้ำเงินเข้ม เรียบหรู ลึกลับ

    • Pine: เทาอ่อน–เขียวอ่อน ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นธรรมชาติ (สีพิเศษเฉพาะ Cross Country)

เบาะหน้า–เบาะหลัง และพื้นที่ใช้สอย

  • เบาะหน้า ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางพร้อม Lumbar Support

  • จุดนั่ง (Hip point) สูงขึ้น 17 มม. ทำให้ขึ้นลงรถสบายขึ้น เหมาะกับการใช้งานในเมืองและคนที่ไม่ชอบเบาะเตี้ยจม

  • มีระบบทำความร้อนเบาะคู่หน้าและพวงมาลัยในรุ่น Cross Country ตามข้อมูลจากวอลโว่

เบาะหลัง

  • รูปทรงและการเข้า–ออกเหมือน EX30 ปกติ

  • พื้นที่ Head room / Leg room / Shoulder room ค่อนข้างจำกัด เมื่อเทียบรถคู่แข่งหรือ Zeekr X

  • เหมาะกับการนั่งระยะสั้นมากกว่าทริปไกล ๆ แบบมีผู้โดยสารหลังประจำ

พื้นที่เก็บของ

  • ท้ายรถ 318 ลิตร (เบาะตั้ง) ขยายได้ถึง 904 ลิตรเมื่อพับเบาะราบ และมีช่องลับใต้พื้นอีก 61 ลิตร

  • มีป้าย “Will it fit?” บอกขนาดสัมภาระมาตรฐานให้เทียบก่อนจัดของ

  • Frunk หน้าเล็กมาก 7 ลิตร แต่เพียงพอสำหรับของกลิ่นแรงหรือของเล็ก ๆ ที่ไม่อยากให้อยู่ในห้องโดยสาร

Digital-first Cockpit และฟังก์ชันใหม่

แนวคิดห้องโดยสารแบบ Digital-first Cockpit

  • ไม่มีจอมาตรวัดหลังพวงมาลัย

  • ทุกอย่างรวมอยู่ในจอกลางแนวตั้ง 12.3 นิ้ว ทั้งความเร็ว มาตรวัด การตั้งค่ารถ แอร์ โหมดขับขี่ ฯลฯ

  • ปุ่มจริงเหลือเท่าที่จำเป็น เช่น ไฟฉุกเฉิน เปิดฝาท้าย

  • สวิตช์กระจกไฟฟ้ารวมไว้ตรงกลาง ใช้ร่วมกันทั้งสี่บาน ต้องกดสลับโหมดหากใช้กระจกหลัง

หลายรีวิวชี้ว่า

  • อินเทอร์เฟซไอคอนใหญ่ เข้าใจง่ายกว่าบางแบรนด์พรีเมียม

  • แต่การต้องละสายตาจากถนนมาจิ้มหน้าจอเพื่อดูความเร็ว ปรับแอร์ หรือเปลี่ยนโหมดขับขี่ ยังเป็นจุดที่ควรปรับปรุง

ฟีเจอร์ซอฟต์แวร์ที่เพิ่มเข้ามาใน EX30 Cross Country รุ่นซอฟต์แวร์ล่าสุด

  • Relax Mode

    • ใช้ตอนจอดพัก เบาะคนขับเอนลง ไฟห้องโดยสารหรี่ ประตูล็อก กระจกปิด

    • ตั้งเวลาได้ เมื่อครบเวลาจะเตือน สามารถ Snooze หรือ End เพื่อพร้อมขับต่อ

    • ระบบจะตัดเองหากแบตต่ำกว่า 20%

  • Refresh Mode

    • เร่งทำความเย็นภายในอย่างรวดเร็ว เหมาะกับอากาศร้อน

    • เปิด–ปิดผ่านเมนู Car Modes เช่นเดียวกับ Relax

  • โหมดขับขี่ที่เพิ่มมา
    • Range: เน้นประหยัด ใช้มอเตอร์ 2 ล้อหลังเป็นหลัก ลดกำลังและควบคุมแอร์เพื่อระยะทางสูงสุด

    • Standard: สมดุล ใช้ 2 ล้อเป็นหลักแต่สั่ง AWD บ่อยขึ้น

    • Performance: ใช้ AWD เต็มที่ เรียกสมรรถนะสูงสุด เหมาะกับทางลื่นหรือออฟโรดเบา ๆ

    • Creep Mode: ให้รถคลานช้า ๆ โดยไม่เหยียบคันเร่ง ใช้ได้เวลาเจอรถติดหนัก

    • One Pedal Drive: เลือกแรงหน่วงได้ 2 ระดับ (Low / High)

Fika Point และการออกแบบเชิงไลฟ์สไตล์

สิ่งที่โดดเด่นมากใน EX30 คือแนวคิด Fika Point บริเวณคอนโซลกลาง

  • ถาดวางของปรับรูปแบบได้

  • ที่วางแก้วเลื่อนพับเก็บเพื่อเพิ่มพื้นที่ราบ

  • ช่องเก็บของขนาดใหญ่ใต้คอนโซลกลาง

  • แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย และช่อง USB-C

  • ช่องเก็บของเล็ก ๆ สำหรับผู้โดยสารหลังดึงออกมาทำความสะอาดง่าย

ไอเดียนี้เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม “Fika” ของชาวสวีเดน ที่มองว่าพื้นที่กลางเล็ก ๆ ในรถคือจุดหยุดพัก ดื่มกาแฟ พูดคุย และใช้เวลาร่วมกัน ทำให้ภายใน EX30 ไม่ได้เน้นคำว่า Luxury อย่างเดียว แต่เน้นการใช้ชีวิตร่วมกันจริง ๆ


ค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของในไทย: ราคา ชาร์จไฟ และบำรุงรักษา

จากข้อมูลที่มี EX30 Cross Country ในไทยมี

  • ราคาเปิดตัว 1,890,000 บาท (เท่ากับ EX30 Ultra Twin Motor Performance รุ่นเตี้ย)

ในเชิงค่าใช้จ่ายระยะยาว บทความต่าง ๆ เน้นว่า

  • รุ่นไฟฟ้าล้วนไม่มีควันเสีย

  • แบตเตอรี่ NMC ของ EX30 จากประสบการณ์ผู้ใช้จริงในรุ่นปกติ เสื่อมช้าประมาณ 1–1.5% ที่ระยะ 18,000–20,000 กม. (ใช้เป็นภาพรวมความทนทานของแพลตฟอร์ม)

อย่างไรก็ตาม ในข้อมูลที่ให้มา ไม่มีตัวเลขค่าไฟต่อกิโลเมตร หรือการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายกับรถน้ำมันโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปเชิงตัวเลขได้ มีเพียงการเสนอว่ามันเป็น EV ที่ไม่มีไอเสีย และมาพร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ยาว ซึ่งช่วยให้เจ้าของรถมั่นใจในการใช้งานระยะยาวมากขึ้น


ความปลอดภัยสไตล์ Volvo กับการใช้งานในไทย

จุดขายใหญ่ของ Volvo คือความปลอดภัย และ EX30 Cross Country ก็จัดเต็มทั้ง Active และ Passive Safety

ระบบช่วยขับและป้องกันอุบัติเหตุหลัก ๆ ที่ระบุไว้ ได้แก่

  • Adaptive Cruise Control with Queue Assist

    • ควบคุมความเร็วและระยะห่างรถคันหน้า ตั้งแต่หยุดนิ่งถึง 150 กม./ชม.

    • ช่วยผ่อนแรงในรถติดและทางไกล

  • Pilot Assist / Lane Keeping Aid / Lane Departure Warning

    • รักษารถให้อยู่ในเลน เตือนเมื่อออกนอกเลน และช่วยหักพวงมาลัยกลับเลน

  • Collision avoidance and mitigation

    • เรดาร์+กล้องตรวจจับรถ คนเดินถนน จักรยาน

    • เตือนก่อนชน เสริมแรงเบรก และเบรกอัตโนมัติเต็มแรงในกรณีฉุกเฉิน

  • Oncoming Lane Mitigation / Oncoming Mitigation by Braking

    • ถ้าเบี่ยงไปเลนสวนโดยไม่ได้ตั้งใจ ระบบจะช่วยหักกลับ

    • หากเลี่ยงไม่ได้ ระบบเบรกเพื่อลดแรงปะทะ

  • Front Cross Traffic Alert / Rear Cross Traffic Alert with Autobrake

    • เตือนและเบรกอัตโนมัติเมื่อมีวัตถุตัดผ่านขณะออกตัวหรือถอยหลังจากจุดอับสายตา

  • Low Speed Autobrake, Rear

    • เบรกอัตโนมัติเมื่อถอยหลังใกล้วัตถุหรือคนในความเร็วต่ำ

  • Blind Spot Information System (BLIS) พร้อม Steer Assist

    • เตือนจุดอับสายตา และช่วยหักพวงมาลัยกลับหากเปลี่ยนเลนเสี่ยงชน

  • Run-off road Mitigation

    • ช่วยดึงรถกลับเมื่อกำลังหลุดออกนอกถนน

  • Door Opening Alert

    • เตือนเมื่อมีจักรยานหรือรถมาทางด้านหลังขณะกำลังเปิดประตู

  • Driver Alert System

    • กล้องและเซ็นเซอร์ตรวจจับอาการเมื่อย เหม่อ หรือมองออกจากถนนนานเกินไป แล้วเตือนให้พัก

Passive Safety

  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง รวมถึงถุงลมกลางระหว่างเบาะหน้า

  • โครงสร้างห้องโดยสารแบบ Safety Cage

  • ระบบป้องกันการบาดเจ็บกระดูกต้นคอและหลังเมื่อเกิดการชน

ระบบเหล่านี้สอดคล้องกับสภาพการขับขี่ในไทยทั้งเมืองและต่างจังหวัด เช่น ถนนสองเลนสวนที่เสี่ยงหลุดเลน รถมอเตอร์ไซค์ จักรยาน และคนเดินถนนที่ตัดหน้า รวมถึงสถานการณ์รถติดที่ต้องใช้ ACC + Queue Assist บ่อย ๆ


เปรียบเทียบ EX30 Cross Country กับ EV สายลุยรุ่นอื่นในไทย

ในข้อมูลที่ได้รับ มีการกล่าวถึงแบรนด์และรุ่นที่ใช้แพลตฟอร์มเดียวกันหรืออยู่ในกลุ่มใกล้เคียง เช่น

  • EX30 รุ่นปกติ (Ultra Twin Motor Performance)

  • Zeekr X (ใช้แพลตฟอร์ม SEA เหมือนกัน)

แต่ ไม่มีการเปรียบเทียบแบบตัวเลขตรง ๆ กับ EV สายลุยยี่ห้ออื่นในตลาดไทย จึงสรุปได้เฉพาะการเปรียบในกลุ่มญาติและรุ่นปกติของตัวเอง

ตัวอย่างความต่างที่ถูกพูดถึงในข้อมูล

  • เมื่อเทียบกับ EX30 รุ่นปกติ
    • Cross Country สูงกว่า 19 มม. ลุยได้มากขึ้น นุ่มขึ้นเล็กน้อย

    • แรงและ 0–100 ช้ากว่าเล็กน้อย (3.7 vs 3.6–3.6 วินาที) และระยะทางวิ่งเคลมน้อยกว่าประมาณ 30 กม.

    • DC ชาร์จได้ไวกว่า (175 kW vs 153 kW)

  • เทียบกับ Zeekr X
    • Zeekr X มีพื้นที่เก็บสัมภาระใหญ่กว่า ~40 ลิตรในโหมดปกติ และเมื่อพับเบาะก็มากกว่าประมาณเกือบ 300 ลิตร

    • ฐานล้อ Zeekr X ยาวกว่า ทำให้พื้นที่ผู้โดยสารหลังโปร่งและยืดขาได้มากกว่า

ดังนั้น ในมุมความคุ้มค่า

  • EX30 Cross Country เด่นด้านสมรรถนะ มาตรฐานความปลอดภัย และคาแรกเตอร์ Cross Country

  • แต่ไม่ได้ชนะเรื่องพื้นที่โดยสารหลังและพื้นที่บรรทุกเมื่อเทียบ Zeekr X หรือรถตัวถังใหญ่กว่าในคลาสใกล้เคียง


สรุป: EX30 Ultra Twin Performance Cross Country เหมาะกับใครในไทย

จากข้อมูลทั้งหมด EX30 Cross Country เหมาะกับคนไทยกลุ่มต่อไปนี้เป็นหลัก

1) คนเมืองที่อยากมี EV แรง ๆ แต่รับได้กับข้อจำกัดพื้นที่

  • ใช้ขับคนเดียวหรือคู่เป็นหลัก ผู้โดยสารหลังนาน ๆ ครั้ง

  • โฟกัสที่สมรรถนะ 0–100 ในระดับ 3.7 วินาที และฟีล EV มอเตอร์คู่ขับสี่ที่ดึงหลังติดเบาะ

  • ชอบดีไซน์มินิมอลสแกนดิเนเวียน และยอมใช้เวลาเรียนรู้ระบบจอเดียวที่ควบคุมทุกอย่าง

2) คนที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ แต่ต้องเจอทางแย่–น้ำขังบ่อย

  • อยู่โซนน้ำท่วมง่าย ต้องลุยน้ำขังหรือถนนพังเป็นเรื่องปกติ

  • ใช้เส้นซอยลัด ถนนชานเมืองที่มีหลุม บ่อ และลูกระนาดขึ้นลงตลอด

  • ต้องการ Ground Clearance 190 มม. ช่วงล่างนุ่มขึ้น ยางแก้มหนา และแผ่นกันกระแทกรอบคัน เพื่อใช้งานแบบไม่ต้องลุ้นมาก

3) คนที่ชอบทริปนอกเมืองแบบ “ลุยพองาม”

  • ทริปคาเฟ่เขาใหญ่ แคมป์ปิ้งเบา ๆ ทางดิน–ลูกรัง ไม่ได้ไปปีนหินโหด ๆ

  • อยากได้รถที่ขึ้นดอย ลงเนิน ทางฝุ่นหรือโคลนตื้นได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนเป็นรถออฟโรดเฉพาะทาง

ข้อดีที่ชัดเจนจากข้อมูล

  • สมรรถนะมอเตอร์คู่ 428 แรงม้า แรงเร้าใจเทียบระดับซูเปอร์คาร์บางคัน

  • ระบบความปลอดภัยและ ADAS แบบจัดเต็มตามสไตล์ Volvo

  • ดีไซน์ Cross Country ยกสูง + กันกระแทกรอบคัน ทำให้ใช้งานบนถนนไทยได้อย่างมั่นใจขึ้น

  • เพิ่มแบต usable เป็น 65 kWh และรองรับ DC 175 kW ชาร์จ 10–80% ใน 28 นาที

  • ฟีเจอร์ใหม่ Relax / Refresh Mode, โหมด Range และ Creep ช่วยให้ใช้ชีวิตจริงง่ายขึ้น

ข้อจำกัดที่ควรคิดก่อนซื้อ

  • เบาะหลังและพื้นที่ผู้โดยสารตอนหลังแคบ เมื่อเทียบคู่แข่งและ Zeekr X

  • พื้นที่ท้ายรถไม่ใหญ่ เหมาะกับคนไม่ขนสัมภาระเยอะ

  • ระบบควบคุมทุกอย่างผ่านจอกลาง ต้องละสายตาจากถนนบ่อยในบางฟังก์ชัน

  • ความนุ่มขึ้นแลกกับความนิ่งเวลาอัดโค้ง เทียบกับ EX30 Twin Motor รุ่นเตี้ยที่ยังคมกว่าเล็กน้อย

หากต้องการความคล่องตัวในเมืองสูงสุด ช่วงล่างแน่นนิ่ง และระยะทางวิ่งไกลกว่าเล็กน้อย EX30 Ultra Twin Motor Performance รุ่นปกติ ยังเป็นคำตอบที่ตรงกว่า

แต่ถ้าคุณยอมรับความแรงที่ลดลงเล็กน้อย ระยะทางวิ่งหายไปประมาณ 30 กม. และช่วงล่างโยนตัวเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แลกกับความสบาย การลุยที่มากขึ้น และดีไซน์สายลุย EX30 Cross Country เป็นตัวเลือกที่สอดคล้องกับพื้นถนนและวิถีชีวิตคนไทยจำนวนมากในปี 2026

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น