ปุ้มปุ้ยเร่งเครื่อง สวนกระแสเศรษฐกิจ
ครึ่งหลังปี 2568 ตลาดปลากระป๋องทั้งไทยและต่างประเทศยังแกว่งแรง จากทั้งสงคราม มาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา และกฎระเบียบการนำเข้าใหม่ ๆ ในหลายประเทศ ทำให้เศรษฐกิจชะลอ กำลังซื้อไม่สดใสเหมือนเดิม
แถมในไทยเองการแข่งขันก็ยิ่งดุเดือด เมื่อสินค้าต่างชาติอย่างจีนบุกตลาดด้วย จุดขายเรื่องราคาไม่ใช่คุณภาพ โดยเฉพาะต่างจังหวัด ขณะเดียวกันยังมีความเข้าใจผิดเรื่องสุขภาพจากการกินอาหารกระป๋องอยู่ไม่น้อย
แต่ในมุมของปุ้มปุ้ย นี่ไม่ใช่ช่วงถอยกลับ ตรงกันข้ามคือจังหวะจะ แตกไลน์สินค้า และขยายฐานลูกค้าให้กว้างกว่าที่เคย
ทำไมอาหารกระป๋องยังโตได้?
แม้หลายอย่างจะดูไม่น่าเอื้อ แต่ปุ้มปุ้ยมองเห็นโอกาสชัดเจนในหมวด อาหารกระป๋องและอาหารพร้อมทานเก็บได้นาน จาก 2 เหตุผลหลัก:
เป็นตัวเลือกสำคัญในทุกสถานการณ์ ตั้งแต่วันปกติ ไปจนถึงช่วงภัยธรรมชาติหรือสงคราม
ภาพจำของอาหารกระป๋องเปลี่ยนไป จาก “ของกินยามจำเป็น” กลายเป็นอาหารที่กินได้หลายโอกาส
ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะคนเมืองและคนใช้ชีวิตสไตล์ On-the-go เริ่มใช้ปลากระป๋องและอาหารพร้อมทานในแบบใหม่ ๆ เช่น
กินเป็นขนมง่าย ๆ ระหว่างวัน
ทำเป็นท็อปปิ้งใส่ข้าวหรือก๋วยเตี๋ยว
ใช้เป็นฐานปรุงต่อเป็นอีกหลายเมนู
ในต่างประเทศก็ไม่น้อยหน้า หลายภูมิภาคเริ่มสนใจอาหารไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ที่กลายเป็น ตลาดใหม่ของอาหารไทย สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศอย่างซาอุดีอาระเบียที่เดินทางเข้ามาไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
แตกไลน์ใหม่ ไปไกลกว่าปลากระป๋อง
ปุ้มปุ้ยหยิบมุมมองใหม่ต่ออาหารกระป๋อง มาผสมกับโนว์ฮาวด้านรสชาติที่สะสมมานาน รวมถึงอินไซต์ของผู้บริโภคทั้งไทยและต่างประเทศ
ผู้บริโภคไทยยังชอบอาหารรสจัดแบบพื้นถิ่น เช่น
ฉู่ฉี่
ไตปลา
แจ่วบอง
ส่วนผู้บริโภคต่างชาติรู้จักรสชาติสไตล์ญี่ปุ่นและอาเซียนเป็นอย่างดี เช่น
เทริยากิ
ซัมบัล
ปุ้มปุ้ยจึงนำสิ่งเหล่านี้มาต่อยอดเป็นสินค้าใหม่ทั้งด้าน รสชาติและวัตถุดิบ ก้าวข้ามกรอบเดิมที่เคยยึดติดกับแค่ปลาและหอยลายในรูปแบบปลากระป๋อง
เป้าหมายคือทำอาหารไทยรสเข้มข้นให้กลายเป็นของที่ สะดวก พร้อมทาน มาตรฐานสูง และยังตอบโจทย์ทั้งตลาดไทยและต่างประเทศได้ในเวลาเดียวกัน
7 เมนูใหม่ สายคาว–สายจัดจ้านต้องลอง
ชุดแรกที่ปุ้มปุ้ยปล่อยออกมาคือกลุ่มปลาและหอยปรุงรส รวม 7 รายการ ได้แก่
ปลาซาบะเทริยากิ
ปลาซาร์ดีนทอดในซอสซัมบัล
ปลาทอดลุยสวนสมุนไพร
ฉู่ฉี่ปลาแมคเคอเรล
ไตปลาแห้ง
แจ่วบอง
หอยแครงปรุงรส
แต่ละตัวถูกออกแบบให้ตอบโจทย์กลุ่มเล็ก ๆ แบบเฉพาะทาง เช่น
ปลาซาบะเทริยากิ เจาะกลุ่มเด็กและคนไม่ทานเผ็ด ซึ่งเคยเป็นช่องว่างของแบรนด์
ปลาซาร์ดีนทอดซอสซัมบัล เอาใจสายเผ็ดจัด ที่กำลังเติบโตตามเทรนด์บะหมี่เกาหลี
หอยแครงปรุงรส จับกลุ่มคนรักหอยแครงแต่กังวลเรื่องความสะอาด ซึ่งยังไม่มีใครตอบโจทย์ในฟอร์แมตพร้อมทานจริง ๆ
สินค้าชุดนี้เตรียมทยอยวางขายในหลายช่องทางช่วงกรกฎาคม–สิงหาคม 2568 โดยเริ่มจาก ร้านสะดวกซื้อ เป็นฐานแรกให้คนเข้าถึงง่ายที่สุด
บุกตลาดต่างประเทศ จับร้านอาหารไทยทั่วโลก
อีกหมวดที่ปุ้มปุ้ยดันขึ้นมาเต็มตัวคือ อาหารพร้อมทานจากไก่และไข่ เช่น
แกงเขียวหวานไก่
ไข่พะโล้
ผัดกะเพรา
รวมถึง กลุ่มน้ำแกงปรุงสำเร็จ เช่น
น้ำแกงเขียวหวาน
น้ำแกงส้มใต้
น้ำยากะทิ
และเมนูอื่น ๆ ในอนาคต
ทั้งหมดนี้จะถูกบรรจุใน ซองรีทอร์ตเพาช์ (Retort Pouch) แบบปลอดเชื้อ เก็บได้นาน เหมาะทั้งสำหรับคนทำอาหารเองและร้านอาหารที่ต้องการประหยัดเวลา แต่ยังอยากได้รสไทยแท้
แผนคือเตรียมวางจำหน่ายในหลายประเทศทั้งเอเชียและยุโรป โดยโฟกัสไปที่:
ร้านอาหารไทยในต่างแดน
คนไทยที่อยู่ต่างประเทศแต่ยังโหยหารสชาติบ้านเกิด
คอนเซ็ปต์ชัดเจน: รสชาติไทยแท้ แต่ต้องสะดวก ราคาเอื้อมถึง และพร้อมให้ต่อยอดเป็นจานใหม่ ๆ ได้อีกหลายแบบ
สายแคมป์ สายเที่ยว สายกินเล่น ห้ามมองข้าม
ในอนาคต ปุ้มปุ้ยยังเตรียมออกกลุ่มของกินเล่นและท็อปปิ้งเพิ่มขึ้น เช่น
หอยลายอบกรอบ
หอยลายปรุงรสหลากหลายรสชาติ
กลุ่มนี้วางตัวชัด ๆ ว่าจะใช้บุกตลาด นักท่องเที่ยวและสายตั้งแคมป์ ที่ต้องการของกินที่ทั้งอร่อย เก็บง่าย พกสะดวก และไม่ต้องกังวลเรื่องการปรุงที่ยุ่งยาก
สำหรับสายแคมป์ปิ้ง นี่คือโจทย์ที่ตอบตรงมาก:
ไม่ต้องแช่เย็น
เปิดกินได้เลย หรืออุ่นเพิ่มนิดหน่อยก็อร่อยขึ้นอีก
ใช้ทำเป็นกับข้าว หรือกินเพียว ๆ เป็นของแกล้มก็ได้
จุดแข็งไม่ใช่แค่สูตร แต่คือ “รอยยิ้มในทุกกระป๋อง”
ปุ้มปุ้ยมองตัวเองมากกว่าแค่แบรนด์ปลากระป๋องธรรมดา เพราะจุดแข็งไม่ใช่แค่คุณภาพวัตถุดิบหรือสูตรอาหารเท่านั้น แต่คือ รอยยิ้มที่อยากส่งให้ผู้บริโภคทุกครั้งที่เปิดกระป๋อง
ทีมงานศึกษาเทรนด์โลกและพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง แล้วใช้ข้อมูลเหล่านั้นมาพัฒนา รสชาติใหม่ ๆ ให้ทันยุค และเพิ่มตัวเลือกบนชั้นวางให้ผู้บริโภคสนุกกับการกินมากขึ้น
ตลาดอาหารไทยในเวทีโลก โดยเฉพาะในกลุ่ม Ready to Eat ยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมาก และปุ้มปุ้ยเชื่อว่าความต้องการของผู้บริโภคยุคนี้จะไม่ยอมเลือกแค่ “สะดวก” หรือ “มีคุณภาพ” แต่ต้องได้ ทั้งสองอย่างพร้อมกัน
ชูความสนุกคู่สุขภาพ ให้กินง่ายแต่ไม่รู้สึกผิด
ในมุมการตลาด ปุ้มปุ้ยวางยุทธศาสตร์ชัดว่า จะไม่ขายแค่ “อิ่มท้อง” แต่จะขาย ความสนุกในการกิน ควบคู่กับภาพลักษณ์ด้านสุขภาพที่ดีขึ้น
จึงเน้นสื่อสารให้ผู้บริโภคเห็นวิธีการกินในหลายสถานการณ์ เช่น
ทานกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปง่าย ๆ
กินเล่นระหว่างเดินทางหรือทำงาน
พกติดรถ ติดเป้ไปตั้งแคมป์ เดินป่า หรือเที่ยวต่างจังหวัด
ใช้ต่อยอดทำเมนูใหม่ ๆ ได้อีก เช่น โรยข้าว คลุกเส้น หรือทำกับแกล้ม
ควบคู่กันนั้นยังเน้นย้ำจุดเด่นด้านสุขภาพ เช่น
ไม่ใส่สารกันบูด แต่ใช้เทคโนโลยีการบรรจุปลอดเชื้อให้เก็บได้นาน
มีโปรตีนสูงสอดรับกับเทรนด์สายฟิต
มีสูตรลดน้ำตาลและลดโซเดียมสำหรับคนรักสุขภาพ
สรุปสั้น ๆ คือ อยากให้คนรู้สึกว่า กินบ่อยแค่ไหนก็ไม่รู้สึกผิด แถมยังสนุกกับการครีเอตเมนูได้อีกเยอะ
ยิงตรงถึงสายแคมป์ ครอบครัว คนทำงาน และคนไกลบ้าน
ปุ้มปุ้ยใช้การสื่อสารผ่านอินฟลูเอนเซอร์ในหลายกลุ่ม เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคแบบตรงจุดมากที่สุด เช่น
ครอบครัวที่มีลูกเล็ก ต้องการอะไรที่ง่าย ปลอดภัย ทำได้เร็ว
คนทำงานในเมืองที่มีเวลาไม่มาก แต่อยากกินของอร่อย
คนชอบตั้งแคมป์และสาย Outdoor ที่ต้องการของกินพกสะดวก
คนไทยในต่างแดนที่คิดถึงรสชาติแบบบ้านเรา
ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ที่ต้องการฐานรสชาติพร้อมใช้
ด้านช่องทางจำหน่ายก็ไม่ได้หยุดแค่ในประเทศ แต่เดินหน้าขยายไปยัง:
ซูเปอร์มาร์เก็ตต่างประเทศ
ร้านอาหารไทย
ร้านค้าเอเชียในประเทศอาเซียนและตะวันออกกลาง
ลงทุนเครื่องจักร–สต๊อก พร้อมรบระยะยาว
เพื่อรับมือกับความผันผวนของโลก ทั้งด้าน ราคาวัตถุดิบ และ สภาพอากาศที่กระทบแหล่งอาหารทะเล ปุ้มปุ้ยวางแผนระยะ 3–5 ปีในการลงทุนอย่างจริงจัง
แนวทางหลักคือ:
ลงทุนเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
บริหารสต๊อกให้ฉลาดขึ้น ใช้ประโยชน์จาก economy of scale
ทำให้มีวัตถุดิบเพียงพอในราคาที่แข่งขันได้ ไม่โดนเหวี่ยงตามตลาดมากเกินไป
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ปุ้มปุ้ยสามารถเดินเกมแตกไลน์สินค้า ขยายตลาด และ เติบโตสวนสภาพเศรษฐกิจ ได้อย่างมั่นคง
สรุป: จากกระป๋องธรรมดา สู่ไอเท็มสามัญประจำเป้แคมป์
เมื่อมองภาพรวมจะเห็นชัดว่า ปุ้มปุ้ยไม่ได้คิดแค่ “จะขายอะไรเพิ่ม” แต่คิดตั้งแต่ โอกาสการกินในชีวิตจริงของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คนทำงาน นักท่องเที่ยว ไปจนถึงสายตั้งแคมป์ที่ต้องพึ่งพาอาหารพร้อมทานเป็นหลัก
ด้วยรสชาติไทยแท้ที่ถูกยกมาไว้ในรูปแบบที่พร้อมกิน สะดวก พกง่าย เก็บได้นาน แถมยังใส่ใจเรื่องสุขภาพและคุณภาพอย่างจริงจัง ทำให้สินค้ากลุ่มนี้มีศักยภาพจะกลายเป็น ไอเท็มประจำเป้ของสายแคมป์และนักเดินทาง ได้ไม่ยาก
ใครที่ยังคิดว่าปลากระป๋องคืออาหารยามจำเป็น อาจถึงเวลาลองมองใหม่ เพราะยุคนี้มันอาจเป็น ตัวจบทั้งแคมป์ ทั้งทริป ทั้งมื้อด่วน ได้ในกระป๋องเดียวแล้วจริง ๆ

