จากจักรวาล “ธาตุทองซาวด์” สู่คืนที่ทั้งเมืองไม่ได้นอน
จากเรื่องเล่าชีวิตเด็กมัธยมวัดธาตุทองในจักรวาล “ธาตุทองซาวด์” สู่เส้นทางแรปสตาร์ตัวท็อปของประเทศ วันนี้ YOUNGOHM (โอม รัธพงศ์ ภูรีสิทธิ์) กลับมาอีกครั้งด้วยอัลบั้มเต็มลำดับที่ 3 ชื่อว่า “ไฟกลางคืน” ที่พาเราเข้าไปอยู่ในโลกของคนกลางคืนแบบทุกมิติ ทั้งความคิด ความรู้สึก และอารมณ์ที่หลายคนไม่เคยได้พูดออกมา
อัลบั้มนี้ถูกเปิดตัวในงาน “YOUNGOHM ‘ไฟกลางคืน’ Album Listening Party” กับคอนเซ็ปต์ที่ชัดมากว่า “คืนนี้เป็นของคนกลางคืนเท่านั้น”
งานฟังอัลบั้มที่เปลี่ยนฮอลล์ให้กลายเป็นเมืองยามค่ำคืน
บรรยากาศในงานถูกออกแบบให้เหมือนเดินหลุดเข้าไปอยู่กลางเมืองตอนดึก สนามเด็กเล่นของคนกลางคืนเต็มรูปแบบ ตั้งแต่หน้าทางเข้าที่ใช้โปรเจกเตอร์ฉายโลโก้ “ไฟกลางคืน” ขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนป้ายไฟกลางเมืองที่กำลังเรียกให้คุณเดินเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
ด้านหน้าแน่นไปด้วยสื่อมวลชน เพื่อนนักแสดง และแรปเปอร์ในวงการที่มาร่วมงาน ทุกคนใช้เวลาหน้าแบ็กดรอปถ่ายรูปเก็บโมเมนต์ ก่อนจะเดินเข้าสู่โซนด้านในที่แบ่งอารมณ์อย่างชัดเจน
ด้านหนึ่งคือแสงไฟนีออนที่ล้อกับความสนุกและจังหวะปาร์ตี้ อีกด้านกลับเป็นโซนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเงียบเหงา เหมือนคืนที่ต้องอยู่คนเดียวท่ามกลางเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คน มันคือความสองขั้วที่อัลบั้มนี้พยายามเล่าอย่างตรงไปตรงมา
แรงบันดาลใจจากนิตยสารยุคก่อน สู่คอนเซ็ปต์อัลบั้มยุคนี้
YOUNGOHM เล่าว่าไอเดียของ “ไฟกลางคืน” เริ่มมาจากนิตยสารชื่อเดียวกันในอดีต นิตยสารที่เคยเล่าทั้งแฟชั่นของคนยุคนั้น ความโด่งดังของดารา-นางแบบ และแม้แต่ลายแทงสถานที่ท่องราตรีชื่อดังในเมืองใหญ่
บรรยากาศแบบนั้น จุดประกายให้เขาสร้างโลกใหม่ในแบบของตัวเอง ผ่านอัลบั้มที่พูดถึง คนกลางคืน ในทุกด้าน ตั้งแต่ความรัก ความฝัน ความว่างเปล่า ไปจนถึงความสำเร็จที่ต้องแลกมาด้วยอะไรบางอย่าง
ในอัลบั้มนี้มีเพลงที่ถูกปล่อยให้แฟนๆ ได้ฟังไปก่อนแล้ว เช่น
RAPSTAR
นครดารา
เจิดจรัส
11 เดือน
13 เพลงที่เล่าทุกอารมณ์ของคนกลางคืน
นอกจากซิงเกิลที่เคยฟังกันไปแล้ว ยังมีอีกหลายเพลงที่ YOUNGOHM ตั้งใจให้ลองฟังแบบเรียงอัลบั้ม เพื่อสัมผัสอารมณ์ของเรื่องราวที่ค่อยๆ ไล่ระดับขึ้นทีละขั้น
เพลงที่แนะนำเป็นพิเศษ เช่น
ไฟกลางคืน
ใจฉันตามเธอไป
กรุงเทพมหานคร
พร้อมด้วยเพลงอื่นๆ อย่าง
Outside
Benz ดำ
มอง 2568
หัวใจสีดำ
แสงของเมืองใหญ่
Sunset in Pattaya
ทั้งหมดกลายเป็นภาพรวมของชีวิตตอนกลางคืน ที่ไม่ได้มีแค่ความสนุก แต่เต็มไปด้วยคำถาม ความเหงา และการเผลอหลงทางในความมืดที่สว่างด้วยแสงไฟเมืองใหญ่
อัลบั้มนี้ยังคงลายเซ็นเฉพาะตัวของ YOUNGOHM เหมือนเดิม แต่พัฒนาขึ้นทั้งด้านเนื้อหาและอารมณ์ ไม่ต่างจากสองอัลบั้มก่อนหน้าอย่าง “BANGKOK LEGACY” และ “ธาตุทองซาวด์” เพียงแค่คราวนี้ เขาลงลึกไปในจิตใจของคนกลางคืนมากกว่าเดิมหลายเท่า
ซินอปซิส 13 แทร็ก: เมื่อเมืองไม่เคยหลับ แต่หัวใจบางคนมืดสนิท
ด้านล่างนี้คือการเล่าภาพรวมของทั้ง 13 เพลง ที่ชวนให้ฟังแบบยกอัลบั้ม แล้วปล่อยให้บรรยากาศตอนกลางคืนพาเราไปเอง
1. ไฟกลางคืน
เพลงเปิดอัลบั้มที่มาในบีตช้า นุ่ม แต่แฝงความหนักแน่นในอารมณ์ เล่าเรื่องคนที่โดนผู้หญิงคนหนึ่งขโมยหัวใจไปจนหมด เธอคือเหมือนไฟนีออนที่ทำให้เมืองไม่มืดหม่นเหมือนเดิม
แม้ร่างกายของเธอจะอยู่กลางไนต์คลับ รายล้อมด้วยแสงสีและเสียงดัง แต่ทุกครั้งที่เขาหลับตา เธอคือสิ่งเดียวที่สว่างที่สุดในหัวใจ และเขาไม่อยากให้แสงนี้ดับลงแม้ชั่วครู่เดียว
2. Outside
“ถ้าคุยกันไม่ได้ยิน ก็ออกไปคุยกัน outside”
จากผู้ชายที่ไม่ค่อยพูดอะไรกับใคร แต่พอคุยกับเธอ กลับอยากตอบทุกคำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอ แม้เสียงรอบตัวจะดังแค่ไหน เขาก็พร้อมทิ้งทุกอย่างไว้ข้างใน เพื่อออกมาใช้เวลาอีกหนึ่งนาทีกับเธอแค่สองคนข้างนอก
3. Benz ดำ
ค่ำคืนที่ผูกเรื่องรัก ความฝัน และคนข้างกายไว้ด้วยกัน เขาพร้อมขับ Benz ดำ ไปหาเธอทันที ถ้าเธอบอกว่าคืนนี้อยากเต้นรำ
ความรักครั้งนี้อาจเหมือนการพนันหนึ่งเกม แต่ไม่ว่าจะต้องเดิมพันอะไร เขาก็ยอม all-in ทั้งหมด เพื่อโอกาสคว้าหัวใจของเธอเพียงคนเดียว
4. มอง 2568
เพลงที่หยิบกลิ่นอายจากเพลง “มอง” เวอร์ชันเก่ามาผสมกับภาพของกรุงเทพฯ ปี 2568 ในบรรยากาศปาร์ตี้
เธอคือคนที่เขามองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตลอดทั้งคืน แม้จะเปลี่ยนไปกี่เพลง สายตาก็ยังหยุดที่เธอคนเดียว เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นใคร แต่ก็ยังตั้งคำถามในใจว่า สักครั้งหนึ่งเธอจะหันมามองเขากลับบ้างไหม
เพราะสำหรับเขาแล้ว “ถ้าเธอไม่แจ่มจริง ฉันคงไม่จ้องทั้งคืนแบบนี้”
5. หัวใจสีดำ
เมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้า ท้องฟ้าที่มืดลงเหมือนดึงหัวใจของเขาให้กลายเป็นสีดำไปด้วย เขาทำได้แค่เฝ้ามองเธอจากระยะไกล
ต่อให้คิดถึงแค่ไหน หรือพยายามทำทุกอย่างให้เธอเห็นความรู้สึกของเขา เธอก็ยังไม่เคยแคร์หัวใจดวงนี้เลย ยิ่งเขาพยายามเข้าใจเท่าไหร่ ความเดียวดายในใจก็ยิ่งหนาแน่นขึ้นทุกที
6. กรุงเทพมหานคร
เปิดมาด้วยทำนองไทยที่จำคำว่า กรุงเทพมหานคร ได้ตั้งแต่โน้ตแรก เมืองที่ไม่มีวันหลับ แต่กลับทำให้ใครบางคนเหงาจนแทบทนไม่ไหว
ต่อให้มีเงินมากแค่ไหน มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เมื่อเขาต้องนั่งมองแสงไฟลำพัง เพราะเธอปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวในเมืองที่เหมือนไม่มีใครเคยนอน แต่สำหรับเขา กลับไม่มีสักคืนที่หลับตาลงได้อย่างสบายใจ
7. RAPSTAR
เพลงที่โยนคำถามหนักๆ ให้คนรุ่นใหม่ที่อยากเป็นแรปเปอร์ได้คิดกันจริงจัง ว่า คุณอยากได้อะไรกันแน่ ระหว่างชื่อเสียงกับความจริงใจในทุก rhyme ที่เขียนออกมา
เขาตั้งคำถามตรงๆ ว่า สุดท้ายแล้ว การเป็นแรปเปอร์มีความหมายกับคุณยังไง เพราะคุณเองก็กำลังกลายเป็นหนึ่งใน “ไฟ” สำคัญของวงการเพลงไทยเหมือนกัน
8. แสงของเมืองใหญ่
เพลงดิสที่เล่าชีวิตเด็กเมืองใหญ่ ผ่านภาพของกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยโอกาส ปัญหา และแสงสีไม่รู้จบ
เขาประกาศชัดว่า ตัวเองคือเด็กเมืองใหญ่แบบตัวจริง ต้องฝ่าทุกอุปสรรคของเมืองที่ไม่เคยหลับตา และท่ามกลางแสงไฟมากมาย เราต้องมองหา “แสงเดียว” ที่ทำให้เราไม่ยอมแพ้ให้เจอให้ได้
9. 11 เดือน
ระหว่างเขากับเธออาจไม่ได้เจอกันนานถึง 11 เดือน แต่สำหรับหัวใจของเขา เวลานั้นยังถือว่าเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับความมั่นคงที่ตั้งใจจะมีให้เธอไปยาวๆ
เขาวาดอนาคตที่มีเธอข้างกายยาวนานกว่าช่วงเวลาที่ต้องอยู่โดยไม่มีเธอเสียอีก 11 เดือนที่ไม่ได้เจอ ไม่ได้แปลว่าความรักจะลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว
10. Sunset in Pattaya
บรรยากาศยามเย็นริมทะเลพัทยาถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเสียงเพลงที่เต็มไปด้วยความเหงา ความคิดถึง และการรอคอยใครสักคน ท่ามกลางพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลับขอบฟ้าไปเรื่อยๆ
เสียงร้องที่มีทั้งความเศร้าและความอุ่นในเวลาเดียวกัน ทำให้เพลงนี้เหมือนการยืนมองพระอาทิตย์ตกดินคนเดียว แล้วปล่อยให้ความคิดพาใจลอยไปถึงใครบางคนที่ยังไม่กลับมา
11. นครดารา
เมืองในฝันที่ประดับด้วยแสงไฟระยิบระยับเหมือนโคมไฟในปราสาท เพลงนี้มีดนตรีนุ่มนวลที่พาให้หลุดเข้าไปในโลกของคนที่กำลังโหยหาความรัก และการมีใครสักคนอยู่เคียงข้าง
ต่อให้เธออยู่สูงระดับแตะฟ้า เขาก็พร้อมจะขึ้นไปหาเธอจากยอดหอคอย และแม้เธอจะเจอคนที่สมบูรณ์ดั่งซูเปอร์สตาร์มากมายแค่ไหน เขายังคงย้ำในใจว่า
“เธอคือสุดที่รักของฉันเสมอ ไม่มีใครแทนที่”
12. ใจฉันตามเธอไป
เพลงที่เล่าโมเมนต์ของการมีใครคนหนึ่งอยู่ในทุกลมหายใจ ไม่ว่าเธอจะอยู่ใกล้หรือไกล เขาก็อดคิดไม่ได้ว่า ตอนนี้ใจของเธอเป็นของใครรึยัง
เพราะใจของเขานั้น ตามเธอไปทุกที่ทุกเวลา ต้องการเธอทั้งในตอนนี้ วันนี้ และทุกวินาทีแบบ right now ไม่มีพัก
13. เจิดจรัส
“คืนนี้ไม่มีเธออยู่ คืนนี้ไม่มีเธอให้กอดเลย”
ประโยคที่เหมือนคำบอกเล่าทั่วไป แต่ในเพลงนี้ถูกถ่ายทอดให้กลายเป็นความคิดถึงที่ชัดเจนและบาดลึก
สำหรับเขา เธอไม่ใช่แค่คนรักคนหนึ่ง แต่เป็นเหมือนแสงไฟที่ไม่เคยดับลงในชีวิต ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่คืน ความรู้สึกที่มีต่อเธอยังคงเจิดจรัสเหมือนเดิม
ดนตรีสไตล์ retro ในเพลงนี้ทำให้บรรยากาศเหมือนจดหมายรักฉบับยาว ที่เขาเขียนถึงเธอด้วยหัวใจทั้งหมด แม้ความรักจะเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่เธอยังคงเป็น พลังงานของจิตวิญญาณ ที่ทำให้หัวใจของเขากลับมาเต้นแรงได้อีกครั้ง
สรุป: อัลบั้มของคนที่เคยเหงาในคืนที่เมืองยังสว่างเสมอ
“ไฟกลางคืน” ไม่ใช่แค่อัลบั้มที่รวมเพลงฮิปฮอปจากแรปสตาร์ชื่อดัง แต่คือบันทึกชีวิตของคนหนึ่งคนที่ใช้เวลาเติบโตท่ามกลางไฟเมืองใหญ่และความมืดในใจตัวเอง
ถ้าคุณเคยเหงาในเมืองที่ไม่เคยนอน
เคยยืนมองไฟถนนคนเดียวแล้วคิดถึงใครบางคน
หรือเคยถามตัวเองว่าความฝันที่วิ่งตามอยู่คุ้มค่ากับสิ่งที่แลกไปหรือเปล่า
อัลบั้มนี้จะทำให้คุณเข้าใจว่า ไม่ใช่ทุกไฟในเมืองจะนำทางเราได้ แต่บางดวงก็สว่างพอให้เราไม่หลงทางในความมืดของตัวเอง

