รับแอปรับแอป

ให้ลูกหมาจนถึงวัยชราอยู่กับเราไปนาน ๆ แค่เลือกอาหารถูก ชีวิตเขาก็เปลี่ยน

กฤตชัย มโนธรรม02-01

โภชนาการที่ดี เริ่มจากเข้าใจช่วงวัยของสุนัข

สุนัขแต่ละช่วงวัยไม่ได้ต่างกันแค่ขนาดตัว แต่ ความต้องการสารอาหารก็ไม่เหมือนกันเลย การเลือกอาหารให้ถูกตั้งแต่ยังตัวเล็กไปจนถึงวัยชรา ช่วยให้เขาแข็งแรง ภูมิคุ้มกันดี และลดโอกาสเจ็บป่วยในอนาคต

หลายคนยังเข้าใจผิดว่า อาหารสุนัขสูตรไหนก็ให้ได้เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วสูตรสำหรับลูกสุนัข สุนัขโตเต็มวัย และสุนัขสูงวัย ถูกออกแบบมาไม่เหมือนกันเลย

การใส่ใจโภชนาการตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้ามาอยู่ในบ้าน จนถึงช่วงที่เริ่มเดินช้าลง มองไม่ชัดเหมือนเดิม คือวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้เขา มีอายุยืนยาวและใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ อยู่กับเราไปได้นานที่สุด

ลูกสุนัข (Puppy): วัยสร้างรากฐานสุขภาพ

ช่วงวัยเด็กของสุนัขคือช่วงที่ร่างกาย สมอง และระบบภูมิคุ้มกันกำลังพัฒนาเต็มที่ พวกเขาจึงต้องการทั้งโปรตีนและพลังงานในปริมาณสูงกว่าวัยอื่น ๆ

การเลือกอาหารลูกสุนัขควรมองหาสูตรที่มีสารอาหารครบถ้วน โดยเน้นไปที่:

  • โปรตีนคุณภาพดีเพื่อการสร้างกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ

  • กรดไขมันจำเป็น เช่น DHA ช่วยเสริมการทำงานของสมองและการมองเห็น

  • วิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง

ลูกสุนัขระบบย่อยอาหารยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ จึงควร แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ หลายครั้งต่อวัน แทนการให้ครั้งเดียวในปริมาณเยอะเกินไป

  • ควรแบ่งให้อาหารวันละประมาณ 3–4 มื้อ

  • สังเกตความอยากอาหาร น้ำหนักตัว และรูปร่าง หากเริ่มอ้วนหรือผอมไป ค่อย ๆ ปรับปริมาณให้เหมาะ

ยิ่งวางรากฐานโภชนาการดีตั้งแต่วัยเด็ก เขาก็ยิ่งมีโอกาสสุขภาพแข็งแรงในระยะยาว

สุนัขโตเต็มวัย (Adult Dog): วัยรักษาสมดุลและควบคุมน้ำหนัก

เมื่อสุนัขเข้าสู่วัยโตเต็มวัย เป้าหมายหลักของการให้อาหารคือ รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และดูแลสุขภาพโดยรวม

อาหารสำหรับวัยนี้ควรให้ความสำคัญกับ

  • โปรตีนคุณภาพสูง เพื่อซ่อมแซมและดูแลมวลกล้ามเนื้อ

  • ไขมันและพลังงานในระดับพอดี ไม่มากจนเสี่ยงอ้วน ไม่ต่ำจนไร้เรี่ยวแรง

  • ไฟเบอร์ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย

  • วิตามินและแร่ธาตุเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน

สุนัขโตเต็มวัยแต่ละตัวมีกิจกรรมไม่เท่ากัน สุนัขที่วิ่งเล่นเยอะ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะใช้พลังงานมากกว่าสุนัขที่นอนเล่นอยู่ในบ้านเกือบทั้งวัน

  • สุนัขที่ออกกำลังกายเยอะ: ต้องการพลังงานสูงขึ้นเล็กน้อย

  • สุนัขเลี้ยงในบ้าน ขยับตัวไม่มาก: ควรลดไขมันและแคลอรี เพื่อเลี่ยงโรคอ้วน

มื้ออาหารสำหรับสุนัขโตเต็มวัย ส่วนมากจะให้ วันละ 2 มื้อ และต้องคอยดูรูปร่าง หากเริ่มอ้วนลงพุง ให้ปรับปริมาณหรือสูตรอาหารทันที

สุนัขสูงวัย (Senior Dog): วัยที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

เมื่อสุนัขเริ่มเข้าสู่วัยสูงวัย ระบบต่าง ๆ ในร่างกายจะทำงานช้าลง ทั้งระบบเผาผลาญ ระบบย่อยอาหาร รวมถึงอวัยวะภายในอย่างตับและไต ทำให้ ความต้องการสารอาหารของเขาเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

อาหารสำหรับสุนัขสูงวัยควรเน้นไปที่

  • โปรตีนที่ย่อยง่าย ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อโดยไม่เพิ่มภาระให้กับไตมากเกินไป

  • ไขมันในปริมาณต่ำ เพื่อลดการสะสมและช่วยควบคุมน้ำหนัก

  • แคลเซียมและกลูโคซามีน เพื่อดูแลกระดูกและข้อต่อ

  • สารอาหารครบถ้วนเพื่อให้ร่างกายยังทำงานได้ดีในภาพรวม

สุนัขวัยนี้มักได้ยินเบาลง เดินช้าลง เหนื่อยง่าย จึงควร แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ หลายครั้งในแต่ละวัน แทนการให้ทีเดียวเยอะ ๆ ซึ่งจะทำให้ระบบย่อยทำงานหนักเกินไป

สิ่งที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษคือ

  • คอยชั่งน้ำหนักเป็นระยะ ๆ หากน้ำหนักขึ้นเร็วหรือผอมลงผิดปกติ ควรปรึกษาสัตวแพทย์

  • สังเกตพฤติกรรมการกิน หากกินน้อยลง เคี้ยวยาก หรือไม่ค่อยแตะอาหาร อาจมีปัญหาฟัน ปาก หรือระบบภายใน

การเลือกอาหารให้เหมาะกับวัยชรา คือการช่วยให้เขาสบายตัว เดินได้ดี และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุกวัน

เลือกอาหารให้ตรงสายพันธุ์: ตัวเล็ก ตัวใหญ่ ต้องการไม่เท่ากัน

นอกจากช่วงวัยแล้ว สายพันธุ์ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้สุนัขแต่ละตัวต้องการโภชนาการต่างกันไป ทั้งรูปร่าง กระดูก ระบบเผาผลาญ และโรคประจำสายพันธุ์

ตัวอย่างความต้องการโภชนาการตามขนาดและสายพันธุ์ เช่น

  • สุนัขพันธุ์ใหญ่

    • ต้องการโปรตีนและแคลเซียมในระดับเหมาะสมเพื่อรองรับโครงสร้างกระดูกขนาดใหญ่

    • ต้องระวังไม่ให้โตเร็วเกินไป เพราะเสี่ยงปัญหาข้อและกระดูก

  • สุนัขพันธุ์เล็ก

    • ใช้พลังงานต่อหน่วยน้ำหนักสูง เมตาบอลิซึมเร็ว

    • ควรเลือกอาหารที่ให้พลังงานเข้มข้น และเม็ดอาหารขนาดเล็ก เคี้ยวง่าย

  • สุนัขพันธุ์กลาง

    • มักเน้นสมดุลของโปรตีนและไขมัน ไม่มากไปไม่น้อยไป

ไม่ว่าจะสายพันธุ์ไหน สิ่งสำคัญคือ

  • ปรับสูตรอาหารให้เข้ากับสุขภาพปัจจุบันของสุนัข

  • พิจารณาระดับการเคลื่อนไหวในแต่ละวันประกอบ

การเลือกอาหารให้เหมาะกับสายพันธุ์ ช่วยลดความเสี่ยงโรคข้อเสื่อม โรคหัวใจ โรคอ้วน และทำให้เขา เติบโตได้อย่างเหมาะสมและอายุยืนยาวขึ้น

ปริมาณและความถี่: ให้ถูกจังหวะ ชีวิตก็สมดุล

ไม่ใช่แค่ “กินอะไร” แต่ “กินเท่าไหร่และบ่อยแค่ไหน” ก็สำคัญกับสุขภาพสุนัขมากเช่นกัน

การให้อาหารมากเกินไปทำให้เสี่ยงโรคอ้วน ข้อต่าง ๆ รับน้ำหนักมากขึ้น หายใจลำบาก และมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อน ส่วนการให้น้อยเกินไปก็ทำให้ ขาดสารอาหาร เหนื่อยง่าย ตัวซูบ และภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

แนวทางเบื้องต้นในการแบ่งมื้ออาหารคือ

  • ลูกสุนัข: วันละ 3–4 มื้อ แบ่งมื้อเล็ก ๆ ให้ย่อยง่าย

  • สุนัขโตเต็มวัย: วันละ 2 มื้อ เช้า–เย็นพอดี

  • สุนัขสูงวัย: แบ่งเป็นมื้อเล็กหลายครั้งในวันเดียว ลดภาระระบบย่อยอาหาร

จากนั้นให้เจ้าของสังเกตเพิ่มเติม

  • น้ำหนักขึ้นเร็วหรือไม่

  • ลูบคลำซี่โครงได้หรือเปล่า ถ้าคลำไม่เจออาจอ้วนเกินไป

  • พฤติกรรมการเล่นและการเคลื่อนไหว ดูเฉื่อยลงหรือยังสดใส

การปรับปริมาณอาหารตามรูปร่างและไลฟ์สไตล์ของสุนัขแต่ละตัวคือหัวใจของการดูแลให้เขาสุขภาพดีในระยะยาว

สรุป: เลือกอาหารให้ถูกวัย ถูกสายพันธุ์ และดูจากตัวน้องเป็นหลัก

โภชนาการที่ดีของสุนัขไม่ได้มีสูตรตายตัวตัวเดียวใช้ได้กับทุกวัย ทุกสายพันธุ์ แต่ต้อง มองรวมทั้งวัย สายพันธุ์ กิจกรรม และสุขภาพปัจจุบันของเขา

โดยภาพรวมแล้ว

  • ลูกสุนัข: ต้องการโปรตีนและพลังงานสูง เพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมอง

  • สุนัขโตเต็มวัย: โฟกัสที่ความสมดุล รักษาน้ำหนักและมวลกล้ามเนื้อ

  • สุนัขสูงวัย: เน้นโปรตีนย่อยง่าย ไขมันต่ำ และดูแลกระดูก ข้อต่อ อวัยวะภายใน

เมื่อเจ้าของ

  • ใส่ใจเลือกอาหารให้เหมาะกับช่วงวัยและสายพันธุ์

  • สังเกตพฤติกรรมการกิน น้ำหนักตัว และการเคลื่อนไหวเป็นประจำ

  • ปรับปริมาณและความถี่ของมื้ออาหารอย่างเหมาะสม

ทั้งหมดนี้จะกลายเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยให้สุนัขของคุณ สุขภาพดี แข็งแรง และใช้ชีวิตอยู่กับคุณไปได้อย่างยาวนานและมีความสุข