8 สิงหาคม : วันที่โลกหยุดดูแมว แต่เศรษฐกิจไม่หยุดโต

วันที่ 8 สิงหาคมของทุกปีถูกกำหนดให้เป็น “วันแมวโลก” (International Cat Day) โดยกองทุนสวัสดิภาพสัตว์นานาชาติ (International Fund for Animal Welfare – IFAW) ตั้งแต่ปี 2002
เป้าหมายไม่ใช่แค่ให้คนโพสต์รูปแมว แต่มุ่ง กระตุ้นให้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและสวัสดิภาพของแมวทั่วโลก มากขึ้น
แต่มิติที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นก็คือ โลกไม่ได้มองแมวแค่ในฐานะสัตว์เลี้ยงขนฟูอีกต่อไป แต่แมวกำลังกลายเป็น ศูนย์กลางของเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เชื่อมโยงตั้งแต่พฤติกรรมผู้บริโภค ไลฟ์สไตล์คนเมือง ไปจนถึงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในหลายอุตสาหกรรม
ไทยติดอันดับโลก ทาสแมวเยอะกว่าที่คิด
ตลาดสัตว์เลี้ยงทั้งในไทยและทั่วโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยข้อมูลของธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ระบุว่า ปี 2567 ตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 75,000 ล้านบาท เติบโต 12.4% จากปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแรงของธุรกิจด้านนี้อย่างชัดเจน
ในช่วงต้นปี 2567
กลุ่มคนเลี้ยงสุนัขมีอัตราการเติบโตประมาณ 40.4%
ตลาดแมวเติบโต 37.1% ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกันมาก
แต่พอเข้าสู่ปี 2568 ภาพเริ่มเปลี่ยน จากสถิติที่ IMPACT รวบรวมจากงาน Thailand International Pet Variety Exhibition พบการสลับอันดับที่น่าสนใจ
ตลาดสุนัขเติบโตที่ 31.6%
ตลาดแมวเติบโตถึง 32.1%
นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ แมวแซงสุนัข ในแง่อัตราการเติบโต กลายเป็นสัญญาณสำคัญว่า การเลี้ยงแมวกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง และอาจกลายเป็น ตลาดหลักของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงไทยในอนาคตอันใกล้
เมื่อเจาะลึกลงไปในข้อมูลตลาดแมว พบว่า
ประเทศไทยมีจำนวน ผู้เลี้ยงแมวมากเป็นอันดับ 8 ของโลก
จังหวัดที่มีการเลี้ยงแมวสูงสุด ได้แก่ นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรสงคราม
ด้านจำนวนประชากรแมวในไทยมีทั้งหมด 3,337,458 ตัว ติดอันดับที่ 14 ของโลก
ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีในการเลี้ยงแมวหนึ่งตัวอยู่ที่ราว 14,200 บาท/ปี หรือประมาณ 1,183 บาท/เดือน และยังมีแนวโน้มที่คนไทย รับเลี้ยงแมวจรเพิ่มขึ้นกว่า 14% นับตั้งแต่ปี 2562 และมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่อง
ตลาดสัตว์เลี้ยงทะยานสู่ 9.2 หมื่นล้าน : เมื่อทาสแมวทุ่มเหมือนเลี้ยงลูก
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) ชี้ว่า เทรนด์การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนจากเดิมที่เลี้ยงแบบให้มีข้าวกิน มีที่นอน กลายเป็นการดูแลในฐานะ “สมาชิกในครอบครัว” (Pet Humanization)
บางกลุ่มก้าวไปไกลกว่านั้น กลายเป็นสายตามใจสุดตัว หรือที่เรียกว่า “ทาสหมา-ทาสแมว” (Petriarchy) เจ้าของเต็มใจจ่ายเพื่อซื้อของให้สัตว์เลี้ยงเพื่อความสุขของตัวเองและเพื่อสัตว์เลี้ยงไปพร้อมกัน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์ อาหาร และการดูแล เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด
พร้อมกันนั้น ในยุคดิจิทัล สัตว์เลี้ยงบางตัวไม่ได้เป็นแค่สมาชิกในบ้าน แต่ยกระดับไปเป็น สมาชิกที่สร้างรายได้ได้จริง จากคาแรกเตอร์เฉพาะตัวที่ดึงดูดสายตาคนหมู่มาก
สัตว์เลี้ยงเหล่านี้กลายเป็น
Pet Celebrity : สัตว์เลี้ยงที่มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์
Petfluencer : สัตว์เลี้ยงที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก และสามารถร่วมงานกับแบรนด์ต่าง ๆ
ยิ่งบทบาทภาพลักษณ์สูงเท่าไร สถานะของสัตว์เลี้ยงในบ้านก็ยิ่งถูกยกระดับตามไปด้วย และแน่นอนว่า ค่าใช้จ่ายก็พุ่งตาม
ปัจจุบันมีการประมาณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบสมาชิกครอบครัวอยู่ที่ราว 50,500 บาทต่อตัวต่อปี เพิ่มขึ้น 22.9% จากปีก่อนที่อยู่ราว 41,100 บาทต่อตัวต่อปี
ตัวเลขนี้สูงกว่าการเลี้ยงแบบดั้งเดิมที่ปล่อยอิสระ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียง 7,910 บาทต่อตัวต่อปี ถึง ประมาณ 6 เท่า
ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดเจนว่า การมองสัตว์เลี้ยงเป็นครอบครัว ไม่ได้แค่เปลี่ยนความรู้สึก แต่ยังสร้างเม็ดเงินสะพัดในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงอย่างมีนัยสำคัญ
ผลก็คือ มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยในปี 2568 ถูกคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ราว 92,000 ล้านบาท เติบโต 13.2% จากปีก่อน และถ้าย้อนดูเฉลี่ยการเติบโตย้อนหลัง 6 ปี (2562-2568) จะพบว่า โตเฉลี่ยสูงถึงปีละ 18.9% เลยทีเดียว
Catfluencer : แมวธรรมดา…แต่รายได้ไม่ธรรมดา
หนึ่งในเทรนด์ที่เดินคู่มากับการเติบโตของโซเชียลมีเดีย คือการถือกำเนิดของ “Catfluencer” หรือแมวที่มีคนติดตามหลักแสน-หลักล้านบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้ง Instagram, TikTok และอื่น ๆ
แมวเหล่านี้สามารถสร้างรายได้หลากหลายรูปแบบ เช่น
รีวิวสินค้าและอาหารแมว
ร่วมแคมเปญการตลาดกับแบรนด์
ออกของที่ระลึกประจำตัวเอง ทั้งเสื้อ แก้วสติ๊กเกอร์ และสินค้าอื่น ๆ
ตัวอย่างในต่างประเทศ เช่น “Smoothie the Cat” หรือ “Nala Cat” ที่มีแบรนด์ระดับโลกเข้ามาคอลลาบอเรชั่น
ส่วนในไทยเองก็มีแมวที่กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์เต็มตัว เช่น
“ฮีโร่หมาแมว”
“อ้วนกลม”
ซึ่งกลุ่มแมวอินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้กลายเป็น เป้าหมายของแบรนด์สินค้า ที่อยากเข้าถึงกลุ่มทาสแมวอย่างแม่นยำและทรงพลัง

Pet Humanization : เมื่อแมวกลายเป็นลูกคนหนึ่งในบ้าน
เทรนด์ Pet Humanization หรือวิธีคิดที่มองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว ไม่ใช่แค่ “สัตว์” อีกต่อไปกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ในเมืองใหญ่
เจ้าของจำนวนมากพร้อมที่จะ
จ่ายแพงขึ้นเพื่อซื้อ อาหารแมวพรีเมี่ยม
ลงทุนกับ บริการสัตวแพทย์เฉพาะทาง ที่มาตรฐานใกล้เคียงกับการรักษามนุษย์
พาแมวไป ท่องเที่ยว พักผ่อน หรือใช้บริการโรงแรมสัตว์เลี้ยง เหมือนเป็นทริปครอบครัว
ธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากกระแสนี้อย่างชัดเจน ได้แก่
คาเฟ่แมว ที่ให้คนมานั่งเล่นกับแมวพร้อมดื่มกาแฟไปด้วย
โรงแรมสัตว์เลี้ยง และบริการรับฝากแมว
คลินิกสัตว์เฉพาะทาง และโรงพยาบาลสัตว์มาตรฐานสูง
ประกันสุขภาพสำหรับแมว
บริการดีลิเวอรี่อาหารและทรายแมว
แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เกิดขึ้นมาเพื่อ รองรับไลฟ์สไตล์ทาสแมวโดยเฉพาะ
ทั้งหมดนี้ตอกย้ำว่า ยิ่งคนรักแมวเหมือนลูก ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแมวยิ่งเติบโต
จาก Niche สู่ Mainstream : แบรนด์ไหนไม่มองแมว เท่ากับพลาดโอกาส
แต่เดิมตลาดแมวมักถูกมองว่าเป็น Niche เฉพาะกลุ่ม แต่วันนี้หลายแบรนด์เริ่มมองเห็นแล้วว่า กลุ่มเจ้าของแมวกำลังกลายเป็นตลาดหลักที่มีกำลังซื้อสูงและชัดเจน
สิ่งที่หลายแบรนด์เริ่มทำ คือการปรับสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ทาสแมวโดยตรง เช่น
พัฒนา สูตรอาหารแมวเฉพาะทาง เช่น สูตรออร์แกนิก สูตรสำหรับแมวสุขภาพแพ้ง่าย หรือสูตรดูแลไตและระบบทางเดินปัสสาวะ
ออกแบบ ทรายแมวที่ควบคุมกลิ่นได้นานขึ้น ฝุ่นน้อย เป็นมิตรต่อทั้งแมวและคน
นำเทคโนโลยี IOT (Internet of Things) มาใช้กับอุปกรณ์แมว เช่น ของเล่นอัจฉริยะ เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ หรือกล้องดูแมวที่ควบคุมผ่านมือถือ
ด้านช่องทางการขายเองก็มีการปรับตัวอย่างเห็นได้ชัด
แพลตฟอร์ม e-Commerce จัดหมวดสินค้าแมวให้เด่นขึ้น
ร้านสะดวกซื้อเริ่มกันพื้นที่ให้สินค้าแมวและขยายไลน์สินค้าเกี่ยวกับแมวเพิ่มขึ้น
ช่วงเทศกาลอย่าง “วันแมวโลก” กลายเป็น ซีซั่นจัดโปร ลด แลก แจก แถม สำหรับสินค้าแมวโดยเฉพาะ
พูดง่าย ๆ คือ จากเดิมที่แมวเคยเป็นตลาดเล็ก วันนี้กำลังจะกลายเป็น กระแสหลักที่ไม่มีแบรนด์ไหนอยากหลุดขบวน
วันแมวโลก : มากกว่าวันโพสต์รูป คือวันของ “เศรษฐกิจแมว”
ในวันที่ 8 สิงหาคม หลายคนอาจมองว่าเป็นแค่โอกาสดี ๆ ในการโพสต์รูปเจ้าเหมียวคู่ใจลงโซเชียล
แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น วันแมวโลกกำลังสะท้อนถึง พลังของเศรษฐกิจแมว ที่
ฝังตัวอยู่ในชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่
สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับทั้งแบรนด์เล็กและแบรนด์ใหญ่
ผลักดันให้เกิดสินค้า บริการ และอาชีพใหม่ ๆ ที่หมุนรอบ “แมว” เป็นหลัก
สำหรับทาสแมว นี่คือยุคที่ความรักแมวของคุณ ไม่ได้จบแค่ในบ้าน แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระแสเศรษฐกิจขนาดใหญ่ระดับโลก
และสำหรับคนทำธุรกิจ หากมองเห็นแมวเป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยง แต่เป็น คีย์เวิร์ดของไลฟ์สไตล์และอารมณ์ความผูกพัน โอกาสใหม่ ๆ ก็อาจจะเริ่มต้นจากเสียง “เหมียว” ตัวเดียวเท่านั้นเอง

