รับแอปรับแอป

กินเสร็จอย่าเพิ่งล้มตัวนอน! เดินแค่ 10 นาทีหลังมื้ออาหาร ช่วยพุงยุบ สุขภาพดีระยะยาว

พิชิต ศรีทอง01-29

เดินหลังกินข้าว เคล็ดลับง่าย ๆ ที่หลายคนมองข้าม

หลังจากอิ่มแน่นจากมื้อโปรด หลายคนมักเลือกนั่งเล่น นอนเลื่อนมือถือ หรือเอนพักให้หายง่วง แต่การ เดินหลังกินข้าว กลับเป็นกิจกรรมง่าย ๆ ที่ให้ผลลัพธ์ดีต่อสุขภาพกว่าที่คิดมาก

เพียงลุกขึ้นมาเดินช้า ๆ ไม่ต้องใช้รองเท้าพิเศษ ไม่ต้องมีอุปกรณ์ ไม่ต้องใช้เวลานาน ก็ช่วยทั้งเรื่องระบบย่อย การควบคุมน้ำหนัก และลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้แบบยาว ๆ

ใครที่อยากลดน้ำหนัก ดูแลสุขภาพ แต่งานเยอะไม่มีเวลาออกกำลังกาย การเดินหลังกินข้าวคือทริกที่ไม่ควรพลาดเลยจริง ๆ

เดินหลังกินข้าวคืออะไร ทำไมถึงสำคัญ?

การ เดินหลังกินข้าว คือการลุกขึ้นมาขยับร่างกายเบา ๆ ด้วยการเดินต่อเนื่อง ประมาณ 10–30 นาที หลังรับประทานอาหารเสร็จ โดยเน้นเดินแบบสบาย ๆ ไม่ใช่การออกกำลังกายหนัก

จะเดินวนในบ้าน เดินรอบที่ทำงาน หรือเดินเล่นแถวบ้านก็ได้ ขอแค่ให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายหลักของการเดินช่วงนี้ คือช่วยให้

  • ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น

  • ลดอาการแน่นท้อง อึดอัด ท้องอืด

  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหาร

พร้อมกับได้ผลดีต่อสุขภาพโดยรวม เช่น ช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ทำให้รู้สึกสดชื่น ไม่ง่วงหลังกินข้าว เหมาะกับทุกวัยและทำได้ทุกวันแบบง่ายสุด ๆ

ทำไมต้องเดินหลังมื้ออาหาร?

หลายคนคิดว่าหลังอิ่มควรนั่งพัก หรือนอนเล่นให้สบาย ๆ แต่ในความเป็นจริง การ เดินเบา ๆ หลังมื้ออาหาร เป็นหนึ่งในวิธีดูแลสุขภาพที่เรียบง่ายแต่ให้ประโยชน์มากกว่าที่คาด

นอกจากช่วยเรื่องการย่อยแล้ว ยังมีผลดีทั้งกับรูปร่าง พลังงาน และโรคเรื้อรังในอนาคต ลองมาดูทีละข้อว่ามันดีแค่ไหน

1. ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานลื่นขึ้น

การเดินเบา ๆ หลังมื้ออาหารช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ทำให้ลำไส้บีบตัวได้ดีขึ้น ส่งผลให้การย่อยและดูดซึมสารอาหารเป็นไปอย่างราบรื่น

ช่วยลดอาการ

  • ท้องอืด

  • อึดอัดแน่นท้อง

  • ไม่สบายท้องหลังมื้อใหญ่

แถมยังช่วยลดโอกาสท้องผูก ทำให้รู้สึกสบายท้องขึ้น ไม่รู้สึกหนักตัวเกินไปหลังทานเสร็จ

2. ช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหาร

หลังทานอาหาร ระดับน้ำตาลในเลือดมักพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะถ้ามื้ออาหารมีแป้งและน้ำตาลค่อนข้างเยอะ การลุกขึ้นเดินในช่วงนี้ช่วยให้ร่างกายดึงกลูโคสไปใช้เป็นพลังงานมากขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลไม่สูงเกินไป

สำหรับคนที่

  • เสี่ยงเบาหวาน

  • มีน้ำตาลสูง

  • หรืออยากดูแลระบบเผาผลาญ

การเดินเบา ๆ ประมาณ 10–15 นาทีหลังอาหาร ถือเป็นตัวช่วยที่เรียบง่าย แต่ส่งผลดีต่อสุขภาพระยะยาว ช่วยลดโอกาสเกิดโรคเรื้อรังได้

3. ลุ่มพุง ลดอ้วน และช่วยคุมน้ำหนัก

ใครที่กลัวอ้วนแต่ก็เลิกกินของอร่อยไม่ได้ การเดินหลังกินข้าวคือทางสายกลางที่เวิร์กมาก

เมื่อร่างกายได้ขยับหลังรับพลังงานเข้าไป จะช่วยเผาผลาญแคลอรีส่วนเกิน ลดโอกาสที่พลังงานเหล่านั้นจะถูกเก็บสะสมเป็นไขมัน

การเดินยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานต่อเนื่อง ทำให้

  • คุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้น

  • ลดโอกาสไขมันสะสมหน้าท้อง

  • ไม่ต้องออกกำลังกายหนักก็ยังช่วยบาลานซ์พลังงานในแต่ละวันได้

ใครที่อยากลดน้ำหนักแบบไม่โหด เดินหลังมื้อคือจุดเริ่มต้นที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

4. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคเรื้อรังต่าง ๆ

การเดินหลังกินข้าวไม่ได้ช่วยแค่เรื่องท้อง แต่ยังดีต่อหัวใจและหลอดเลือดด้วย

เพราะการเคลื่อนไหวเบา ๆ หลังมื้ออาหารช่วยให้

  • ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมมากขึ้น

  • ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น

  • ลดภาระการทำงานของหัวใจ

  • ลดโอกาสเกิดไขมันสะสมตามผนังหลอดเลือด

เมื่อทำเป็นกิจวัตร ก็ช่วยลดโอกาสเกิดโรคหัวใจและโรคเรื้อรังในระยะยาวได้

5. แก้อาการง่วงหลังกินข้าวได้ดีมาก

อาการง่วงหลังมื้ออาหาร โดยเฉพาะมื้อกลางวัน เป็นสิ่งที่แทบทุกคนคุ้นเคย เกิดจากเลือดถูกส่งไปช่วยย่อยอาหาร ทำให้สมองได้รับเลือดน้อยลง จึงรู้สึกง่วง เพลีย ไม่มีแรง

การเดินช้า ๆ หลังมื้ออาหารช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ทั่วถึงมากขึ้น ทำให้

  • รู้สึกตื่นตัว สดชื่นขึ้น

  • ลดความง่วงซึมและอาการหมดไฟหลังมื้อหนัก

  • พร้อมลุยงานหรือทำกิจกรรมต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับคนทำงานออฟฟิศ ลุกไปเดินหลังมื้อเที่ยงไม่กี่นาที ช่วยให้ทั้งร่างกายและสมองตื่นขึ้นได้แบบชัดเจน

ควรเริ่มเดินตอนไหน และเดินนานแค่ไหน?

การเดินหลังกินข้าวให้ได้ประโยชน์โดยไม่รบกวนระบบย่อย มีหลักง่าย ๆ ดังนี้

  • ควรเริ่มเดินหลังทานเสร็จประมาณ 10–15 นาที

  • เดินเบา ๆ แบบสบาย ๆ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเดินเร็ว

  • แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 10–30 นาที กำลังดี

ช่วงเวลานี้ช่วยให้ร่างกายเริ่มย่อยอาหารไปแล้วระดับหนึ่ง ก่อนจะเพิ่มการเคลื่อนไหวเข้าไปเพื่อช่วยกระตุ้นการย่อยและการเผาผลาญต่อ

สิ่งที่ควรเลี่ยงคือ

  • เดินทันทีหลังทานเสร็จแบบไม่พักเลย

  • ออกกำลังกายหนัก ๆ หลังอาหาร เช่น วิ่ง กระโดด เล่นเวตหนัก

เพราะอาจทำให้เกิดอาการจุก แน่นท้อง หรือไม่สบายตัวได้ ดังนั้นให้เน้น เดินช้า เดินเพลิน ๆ เหมือนเดินเล่น จะเหมาะที่สุด

ข้อควรระวังในการเดินหลังกินข้าว

แม้การเดินหลังกินข้าวจะปลอดภัยและมีประโยชน์ แต่ก็มีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ควรรู้ไว้เพื่อความสบายตัวและลดความเสี่ยง

  • อย่ารีบเดินทันทีหลังทานเสร็จ ควรเว้นอย่างน้อย 10–15 นาที เพื่อไม่ให้กระเพาะทำงานหนักเกินไป และลดโอกาสจุกแน่น

  • เดินช้า ๆ สบาย ๆ ไม่ควรเดินเร็วหรือออกกำลังกายหนัก เพราะอาจรบกวนระบบย่อยอาหาร

  • ฟังร่างกายตัวเองเสมอ หากมีอาการแน่นหน้าอก เวียนหัว คลื่นไส้ หรืออยากอาเจียน ควรหยุดพักทันที และหากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรสอบถามแพทย์ก่อน โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ระบบทางเดินอาหาร หรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ

  • เลือกสถานที่เดินที่อากาศถ่ายเทดี หลีกเลี่ยงบริเวณที่ร้อนอบอ้าวหรืออากาศไม่ถ่ายเท เพราะอาจทำให้เหนื่อยง่าย เวียนหัว หรือเสี่ยงเป็นลมได้

สรุป: เดินหลังกินข้าวเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์ใหญ่กว่าที่คิด

แค่ขยับตัวเบา ๆ หลังมื้ออาหาร ไม่รีบล้มตัวนอน ก็ช่วยลดปัญหา

  • จุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด

  • ความเสี่ยงกรดไหลย้อน

  • น้ำตาลแกว่งหลังมื้ออาหาร

พร้อมช่วยให้

  • ระบบย่อยทำงานดีขึ้น

  • การเผาผลาญกระตุ้นต่อเนื่อง

  • น้ำหนักและรอบเอวง่ายต่อการคุมมากขึ้น

หลังกินเสร็จครั้งหน้า ลองลุกมาเดินเล่นแทนการนอนทันที แค่เปลี่ยนนิสัยเล็ก ๆ แบบนี้ ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของหุ่นดีและสุขภาพที่ดีขึ้นแบบไม่ต้องฝืนตัวเองมากเลย