เปิดโลกอิตะแบ็ค: กระเป๋าใบเดียวก็ประกาศความติ่งได้ทั้งโลก
“อิตะแบ็ค” คือกระเป๋าที่อัดแน่นไปด้วยเข็มกลัด สินค้า และของสะสมจากผลงานหรือโอชิที่เรารักแบบจัดเต็ม จนเรียกได้ว่าเป็นการแบกความรักไปเดินโชว์ให้โลกรู้กันตรง ๆ
วัฒนธรรมอิตะแบ็คเริ่มจากซับคัลเจอร์เล็ก ๆ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นกระแสหลักของสายอนิเมะ มังงะ เกม และสายโอชิคัทสึทั้งหลาย ใครจริงจังกับโอชิ มักจะมีอิตะแบ็คอย่างน้อยหนึ่งใบ ติดบ้านไว้เสมอ
ตอนนี้ยังมีการต่อยอดไปจนถึง “กระเป๋าเดินทางโอชิคัทสึ (อิตะแคร์รี่)” ที่ทั้งใช้เดินทางได้จริงและยังโชว์โอชิได้แบบไม่มีกั๊กอีกด้วย
ในบทความนี้จะพาไปดูตั้งแต่ที่มา จุดเด่น วิธีทำอิตะแบ็คด้วยตัวเอง ไปจนถึงมารยาทในการใช้งานสำหรับสายติ่งมือใหม่และสายเก๋าที่อยากอัปเกรดกระเป๋าให้ปังยิ่งกว่าเดิม
จุดเริ่มต้นและประวัติของอิตะแบ็ค

คำว่า “อิตะแบ็ค” มาจากคำว่า “กระเป๋าที่ดูแล้วรู้สึกเจ็บ” ในเชิงสแลงญี่ปุ่น ใช้เรียกการแต่งกระเป๋าที่จัดหนักจัดเต็มจนคนทั่วไปเห็นแล้วอาจจะรู้สึกเขินแทนหรือมองว่า “เจ็บตา” แต่สำหรับเจ้าของกระเป๋าแล้ว นี่คือ พื้นที่ประกาศความรักต่อโอชิอย่างภาคภูมิใจ
วัฒนธรรมนี้ถือกำเนิดในญี่ปุ่นช่วงต้นยุค 2000 และเริ่มเห็นได้ตามงานอีเวนต์ต่าง ๆ เช่น งานโดจิน งานขายสินค้าโอตาคุ ฯลฯ ก่อนจะค่อย ๆ เป็นที่รู้จักวงกว้างเพราะการแชร์รูปบนโซเชียลมีเดีย
ในปี 2017 แพลตฟอร์มตลาดนัดสินค้าโอตาคุอย่าง “otamart” เคยจัดประกวด “Itabag Contest” และได้รับผลงานเข้าร่วมกว่า 1,800 ใบ แสดงให้เห็นว่าอิตะแบ็คไม่ใช่แค่ของสะสมอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่ได้รับความนิยมทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ
เสน่ห์ของอิตะแบ็ค: กระเป๋าใบเดียวแต่เล่าเรื่องได้ทั้งเรื่อง
อิตะแบ็คมีเอกลักษณ์ตรงการติด เข็มกลัด ป้ายกระป๋อง พวงกุญแจอะคริลิก ตุ๊กตา และสารพัดสินค้าโอชิ เรียงกันแน่นจนแทบไม่เห็นพื้นกระเป๋า โดยมักจะตกแต่งอยู่ด้านในฝาครอบใสของกระเป๋า
ดีไซน์ของกระเป๋ามีหลายแบบ เช่น
ทรงกระเป๋าโท้ท
ทรงเป้สะพายหลัง
ทรงสะพายข้างหรือกระเป๋าถือขนาดเล็ก
บางคนเน้นจัดเรียงป้ายกระป๋องอย่างเป็นระเบียบ ในขณะที่อีกหลายคนเลือกดีไซน์ที่ซับซ้อน เกลี่ยเลเยอร์สินค้าให้เป็นองค์ประกอบศิลป์ เพราะยิ่งจัดยากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่าได้แสดงความรักต่อโอชิอย่างสุดตัวมากขึ้นเท่านั้น
วิธีทำอิตะแบ็ค: จากกระเป๋าโล่ง ๆ สู่กระเป๋าที่เต็มไปด้วยโอชิ

หัวใจของการทำอิตะแบ็คคือการดึง “ความชอบ” ของคุณออกมาให้ชัดที่สุด วิธีจัดและการเลือกของจะต่างกันไปตามสไตล์แต่ละคน แต่โครงสร้างพื้นฐานมี 3 ขั้นตอนหลักดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: เลือกกระเป๋าพื้นฐานให้เหมาะกับสไตล์
โดยรวมแล้วสามารถแบ่งรูปแบบกระเป๋าออกได้เป็นสองประเภทหลัก ๆ
1) ใช้กระเป๋าธรรมดามาทำเอง
คือการเลือกกระเป๋าโท้ทหรือเป้ธรรมดา แล้วนำมาดัดแปลง ใช้รูปภาพหรือสินค้าอย่างเป็นทางการติดลงไปโดยตรง
ข้อควรรู้:
กระเป๋าธรรมดามักมีพื้นที่ให้จัดแสดงสินค้าไม่มากและจัดรูปทรงยาก
แนะนำให้ใส่กระเป๋าทั้งใบเข้าไปในถุงพลาสติกใสใบใหญ่เพื่อป้องกันอีกชั้น
ถ้าเนื้อผ้าบาง พอกลางเข็มกลัดและสินค้ามาก ๆ กระเป๋าอาจย้วยหรือเสียทรง ผ้าหนา จึงเหมาะกว่า
2) ใช้ “อิตะแบ็คสำเร็จรูป” ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ
เหมาะมากสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะเป็นกระเป๋าที่ถูกออกแบบมาเพื่ออิตะแบ็คอยู่แล้ว มักมี
หน้าต่างใสด้านหน้า
ช่องหรือกระเป๋าโปร่งใสสำหรับจัดวางสินค้า
สีพื้นหลากหลายให้เลือกให้แมตช์กับธีมของโอชิหรือสีประจำกรุ๊ป
ถ้าคุณเน้นธีมเดียวหรือสีเดียว การใช้กระเป๋าแบบนี้จะช่วยให้ดีไซน์ออกมาดูเป็นเอกภาพมากขึ้น
ทริกเล็กน้อย: ถ้าคุณมีเข็มกลัดจำนวนมาก กระเป๋าจะยิ่งหนัก ควรเลือกแบบที่พกพาไหว โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางไปงานอีเวนต์บ่อย ๆ เลือกขนาดให้เหมาะกับกำลังแบกของตัวเองไว้ก่อนเลย
สถานที่และแบรนด์ที่เหมาะสำหรับไปเลือกซื้อ
- ร้าน 100 เยน (เช่น DAISO, CanDo ฯลฯ)
มีกระเป๋าและซองใสวัสดุโปร่งใสขนาดเล็ก ราคาย่อมเยา เหมาะสำหรับมือใหม่ลองทำ
- แบรนด์จากบริษัทเสื้อผ้าที่ทำกระเป๋าอิตะแบ็คโดยเฉพาะ
มีหลากหลายสีให้เลือก ดีไซน์เน้นใช้งานจริงและเข้ากับแฟชั่นในชีวิตประจำวัน
- แบรนด์ที่คอนเซ็ปต์เน้น “อยู่กับโอชิได้ทุกวันแบบซ่อนได้”
พัฒนากระเป๋าแนวอิตะแบ็คที่สามารถซ่อนความติ่งได้เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อยากให้เด่นมาก
- แบรนด์สาย “อิตะแบ็คผู้ใหญ่” ดีไซน์มินิมอล
เหมาะกับคนที่อยากพกโอชิไปทำงานหรือใช้ในชีวิตประจำวันโดยไม่ดูแฟนซี่จนเกินไป
ขั้นตอนที่ 2: เตรียมไอเท็มโอชิให้พร้อม

เมื่อเลือกกระเป๋าพื้นฐานได้แล้ว ก็ถึงเวลาของสนุกที่สุด นั่นคือการ ล่าของโอชิ เพื่อเอามาตกแต่ง!
ส่วนใหญ่ดีไซน์จะหมุนรอบ “ป้ายกระป๋อง” แต่ปัจจุบันมีการผสมผสานไอเท็มอื่น ๆ เช่น ขาตั้งอะคริลิก (Axta) และตุ๊กตา (นุย) เข้ามาด้วย เป็นเทรนด์ใหม่ที่ทำให้กระเป๋าดูมีมิติมากขึ้น
ไอเท็มหลักที่นิยมใช้
เข็มกลัด / ป้ายกระป๋อง
มีหลายขนาด หลายดีไซน์ เลือกให้เป็นไซส์เดียวกันจะช่วยให้จัดเรียงได้ดูเป็นระเบียบขาตั้งอะคริลิก (Axta)
ใช้ร่วมกับสินค้าอื่นได้หลากหลาย เพิ่มระดับเลเยอร์ให้กระเป๋าดูโดดเด่นขึ้นตุ๊กตา (นุย)
เหมาะกับสายถ่ายรูป เล่นมุมต่าง ๆ ได้ง่าย เอาออกมาถ่ายแยกก็ได้ ใช้ในกระเป๋าก็ดีโบรไมด์ / ภาพถ่าย
ทำง่าย ราคาย่อมเยา ไม่กินพื้นที่ เหมาะกับกระเป๋าที่พื้นที่จัดโชว์ไม่มาก
อุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้กระเป๋าอยู่ทรงสวย
ปลอกแขน / กล่องแข็งสำหรับการ์ดและโบรไมด์
ช่วยป้องกันรอยขีดข่วน งอ หรือฉีกขาดฝาครอบป้องกันเข็มกลัด
ป้องกันป้ายจากรอยและฝุ่น แถมยังช่วยให้ติดกับกระเป๋าได้แน่นและไม่สึกหรอง่ายแผ่นสำหรับจัดทำอิตะแบ็ค
เป็นแผ่นที่เจาะรูเว้นระยะเท่า ๆ กันไว้สำหรับเสียบหมุดนิรภัย ช่วยให้คุณจัดเรียงป้ายได้แบบเป๊ะ ๆ แทบไม่ต้องวัดเอง มีทั้งแบบใช้หมุดและแบบใช้ตะขอ เลือกให้เหมาะกับสไตล์ของคุณ
ขั้นตอนที่ 3: วางเลย์เอาต์ให้กระเป๋าออกมาปัง

การจัดวางสินค้าเป็น จุดชี้เป็นชี้ตาย ของความสวยและความสมบูรณ์ของอิตะแบ็คต่อสายตาคนที่มอง
ด้านล่างนี้คือเทคนิคจัดวางยอดฮิตที่นำไปปรับใช้ได้ตามใจชอบ
1) จัดเรียงป้ายขนาดเท่ากันให้เป็นแพทเทิร์น
การใช้ป้ายไซส์เดียวกันเรียงกันอย่างเป็นระเบียบทำให้กระเป๋าดูสวยสะอาดตา เป็นระเบียบ และยังเหมาะมากสำหรับมือใหม่เพราะ จัดง่ายและพลาดยาก
2) ใช้ไอเท็มชิ้นใหญ่เป็นจุดโฟกัสกลางกระเป๋า
ลองนำตุ๊กตาตัวใหญ่หรือขาตั้งอะคริลิกเด่น ๆ วางไว้ตรงกลาง แล้วล้อมรอบด้วยป้ายและไอเท็มชิ้นเล็กอื่น ๆ
วิธีนี้ช่วยให้สายตาของคนมองถูกดึงไปที่จุดศูนย์กลางโดยอัตโนมัติ ทำให้ดีไซน์ดูมีโฟกัสและจบงานได้อย่างคมชัด
3) เล่นกับโทนสีและธีมให้ชัดเจน
การเลือกสินค้าและของตกแต่งให้เข้ากับ สีธีมของโอชิหรือกรุ๊ป จะช่วยให้ทั้งใบดูไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นสีประจำเมมเบอร์ สีประจำยูนิต หรือธีมคอนเซ็ปต์ใด ๆ ก็สามารถใช้เป็นแกนหลักในการจัดกระเป๋าได้
อัปเลเวล: รู้จัก “กระเป๋าเดินทางโอชิคัทสึ (อิตะแคร์รี่)” สำหรับสาย Ensei

วงการอิตะแบ็คไม่ได้หยุดอยู่แค่กระเป๋าโท้ทหรือเป้ แต่วิวัฒนาการต่อยอดไปจนถึง กระเป๋าเดินทางแบบอิตะแคร์รี่ แล้วเรียบร้อย
กระเป๋าเดินทางโอชิคัทสึกำลังมาแรงมากในหมู่สาย “Ensei” หรือการเดินทางไปดูคอนเสิร์ตและอีเวนต์ต่างเมือง ต่างจังหวัด หรือแม้แต่ข้ามประเทศ เพราะ:
ใส่ของได้เยอะ ใช้เป็นกระเป๋าเดินทางจริงจังได้
มีช่องโปร่งใสให้โชว์เข็มกลัด โบรไมด์ และสินค้าโอชิได้แบบจัดเต็ม
กลิ้งไปที่สนามบิน สถานีรถไฟ หรือสถานที่จัดงานทีเดียว คนก็รู้เลยว่า คนนั้นคือสาวกโอชิตัวจริง
ในญี่ปุ่นมีรุ่นให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่รุ่นที่วางขายในร้านค้าชื่อดัง ไปจนถึงแบรนด์เฉพาะทางสำหรับสายโอชิคัทสึ
ถ้าใครมีแพลนไปญี่ปุ่น ลองเผื่อเวลาไปเดินหากระเป๋าเดินทางโอชิคัทสึสักใบกลับมา นอกจากใช้ได้จริงแล้ว ยังเป็นของที่ระลึกที่บอกตัวตนคุณได้ชัดมาก
มารยาทการใช้อิตะแบ็ค: ติ่งได้เต็มที่โดยไม่รบกวนใคร

อิตะแบ็คคือการแสดงออกถึงความรักต่อโอชิอย่างเต็มหัวใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมว่าเรายังอยู่ในพื้นที่สาธารณะร่วมกับคนอื่น ๆ ด้วย
หากอยากติ่งอย่างมีความสุขแบบไม่ทำให้ใครรู้สึกอึดอัด ลองเช็คมารยาทเหล่านี้ให้ดี
เวลาเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ
พยายามหันด้านตกแต่งของกระเป๋าเข้าหาตัวเอง หรือใช้ผ้าคลุม/ถุงคลุมพิเศษปิดไว้
ไม่วางกระเป๋าขวางทางเดิน หรือให้กินพื้นที่มากเกินไปบนรถไฟและรถบัส
อย่าลืมว่าอิตะแบ็คที่เต็มไปด้วยเข็มกลัดและสินค้า จะหนักกว่ากระเป๋าปกติ ระวังกระแทกโดนคนอื่นเวลาขึ้นลงบันได เลี้ยวตัว หรือขยับตัวในที่คนเยอะ
เวลาไปงานอีเวนต์และคอนเสิร์ต
ควรหลีกเลี่ยงการถืออิตะแบ็คที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานหรือศิลปินที่จัดในวันนั้น เพราะบางคนอาจรู้สึกไม่สบายใจ
อิตะแบ็คที่ใช้สินค้าจากแฟนเมดหรือโดจิน ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ หลายคนมองว่าไม่เหมาะกับงานอย่างเป็นทางการ อาจเปลี่ยนไปใช้เป็นของแต่งห้องแทนจะเหมาะกว่า
เวลาไปสวนสนุก
สวนสนุกมักมีโลกทัศน์และธีมของตัวเอง บางครั้งการนำอิตะแบ็คที่ตกแต่งอย่างจัดเต็มไป อาจทำให้บรรยากาศโดยรวมดูหลุดธีมได้
เพื่อให้ทุกคนสนุกไปกับโลกของสวนสนุกได้เต็มที่ ลองพิจารณา:
เลือกกระเป๋าที่ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป
ใช้ดีไซน์ที่กลมกลืนกับธีมของสถานที่
หรือบางครั้งอาจเลือก “ซ่อนโหมด” เช่น พลิกด้านแต่งเข้าด้านใน แล้วค่อยเปิดโชว์ในโซนที่เหมาะสม
สรุป: อิตะแบ็คคือสมุดบันทึกความรักที่สะพายได้
อิตะแบ็คไม่ใช่แค่กระเป๋า แต่คือ ไดอารี่ที่บันทึกเส้นทางการติ่งของเราในรูปแบบที่จับต้องได้ ทุกเข็มกลัด ทุกตุ๊กตา ทุกชิ้นที่ติดลงไป ล้วนเล่าเรื่องความทรงจำและโมเมนต์สำคัญกับโอชิทั้งนั้น
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้น:
เลือกกระเป๋าพื้นฐานให้เหมาะ
ค่อย ๆ สะสมไอเท็มที่ตัวเองรักจริง ๆ
ทดลองจัดเลย์เอาต์ในแบบที่เป็นตัวคุณ
เมื่อทำไปเรื่อย ๆ คุณจะค้นพบสไตล์อิตะแบ็คของตัวเอง และบางที กระเป๋าใบนี้อาจกลายเป็นใบที่คุณหยิบไปทุกที่ที่มีโอชิอยู่ใกล้ ๆ ก็เป็นได้

