ทำความรู้จักสลากออมสินพิเศษ 1 ปี / ดิจิทัล
สลากออมสิน คือการออมเงินรูปแบบหนึ่งของธนาคารออมสิน ที่ผสมระหว่าง การฝากเงิน + การลุ้นรางวัล
จุดร่วมสำคัญของสลากออมสินพิเศษ 1 ปี ไม่ว่าจะเป็นแบบใบหรือแบบดิจิทัล คือ
ฝากครบอายุ ได้เงินต้นคืน 100%
ระหว่างทางมีสิทธิ์ ลุ้นรางวัลทุกเดือน 12 ครั้ง
เงินรางวัลและดอกเบี้ยของบุคคลธรรมดา ไม่เสียภาษี
ต่างจากการฝากเงินทั่วไปอย่างไร
จากข้อมูลสลากออมทรัพย์และสลากออมสินในหลายบทความ จะเห็นความต่างหลัก ๆ ดังนี้
เงินฝากประจำทั่วไป: ได้ดอกเบี้ยแน่นอน แต่ ไม่มีลุ้นรางวัล
สลากออมสิน: ดอกเบี้ยมัก ไม่สูงมาก หรือบางรุ่นไม่มีดอกเบี้ยเลย แต่
เงินต้นยังอยู่ครบหากฝากครบกำหนด
มีโอกาสลุ้นรางวัลทุกงวด เช่น รางวัลที่ 1 มูลค่า 10,000,000 บาทในสลากออมสินพิเศษ 1 ปี ทั้งแบบใบและดิจิทัลงวดต่าง ๆ
ดังนั้นสลากออมสินจึงเหมาะกับคนที่อยากออมแบบปลอดภัย แต่ยัง ได้ลุ้นโชคทุกเดือน แทนการรับดอกเบี้ยสูง ๆ แบบเงินฝากทั่วไป
มี 1,000 บาท เริ่มต้นยังไงดี: คุ้มค่า ความเสี่ยง เป้าหมายมือใหม่
ข้อมูลผลิตภัณฑ์สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี ระบุชัดว่า
หน่วยละ 100 บาท
ฝากขั้นต่ำผ่าน MyMo 1,000 บาท (10 หน่วย)
ดังนั้นคนที่มีเงินเริ่มต้น 1,000 บาท สามารถเริ่มออมด้วยสลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปีได้ทันที หากมีบัญชีคู่โอนและสมัคร MyMo แล้ว
วิเคราะห์ความคุ้มค่าตามเงื่อนไขจริง
จากสลากดิจิทัล 1 ปี (งวดที่ 624 และ 631) เงื่อนไขสำคัญคือ
ดอกเบี้ยเมื่อฝากครบ 1 ปี
งวด 624: ดอกเบี้ย 0.20 บาทต่อหน่วย (0.20% ต่อปี) ได้รับคืน 100.20 บาทต่อหน่วย
งวด 631: ดอกเบี้ย 0.15 บาทต่อหน่วย (0.15% ต่อปี) ได้รับคืน 100.15 บาทต่อหน่วย
ถอนก่อนครบ 6 เดือน
งวด 624: หักส่วนลด 2 บาทต่อหน่วย
งวด 631: ได้คืนหน่วยละ 98 บาท
ฝากครบ 6 เดือนแต่ไม่ถึง 1 ปี
งวด 624: ไม่ได้ดอกเบี้ย (คืนเงินต้นเต็ม)
งวด 631: ถอนคืนได้หน่วยละ 100 บาท
มุมมองความคุ้มค่า (บนข้อมูลที่มี)
- ถ้าคิดจะออมสั้น ๆ ไม่ครบปี หรือมีโอกาสต้องใช้เงินกลางทาง ความคุ้มค่าจะลดลง เพราะ
อาจไม่ได้ดอกเบี้ย
หรือถูกหักส่วนลดเมื่อถอนก่อน 6 เดือน
ถ้าตั้งใจ ถือจนครบ 1 ปี เงินต้นอยู่ครบ และได้ดอกเบี้ยเพิ่มเล็กน้อย แถมตลอด 12 งวดยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลหลายระดับ เช่น รางวัลที่ 1 (10 ล้านบาท) ไปจนถึงรางวัลเลขท้าย 3 หลักหรือ 4 หลัก
มุมเป้าหมายของมือใหม่
จากบทความสลากออมทรัพย์โดยรวม แนะนำว่า สลากออมทรัพย์เหมาะกับคนที่
อยากเก็บออมโดยคงเงินต้นไว้ครบ 100%
มี “เงินเย็น” ที่ไม่จำเป็นต้องรีบใช้
ชอบลุ้นรางวัล แต่ไม่อยากเสียเงินต้นเหมือนการเล่นหวยทั่วไป
ถ้าเงิน 1,000 บาทเป็นเงินเย็นของคุณ การใช้สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปีเป็นจุดเริ่มต้น ก็สอดคล้องกับเงื่อนไขและวัตถุประสงค์แบบนี้
เลือกสลากออมสินแบบไหน: 1 ปี ปกติ vs ดิจิทัล
จากข้อมูลผลิตภัณฑ์ล่าสุด มีสองแบบหลักในกลุ่ม สลากออมสินพิเศษ 1 ปี หน่วยละ 100 บาท
1) สลากออมสินพิเศษ 1 ปี แบบใบ
อ้างอิงสลากงวดที่ 633 (แบบใบ)
หน่วยละ 100 บาท
อายุ 1 ปี (ลุ้นได้ 12 ครั้ง)
ดอกเบี้ยครบกำหนด: 0.15 บาทต่อหน่วย (0.15% ต่อปี) ได้คืน 100.15 บาทต่อหน่วย
ผู้มีสิทธิเปิดบัญชี: บุคคลธรรมดา อายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป และนิติบุคคลทุกประเภท
ฝากขั้นต่ำ: 100 บาท (1 หน่วย)
ซื้อได้ที่ธนาคารออมสินสาขา ได้ “ใบสลาก” เป็นหลักฐาน
ถอนบางส่วนของแต่ละฉบับได้ แต่ต้องตัดตอนสลากและเสียค่าธรรมเนียม 30 บาทต่อฉบับ
รับฝากบัญชีร่วมได้ไม่เกิน 3 คน
2) สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี
จากงวด 624 และ 631
หน่วยละ 100 บาท
อายุ 1 ปี (ลุ้นได้ 12 ครั้ง)
ฝากขั้นต่ำผ่าน MyMo: 1,000 บาท (10 หน่วย)
- ดอกเบี้ยครบกำหนด
งวด 624: 0.20 บาทต่อหน่วย (0.20% ต่อปี)
งวด 631: 0.15 บาทต่อหน่วย (0.15% ต่อปี)
ผู้มีสิทธิเปิดบัญชี: บุคคลธรรมดาอายุ ตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป
ทำทุกอย่างผ่าน Mobile Banking (MyMo)
ไม่ออกใบสลาก ตรวจสอบผ่านแอป MyMo
ไม่รับฝากบัญชีร่วม และไม่รับบัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์
เปรียบเทียบให้ชัดจากข้อมูล
เหมาะกับใคร (ตามเงื่อนไข)
- แบบใบ 1 ปี
เหมาะกับคนที่ต้องการถือสลากแบบมีใบจริง
คนอายุ 7–14 ปี (เพราะดิจิทัลต้อง 15 ปีขึ้นไป)
คนที่อยากฝากขั้นต่ำเพียง 100 บาท
ต้องการบัญชีร่วมได้
- แบบดิจิทัล 1 ปี
เหมาะกับคนที่ใช้มือถือและแอปธนาคารคล่อง
อยากสะดวก: ฝาก–ถอน–เช็กยอด–ตรวจรางวัลได้เองตลอด
ไม่ต้องการถือใบสลาก แต่ยอมรับการจัดการผ่านแอป
จากตัวเลขดอกเบี้ยในเอกสารที่มี บางงวดสลากดิจิทัล (เช่น งวด 624) มีอัตราดอกเบี้ย 0.20% สูงกว่าแบบใบ 1 ปี ที่ 0.15% ขณะที่งวด 631 เท่ากันกับแบบใบที่ 0.15% ดังนั้น ความต่างเรื่องดอกเบี้ยขึ้นกับงวด ที่เปิดขายในช่วงนั้น
ขั้นตอนซื้อสลากออมสินดิจิทัล 1 ปีผ่าน MyMo / ธนาคาร
จากเงื่อนไขสลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี สามารถสรุปขั้นตอนหลัก ๆ ได้ดังนี้
1) เตรียมบัญชีเงินฝากเผื่อเรียก (บัญชีคู่โอน)
ในหลายผลิตภัณฑ์สลากออมสินระบุชัดว่า
ผู้ฝากต้องมี บัญชีเงินฝากประเภทเผื่อเรียก ของธนาคารออมสิน
บัญชีนี้ใช้เป็น บัญชีคู่โอน
รับเงินต้นและดอกเบี้ยเมื่อสลากครบอายุ
รับเงินรางวัลเมื่อถูกรางวัล
หากยังไม่มีบัญชี ต้องเปิดบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่ธนาคารออมสินก่อน
2) สมัครใช้บริการ Mobile Banking (MyMo)
ทุกเงื่อนไขของสลากดิจิทัลระบุว่า
ต้องสมัครใช้บริการ MyMo เพื่อทำรายการฝาก–ถอนสลากดิจิทัล
ทำธุรกรรมสลากดิจิทัลผ่านแอป MyMo เท่านั้น
การสมัคร MyMo และยืนยันตัวตนต้องทำกับธนาคารออมสิน (รายละเอียดการยืนยันตัวตนไม่ได้อธิบายในข้อมูล แต่ระบุชัดว่าจำเป็นต้องมีและใช้แอปนี้)
3) ทำรายการฝากสลากดิจิทัล
จากข้อมูลสลากดิจิทัล 1 ปี (งวด 624 / 631)
ฝากขั้นต่ำครั้งละ 1,000 บาท (10 หน่วย)
เลือกจำนวนเงินฝากได้ตามชุดที่ธนาคารกำหนด เช่น 1,000 / 5,000 / 10,000 / 50,000 / 100,000 / 500,000 บาท
หรือระบุจำนวนเองได้ตั้งแต่ 1,000 บาท และต้องหารด้วย 1,000 ลงตัว
วงเงินทำรายการสูงสุด 10,000,000 บาทต่อวัน (รวมกับธุรกรรมโอนเงินภายในบัญชีตนเอง)
ธนาคารไม่ออกใบสลาก แต่สามารถตรวจสอบรายการฝากได้ในแอป MyMo
4) การตรวจผลรางวัลสลากดิจิทัล
ข้อมูลเงื่อนไขระบุช่องทางชัดเจนว่า
ธนาคารออมสินจะออกรางวัลสลากดิจิทัล 1 ปี ทุกวันที่ 16 ของเดือน ณ สำนักงานใหญ่
ถ่ายทอดสดผ่านออนไลน์ Facebook Live : 9 MCOT เวลา 10.30–11.20 น.
- เมื่อถูกรางวัล
ระบบจะแจ้งเตือนผ่าน Push Notification บน MyMo
เงินรางวัลจะโอนเข้าบัญชีคู่โอนในวันถัดจากวันออกรางวัล
สลากแบบใบก็มีช่องทางตรวจรางวัลคล้ายกันเพิ่มเติม เช่น
เว็บไซต์ www.gsb.or.th
ใบแจ้งผลรางวัลที่สาขา
SMS ตามข้อมูลในคู่มือสลากออมสินทั่วไปที่ยกมา
คำนวณผลตอบแทนจริง: ดอกเบี้ย + โอกาสลุ้นรางวัล (ตัวอย่างเงิน 1,000–5,000 บาท)
ข้อมูลในเอกสารไม่ได้ให้ “โอกาสถูกรางวัลเป็นเปอร์เซ็นต์” จึงไม่สามารถคำนวณโอกาสเชิงสถิติได้ แต่เราสามารถเทียบผลตอบแทนจาก ดอกเบี้ยที่การันตีเมื่อถือครบ 1 ปี ได้จากเงื่อนไขจริง
1) ตัวอย่างเงิน 1,000 บาท (10 หน่วย) – สลากดิจิทัล 1 ปี งวดดอกเบี้ย 0.20%
จากข้อมูลสลากดิจิทัล 1 ปี งวด 624
หน่วยละ 100 บาท
ดอกเบี้ยครบอายุ: 0.20 บาทต่อหน่วย (0.20% ต่อปี)
ฝากครบ 1 ปี ได้รับคืน 100.20 บาทต่อหน่วย
ถ้าซื้อ 10 หน่วย = 1,000 บาท
เงินต้น: 1,000 บาท
ดอกเบี้ยเมื่อครบ 1 ปี: 0.20 × 10 = 2 บาท
เงินที่จะได้รับคืน: 1,002 บาท
ระหว่างปี คุณยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลทุกเดือน 12 งวด ตั้งแต่รางวัลที่ 1 (10,000,000 บาท) จนถึงรางวัลเลขท้าย 3 ตัว 50 บาท เป็นต้น
2) ตัวอย่างเงิน 5,000 บาท (50 หน่วย) – สลากดิจิทัล 1 ปี งวดดอกเบี้ย 0.20%
หากซื้อ 50 หน่วย = 5,000 บาท
ดอกเบี้ยครบอายุ: 0.20 × 50 = 10 บาท
ได้รับคืน: 5,010 บาท เมื่อถือครบ 1 ปี
ดอกเบี้ยที่ได้แน่นอนยังค่อนข้างต่ำ เทียบกับเงินฝากบางประเภท แต่ก็แลกกับการมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลทุกเดือน ซึ่งเป็นจุดเด่นของสลากออมทรัพย์โดยรวม
3) กรณีถอนก่อนกำหนด (ดิจิทัล 1 ปี งวด 624)
- ฝากไม่ครบ 6 เดือน: หักส่วนลด 2 บาทต่อหน่วย
ถ้ามี 10 หน่วย (1,000 บาท) ถอนก่อน 6 เดือน จะถูกหัก 20 บาท ได้คืน 980 บาท
ฝากครบ 6 เดือนแต่ไม่ถึง 1 ปี: ได้เงินต้นคืนเต็ม แต่ไม่ได้ดอกเบี้ย
งวด 631 ให้ตัวเลขผลคืนต่างกันเล็กน้อย แต่ใจความเหมือนกันคือ ถอนก่อนครบ 6 เดือนทำให้เงินต้นลดลง
ดังนั้น หากมองที่ข้อมูลจริงของเงื่อนไข การถือครบ 1 ปีจึงเป็นวิธีที่ทำให้เงินต้นอยู่ครบและได้ดอกเบี้ยตามที่กำหนด
ทริคสำคัญสำหรับมือใหม่: เลือกงวด กระจายความเสี่ยง ถือครบหรือขายคืนดี
จากข้อมูลสลากออมสินและสลากออมทรัพย์โดยรวม สามารถสกัดบางแนวทางคิดได้ดังนี้ (บนพื้นฐานเงื่อนไขจริงที่มี)
1) เลือกงวดไหนดี
ในข้อมูลที่ให้มาแต่ละงวดมีดอกเบี้ยต่างกันเล็กน้อย เช่น
สลากดิจิทัล 1 ปี งวด 624: ดอกเบี้ย 0.20% ต่อปี
สลากดิจิทัล 1 ปี งวด 631: ดอกเบี้ย 0.15% ต่อปี
สลากแบบใบ 1 ปี งวด 633: ดอกเบี้ย 0.15% ต่อปี
ดังนั้น เวลาเลือกงวด ควร ดูดอกเบี้ยตามเอกสารของงวดนั้น และพิจารณาไปพร้อมกับรูปแบบที่ตัวเองต้องการ (ใบ vs ดิจิทัล) เพราะดอกเบี้ยจะยึดตามงวดที่ซื้อ ไม่ใช่ตัวผลิตภัณฑ์ชื่อเดียวกันเสมอไป
2) กระจายความเสี่ยงยังไง (ตามเงื่อนไขผลิตภัณฑ์)
ข้อมูลที่มีไม่ได้ระบุวิธี “จัดพอร์ต” โดยตรง แต่อธิบายเงื่อนไขแต่ละประเภทชัดเจน เช่น
สลาก 3 ปี / 5 ปี ลุ้นได้ยาวกว่า แต่ต้องล็อกเงินนานกว่า
สลาก 1 ปี ล็อกเงินสั้นกว่า ลุ้นรางวัล 12 ครั้ง
จากจุดนี้ มือใหม่สามารถใช้เงื่อนไขจริงไปคิดต่อได้ว่า หากมีเงินเย็นหลายก้อน อาจแบ่ง
ก้อนสั้น 1 ปี: ใช้สลาก 1 ปี (แบบใบหรือดิจิทัล)
ก้อนยาว: อาจใช้สลาก 3–5 ปี ที่ให้โครงสร้างรางวัลอีกแบบหนึ่ง
แต่ในบทความนี้จะไม่ลงรายละเอียดสลากระยะยาวมากไปกว่าที่เอกสารระบุไว้แล้ว
3) ถือครบกำหนดหรือขายคืนก่อนดี
จากเงื่อนไขที่ยกมาหลายจุดมีรูปแบบคล้ายกันคือ
ถ้า ฝากครบกำหนด
ได้เงินต้นคืน 100%
ได้ดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของธนาคาร
ถ้า ถอนก่อนกำหนด
ฝากไม่ครบ 3 เดือน (ในสลากบางชุด): ถูกหักส่วนลดต่อหน่วย
ฝากครบ 3 เดือนแต่ไม่ถึง 6 เดือน: อาจไม่ได้ดอกเบี้ย
กรณีสลากดิจิทัล 1 ปี: ฝากไม่ครบ 6 เดือน ถูกหักส่วนลด หรือได้คืนต่ำกว่าเงินต้น
ถ้ามองจากตัวเลขจริงในเอกสาร การ ถือจนครบอายุสลาก ทำให้ผลตอบแทนชัดเจนที่สุด และไม่กระทบเงินต้น (ในรุ่นที่ไม่มีการหักเมื่อตามเงื่อนไข)
ข้อควรรู้ปี 2026: กติกา เงื่อนไข และค่าธรรมเนียมที่อาจกระทบความคุ้มค่า
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องช่วงปี 2568–2569 ที่อาจต่อเนื่องไปถึงปี 2026 มีจุดสำคัญดังนี้
1) แคมเปญพิเศษ “ออมสินฉลอง 113 ปี”
จากประกาศธนาคารออมสิน
เพิ่มเงินรางวัลและจำนวนรางวัลสำหรับ สลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบและดิจิทัล)
ระยะเวลาแคมเปญ: ตั้งแต่วันนี้ – 15 ก.ค. 2569
- รางวัลพิเศษรวม 63 รางวัล รวมมูลค่า 113,000,000 บาท แบ่งออกรางวัล 3 ครั้ง คือ
16 พ.ค. 2569 – 26 รางวัล ๆ ละ 500,000 บาท (รวม 13,000,000 บาท)
16 มิ.ย. 2569 – 30 รางวัล ๆ ละ 1,000,000 บาท (รวม 30,000,000 บาท)
16 ก.ค. 2569 – 7 รางวัล ๆ ละ 10,000,000 บาท (รวม 70,000,000 บาท)
เงื่อนไขสลากที่มีสิทธิ์รับรางวัลพิเศษ (บางส่วนตามเอกสาร)
ต้องเป็นสลากออมสินพิเศษ 1 ปี หรือ 2 ปี (ใบหรือดิจิทัล)
อายุสลากต้อง ครบ 1 วันและยังไม่ครบอายุสลาก
ไม่ใช่สลากของขวัญที่ยังไม่ได้รวมในบัญชีของผู้รับ
ไม่ใช่สลากที่ถอนคืนแล้ว หรือถอนในวันที่ออกรางวัลพิเศษ
ไม่ใช่สลากที่ธนาคารยกเลิก
ธนาคารจะประกาศผลรางวัลพิเศษผ่านเว็บไซต์ www.gsb.or.th และโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีคู่โอนในวันถัดไป
รายละเอียดนี้สะท้อนว่า กติกาและแคมเปญพิเศษอาจเปลี่ยนไปตามปี ดังนั้นก่อนซื้อในปี 2026 ควรตรวจเงื่อนไขจากธนาคารออมสินอีกครั้งว่ามีแคมเปญใดอยู่ในช่วงนั้นหรือไม่
2) ค่าธรรมเนียมและข้อห้ามที่กระทบความคุ้มค่า
จากข้อมูลผลิตภัณฑ์
- สลากแบบใบ 1 ปี
ถอนก่อนครบอายุ: ถ้าต้องการถอนบางส่วนต้องตัดตอนสลาก เสียค่าธรรมเนียม 30 บาทต่อฉบับ
โอนกรรมสิทธิ์ข้ามสาขา เสียค่าธรรมเนียมฉบับละ 30 บาท
- สลากดิจิทัล 1 ปี
ไม่รับบัญชีร่วม
ฝากไม่ครบ 6 เดือนมีการหักส่วนลดหรือได้เงินคืนต่ำกว่าเงินต้น
ไม่สามารถใช้เป็นหลักทรัพย์กู้เงินหรือค้ำประกัน
ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่มีผลต่อ “ความคุ้มค่า” ในการถือหรือขายคืนก่อนเวลาในแต่ละปี
ใครเหมาะกับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี / ดิจิทัล และวางแผนออมระยะสั้นยังไงให้คุ้ม (จากข้อมูลจริง)
จากสรุปของบทความสลากออมทรัพย์และเงื่อนไขสลากออมสิน สามารถสกัดได้ว่า สลากออมสินพิเศษ 1 ปี เหมาะกับ
- คนที่ต้องการ
เก็บออมเงินโดย คงเงินต้นไว้ครบ 100% หากถือครบ 1 ปี
มีเงินเย็น ไม่จำเป็นต้องใช้ในระยะ 12 เดือน
ชอบลุ้นรางวัลทุกเดือน แต่ไม่อยากเสียเงินต้นเหมือนหวยทั่วไป
- สำหรับแบบดิจิทัล 1 ปี
เหมาะกับคนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ใช้แอป MyMo ได้สะดวก
ไม่ต้องการถือใบสลากจริง
- สำหรับแบบใบ 1 ปี
เหมาะกับคนที่อาจเริ่มออมด้วยจำนวนไม่มาก (ขั้นต่ำ 100 บาท)
ต้องการบัญชีร่วม หรือให้ผู้เยาว์ตั้งแต่อายุ 7 ปีเริ่มออมร่วมกับผู้ปกครองได้ (ตามเงื่อนไขอายุเปิดบัญชีของแบบใบ)
แนวทางวางแผนออมเงินระยะสั้น 1 ปี ด้วยข้อมูลที่มี
ใช้เงื่อนไขในเอกสารมาวางกรอบคิดง่าย ๆ ได้ว่า
เช็กว่าเงินก้อนนี้เป็น “เงินเย็น” จริงหรือไม่
- ถ้ามีโอกาสต้องใช้ภายใน 3–6 เดือน สลากออมสินอาจไม่เหมาะ เพราะ
มีโอกาสถูกหักส่วนลด
ไม่ได้ดอกเบี้ย
- ถ้ามีโอกาสต้องใช้ภายใน 3–6 เดือน สลากออมสินอาจไม่เหมาะ เพราะ
เลือกระหว่างแบบใบ vs ดิจิทัลตามไลฟ์สไตล์และคุณสมบัติ
ถ้าอยากทำออนไลน์ทั้งหมด ไม่ถือใบ ใช้ MyMo คล่อง → เลือกดิจิทัล 1 ปี
ถ้าอยากเริ่มน้อยกว่า 1,000 บาท หรือให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเริ่มออม → พิจารณาแบบใบ 1 ปี
ตรวจดอกเบี้ยและแคมเปญของงวดนั้นก่อนซื้อ
จากข้อมูลเห็นชัดว่าดอกเบี้ยของงวดต่างกัน เช่น 0.20% vs 0.15%
ในบางช่วงมีแคมเปญใหญ่ เช่น ฉลอง 111 ปี หรือ 113 ปี เพิ่มเงินรางวัลพิเศษ
ตั้งใจถือจนครบกำหนด 1 ปีตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์
เพื่อให้เงินต้นไม่หาย และได้ดอกเบี้ยเต็มตามที่ธนาคารระบุในเอกสารของงวดนั้น
การใช้สลากออมสินพิเศษ 1 ปี ไม่ว่าจะแบบใบหรือดิจิทัล จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการออมเงินระยะสั้นที่ “เงินต้นปลอดภัย” และมีโอกาสได้ลุ้นรางวัลทุกเดือน โดยการตัดสินใจควรอิงจาก เงื่อนไขดอกเบี้ย ระยะเวลาฝาก ข้อกำหนดการถอน และแคมเปญในช่วงเวลานั้น ตามข้อมูลที่ธนาคารประกาศอย่างเป็นทางการในแต่ละปี


ความคิดเห็น