วางแผนซื้อรถช่วง Motor Show ให้คุ้มตั้งแต่สตาร์ต
การจะซื้อรถยนต์ใหม่ มอเตอร์ไซค์ หรือบิ๊กไบค์ในยุคนี้ มีตัวเลือกเยอะจนหลายคนเริ่มมึน ทั้งการจองกับดีลเลอร์โดยตรง หรือไปสอยในงานมอเตอร์โชว์ที่ขนโปรฯ มาแข่งกันเต็มที่
ยิ่งใกล้วันงาน โฆษณายิ่งถาโถม ทั้ง “ดีลแรงสุดในงานนี้เท่านั้น” หรือโปรที่ดีลเลอร์จับมือกับงานจัดมาพิเศษ จนเริ่มมีคำถามวนในหัวว่า
ควรจองรถที่ดีลเลอร์ดี หรือไปจองในงานมอเตอร์โชว์ดีกว่า?
จองในงานได้อะไรเพิ่มขึ้นจริงไหม?
ถ้าจำเป็นต้องซื้อก่อนงาน จะเสียโอกาสโปรดีๆ หรือเปล่า?
ความลังเลเหล่านี้ทำให้หลายคนชะงัก ไม่กล้าตัดสินใจ จนพลาดดีลคุ้มๆ ทั้งที่จริงๆ แล้วถ้าเตรียมตัวดี เรา ควบคุมเกมได้หมด ว่าจะซื้อเมื่อไหร่ ที่ไหน ให้ได้ความคุ้มค่าที่สุด
เริ่มจากสิ่งสำคัญสุด: เลือกรถให้ตรงชีวิตเรา
ก่อนจะไปหลงกับไฟแสงเสียงในงานมอเตอร์โชว์ สิ่งแรกที่ต้องเคลียร์ให้จบคือ เราเหมาะกับรถแบบไหนกันแน่ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ หรือบิ๊กไบค์ ก็ควรคิดจากปัจจัยหลักๆ ต่อไปนี้
ความจำเป็นในการใช้รถจริงๆ
สภาพการเงินและงบประมาณที่พร้อมจ่าย
ลักษณะการใช้งาน เช่น ทางไกล ทางเมือง รถติด ทางดิน ทางเขา
จำนวนผู้โดยสารประจำ
จากนั้นลองเลือกรุ่นที่สนใจไว้สัก 2 - 3 รุ่น (หรือ 3 - 4 รุ่นก็ได้ ถ้าอยากเปรียบเทียบละเอียด) โดยให้
อยู่ในพิกัดเครื่องยนต์ใกล้เคียงกัน
ขนาดตัวถังหรือรูปแบบการใช้งานใกล้เคียงกัน
ราคาพอๆ กัน
แล้วค่อยเลือกรุ่นที่ “ถูกใจที่สุด” ขึ้นมาเป็นเป้าหมายหลัก เพื่อใช้เทียบกับรุ่นอื่นๆ ที่อยู่ในลิสต์
สรุปคือ ต้องรู้ก่อนว่าตัวเองต้องการอะไร แล้วค่อยเดินเข้าหาโปรโมชั่น ไม่ใช่ปล่อยให้โปรโมชั่นลากเราไปหารถ
เช็กดีลเลอร์ เจรจาโปรฯ และอย่าลืมทดลองขับ
1. เลือกดีลเลอร์ที่ไว้ใจได้ก่อน
เมื่อมีรุ่นเป้าหมายแล้ว ขั้นต่อไปคือเดินเกมกับดีลเลอร์หลายเจ้า อย่าผูกใจไว้ที่ร้านเดียว
สิ่งที่ควรถามและเช็กให้ครบ คือ
ราคาและส่วนลดที่ให้ได้จริง
ตารางผ่อนและดอกเบี้ย
ของแถมต่างๆ
คิวและเงื่อนไขการส่งมอบรถ
ที่จอดสต๊อกรถ ว่าจอดในร่มหรือตากแดดนานแค่ไหน
ที่สำคัญ ให้เลือกโชว์รูมหรือดีลเลอร์ขนาดใหญ่ที่ได้มาตรฐาน มีประสบการณ์และชื่อเสียงดี เพราะมีผลทั้งเรื่องความน่าเชื่อถือ คุณภาพรถ และบริการหลังการขายในระยะยาว
2. ดูคันจริงและทดลองขับให้เต็มที่
แค่ดูรูปหรือสเปคบนเว็บไม่พอ การได้สัมผัสรถจริง สำคัญมากกับการตัดสินใจ
เวลาไปโชว์รูม แนะนำให้
ทดลองขับหลายรุ่น หลายแบรนด์ เพื่อเปรียบเทียบฟีลลิ่งและสมรรถนะ
เลือกที่ทดลองได้ทั้งถนนโล่ง และสภาพรถติด ใกล้เคียงการใช้งานจริง
อย่าลืมลองใช้ฟีเจอร์ต่างๆ เช่น
ระบบเครื่องเสียงและการเชื่อมต่อ
แอร์และการกระจายลม
การพับเบาะและพื้นที่เก็บของ
ปุ่มต่างๆ บนพวงมาลัย มัลติฟังก์ชันต่างๆ
เราต้องตอบให้ได้ว่า เวลาขับจริงทุกวัน จะรู้สึกสบายและใช้งานง่ายไหม
ซื้อก่อน - ในงาน - หลังงาน ต่างกันยังไง?
โดยหลักแล้ว ไม่ว่าจะซื้อ ก่อนงาน ในงาน หรือหลังงานมอเตอร์โชว์ โปรหลักๆ ที่มาจากค่ายรถมักใช้เหมือนกันทั่วประเทศ ทั้งในงานและที่ดีลเลอร์
สิ่งที่ต่างกันคือ
ของแถมพิเศษจากดีลเลอร์ที่ไปออกงาน
ของที่ระลึกเพิ่ม ของพรีเมียม หรือของแถมเฉพาะบูธ
ความเร่งรีบในการตัดสินใจของเราเอง
หลังจบงาน ส่วนใหญ่ค่ายรถก็มักจะ ต่อโปรฯ ไปอีกอย่างน้อย 1 - 2 เดือน หรือมากกว่านั้น เพื่อดันยอดขาย ดีลเลอร์เองก็ต้องจัดแคมเปญมาแข่งกันต่ออยู่แล้ว
แปลว่าโดยภาพรวม ไม่ว่าจะซื้อช่วงไหน ความต่างไม่เยอะเท่าที่หลายคนกลัว อยู่ที่การเตรียมตัวและการเลือกดีลเลอร์มากกว่า
ซื้อก่อนงานมอเตอร์โชว์: เหมาะกับสายไม่อยากเบียดคน
ข้อดี
ได้แคมเปญตรงจากดีลเลอร์ นอกเหนือจากโปรหลักของค่าย
มีโอกาสต่อรองเพิ่มได้ง่ายกว่า
เทิร์นรถคันเก่าและตีราคาได้ทันที
เลือกดีลเลอร์ที่สะดวกต่อการเดินทาง และได้มาตรฐาน
ทดลองขับได้แบบไม่ต้องรอคิวยาว โทรนัดล่วงหน้าสบายๆ
มีโอกาสได้คิวรับรถก่อนช่วงงานที่คนจองเยอะ
ข้อจำกัด
ถ้ามีรุ่นใหม่เตรียมเปิดตัวในงาน ต้องลุ้นและรอข้อมูลเพิ่ม
ต้องเสียเวลาเดินทางไปเช็กหลายดีลเลอร์เอง
บางดีลเลอร์อาจไม่มีรถทดลองขับครบทุกตัว
ซื้อในงานมอเตอร์โชว์: เหมาะกับสายชอบเดินชมให้ครบ
ข้อดี
เดินงานเดียวได้ดูรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และบิ๊กไบค์หลากรุ่นกว่าที่คิดไว้ เยอะมาก เหมาะกับคนที่ยังไม่ฟิกซ์รุ่น
ได้เห็นรุ่นเปิดตัวใหม่ในงาน พร้อมโปรเฉพาะช่วงเปิดตัว
ได้เจอโปรฯ ของแถมและส่วนลดที่ดีลเลอร์สลับกันมาให้ที่บูธ
ได้ดูบรรยากาศ เทคโนโลยีใหม่ๆ รถต้นแบบ และอุปกรณ์แต่งต่างๆ ในที่เดียว
มีข้อมูลจากบริษัทไฟแนนซ์หลายเจ้าให้เทียบกันแบบจบในวันเดียว
บางรุ่นอาจมีโปรฯ แรงเฉพาะคนที่จองในงานเท่านั้น
ข้อจำกัด
โอกาสได้ลองจับรถจริงแบบละเอียดอาจน้อย ต้องเบียดคนและต่อคิว
คิวรับรถอาจยาว เพราะจองกันทั้งประเทศในช่วงเวลาใกล้ๆ กัน
วันจองอาจถูกจัดให้เป็นดีลเลอร์ที่อยู่ไกล ไม่สะดวกต่อการเข้าศูนย์
ทดลองขับมักทำได้แค่ระยะสั้นๆ
บางโปรฯ เป็นของค่ายหลักเท่านั้น ไม่มีการบวกเพิ่มจากดีลเลอร์
โปรบางอย่างจำกัดเวลา ต้องรีบตัดสินใจภายในงาน
ต้องเผื่อเจอรถติดหนัก ที่จอดจำกัด และคนล้นฮอลล์
ถ้าจะเทิร์นรถเก่า มักต้องนัดวันอื่นเพิ่ม ไม่จบในครั้งเดียว
บางรุ่นไม่มีให้ทดลองทุกระบบหรือทุกรุ่น
ซื้อหลังงานมอเตอร์โชว์: เหมาะกับสายคิดนาน เน้นชัวร์
ข้อดี
มีเวลาคิด ทบทวน และเปรียบเทียบแบบไม่ต้องเร่งรีบ
มักมีโปรต่อเนื่องจากงาน หรือบางดีลเลอร์จัดเพิ่มให้แรงกว่าเดิม
ทดลองขับได้สบายๆ ไม่ต้องแย่งใคร
เลือกดีลเลอร์ใกล้บ้าน หรือที่เดินทางสะดวกได้เต็มที่
มีเวลาสังเกตมาตรฐานบริการของแต่ละดีลเลอร์
ดีลเลอร์บางแห่งมีบริการนัดดูรถถึงบ้าน
ตีราคาเทิร์นรถเก่าได้ทันทีจบๆ ที่โชว์รูม
ทดลองระบบและให้เซลส์อธิบายฟังก์ชันต่างๆ ได้ครบถ้วน
ข้อจำกัด
ถ้าเป็นรุ่นที่ยอดจองถล่มทลาย อาจต้องรอคิวรับรถนานกว่าคนที่จองก่อนหรือตอนงาน
บางโปรฯ พิเศษอาจจำกัดเฉพาะในงานเท่านั้น
ต้องเดินเทียวเช็กดีลเลอร์หลายที่เอง
บางที่ยังคงไม่มีรถทดลองครบทุกตัว
เคลียร์ทุกข้อสงสัยยอดฮิต ก่อนตัดสินใจจอง
ระหว่างมอเตอร์โชว์ทีไร มักจะมีคำถามวนซ้ำๆ ในหัวคนกำลังจะซื้อรถ เรามาไล่เคลียร์ทีละข้อแบบตรงไปตรงมา
ถาม: ซื้อรถก่อนงานมอเตอร์โชว์ดีไหม?
ตอบ: ดีได้ ถ้าเราเจอดีลเลอร์ที่กล้าให้โปรฯ แรง หรือจัดแคมเปญพิเศษช่วงนั้น เพราะโดยปกติ โปรหลักมาจากค่ายรถและใช้ร่วมกันทั้งในงานและตามดีลเลอร์ ถ้าเราเจรจาดี บางทีโปรนอกงานอาจคุ้มเท่าหรือดีกว่าในงานด้วยซ้ำ
ถาม: แล้วรอซื้อรถในงานมอเตอร์โชว์ดีกว่าหรือเปล่า?
ตอบ: ดี…ถ้าเราหมายตารุ่นที่จะเปิดตัวในงาน โดยเฉพาะรุ่นใหม่ที่เริ่มจองครั้งแรกในงาน แต่สำหรับรุ่นที่ขายอยู่แล้ว ต้องดูความเร่งด่วนในการใช้งาน งบประมาณ และโอกาสเจอข้อเสนอแรงๆ จากดีลเลอร์ช่วงก่อนหรือหลังงานด้วย ไม่ได้แปลว่าต้องรอแต่งานอย่างเดียวเสมอไป
ถาม: ถ้าซื้อไม่ทันในงาน รอหลังงานแล้วจะเสียโอกาสดอกเบี้ยพิเศษไหม?
ตอบ: ส่วนใหญ่หลังจบงาน ค่ายรถมักจะลากโปรฯ ต่อไปอีกอย่างน้อย 1 - 2 เดือน หรือยาวกว่านั้น เพื่อเร่งยอดขาย รวมกับไฟแนนซ์ที่มีโปรหมุนตลอดทั้งปี เพราะฉะนั้น ซื้อในงานหรือที่ดีลเลอร์หลังงาน ถ้าดูดีๆ แล้ว แทบไม่ต่างกันมากในภาพรวม
ถาม: เลือกดีลเลอร์ยังไงให้คุ้มและอุ่นใจกว่า?
ตอบ: ดูตั้งแต่ความน่าเชื่อถือของโชว์รูม ประวัติการเปิดมานานไหม ศูนย์บริการทันสมัยหรือเปล่า เป็นที่ยอมรับในวงกว้างไหม ดีลเลอร์ที่ได้มาตรฐานไม่ใช่แค่ให้ราคาดีอย่างเดียว แต่ยังดูแลเราได้ยาวๆ หลังรับรถไปแล้วด้วย
เข้าใจเกมแคมเปญ โปรฯ ค่ายรถ และดีลเลอร์
ตามปกติ ค่ายรถแต่ละยี่ห้อจะมีการปล่อยโปรโมชั่นออกมาทุกเดือนอยู่แล้ว เพื่อดันยอดขาย ดีลเลอร์ทั่วประเทศก็ใช้โปรฯ พื้นฐานเดียวกัน
สิ่งที่ต่างกันบ้างคือ
แคมเปญพิเศษช่วงก่อนมอเตอร์โชว์
โปรแรงเฉพาะระหว่างงาน
โปรต่อเนื่องหลังงาน
บางดีลเลอร์ที่ยอมลงทุนออกบูธในงาน มักจะได้สิทธิ์จัดโปรพิเศษเพิ่ม เช่น ของกำนัน ของแถม หรือสิทธิ์เฉพาะคนที่ลงทะเบียนในบูธ
ตัวอย่างเช่น
ลงทะเบียนในงานแล้วได้ของเพิ่ม
จองรถในงาน รับของแถมพิเศษตามรุ่น
แต่หัวใจสำคัญคือ อย่าดูแต่ของแถมจนลืมดูดอกเบี้ย เงื่อนไขไฟแนนซ์ และความสะดวกในการบริการหลังการขาย
ทิปเด็ดซื้อรถให้คุ้มที่สุดช่วง Motor Show
อยากได้รถใหม่ ไม่ว่าจะรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ หรือบิ๊กไบค์ ให้ “คุ้มทุกบาท” ช่วงมอเตอร์โชว์ ลองใช้เช็กลิสต์นี้
ศึกษาข้อมูลรุ่นที่จะซื้อแบบจัดเต็ม
ดูทั้งรุ่นเป้าหมายและรุ่นใกล้เคียง เปรียบเทียบสเปก ราคา และการใช้งานจริง เลือกดีลเลอร์ที่เชื่อถือได้ มีประสบการณ์ และมีข้อมูลให้ครบ ไม่มโนเกินจริงเช็กข้อมูลสินเชื่อ/ไฟแนนซ์ (ถ้าซื้อแบบผ่อน)
ขอรายละเอียดเงินดาวน์ ดอกเบี้ย และตารางผ่อนหลายแบบ เช่น ดาวน์ 10% หรือ 25% ผ่อน 4 ปี เทียบกับ 5 ปี แล้วดูว่ารูปแบบไหนสบายกระเป๋าเราจริงๆจองคิวทดลองขับให้ครบทุกตัวที่ลังเล
ถ้าเป็นไปได้ ลองให้ครบทุกตัวในลิสต์ อย่าตัดสินใจจากรีวิวอย่างเดียว ฟีลตอนขับจริงสำคัญมากถามคิวส่งมอบให้ชัด
รถรุ่นที่เราจะซื้อ ได้คิวส่งมอบเมื่อไหร่? สีที่ต้องการมีเลยไหม? ต้องรอนานแค่ไหน? ควรถามให้ละเอียดตั้งแต่แรกเทียบโปรฯ ให้เป็น อย่าดูแค่ของแถม
โปรแต่ละดีลเลอร์ต่างกัน เช่น ให้เลือกฟรีประกันภัย หรือดอกเบี้ย 0% ระยะเวลาผ่อนต่างกัน ผู้ซื้อต้องมองว่าแบบไหนเหมาะกับสภาพการเงินของตัวเองมากกว่า ไม่ใช่แค่ดูว่า “ของแถมเยอะสุด” แล้วจบ
สรุป: จะซื้อก่อน-ใน-หลังงาน สิ่งที่ห้ามพลาดคือการเลือกให้ตรงตัวเอง
การซื้อรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ รวมถึงบิ๊กไบค์ เป็นการตัดสินใจที่มีมูลค่าตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักล้าน ไม่ควรรีบตัดสินใจเพราะความรู้สึกอยากได้ชั่ววูบ หรือเพราะกลัวโปรจะหมดอย่างเดียว
สิ่งที่ต้องคิดให้ครบคือ
รถตอบโจทย์การใช้งานของเราจริงไหม
ดอกเบี้ยและตารางผ่อนเข้ากับกำลังจ่ายจริงหรือเปล่า
ดีลเลอร์และศูนย์บริการไว้ใจได้แค่ไหน ดูแลเรายาวๆ ได้ไหม
ทุกวันนี้การแข่งขันของค่ายรถและดีลเลอร์สูงมาก โปรฯ ที่ออกมาช่วงมอเตอร์โชว์กับที่ดีลเลอร์นอกงาน แทบไม่หนีกันมาก ด้วยซ้ำ
หลายครั้ง การซื้อกับดีลเลอร์ใกล้บ้าน ยังให้ข้อดีเพิ่ม เช่น
ทดลองขับได้ชิลๆ
คุยรายละเอียดลึกๆ ได้ไม่รีบร้อน
กลับมาเข้าศูนย์หรือเช็กระยะได้สะดวก
เพราะฉะนั้น การซื้อรถไม่จำเป็นต้องซื้อเฉพาะในงานมอเตอร์โชว์เสมอไป สิ่งสำคัญที่สุดคือ
ไม่ว่าจะซื้อก่อนงาน ในงาน หรือหลังงาน ให้เลือกดีลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน และเลือกรถให้เหมาะกับชีวิตและกำลังจ่ายของเราเอง นั่นแหละคือดีลที่คุ้มที่สุดจริงๆ

