รับแอปรับแอป

จะซื้อรถใหม่ช่วง Motor Show ยังไงให้คุ้มสุด แบบไม่ต้องเสียเวลาวนดีลเลอร์ทั้งเมือง

นพดล แก้วคำ01-31

วางแผนซื้อรถช่วง Motor Show ให้คุ้มตั้งแต่สตาร์ต

การจะซื้อรถยนต์ใหม่ มอเตอร์ไซค์ หรือบิ๊กไบค์ในยุคนี้ มีตัวเลือกเยอะจนหลายคนเริ่มมึน ทั้งการจองกับดีลเลอร์โดยตรง หรือไปสอยในงานมอเตอร์โชว์ที่ขนโปรฯ มาแข่งกันเต็มที่

ยิ่งใกล้วันงาน โฆษณายิ่งถาโถม ทั้ง “ดีลแรงสุดในงานนี้เท่านั้น” หรือโปรที่ดีลเลอร์จับมือกับงานจัดมาพิเศษ จนเริ่มมีคำถามวนในหัวว่า

  • ควรจองรถที่ดีลเลอร์ดี หรือไปจองในงานมอเตอร์โชว์ดีกว่า?

  • จองในงานได้อะไรเพิ่มขึ้นจริงไหม?

  • ถ้าจำเป็นต้องซื้อก่อนงาน จะเสียโอกาสโปรดีๆ หรือเปล่า?

ความลังเลเหล่านี้ทำให้หลายคนชะงัก ไม่กล้าตัดสินใจ จนพลาดดีลคุ้มๆ ทั้งที่จริงๆ แล้วถ้าเตรียมตัวดี เรา ควบคุมเกมได้หมด ว่าจะซื้อเมื่อไหร่ ที่ไหน ให้ได้ความคุ้มค่าที่สุด

เริ่มจากสิ่งสำคัญสุด: เลือกรถให้ตรงชีวิตเรา

ก่อนจะไปหลงกับไฟแสงเสียงในงานมอเตอร์โชว์ สิ่งแรกที่ต้องเคลียร์ให้จบคือ เราเหมาะกับรถแบบไหนกันแน่ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ หรือบิ๊กไบค์ ก็ควรคิดจากปัจจัยหลักๆ ต่อไปนี้

  • ความจำเป็นในการใช้รถจริงๆ

  • สภาพการเงินและงบประมาณที่พร้อมจ่าย

  • ลักษณะการใช้งาน เช่น ทางไกล ทางเมือง รถติด ทางดิน ทางเขา

  • จำนวนผู้โดยสารประจำ

จากนั้นลองเลือกรุ่นที่สนใจไว้สัก 2 - 3 รุ่น (หรือ 3 - 4 รุ่นก็ได้ ถ้าอยากเปรียบเทียบละเอียด) โดยให้

  • อยู่ในพิกัดเครื่องยนต์ใกล้เคียงกัน

  • ขนาดตัวถังหรือรูปแบบการใช้งานใกล้เคียงกัน

  • ราคาพอๆ กัน

แล้วค่อยเลือกรุ่นที่ “ถูกใจที่สุด” ขึ้นมาเป็นเป้าหมายหลัก เพื่อใช้เทียบกับรุ่นอื่นๆ ที่อยู่ในลิสต์

สรุปคือ ต้องรู้ก่อนว่าตัวเองต้องการอะไร แล้วค่อยเดินเข้าหาโปรโมชั่น ไม่ใช่ปล่อยให้โปรโมชั่นลากเราไปหารถ

เช็กดีลเลอร์ เจรจาโปรฯ และอย่าลืมทดลองขับ

1. เลือกดีลเลอร์ที่ไว้ใจได้ก่อน

เมื่อมีรุ่นเป้าหมายแล้ว ขั้นต่อไปคือเดินเกมกับดีลเลอร์หลายเจ้า อย่าผูกใจไว้ที่ร้านเดียว

สิ่งที่ควรถามและเช็กให้ครบ คือ

  • ราคาและส่วนลดที่ให้ได้จริง

  • ตารางผ่อนและดอกเบี้ย

  • ของแถมต่างๆ

  • คิวและเงื่อนไขการส่งมอบรถ

  • ที่จอดสต๊อกรถ ว่าจอดในร่มหรือตากแดดนานแค่ไหน

ที่สำคัญ ให้เลือกโชว์รูมหรือดีลเลอร์ขนาดใหญ่ที่ได้มาตรฐาน มีประสบการณ์และชื่อเสียงดี เพราะมีผลทั้งเรื่องความน่าเชื่อถือ คุณภาพรถ และบริการหลังการขายในระยะยาว

2. ดูคันจริงและทดลองขับให้เต็มที่

แค่ดูรูปหรือสเปคบนเว็บไม่พอ การได้สัมผัสรถจริง สำคัญมากกับการตัดสินใจ

เวลาไปโชว์รูม แนะนำให้

  • ทดลองขับหลายรุ่น หลายแบรนด์ เพื่อเปรียบเทียบฟีลลิ่งและสมรรถนะ

  • เลือกที่ทดลองได้ทั้งถนนโล่ง และสภาพรถติด ใกล้เคียงการใช้งานจริง

อย่าลืมลองใช้ฟีเจอร์ต่างๆ เช่น

  • ระบบเครื่องเสียงและการเชื่อมต่อ

  • แอร์และการกระจายลม

  • การพับเบาะและพื้นที่เก็บของ

  • ปุ่มต่างๆ บนพวงมาลัย มัลติฟังก์ชันต่างๆ

เราต้องตอบให้ได้ว่า เวลาขับจริงทุกวัน จะรู้สึกสบายและใช้งานง่ายไหม

ซื้อก่อน - ในงาน - หลังงาน ต่างกันยังไง?

โดยหลักแล้ว ไม่ว่าจะซื้อ ก่อนงาน ในงาน หรือหลังงานมอเตอร์โชว์ โปรหลักๆ ที่มาจากค่ายรถมักใช้เหมือนกันทั่วประเทศ ทั้งในงานและที่ดีลเลอร์

สิ่งที่ต่างกันคือ

  • ของแถมพิเศษจากดีลเลอร์ที่ไปออกงาน

  • ของที่ระลึกเพิ่ม ของพรีเมียม หรือของแถมเฉพาะบูธ

  • ความเร่งรีบในการตัดสินใจของเราเอง

หลังจบงาน ส่วนใหญ่ค่ายรถก็มักจะ ต่อโปรฯ ไปอีกอย่างน้อย 1 - 2 เดือน หรือมากกว่านั้น เพื่อดันยอดขาย ดีลเลอร์เองก็ต้องจัดแคมเปญมาแข่งกันต่ออยู่แล้ว

แปลว่าโดยภาพรวม ไม่ว่าจะซื้อช่วงไหน ความต่างไม่เยอะเท่าที่หลายคนกลัว อยู่ที่การเตรียมตัวและการเลือกดีลเลอร์มากกว่า

ซื้อก่อนงานมอเตอร์โชว์: เหมาะกับสายไม่อยากเบียดคน

ข้อดี

  • ได้แคมเปญตรงจากดีลเลอร์ นอกเหนือจากโปรหลักของค่าย

  • มีโอกาสต่อรองเพิ่มได้ง่ายกว่า

  • เทิร์นรถคันเก่าและตีราคาได้ทันที

  • เลือกดีลเลอร์ที่สะดวกต่อการเดินทาง และได้มาตรฐาน

  • ทดลองขับได้แบบไม่ต้องรอคิวยาว โทรนัดล่วงหน้าสบายๆ

  • มีโอกาสได้คิวรับรถก่อนช่วงงานที่คนจองเยอะ

ข้อจำกัด

  • ถ้ามีรุ่นใหม่เตรียมเปิดตัวในงาน ต้องลุ้นและรอข้อมูลเพิ่ม

  • ต้องเสียเวลาเดินทางไปเช็กหลายดีลเลอร์เอง

  • บางดีลเลอร์อาจไม่มีรถทดลองขับครบทุกตัว

ซื้อในงานมอเตอร์โชว์: เหมาะกับสายชอบเดินชมให้ครบ

ข้อดี

  • เดินงานเดียวได้ดูรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และบิ๊กไบค์หลากรุ่นกว่าที่คิดไว้ เยอะมาก เหมาะกับคนที่ยังไม่ฟิกซ์รุ่น

  • ได้เห็นรุ่นเปิดตัวใหม่ในงาน พร้อมโปรเฉพาะช่วงเปิดตัว

  • ได้เจอโปรฯ ของแถมและส่วนลดที่ดีลเลอร์สลับกันมาให้ที่บูธ

  • ได้ดูบรรยากาศ เทคโนโลยีใหม่ๆ รถต้นแบบ และอุปกรณ์แต่งต่างๆ ในที่เดียว

  • มีข้อมูลจากบริษัทไฟแนนซ์หลายเจ้าให้เทียบกันแบบจบในวันเดียว

  • บางรุ่นอาจมีโปรฯ แรงเฉพาะคนที่จองในงานเท่านั้น

ข้อจำกัด

  • โอกาสได้ลองจับรถจริงแบบละเอียดอาจน้อย ต้องเบียดคนและต่อคิว

  • คิวรับรถอาจยาว เพราะจองกันทั้งประเทศในช่วงเวลาใกล้ๆ กัน

  • วันจองอาจถูกจัดให้เป็นดีลเลอร์ที่อยู่ไกล ไม่สะดวกต่อการเข้าศูนย์

  • ทดลองขับมักทำได้แค่ระยะสั้นๆ

  • บางโปรฯ เป็นของค่ายหลักเท่านั้น ไม่มีการบวกเพิ่มจากดีลเลอร์

  • โปรบางอย่างจำกัดเวลา ต้องรีบตัดสินใจภายในงาน

  • ต้องเผื่อเจอรถติดหนัก ที่จอดจำกัด และคนล้นฮอลล์

  • ถ้าจะเทิร์นรถเก่า มักต้องนัดวันอื่นเพิ่ม ไม่จบในครั้งเดียว

  • บางรุ่นไม่มีให้ทดลองทุกระบบหรือทุกรุ่น

ซื้อหลังงานมอเตอร์โชว์: เหมาะกับสายคิดนาน เน้นชัวร์

ข้อดี

  • มีเวลาคิด ทบทวน และเปรียบเทียบแบบไม่ต้องเร่งรีบ

  • มักมีโปรต่อเนื่องจากงาน หรือบางดีลเลอร์จัดเพิ่มให้แรงกว่าเดิม

  • ทดลองขับได้สบายๆ ไม่ต้องแย่งใคร

  • เลือกดีลเลอร์ใกล้บ้าน หรือที่เดินทางสะดวกได้เต็มที่

  • มีเวลาสังเกตมาตรฐานบริการของแต่ละดีลเลอร์

  • ดีลเลอร์บางแห่งมีบริการนัดดูรถถึงบ้าน

  • ตีราคาเทิร์นรถเก่าได้ทันทีจบๆ ที่โชว์รูม

  • ทดลองระบบและให้เซลส์อธิบายฟังก์ชันต่างๆ ได้ครบถ้วน

ข้อจำกัด

  • ถ้าเป็นรุ่นที่ยอดจองถล่มทลาย อาจต้องรอคิวรับรถนานกว่าคนที่จองก่อนหรือตอนงาน

  • บางโปรฯ พิเศษอาจจำกัดเฉพาะในงานเท่านั้น

  • ต้องเดินเทียวเช็กดีลเลอร์หลายที่เอง

  • บางที่ยังคงไม่มีรถทดลองครบทุกตัว

เคลียร์ทุกข้อสงสัยยอดฮิต ก่อนตัดสินใจจอง

ระหว่างมอเตอร์โชว์ทีไร มักจะมีคำถามวนซ้ำๆ ในหัวคนกำลังจะซื้อรถ เรามาไล่เคลียร์ทีละข้อแบบตรงไปตรงมา

ถาม: ซื้อรถก่อนงานมอเตอร์โชว์ดีไหม?

ตอบ: ดีได้ ถ้าเราเจอดีลเลอร์ที่กล้าให้โปรฯ แรง หรือจัดแคมเปญพิเศษช่วงนั้น เพราะโดยปกติ โปรหลักมาจากค่ายรถและใช้ร่วมกันทั้งในงานและตามดีลเลอร์ ถ้าเราเจรจาดี บางทีโปรนอกงานอาจคุ้มเท่าหรือดีกว่าในงานด้วยซ้ำ

ถาม: แล้วรอซื้อรถในงานมอเตอร์โชว์ดีกว่าหรือเปล่า?

ตอบ: ดี…ถ้าเราหมายตารุ่นที่จะเปิดตัวในงาน โดยเฉพาะรุ่นใหม่ที่เริ่มจองครั้งแรกในงาน แต่สำหรับรุ่นที่ขายอยู่แล้ว ต้องดูความเร่งด่วนในการใช้งาน งบประมาณ และโอกาสเจอข้อเสนอแรงๆ จากดีลเลอร์ช่วงก่อนหรือหลังงานด้วย ไม่ได้แปลว่าต้องรอแต่งานอย่างเดียวเสมอไป

ถาม: ถ้าซื้อไม่ทันในงาน รอหลังงานแล้วจะเสียโอกาสดอกเบี้ยพิเศษไหม?

ตอบ: ส่วนใหญ่หลังจบงาน ค่ายรถมักจะลากโปรฯ ต่อไปอีกอย่างน้อย 1 - 2 เดือน หรือยาวกว่านั้น เพื่อเร่งยอดขาย รวมกับไฟแนนซ์ที่มีโปรหมุนตลอดทั้งปี เพราะฉะนั้น ซื้อในงานหรือที่ดีลเลอร์หลังงาน ถ้าดูดีๆ แล้ว แทบไม่ต่างกันมากในภาพรวม

ถาม: เลือกดีลเลอร์ยังไงให้คุ้มและอุ่นใจกว่า?

ตอบ: ดูตั้งแต่ความน่าเชื่อถือของโชว์รูม ประวัติการเปิดมานานไหม ศูนย์บริการทันสมัยหรือเปล่า เป็นที่ยอมรับในวงกว้างไหม ดีลเลอร์ที่ได้มาตรฐานไม่ใช่แค่ให้ราคาดีอย่างเดียว แต่ยังดูแลเราได้ยาวๆ หลังรับรถไปแล้วด้วย

เข้าใจเกมแคมเปญ โปรฯ ค่ายรถ และดีลเลอร์

ตามปกติ ค่ายรถแต่ละยี่ห้อจะมีการปล่อยโปรโมชั่นออกมาทุกเดือนอยู่แล้ว เพื่อดันยอดขาย ดีลเลอร์ทั่วประเทศก็ใช้โปรฯ พื้นฐานเดียวกัน

สิ่งที่ต่างกันบ้างคือ

  • แคมเปญพิเศษช่วงก่อนมอเตอร์โชว์

  • โปรแรงเฉพาะระหว่างงาน

  • โปรต่อเนื่องหลังงาน

บางดีลเลอร์ที่ยอมลงทุนออกบูธในงาน มักจะได้สิทธิ์จัดโปรพิเศษเพิ่ม เช่น ของกำนัน ของแถม หรือสิทธิ์เฉพาะคนที่ลงทะเบียนในบูธ

ตัวอย่างเช่น

  • ลงทะเบียนในงานแล้วได้ของเพิ่ม

  • จองรถในงาน รับของแถมพิเศษตามรุ่น

แต่หัวใจสำคัญคือ อย่าดูแต่ของแถมจนลืมดูดอกเบี้ย เงื่อนไขไฟแนนซ์ และความสะดวกในการบริการหลังการขาย

ทิปเด็ดซื้อรถให้คุ้มที่สุดช่วง Motor Show

อยากได้รถใหม่ ไม่ว่าจะรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ หรือบิ๊กไบค์ ให้ “คุ้มทุกบาท” ช่วงมอเตอร์โชว์ ลองใช้เช็กลิสต์นี้

  • ศึกษาข้อมูลรุ่นที่จะซื้อแบบจัดเต็ม
    ดูทั้งรุ่นเป้าหมายและรุ่นใกล้เคียง เปรียบเทียบสเปก ราคา และการใช้งานจริง เลือกดีลเลอร์ที่เชื่อถือได้ มีประสบการณ์ และมีข้อมูลให้ครบ ไม่มโนเกินจริง

  • เช็กข้อมูลสินเชื่อ/ไฟแนนซ์ (ถ้าซื้อแบบผ่อน)
    ขอรายละเอียดเงินดาวน์ ดอกเบี้ย และตารางผ่อนหลายแบบ เช่น ดาวน์ 10% หรือ 25% ผ่อน 4 ปี เทียบกับ 5 ปี แล้วดูว่ารูปแบบไหนสบายกระเป๋าเราจริงๆ

  • จองคิวทดลองขับให้ครบทุกตัวที่ลังเล
    ถ้าเป็นไปได้ ลองให้ครบทุกตัวในลิสต์ อย่าตัดสินใจจากรีวิวอย่างเดียว ฟีลตอนขับจริงสำคัญมาก

  • ถามคิวส่งมอบให้ชัด
    รถรุ่นที่เราจะซื้อ ได้คิวส่งมอบเมื่อไหร่? สีที่ต้องการมีเลยไหม? ต้องรอนานแค่ไหน? ควรถามให้ละเอียดตั้งแต่แรก

  • เทียบโปรฯ ให้เป็น อย่าดูแค่ของแถม
    โปรแต่ละดีลเลอร์ต่างกัน เช่น ให้เลือกฟรีประกันภัย หรือดอกเบี้ย 0% ระยะเวลาผ่อนต่างกัน ผู้ซื้อต้องมองว่าแบบไหนเหมาะกับสภาพการเงินของตัวเองมากกว่า ไม่ใช่แค่ดูว่า “ของแถมเยอะสุด” แล้วจบ

สรุป: จะซื้อก่อน-ใน-หลังงาน สิ่งที่ห้ามพลาดคือการเลือกให้ตรงตัวเอง

การซื้อรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ รวมถึงบิ๊กไบค์ เป็นการตัดสินใจที่มีมูลค่าตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักล้าน ไม่ควรรีบตัดสินใจเพราะความรู้สึกอยากได้ชั่ววูบ หรือเพราะกลัวโปรจะหมดอย่างเดียว

สิ่งที่ต้องคิดให้ครบคือ

  • รถตอบโจทย์การใช้งานของเราจริงไหม

  • ดอกเบี้ยและตารางผ่อนเข้ากับกำลังจ่ายจริงหรือเปล่า

  • ดีลเลอร์และศูนย์บริการไว้ใจได้แค่ไหน ดูแลเรายาวๆ ได้ไหม

ทุกวันนี้การแข่งขันของค่ายรถและดีลเลอร์สูงมาก โปรฯ ที่ออกมาช่วงมอเตอร์โชว์กับที่ดีลเลอร์นอกงาน แทบไม่หนีกันมาก ด้วยซ้ำ

หลายครั้ง การซื้อกับดีลเลอร์ใกล้บ้าน ยังให้ข้อดีเพิ่ม เช่น

  • ทดลองขับได้ชิลๆ

  • คุยรายละเอียดลึกๆ ได้ไม่รีบร้อน

  • กลับมาเข้าศูนย์หรือเช็กระยะได้สะดวก

เพราะฉะนั้น การซื้อรถไม่จำเป็นต้องซื้อเฉพาะในงานมอเตอร์โชว์เสมอไป สิ่งสำคัญที่สุดคือ

ไม่ว่าจะซื้อก่อนงาน ในงาน หรือหลังงาน ให้เลือกดีลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน และเลือกรถให้เหมาะกับชีวิตและกำลังจ่ายของเราเอง นั่นแหละคือดีลที่คุ้มที่สุดจริงๆ