รับแอปรับแอป

เลี้ยงหมา–แมวในกรุงเทพฯ ปี 2569 ต้องรู้! กฎหมายใหม่ พื้นที่ไม่ถึง ห้ามเลี้ยงเยอะ มีโทษจริง

พิมพ์ชนก สุขใจ01-31

กฎหมายใหม่มาแล้ว! คนเลี้ยงหมาแมวในกรุงเทพฯ ต้องตั้งใจอ่าน

กรุงเทพมหานครได้ออกข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว โดยจะเริ่มบังคับใช้จริงในวันที่ 10 มกราคม 2569 เป็นต้นไป

ข้อบัญญัตินี้เน้นเรื่อง ความปลอดภัยของทั้งคนและสัตว์ รวมถึงความเป็นระเบียบของเมือง ใครที่เลี้ยงสัตว์อยู่แล้ว หรือกำลังคิดจะรับน้องหมา–น้องแมวมาเลี้ยงในกรุงเทพฯ ต้องศึกษาให้ดี เพราะถ้าฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมายแน่นอน

จำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยง ตามขนาดพื้นที่

หนึ่งในประเด็นสำคัญของข้อบัญญัติฉบับนี้ คือการกำหนดจำนวนสัตว์เลี้ยงตามพื้นที่ที่มีอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการเลี้ยงแออัดและสร้างความเดือดร้อนรำคาญ

สรุปง่าย ๆ คือ ยิ่งพื้นที่เล็ก ยิ่งเลี้ยงได้น้อย โดยมีหลักเกณฑ์เบื้องต้นดังนี้

  • สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ เช่น โค กระบือ ม้า กวาง

    • เลี้ยงได้ไม่เกิน 1 ตัว ต่อพื้นที่ 50 ตารางวา

  • สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น แพะ แกะ สุกร ม้าแคระ

    • เลี้ยงได้ไม่เกิน 3 ตัว ต่อพื้นที่ 50 ตารางวา

  • สัตว์ปีก

    • ไก่ เป็ด ห่าน: เลี้ยงได้ไม่เกิน 1 ตัว ต่อพื้นที่ 4 ตารางเมตร

    • นกขนาดใหญ่ เช่น นกกระจอกเทศ: เลี้ยงได้ไม่เกิน 1 ตัว ต่อพื้นที่ 50 ตารางเมตร

    • นกขนาดเล็ก: เลี้ยงได้ไม่เกิน 5 ตัว ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร

ทั้งหมดนี้ออกแบบมาเพื่อให้สัตว์มีพื้นที่อยู่อย่างเหมาะสม และลดผลกระทบต่อเพื่อนบ้านรอบข้าง

ห้ามปล่อยสัตว์ตามสาธารณะ ยกเว้นบางกรณี

ข้อบัญญัติกำหนดชัดเจนว่า ห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ที่ต้องควบคุมในที่สาธารณะ ในเขตกรุงเทพมหานคร ยกเว้นในกรณีต่อไปนี้

  • เพื่อการรักษาโรคหรือเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของสัตว์

  • เพื่อกิจกรรมใด ๆ ที่กรุงเทพมหานครประกาศกำหนด

  • ในกรณีย้ายที่อยู่ของเจ้าของสัตว์

  • การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ของหน่วยงานราชการ หรือการปล่อยสัตว์เพื่อการกุศลหรือจารีตประเพณี

พูดง่าย ๆ คือ ห้ามปล่อยสัตว์เดินเพ่นพ่านในพื้นที่สาธารณะตามใจเจ้าของ ยกเว้นมีเหตุจำเป็นและอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด

เลี้ยงหมา–แมวในกรุงเทพฯ ต้องจดทะเบียน และจำกัดจำนวน

สำหรับคนเลี้ยงสุนัขและแมว มีหน้าที่สำคัญเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่ให้อาหารและพาไปหาหมอเท่านั้น แต่ต้องพาสัตว์เลี้ยงไป จดทะเบียน ด้วย

เจ้าของสุนัขและแมวต้องนำใบรับรองไปจดทะเบียน ณ สถานที่ที่กรุงเทพมหานครกำหนด ภายในระยะเวลา

  • 120 วันนับแต่วันที่สัตว์เกิด หรือ

  • 30 วันนับแต่วันที่นำสัตว์มาเลี้ยงในเขตกรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ ยังมีการจำกัดจำนวนสุนัขและแมวตามขนาดพื้นที่อยู่อาศัย ดังนี้

  • ห้องเช่า หรืออาคารชุด (คอนโดมิเนียม) ขนาด 20 – 80 ตารางเมตร

    • เลี้ยงได้ 1 ตัว

  • ห้องเช่า หรืออาคารชุด ขนาด ตั้งแต่ 80 ตารางเมตรขึ้นไป

    • เลี้ยงได้ไม่เกิน 2 ตัว

  • เนื้อที่ดิน ไม่เกิน 20 ตารางวา

    • เลี้ยงได้ 2 ตัว

  • เนื้อที่ดิน ไม่เกิน 50 ตารางวา

    • เลี้ยงได้ 3 ตัว

  • เนื้อที่ดิน ไม่เกิน 100 ตารางวา

    • เลี้ยงได้ 4 ตัว

  • เนื้อที่ดิน 100 ตารางวาขึ้นไป

    • เลี้ยงได้ไม่เกิน 6 ตัว

ใครที่เลี้ยงหลายตัวในพื้นที่เล็ก ต้องเริ่มประเมินตัวเองและเตรียมปรับให้ถูกต้องตามข้อบัญญัติใหม่

พาหมา–แมวออกนอกบ้าน ต้องมีสายจูง และรับผิดชอบสิ่งที่เขาทิ้งไว้

การพาสุนัขหรือแมวออกจากบ้านหรือสถานที่เลี้ยง ไม่ใช่แค่พาออกมาเดินเล่น แต่เจ้าของมีหน้าที่ต้องควบคุมอย่างเหมาะสม ดังนี้

  • ต้องใช้ สายจูงที่แข็งแรงตลอดเวลา หรือ

  • ใช้กระเป๋าหิ้ว คอก กรง หรืออุปกรณ์อื่นที่เหมาะสม

ห้ามปล่อยให้สัตว์รบกวนผู้อื่น ไม่ว่าจะเห่า วิ่งไล่ เลอะเทอะ หรือทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ปลอดภัย

และที่สำคัญมาก

  • เจ้าของหรือผู้เลี้ยงต้อง เก็บอุจจาระสัตว์ทุกครั้งในที่สาธารณะ

นี่คือมารยาทพื้นฐานของคนเลี้ยงสัตว์ในเมือง ที่ตอนนี้ถูกยกระดับเป็นเรื่องของกฎหมายด้วย

สุนัขพันธุ์ดุ พันธุ์อันตราย ต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ

สำหรับสุนัขควบคุมพิเศษ หรือพันธุ์ที่ขึ้นชื่อว่าอันตราย เช่น พิทบูล ร็อตไวเลอร์ หรือสุนัขที่มีประวัติทำร้าย หรือพยายามทำร้ายคน เจ้าของต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ

เมื่อพาออกนอกบ้าน ต้องปฏิบัติดังนี้อย่างเคร่งครัด

  • ใช้อุปกรณ์ ครอบปากสุนัข

  • ใช้สายจูงที่ มั่นคง แข็งแรง

  • จับสายจูงห่างจากคอสุนัขไม่เกิน 50 เซนติเมตร ตลอดเวลา

มาตรการนี้ออกมาเพื่อให้ทั้งเจ้าของ คนทั่วไป และตัวสุนัขเองปลอดภัยที่สุด

ฝังไมโครชิป–วัคซีนพิษสุนัขบ้า–ทำหมัน ฟรี! ที่คลินิกสัตวแพทย์ กทม.

ข่าวดีสำหรับคนเลี้ยงหมา–แมวในกรุงเทพฯ คือ กรุงเทพมหานครมีบริการฟรีด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงหลายอย่าง ได้แก่

  • การฝังไมโครชิป

  • การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

  • การผ่าตัดทำหมัน

บริการทั้งหมดนี้สามารถรับได้ที่ คลินิกสัตวแพทย์ของกรุงเทพมหานครทั้ง 8 แห่ง โดยแนะนำให้ติดต่อสอบถามรายละเอียดล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการ

รายชื่อคลินิกมีดังนี้

  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 1 สีพระยา เขตบางรัก
    โทร. 0 2236 4055 ต่อ 213

  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 2 มีนบุรี เขตมีนบุรี
    โทร. 0 2914 5822

  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 3 วัดธาตุทอง เขตวัฒนา
    โทร. 0 2392 9278

  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 4 บางเขน เขตจตุจักร
    โทร. 0 2579 1342

  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 5 วัดหงส์รัตนาราม เขตบางกอกใหญ่
    โทร. 0 2472 5895 ต่อ 109

  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 6 ช่วงนุชเนตร เขตจอมทอง
    โทร. 0 2476 6493 ต่อ 1104

  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 7 บางกอกน้อย เขตบางกอกน้อย
    โทร. 0 2411 2432

  • กลุ่มควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ถ.มิตรไมตรี เขตดินแดง
    โทร. 0 2248 7417

สรุป: เลี้ยงด้วยใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องเลี้ยงให้ถูกกฎหมายด้วย

เมื่อข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 เริ่มบังคับใช้ในปี 2569 คนเลี้ยงหมา–แมวในกรุงเทพฯ ต้องปรับตัวให้ทัน

  • ศึกษากฎหมายให้เข้าใจ

  • ตรวจสอบพื้นที่บ้านตัวเองว่าเลี้ยงได้กี่ตัว

  • พาสัตว์เลี้ยงไปจดทะเบียน

  • ใช้สายจูงและอุปกรณ์ควบคุมให้เหมาะสม

  • รักษาความสะอาดและไม่รบกวนเพื่อนบ้าน

ถ้าเราเลี้ยงสัตว์อย่างมีความรับผิดชอบ เมืองก็จะน่าอยู่ขึ้น และน้องหมา–น้องแมวก็จะได้อยู่กับเราอย่างปลอดภัยและยั่งยืน