รวมลิสต์เซรั่มที่คุ้มค่าแก่การลงทุนผิว
ถ้าคุณกำลังวนอยู่กับคำถามว่า “เซรั่มตัวไหนดี?” แล้วอยากได้ทั้งความชุ่มชื่น ผิวแข็งแรง ลดริ้วรอย และปรับผิวให้ดูกระจ่างใสในระยะยาว ลิสต์นี้คือคู่มือที่คุณต้องเซฟเก็บไว้เลย
แอลหยิบ 10 เซรั่มที่ครอบคลุมปัญหาผิวหลากหลายแบบมาให้แล้ว เน้นส่วนผสมทำงานจริง เนื้อสัมผัสดี ใช้แล้วมีโอกาสได้เป็นลูกรักซ้ำๆ เพื่อผิวสุขภาพดีขึ้นในทุกวัน
1. ESMI SKIN MINERALS Hyaluronic Hydrating Serum Ageless
30 มล. 1,620 บาท

ใครผิวแห้งหรือผิวธรรมดาที่ชอบลุคผิวฉ่ำ สุขภาพดี เซรั่มตัวนี้คือคำตอบ เนื้อเบาสบาย ใช้ก่อนแต่งหน้าแล้วเมกอัพเกาะผิวดีขึ้น ไม่เป็นคราบง่าย
ส่วนผสมเด่นของตัวนี้คือ
เปปไทด์ ที่ช่วยซัพพอร์ตเรื่องความยืดหยุ่นของผิว
กรดไฮยาลูโรนิก เติมน้ำให้ผิวดูอิ่มฟู
สารสกัดแตงโม ช่วยต้านอนุมูลอิสระและเสริมความสดใส
ใช้ต่อเนื่องแล้วผิวจะดูเรียบเนียน กระชับขึ้น และมีความโกลว์แบบผิวสุขภาพดีจากข้างใน
2. CAUDALIE Resveratrol-Lift Instant Firming Serum
30 มล. 2,950 บาท

สายกังวลเรื่องริ้วรอยและความหย่อนคล้อยต้องมองมาที่ตัวนี้ เซรั่มที่ใส่เรสเวอราทรอล สกัดจากยอดเถาองุ่น ซึ่งเป็นสิทธิบัตรของแบรนด์ ช่วยเรื่องการยกกระชับผิวได้ดี
จุดเด่นของตัวนี้คือ
ช่วยลดเลือนริ้วรอยให้แลดูตื้นขึ้น
กรดไฮยาลูรอนิก เติมความชุ่มชื่นให้ผิวเรียบเนียน
คอลลาเจนวีแกน ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเสริมความแน่นฟูของผิว
ใครเริ่มเห็นสัญญาณอายุบนใบหน้า ลองใส่ตัวนี้เข้าไปในรูทีนได้เลย
3. FENTY SKIN Dew N Plump Hydrating Nectar Glow Serum
30 มล. 1,430 บาท

คนรักผิวโกลว์ฉ่ำแบบยังดูเป็นผิว จะต้องถูกใจเซรั่มเนื้อเจลตัวนี้ เนื้อสัมผัสดี เกาะผิวได้แน่นแต่ไม่เป็นขุย ใช้แล้วผิวดูอิ่มน้ำ อิ่มเอิบ และช่วยเสริมเกราะความชุ่มชื่นของผิวให้แข็งแรงขึ้น
ฟินิชจะเป็นผิวโกลว์ใสๆ เหมือนนอนเต็ม 8 ชั่วโมง พร้อมกลิ่นหอมสดชื่นจากเบอร์กาม็อต จัสมิน และดอกกล้วยไม้ขาว ที่ช่วยให้ได้ฟีลผ่อนคลายตอนทา
4. TATCHA The Brightening Serum
30 มล. 4,580 บาท

ใครผิวหมองง่าย สีผิวไม่สม่ำเสมอ และอยากได้ลุคผิวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เซรั่มตัวนี้ตอบโจทย์มาก เพราะช่วยโฟกัสไปที่เรื่องโทนผิวและเม็ดสีเป็นหลัก
จุดเด่นของสูตรนี้คือ
โปรกลูต้าไธโอน เสริมปราการผิวให้แข็งแรง
กรดเฟรูลิก และพลัมญี่ปุ่นที่อุดมด้วยวิตามินซี ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส
ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและยกกระชับผิวไปพร้อมกัน
ใช้ระยะยาว ผิวจะดูใสขึ้น นุ่มเด้ง และรับมือกับอนุมูลอิสระได้ดีขึ้น
5. THE ORDINARY Soothing & Barrier Support Serum
30 มล. 940 บาท

ใครที่รู้สึกว่าช่วงนี้ผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย แดงง่าย ตัวนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง เซรั่มตัวนี้เน้นการฟื้นฟูปราการผิว ให้กลับมาแข็งแรงขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง
ความสามารถของตัวนี้
ช่วยปลอบประโลมผิวที่ระคายเคืองหรือมีอาการแดง
เติมความชุ่มชื่นให้ผิว ไม่ปล่อยให้ผิวแห้งกร้าน
ปรับโทนสีผิวให้ดูสม่ำเสมอขึ้นและกระจ่างใสขึ้นเล็กน้อย
เหมาะมากกับคนที่ใช้สกินแคร์เยอะแล้วผิวเริ่มงอแง หรือผิวโดนทำร้ายจากสภาพแวดล้อม
6. KRAVEBEAUTY Oil La La Linoleic Acid-Rich Oil Serum
100 มล. 2,230 บาท

ใครเคยกลัวออยล์บนหน้าเพราะกลัวหนักผิวหรือกลัวอุดตัน อาจต้องลองเปิดใจกับเซรั่มเนื้อน้ำมันตัวนี้ดูสักครั้ง เพราะเนื้อสัมผัสทำออกมาดีมาก ไม่เหนอะ ไม่ทำให้หน้ามันเยิ้มอย่างที่คิด
จุดเด่นของเซรั่มออยล์ตัวนี้คือ
ช่วยบาลานซ์น้ำมันบนผิว ไม่ทำให้ผิวมันกว่าเดิม
ช่วยปลอบประโลมผิวให้รู้สึกสบายขึ้น
ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงโอกาสการเกิดสิวในอนาคต
เหมาะกับคนที่อยากเติมความโกลว์และความนุ่มให้ผิว แต่ไม่อยากใช้ออยล์ที่หนักเกินไป
7. CHARLOTTE TILBURY Dark Spot Correcting Radiance Recovery Serum
30 มล. 3,600 บาท

ตัวนี้มีความพิเศษตรงที่สามารถใช้ได้ทั้งผิวหน้าและรอบดวงตาในขวดเดียว เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลดจำนวนขั้นตอนสกินแคร์ แต่ยังโฟกัสเรื่องจุดด่างดำและความหมองคล้ำอยู่
สิ่งที่เซรั่มนี้ช่วยได้
ลดเลือนจุดด่างดำ รอยดำ รอยแดงบนผิวหน้า
ช่วยให้รอยคล้ำใต้ตาดูจางลง
วิตามินซีช่วยเรื่องความกระจ่างใสโดยรวม
Tranexamic Acid ช่วยปลอบประโลมผิวและปกป้องไม่ให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื่นง่าย
คนที่ต้องการโทนผิวดูไบรท์ขึ้นแบบรวมๆ ทั้งหน้าและใต้ตา น่าลองมาก
8. BOBBI BROWN Vitamin Enriched Smoothing Serum
30 มล. 3,600 บาท

ถ้าเป็นแฟนเมกอัพเบสตัวดังของ BOBBI BROWN อยู่แล้ว การเพิ่มเซรั่มตัวนี้เข้าไปในรูทีนจะช่วยยกระดับฟินิชผิวให้สวยขึ้นไปอีกขั้น
ความน่าใช้ของตัวนี้คือ
เป็นเซรั่มเอสเซนส์เนื้อน้ำมันที่ซึมไว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ
ช่วยให้ผิวดูกลมกลืน เรียบเนียน พร้อมรับเมกอัพ
มอบลุคผิวโกลว์ชุ่มชื่นแบบสุขภาพดี
ช่วยให้จุดด่างดำดูจางลงและผิวโดยรวมดูสว่างขึ้น
พร้อมกลิ่นหอมสดชื่นจากเกรปฟรุตและน้ำมันเจอเรเนียมที่ช่วยให้ขั้นตอนสกินแคร์สนุกขึ้น
9. DRUNK ELEPHANT B-Hydra™ Intensive Hydration Serum
50 มล. 2,100 บาท

เซรั่มเติมน้ำผิวที่คนผิวแห้งน่าจะตกหลุมรักได้ไม่ยาก เพราะช่วยจัดการความแห้งกร้านได้ดี แถมยังให้ฟีลผิวสดชื่น ชุ่มฉ่ำแบบไม่หนัก
ส่วนผสมเด่นคือ
โปรวิตามินบี 5 ช่วยปลอบประโลมและเติมความชุ่มชื่น
ส่วนผสมอื่นๆ ที่ช่วยให้ผิวดูใสขึ้นและเรียบเนียนขึ้น
เมื่อใช้ต่อเนื่อง ผิวจะดูนุ่มขึ้น สีผิวสม่ำเสมอขึ้น และดูโกลว์แบบผิวสุขภาพดี
10. FYNE Skin Barrier +Prebiotic +Postbiotic Soothing Moisturizing Serum in Gel
50 กรัม 1,490 บาท

อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่โฟกัสเรื่องปราการผิวแบบจริงจัง เซรั่มเจลตัวนี้ช่วยทั้งเรื่องความชุ่มชื่นและสมดุลของจุลินทรีย์ดีบนผิว
สิ่งที่น่าสนใจในสูตรนี้
พรีไบโอติกและโพสไบโอติก ช่วยซัพพอร์ตไมโครไบโอมผิวให้สมดุล
เติมความชุ่มชื่นโดยไม่ทำให้ผิวรู้สึกเหนอะ
Zinc PCA และสารสกัด Witch Hazel ช่วยควบคุมความมันส่วนเกิน
มีสารสกัดปลอบประโลมผิวหลายชนิด เหมาะกับคนที่ผิวงอแงง่าย
เหมาะสำหรับคนผิวมัน-ผสม หรือคนที่ต้องการเสริมเกราะผิวแต่ไม่อยากใช้เนื้อหนัก
เลือกเซรั่มให้ตรงผิว แล้วใช้ให้คุ้มทุกหยด
ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ลองเช็กก่อนว่าผิวเราต้องการอะไรเป็นหลัก
ถ้าผิวแห้ง ขาดน้ำ: มองหากลุ่ม เพิ่มความชุ่มชื่น เช่น Hyaluronic หรือ B-Hydra™
ถ้ากังวลริ้วรอย ความกระชับ: เล็งกลุ่ม ยกกระชับ/ลดริ้วรอย เช่น Resveratrol-Lift
ถ้ากังวลจุดด่างดำและความหมอง: เลือกกลุ่ม ผิวกระจ่างใส เช่น Tatcha หรือ Charlotte Tilbury
ถ้าผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย: ให้ความสำคัญกับ ปราการผิว เช่น The Ordinary หรือ FYNE
จำไว้ว่าเซรั่มจะเห็นผลชัดจริงๆ เมื่อใช้ต่อเนื่องและจับคู่กับคลีนซิ่ง–มอยส์เจอไรเซอร์–กันแดดที่เหมาะกับผิวคุณด้วย เลือกให้ตรงผิว ใช้ให้สม่ำเสมอ ผิวดีไม่ใช่เรื่องไกลตัวแน่นอน

